ประมุขนิกายต่างๆที่ได้ยินเทียนฉินเอ่ยเตือนออกมาแบบนั้น ต่างหันมามองหน้ากันพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน เรื่องกับดักหรืออุปสรรคต่างๆมีหรือที่พวกมันจะหวาดกลัวได้ เพราะแม้แต่เทียนฉินที่มีระดับพลังต่ำกว่าพวกมันยังผ่านเข้าไปจนถึงด้านในได้ ทำไมประมุขนิกายอย่างพวกมันจะต้องไปกังวลให้เหนื่อยเปล่ากันด้วยเล่า
หลังจากที่สบสายตาตกลงกันอย่างเงียบๆแล้ว ก็เป็นเค่อซัวไห่เองที่เดินนำหน้าเข้าไปด้านใน ส่วนคนอื่นๆก็รีบเดินตามเข้าไปด้วยสีหน้าและแววตาที่ต่างคาดหวังอะไรกันอยู่พอสมควร
"เทียนฉิน! เรื่องที่เจ้าบอกมามันมีอันตรายมากน้อยแค่ไหนกัน?"
หยางชิงเว่ยส่งกระแสจิตถามเทียนฉินในขณะประมุขของนิกายอื่นพากันเดินเข้าไปด้านในแล้ว
"ตอนที่ศิษย์ได้ผ่านเข้าไปเพียงพบเจอกับฝูงตั๊กแตนตำข้าวที่ดุร้ายเท่านั้นท่านอาจารย์!"
"แต่อุโมงค์ทางเข้าอื่นศิษย์ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่ามีสัตว์ประหลาดตัวอื่น หรือว่ากับดักอะไรนอกเหนือไปจากนี้หรือเปล่า!"
เทียนฉินส่งกระแสจิตตอบกลับไปในขณะที่ก้าวเดินตามเข้าไปในถ้ำ
"อ่อ! ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีเรื่องให้น่ากังวลสักเท่าไหร่นัก!"
หยางชิงเว่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินตามเทียนฉินเข้าไปด้านในทันที
ในขณะที่ทุกคนพากันเดินเข้าไปด้านในนั้น บรรยากาศภายในถ้ำก็ยังคงเหมือนเดิมกับตอนที่เทียนฉินเคยเข้ามาทุกอย่าง ซึ่งประมุขแต่ละคนก็ได้เลือกเข้าไปภายในอุโมงค์ที่แตกต่างกันไป ยกเว้นหยางชิงเว่ยเท่านั้นที่เลือกที่จะตามเทียนฉินเข้าไปในทางที่เขาเคยผ่านมาก่อน เพราะไม่ต้องการจะเปลืองแรงต่อสู้โดยเปล่าประโยชน์
หลังจากใช้เวลาไม่นานนัก เทียนฉินกับหยางชิงเว่ยก็ได้โผล่ออกมาด้านนอก ก่อนที่ประมุขคนอื่นๆจะทยอยตามกันออกมาติดๆ และเมื่อทุกคนได้ออกมาจากอุโมงค์กันครบหมดแล้ว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้หลายคนอดที่จะตกตะลึงไม่ได้
"ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีปราสาทหลังใหญ่ซ่อนอยู่ในใต้ดินเช่นนี้!"
อวี่เหยียนป้าอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้เห็น เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นปราสาทสีขาวหลังใหญ่ ตั้งอยู่ด้านบนโดยมีบันไดทอดยาวลงมาหลายพันขั้น
"ไม่รู้ว่าเป็นผู้กล้าท่านใดกันแน่ที่ถูกฝังอยู่ในที่แห่งนี้!"
ประมุขของนิกายรุ่งสุริยันพึมพำออกมาอย่างสงสัย ในเมื่อมีความสามารถสร้างสุสานของตนเองได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ บุคคลนั้นจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่
"พวกเราขึ้นไปด้านบนกันเถอะ!"
