หลังจากที่เดินออกมาแล้วไลท์ก็เดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ส่วนราชาเดลเฟียสก็เดินไปหาผู้พิทักษ์โฮมเพลชและแม่ทัพใหญ่แรมเดล
เดซี่และองค์ชายใหญ่อัสลอนเดินไปจุดที่ไลท์และราชาเดลเฟียสยืนอยู่ก่อนหน้านี้
ทหารเอลฟ์และเหล่าผู้ชมโดยรอบพากันสงสัยว่าทำไมจู่ๆ มนุษย์ผู้หญิงถึงได้เดินมายังกลางสนามพร้อมกับองค์ชายใหญ่อัสลอน
แม้ว่าทุกคนจะสงสัยแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
“ เธอบินไม่ได้สินะ งั้นพวกเราสู้กันบนพื้นก็ได้ ” องค์ชายอัสลอนเยาะเย้ย เหมือนกับเป็นการเหยียดหยามแบบนัยๆว่าเธอไม่ใช่ระดับSแล้วจะเอาอะไรมาสู้กับฉันที่เป็นระดับSได้
“ แล้วใครบอกล่ะว่าฉันบินไม่ได้? ” เดซี่ยิ้มบางๆก่อนที่จะค่อยๆลอยตัวขึ้นบนท้องฟ้าท่ามกลางสายตาสุดช็อคของเหล่าเอลฟ์
“ บ้าน่ามนุษย์นั้นอายุเท่าไหร่เชียวแต่เป็นตัวตนระดับSได้แล้ว!! ”
“ จากที่ฉันคาดเดาน่าจะยังไม่ถึงยี่สิบปีเลยด้วยซ้ำ สำหรับเผ่ามนุษย์แล้วนับว่ายังเด็กเกินไปที่จะมาถึงระดับนี้ได้ ”
เอลฟ์คนอื่นๆพากันตกใจกับการที่เดซี่สามารถบินบนท้องฟ้าได้
แม้กระทั้งตัวตนระดับสูงอย่างราชาเดลเฟียส ผู้พิทักษ์โฮมเพลช แม่ทัพใหญ่แรมเดล ที่ปรึกษาโอเล่ และเฟลเลเนีย ก็ยังต้องประหลาดใจ
องค์ชายอัสลอนแค่นเสียงเย็นชาทีนึงก่อนที่จะบินขึ้นมาด้วยเหมือนกัน
การกระทำของเดซี่เปรียบกับการตบหน้าขององค์ชายอัสลอน เพราะเมื่อครู่เขาเพิ่งจะเยาะเย้ยเธอว่าไม่สามารถบินได้ แต่พอไม่กี่วินาทีต่อมาเธอก็บินขึ้นท้องฟ้า
“ ยัยสารเลวเอ้ย ” องค์ชายอัสลอนคำรามพร้อมกับหยิบดาบออกมาชี้หน้าเดซี่
“ เอ๋ นายก็ใช้ดาบด้วยหรือเนี้ย น่าสนใจจริงๆ ” เดซี่กระพริบตาและนำดาบของเธอชี้ไปที่องค์ชายอัสลอนเช่นกัน
“ เข้ามา ” องค์ชายอัสลอนตะโกนและคิดว่าเดซี่จะต้องบินเข้ามาแน่ๆแต่ทว่าเดซี่กลับยืนอยู่ที่เดิม
“ ไม่ล่ะทำไมฉันต้องทำตามที่นายบอกด้วย? นายนั้นแหละเข้ามานี้ ” เดซี่หัวเราะพร้อมกับกวักมือเรียก
องค์ชายอัสลอนโกรธและไม่ยอมขยับ
“ ไม่ได้นะฉันพูดแล้วนายต้องทำตาม ” เดซี่หัวเราะก่อนที่จะใช้ลมปราณของเธอในการดึงร่างขององค์ชายอัสลอนเข้ามาหาเธอ
องค์ชายอัสลอนที่ยืนอยู่ไม่ยอมขยับตัวแม้ว่าใบหน้าของเขาจะแสดงความโกรธออกมาก็ตาม แต่จู่ๆเหมือนกับมีพลังบางอย่างดึงร่างกายของเขาให้เข้าไปหาเดซี่
“ เกิดอะไรขึ้น? ” องค์ชายอัสลอนตกใจ
“ ก็บอกแล้วถ้าหากฉันพูดนายจะต้องทำตาม ” เดซี่หัวเราะก่อนที่จะพุ่งใส่องค์ชายอัสลอนทันที
องค์ชายอัสลอนที่ยังตกใจอยู่แต่เมื่อเห็นว่าเดซี่พุ่งเข้ามาเขาก็แสดงสีหน้าจริงจังและบินใส่ทันที
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
เสียงดาบปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ความเร็วของทั้งสองนับว่าเร็วกว่าระดับSคนอื่นจะมองทัน
