ตอนที่สี่สิบสี่ข้อได้เปรียบด้านจำนวน
ความได้เปรียบด้านจำนวนนั้นคือข้อที่ผมหวังเอาไว้จำนวนก็คือคุณภาพอย่างหนึ่งอย่างที่กล่าวเอาไว้
เยอรมันสามารถจัดการโซเวียนได้ในอัตราหนึ่งต่อสามแสดงถึงคุณภาพของทหารเยอรมัน
แต่เยอรมันจะทำอย่างไรหากโซเวียตส่งทหารไปมากกว่าสิบเท่า
ข้อได้เปรียบด้านคุณภาพโดนกลบไปด้วยปริมาณที่ไม่อาจใช้ความสามารถด้านกลยุทธที่เหนือกว่ากลบให้มิดไปได้
ดูจากตัวเลขเยอรมันเหนือกว่าทุกอย่างแต่โดนจำนวนที่มกากว่าเบียดบังกลบทับจนมิดจนไม่อาจเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้
แน่นอนชัยชนะก็มีราคาที่ต้องจ่ายไปในการเสียทรัพยากรมนุษย์ไปปริมาณมหาศาลที่ยังส่งผลกะทบอยู่จนถึงปัจจุบันนี้
หากเลี่ยงได้ก็ไม่ควรให้มีสงครามที่จะทำให้กำลังคนเสียไป
และอเมริกาก็เป็นคนที่ให้ทรัพยากรหลายๆอย่างทำให้โซเวียตสามารถใช้กำลังทหารที่เหนือกว่าทำเช่นนั้นได้
ดังนั้นแผนของผมคือแทนที่จะเน้นด้านทหารให้มีทหารระดับหนึ่งแต่ผมเน้นไปที่โรงงานผลิตและหน่วยสนับสนุนการรบต่างๆน่าจะดีกว่า
คนที่มีกำลังผลิตมากที่สุดคือผู้ชนะ
แต่แน่นอน ในโลกที่มีมังกรบินไปมาก็อาจจะมีคนสามารถเผาโรงงานการผลิตของเราได้เช่นกัน
แต่การผลิตมีข้อดีคือคนมีความสามารถของเราจะไม่ตายง่ายๆอย่างในสนามรบหรือดันเจี้ยนที่ไหนสักแห่ง
อืมทางเทคนิค กลยุทธของดยุกหมูอ้วนที่ใช้คนจำนวนมากกว่าเอาชนะพวกนางเอกทางกลยุทธนั้นถือว่าถูกต้องแต่ก็เกิดความเสียหายจำนวนมาก แต่ถามว่าดีกว่าแพ้ไหมก็ดีกว่าแน่นอน
ดังนั้นนอกจากเรื่องจำนวนที่ผมจะพยายามให้มีมากขึ้นแล้วผมจะยังเพิ่มคุณภาพด้วย แต่ต้องหาจุดสมดุลที่เหมาะสม
บางครั้งจำนวนมากกว่าที่คุณภาพด้อยกว่าก็มีข้อได้เปรียบในด้านการบำรุงรักษาที่ต้องคำนึงถึงเช่นกันในสงครามจริงๆ
ที่ดยุกหมูอ้วนทำอาจจะเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้วก็ได้ซึ่งผมพยายามพิสูจน์โดยการสอบถามและทดลองเรื่องทางยุทธศาสตร์และสงครามอยู่ในตอนนี้เพื่อพัฒนาทฤษฎีให้กลายเป็นกลยุทธที่สามารถใช้การได้จริง
แต่มีอะไรที่ได้มาโดยง่ายดายเมื่อผมมองไปรอบๆเห็นสภาพของคนที่บาดเจ็บและเสียความมั่นใจไปอย่างนี้
เพี๊ยะ
ผมใช้ทักษะ Domesticate
ไปทางคนที่ท่าทางหมดกำลังใจ