อวิ๋นต้าโหวเห็นทุกคนยังตกตะลึงกันไม่หาย ก็ไอออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยบอกกับทุกคนให้รีบขึ้นไปทันที
และเมื่อทั้งหมดก้าวเดินขึ้นไปก็พบเจอกับบททดสอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพโครงกระดูกที่มีอยู่มากมาย แต่สำหรับระดับพลังของพวกเขาทั้งหมด ชั่วพริบตาโครงกระดูกพวกนั้นก็ถูกทำลายจนแตกสลายอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งทั้งหมดได้เดินมาถึงประตูบานใหญ่ อวิ๋นต้าโหวที่ใจร้อนก็ผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ด้วยผลึกแสงที่ยังคงสภาพอยู่เหมือนเดิม ทำให้ทั้งหมดที่ได้เข้ามานั้นมองเห็นทุกอย่างภายในห้องโถงได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่สะดุดตาพวกเขาก็คือรูปปั้นมนุษย์ที่มีหัวเป็นพยัคฆ์ซึ่งตั้งเด่นอยู่บนแท่นหิน
"ข้าน้อยเทียนฉินคารวะท่านอาวุโส!"
เทียนฉินไม่สนใจประมุขทั้งหลายที่ยังคงมองสำรวจไปทั่วห้องโถง รีบเดินเข้าไปทางรูปปั้นพร้อมกับก้มคุกเข่าทำความเคารพอย่างนอบน้อม ส่วนคนอื่นๆได้ยินเสียงของเทียนฉินต่างก็พากันกุมมือก้มหัวทำความเคารพตามทันที
"แล้วปีศาจตนนั้นถูกกักขังไว้ที่ไหนกัน?"
อวี่เหยียนป้าเอ่ยถามขึ้นมาอย่างผิดหวัง เพราะจากที่มันมองสำรวจไปจนทั่วแล้วก็ไม่ได้พบกับสิ่งของใดๆเลย เป็นเพียงห้องโถงว่างเปล่าแห่งหนึ่งเท่านั้นเอง
เทียนฉินยืนจ้องมองไปที่รูปปั้นหัวพยัคฆ์อย่างคาดหวัง ว่าเสี้ยวจิตวิญญาณที่หลงเหลืออยู่นั้นจะปรากฏออกมาให้เขาได้เห็นอีกสักครั้ง แต่เมื่อรอไปสักระยะหนึ่งก็ยังไม่เห็นว่าจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์คนนี้จะโผล่ออกมา จึงได้แต่ถอนหายใจก่อนจะหันไปเอ่ยกับทุกคนที่รอคำตอบเขาอยู่
"ข้าน้อยขอลองดูก่อนว่าจะสามารถสื่อสารกับจิตวิญญาณของผู้อาวุโสท่านนี้ได้อีกหรือไม่!"
เมื่อกล่าวจบเทียนฉินจึงได้เดินอ้อมไปยังด้านหลังของรูปปั้น ก่อนจะยื่นมือไปทาบตรงกลางหลังพร้อมกับส่งกระแสจิตเข้าไปในรูปปั้นนั้นทันที
"ข้าน้อยเทียนฉินไม่ได้มีเจตนามารบกวนผู้อาวุโสแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าผู้คนที่มาพร้อมกับข้าน้อยนั้น ต้องการที่จะยืนยันถึงตัวตนของปีศาจตนนี้ว่าได้ถูกกักขังไว้จริงหรือไม่ อีกทั้งยังต้องการทราบถึงระดับพลังของปีศาจตนนี้ เพื่อที่จะได้หาหนทางกำจัดพวกมันไม่ให้มีโอกาสหลุดรอดออกมาสู่โลกภายนอกได้!"
เทียนฉินสูดหายใจเข้าปอดก่อนเอ่ยออกมาอีกครั้ง
"ผู้อาวุโสได้โปรดอนุญาตให้พวกเราได้ลงไปด้านล่างด้วยเถิด!"