“ เร็วกันจริงๆเลยนะสองคนนั้น ” ไลท์พูดขึ้นและหัวเราะออกมา
เดธปาร์ตี้เกือบทั้งหมดสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของเดซี่และองค์ชายอัสลอนทัน มีเพียงแค่คอลรุยและเบเรียลเท่านั้นที่ยังมองเห็นเป็นภาพรางๆเท่านั้น
ส่วนทางฝั่งเอลฟ์พากันตกใจเพราะการที่เดซี่สามารถใช้ดาบสู้กับองค์ชายอัสลอนนับว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากๆ
อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าองค์ชายอัสลอนเป็นนักดาบที่เชี่ยวชาญเวทย์ลม และเขายังเป็นคนที่ใช้ดาบเก่งเป็นอันดับต้นๆของอาณาจักรอีกด้วย ไม่สิแม้แต่อาณาจักรใกล้เคียงก็ยังหานักดาบเอลฟ์ที่มีฝีมือและอายุใกล้เคียงกับองค์ชายอัสลอนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ผ่านไปกว่าสิบนาทีทั้งสองคนจึงแยกออกจากกัน
เดซี่ยังคงสภาพเดิมโดยที่ไม่มีบาดแผลแม้แต่นิดเดียว มีเพียงแค่เสื้อผ้าที่มีรอยขาดอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากอะไร
แต่ทางด้านขององค์ชายอัสลอนตอนนี้ตามร่างกายมีบาดแผลจากการถูกฟันนับไม่ถ้วน เสื้อผ้าก็มีรอยขาดเป็นจำนวนมาก
ภาพนี้ทำให้เอลฟ์ทุกๆคนพากันตกใจเพราะนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคนที่มีทักษะดาบที่ยอดเยี่ยมกว่าองค์ชายอัสลอนอีก แถมอายุของเธอก็ยังน้อยกว่าองค์ชายอัสลอนมากด้วย
อย่าลืมว่าองค์ชายอัสลอนมีอายุกว่าห้าร้อยปี ส่วนเดซี่มีอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ ความห่างนี้นับว่าห่างไกลกันมาก
“ ฝีมือดาบของเธอฉันต้องยอมรับเลยว่าเธอเหนือกว่าแต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องชนะเธอให้ได้ ” องค์ชายอัสลอนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นี้เป็นแรกที่เขาเจอกับคนที่มีทักษะดาบที่เหนือกว่าเขาแถมยังอายุน้อยกว่าเขาอีกด้วย
“ งั้นหรอแต่ฉันคิดว่าไม่ว่ายังไงผลสุดท้ายก็คือนายจะต้องแพ้ ” เดซี่พูดพร้อมกับพุ่งตัวหาองค์ชายอัสลอน
“ ก็มาลองดูกัน ” องค์ชายอัสลอนคำรามพร้อมกับโบกมือเบาๆก่อนที่จะสร้างเวทย์กระสุนลมโจมตีใส่เดซี่
“ ก็แค่ของเด็กเล่นน่า ” เดซี่ปัดกระสุนลมขององค์ชายอัสลอนทั้งหมดอย่างง่ายดาย
“ มันก็ไม่แน่หรอก ” องค์ชายอัสลอนหัวเราะก่อนที่จะวาดดาบไปด้านหน้าจนเกิดคลื่นดาบสีทองพุ่งใส่เดซี่
“ ก็ดีขึ้นนิดหน่อยล่ะนะ ” เดซี่พึมพำและสร้างคลื่นดาบสีชมพูใส่องค์ชายอัสลอน
คลื่นดาบสีทองปะทะคลื่นดาบสีชมพูอย่างรุนแรง
จากนั้นเดซี่ก็ใช้ทักษะกลีบบุปผาคลั่งสังหารไร้ปราณีทันที
เดซี่หรือสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนได้รับคำสอนจากไลท์มาว่าเวลาต่อสู้ต้องปิดฉากคู่ต่อสู้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะในอนาคตไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะฉะนั้นต้องจัดการตัวปัญหาให้เร็วที่สุด