“ไม่ต้องเศร้าใจ ภายใต้การนำของข้าจะมีคนอ่อนแอได้อย่างไรกัน? พวกเจ้าไม่มีความหวังว่าอยากเป็นที่หนึ่งเลยงั้นหรืออยากจะมีฝีมือเหนือกว่าใครๆ อยากจะเก่งขึ้นเรื่อยๆมากกว่าที่ตนเองเป็นอยู่ในตอนนี้จำเอาไว้ภายใต้การนำของข้า ไม่มีคำว่าคนอ่อนแอความทะเยอทะยานของข้าสามารถแบ่งให้พวกเจ้าได้ทุกคน เพราะมันไม่มีวันหมดสิ้น”
เพี๊ยะ
ผมฟาดไปทางอโคสาวทีหนึ่ง
“อ๊าย”เธอก็อ่อนระทวยนั่งลงกับพื้นทันที
ส่วนพี่กล้ามยิ้มดีใจตลอดเวลาผมฟาดไปนี่
น่าละเหี่ยใจจริงๆ
“Command คึกคักหน่อย อย่าได้ย่อท้อเพราะความล้มเหลวไม่กี่ครั้งนี่”
ผมใช้คทาเพิ่มความสามารถในการใช้ทักษะCommand ของผมต่อคนทั้งกลุ่ม
และได้พบว่า มันเปลืองพลังแบบคราวที่ Heal เลย
จนกระทั่งผมที่มีพลังมากยังต้องดื่มน้ำยาเพิ่มพลัง
เป็นการรู้ตัวเลยว่าที่นางเอกอย่างมาเรียใช้พลังบัฟได้ทั้งกองทัพนี่เป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
อืมผมคงต้องไปหาไอเท็มและฝึกเพิ่มพลังเวทย์สินะนี่
ไม่เป็นไรก็ฝึกร่วมกับพวกนี้ไปนั่นล่ะ
ผมให้พวกบัณฑิต ใช้สกิล Learning รอบผมตลอดเวลาเพื่อให้สกิลของผมขึ้นมาเร็วขึ้นอยู่แล้ว
จากที่ห่อเหี่ยวกัน
พอแสงสีขาวจากสกิลและคำตวาดของผมดังไปได้ยินกันทั่วพวกเขาก็หลังตรงและชูดาบและอาวุธขึ้นฟ้ากันทันที
ตามเนื้อเรื่องเกมส์ดยุกหมูอ้วนก็มีฉากอย่างนี้สินะท่าทางความสามารถพูดปลุกใจของดยุกหมูอ้วนเราจะสืบทอดต่อมาด้วยนี่เอง
“ท่านดยุกจงเจริญแฟมิเลียเพนดราก้อนจงเจริญ”
อันที่จริง พวกนักผจญภัยไม่ได้ท้อใจหรือคิดว่าแฟมิเลียเพนดราก้อนจะไม่ได้ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งแต่ประการใด
แต่พวกเขาแค่รู้สึกว่าท่านดยุกอูลริกเป็นคนเดียวที่แบกทั้งทีมนี้อยู่
ว่าแค่พวกเขาทำได้แค่ระดับนักผจญภัยธรรมดาแฟมิเลียนี้ก็ได้ที่หนึ่งอยู่แล้ว
และความสามารถในการที่ใช้สกิลสั่งการคนนับพันได้อย่างนี้
ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามัญที่ไหนจะทำได้
มีแต่คนระดับตำนานเท่านั้นถึงพอจะมีพลังมากเช่นนี้
ยกเว้นพี่กล้ามที่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยเพราะพวกเขามองว่าท่านดยุกคือเจ้านายที่เก่งที่สุดอยู่แล้ว
ต่อหน้าเจ้านายที่เก่งการแพ้ของพวกเขาก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วไม่ว่าจะมีจำนวนมากมายแค่ไหนก็ตาม
ซึงหากดยุกรู้คงกุมขมับกับแนวคิดของคนพวกนี้ว่าการพยายามเอาแนวคิดแบบการคำนวณสงคราม Calculus of warกับคนในโลกนี้ท่าทางอีกนานกว่าจะได้ผล