กลีบดอกไม้นับล้านล้านปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ฉากนี้ทำให้เอลฟ์ทั้งหมดที่กำลังชมอยู่ก็พากันประหลาดใจและรู้สึกว่ากลีบดอกไม้ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นสวยงามเป็นอย่างมาก แต่ก็มีเพียงแค่พวกเดธปาร์ตี้ที่รู้ดีว่ากลีบดอกไม้เหล่านี้มันอันตรายและสังหารผู้คนมาแล้วนับไม่ถ้วน
“ ช่างเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ ” องค์ชายอัสลอนมองดูกลีบดอกไม้ที่ลอยอยู่บนฟ้าด้วยแววตาชื่นชม
“ เหอะ อย่าคิดว่ามันจะสวยงามอย่างที่จินตนาการไว้ล่ะเพราะมันมีไว้เพื่อสังหารยังไงล่ะ ” เดซี่พูดจบเธอก็โบกมือเบาๆให้กลีบดอกไม้นับไม่ถ้วนพุ่งใส่องค์ชายอัสลอน
องค์ชายอัสลอนขมวดคิ้วแน่นก่อนที่จะรีบใช้มหาเวทย์ของเขาทันที
“ มหาเวทย์วายุสังหารรูปแบบที่สี่ : สายลมแห่งจุดจบ ” องค์ชายอัสลอนชี้ดาบมาด้านหน้า
วงแหวนเวทย์สีเขียวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหลังขององค์ชายอัสลอน
ทันใดนั้นก็ค่อยๆมีสายลมอ่อนๆพัดผ่าน
“ แย่แล้วพี่ใหญ่ใช้มหาเวทย์ที่สี่แล้ว ” เหล่าองค์หญิงองค์ชายทุกๆคนพากันตกใจและรีบวิ่งหนีทันที
ส่วนทหารเอลฟ์คนอื่นๆเองก็รีบวิ่งหนีเอาตัวรอดด้วยเหมือนกัน แม้แต่พวกเอลฟ์ที่กำลังชมอยู่ในพื้นที่ห่างไกลก็ยังแตกตื่นและหันหลังวิ่งหนีทันที
แต่ทว่ามีเพียงราชาเดลเฟียส ผู้พิทักษ์โฮมเพลชและแม่ทัพใหญ่แรมเดลที่ยังอยู่กับที่ ส่วนทางด้านที่ปรึกษาโอเล่และเฟลเลเนียหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
“ เกิดอะไรขึ้น? ” ไลท์และคนอื่นๆพากันสงสัย
“ ทุกคนรีบหนีเร็วเข้า ” โมลิเซียตะโกนด้วยความตกใจ
“ เกิดอะไรขึ้นหรอโมลิเซีย ” เบเรียลถามด้วยความสงสัย ส่วนคนอื่นๆเองก็รู้สึกสงสัยเหมือนกัน
“ ก็ตอนที่พี่ใหญ่ใช้มหาเวทย์รูปแบบที่สี่เขาไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้บางครั้งมันก็ทำร้ายพวกเดียวกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว อีกอย่างนี้คือมหาเวทย์ที่รุนแรงที่สุดอีกด้วยถ้าหากไม่หลบล่ะก็พวกเราคงถูกสายลมของพี่ใหญ่หั่นเป็นชิ้นๆแน่ ” โมลิเซียพูดด้วยความเร่งรีบ
ไลท์และคนอื่นๆก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมทุกๆคนได้รีบหนีเอาตัวรอดแบบนี้
“ งั้นก็ป้องกันเอาไว้ก่อนแล้วกัน ” ไลท์พึมพำเบาๆก่อนที่จะสร้างม่านพลังกว่าห้าร้อยชั้นครอบคลุมทุกๆคนเอาไว้
“ พี่ไลท์มันจะไม่เป็นไรใช่ไหม? ” โมลิเซียกังวล
“ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ม่านพลังป้องกันของฉันสามารถรับการโจมตีของระดับSSได้เลย ” ไลท์พูดพูดขึ้น ถ้าหากทับซ้อนกันกว่าพันชั้นล่ะก็นะ
“ สุดยอดไปเลยพี่ไลท์ ” โมลิเซียตื่นเต้น
เมื่อทุกๆคนเห็นว่าไลท์สร้างม่านพลังป้องกันเอาไว้ก็ทำให้คนอื่นๆได้แต่อิจฉาเพราะไม่มีใครนอกจากไลท์ที่สามารถสร้างม่านพลังป้องกันได้ ส่วนเดธปาร์ตี้คนอื่นๆแม้ว่าจะสร้างได้แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับไลท์
ไลท์และคนอื่นๆมองไปยังมหาเวทย์ขององค์ชายอัสลอนอย่างตั้งใจ
ราวกับว่าสายลมเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนแม้แต่ต้นไม้ที่อยู่รอบๆก็ถูกตัดโดยสายลมจนล้มกันระเนระนาด ส่วนกลีบดอกไม้ของเดซี่นับล้านล้านก็ถูกทำลายโดยสายลมขององค์ชายอัสลอน แต่ไม่ว่าจะทำลายยังไงกลีบดอกไม้ก็โผล่ออกมาเรื่อยๆ
การปะทะกันระหว่างกลีบดอกไม้กับสายลมรุนแรงอย่างต่อเนื่องจนกระทั้งผ่านไปกว่าห้านาทีก็ยังหาผู้ชนะไม่ได้
“ ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้อง ” เดซี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง ก่อนที่จะเปิดใช้ออร่าเทพบุปผา
คลื่นพลังของเดซี่สูงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั้งอยู่ในระดับSและยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คลื่นพลังของเดซี่ทำให้เอลฟ์ที่กำลังวิ่งหนีกันต้องหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองด้วยความตกใจ
แม้แต่ราชาเดลเฟียส ผู้พิทักษ์โฮมเพลช แม่ทัพใหญ่แรมเดลก็ยังต้องแสดงสีหน้าจริงจังเมื่อสัมผัสถึงคลื่นพลังของเดซี่
ดาบในมือของเดซี่ค่อยๆเปร่งแสงสีชมพูอ่อนๆออกมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั้งกลายเป็นสีชมพูเข้ม
“ เพลงดาบบุปผา : ระบำบุปผาสุดท้าย ”
ทันใดนั้นร่างกายของเดซี่มีกลีบดอกไม้กระจายออกมาจากตัวของเธอ
สายลมขององค์ชายอัสลอนก็ยังคงพุ่งใส่เดซี่อย่างต่อเนื่องจนทำให้เดซี่มีแผลจำนวนมากตามร่างกายของเธอ เพียงแต่ไม่นานจุดที่เป็นแผลก็ค่อยๆรักษาตัวเองจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
องค์ชายอัสลอนมองดูเดซี่ด้วยแววตาตกใจและจริงจังขึ้นมา
เดซี่ลืมตาขึ้นพร้อมกับมองไปองค์ชายอัสลอนก่อนที่จะหายตัวไปทันที
ราวกับมีอะไรบางอย่างได้ผ่านตัวเขาไปพร้อมกับมีกลีบดอกไม้ที่บินเป็นเส้นตรงจากด้านหน้าของเขายาวไปถึงด้านหลังของเขา
“ เร็วมาก ” องค์ชายอัสลอนตกใจก่อนที่จะพบว่าเดซี่ตอนนี้อยู่ด้านหลังของเขาแล้ว
เดซี่พุ่งผ่านตัวองค์ชายอัสลอนจนไม่มีใครมองทันนอกจากตัวตนระดับSSทั้งสาม ไลท์และเฮลเฟลช
เฮลเฟลชมองไปที่เดซี่ด้วยแววตาชื่นชมและพูดขึ้นว่า “ เป็นเด็กที่แข็งแกร่งอะไรแบบนี้ นายได้สอนสัตว์ประหลาดแล้วล่ะไลท์ ”
“ฮ่าฮ่า เพราะเธอเป็นคนขยันด้วยแหละทำให้เธอมาถึงจุดนี้ได้ ” ไลท์เองก็เพิ่งเคยเห็นท่านี้ของเดซี่เหมือนกัน ดูเหมือนว่าเธอจะเก็บความลับได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ
ราชาเดลเฟียสและคนอื่นๆส่ายหน้าเบาๆก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ การต่อสู้จบแล้วล่ะ ”
องค์ชายอัสลอนที่กำลังหันหลังกลับไปสู้กับเดซี่ก็พบว่าร่างกายของเขาถูกดาบของเดซี่ฟันนับไม่ถ้วนทำให้เลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ แข็งแกร่งจริงๆ ” องค์ชายอัสลอนพูดจบร่างของเขาก็ล่วงหล่นมาที่พื้น โชคดีที่ราชาเดลเฟียสรับร่างขององค์ชายอัสลอนได้ทันไม่อย่างนั้นก็อาจจะได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก
เดซี่เองก็ค่อยๆบินลงมาที่พื้นก่อนที่จะคุกเข่าลงและหายใจอย่างหนักหน่วง
ไม่นานเดซี่ก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเห็นว่าพวกไลท์เดินเข้ามา
“ อิอิ ท่านี้เป็นท่าที่ฉันคิดเองเชียวนะอาจารย์เป็นอย่างไงบ้างล่ะ ” เดซี่ถามด้วยความตื่นเต้น
“ เป็นท่าที่รุนแรงใช้ได้เลยนะเนี้ยศิษย์ของฉัน” ไลท์หัวเราะออกมาอย่างภูมิใจ
“ แน่นอนในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ฉันไม่สามารถทำให้อาจารยผิดหวังได้หรอก ” เดซี่หัวเราะออกมา
“ ถ้าหากฉันเดาไม่ผิดมันจะต้องมีเพลงดาบที่ต่อจากเพลงดาบเมื่อกี้ด้วยใช่ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น เพราะถ้าหากมันเป็นเพลงดาบแล้วล่ะก็มันก็ต้องมีกระบวนท่าที่สองหรือสามต่อๆมา
เดซี่พยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้วอาจารย์ตอนนี้ฉันเพิ่งจะคิดค้นได้แค่สองท่าเท่านั้นนั่นก็คือระบำบุปผาสุดท้ายกับบุปผากลืนกิน ”
“ แค่นี้เธอก็ยอดเยี่ยมแล้ว ” ไลท์ยิ้มส่วนคนอื่นๆเองก็ชื่นชมเดซี่
ในฐานะที่เดซี่เป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มเธอจึงได้รับความรักจากทุกๆเสมอ
“ เดซี่หลังจากนี้เธอนับจากนี้ไปเธอคือตัวตนที่มีความแข็งแกร่งเท่าเทียบกับระดับSแล้วนะ เมื่อก่อนยังไม่มีมนุษย์คนไหนที่อายุเท่ากับเธอแล้วแข็งแกร่งขนาดนี้เลย ” เฮลเฟลชพูดด้วนรอยยิ้ม
เดซี่เป็นคนที่เธอชอบคุยด้วยมากที่สุดเพราะเธอเป็นคนที่คุยเก่งและยิ้มง่าย นอกจากนี้เธอยังมักจะนำขนมอร่อยๆมาให้เธอกินเป็นประจำรวมไปถึงพาเธอไปเลือกซืิ้อของต่างๆ ทำให้เฮลเฟลชมักจะอยู่กับเดซี่ตลอดเวลาและเธอก็เห็นเดซี่เหมือนกับน้องสาวแท้ๆของเธออีกด้วย
หลังจากผ่านไปกว่าสิบนาที ทหารเอลฟ์ก็กลับมาทำหน้าที่ตามเดิม ส่วนองค์ชายและองคหญิงเอลฟ์ก็มาดูอาการขององค์ชายอัสลอน
แม้ว่าจะไม่เชื่อว่าพี่ใหญ่ของพวกเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่ก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้ นอกจากนี้ดูเหมือนว่ามนุษย์ผู้หญิงคนนั้นจะแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาเห็นมาก
ส่วนตัวตนระดับสูงที่เฝ้าดูอยู่ก็จากไปตั้งแต่รู้ผลแพ้ชนะแล้ว