ในทันใดนั้นเองราวกับว่าจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์หัวพยัคฆ์จะรับรู้ได้ถึงเจตนารมณ์ของเทียนฉิน เมื่อสิ้นเสียงของเขารอบๆรูปปั้นก็พลันเปล่งแสงเหลืองนวลออกมาจนสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ พื้นหินที่พวกเขายืนอยู่เริ่มสั่นสะเทือน ก่อนที่แผ่นหินด้านหลังรูปปั้นซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเทียนฉินมากนัก ก็เริ่มขยับเขยื้อนจนเกิดเป็นช่องว่างกว้างพอให้คนได้ลงไปได้
อวี่เหยียนป้าที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบวิ่งเข้ามาดู พลันพบว่าตรงช่องที่เปิดออกนี้มีบันไดทอดยาวให้เดินลงไปด้านล่างได้ ก็ร้องตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น
"พวกเรามาดูตรงนี้มีทางลงไปด้านล่างด้วย!"
คนที่เหลือได้ยินดังนั้นก็รีบพากันมาล้อมวงมองดูกันอย่างตื่นเต้นตามไปด้วย ส่วนเทียนฉินถอนหายใจอย่างโล่ง ที่ตนเองสามารถสื่อสารกับจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์คนนี้ได้อยู่ จากนั้นจึงเริ่มก้าวเดินนำพวกเขามั้งหมดลงไปด้านล่างทันที
แต่ในขณะที่เทียนฉินและกลุ่มประมุขนิกายกำลังจะเดินลงไปนั้นเอง ก็พลันมีเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจ จนสร้างความกดดันให้กับพวกเขาดังแว่วเข้าหูของทุกคน
"พวกเจ้ามีเวลาเพียงแค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้นที่จะลงไปด้านล่างแห่งนี้ได้ หากครบกำหนดแล้วผู้ใดยังไม่ยอมกลับขึ้นมา หรือว่ามีความคิดที่จะทำลายค่ายกลที่ข้าปิดกั้นไว้อยู่ ข้าจะฝังคนผู้นั้นให้อยู่เฝ้าสุสานเป็นทาสรับใช้ข้าทันที!"
อวี่เหยียนป้า เค่อซัวไห่ อวิ๋นต้าโหวและประมุขนิกายรุ่งสุริยัน รวมถึงหยางชิงเว่ยต่างสะดุ้งแตกตื่นกับคำขู่ของผู้พิทักษ์ จนรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ไหลซึมอยู่ด้านหลัง มีเพียงเทียนฉินเท่านั้นที่เผยรอยยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินนำลงไปด้านล่างโดยไม่ได้วิตกกังวลเท่าไหร่นัก
หยางชิงเว่ยเป็นคนแรกที่รู้สึกตัวก็เดินตามเทียนฉินลงไปด้านล่าง ก่อนที่คนอื่นจะทยอยพากันเดินตามลงไป เพียงไม่นานทั้งหมดก็ได้ลงมายังห้องด้านล่างกันครบ แต่เทียนฉินกลับรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างว่าห้องที่เขาลงมานี้ไม่เหมือนกับที่เขาเคยลงมาเมื่อครั้งก่อน
เพราะภายในห้องที่เทียนฉินเห็นอยู่ตอนนี้ มีเพียงแท่นหินขนาดใหญ่ไม่สูงมากนักอยู่เพียงอย่างเดียว หากเขาคาดเดาไม่ผิดแท่นนี้คงเป็นแท่นวางโลงศพของผู้พิทักษ์คนนั้นอย่างแน่นอน
"แล้วโลงศพมันหายไปไหนกัน?"
เทียนฉินพึมพำอยู่ในใจด้วยความสงสัย พลางส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้นใดนั้นเองเขาก็พลันพบว่าบริเวณแท่นหินที่อยู่ตรงหน้านั้น มีพลังต้องห้ามบางอย่างทำให้ไม่สามารถส่องทะลุไปถึงด้านในได้
และเมื่อความคิดหนึ่งแล่นผ่านเข้ามา แววตาของเทียนฉินก็ปรากฏแสงสีขาวเรืองรองขึ้นอยู่รอบๆ นี้คือเคล็ดวิชาเบิกเนตรที่เขาได้รับมาตอนบรรลุระดับก่อกำเนิดขั้นสูง ภาพตรงหน้าที่มีแท่นหินขวางกันอยู่ก็พลันถูกกระแสจิตของเขามองทะลุเข้าไปด้านในได้อย่างง่ายดาย
"หวังว่าข้าคงไม่ได้ไปปลุกให้ปีศาจตนนั้นตื่นขึ้นมาหรอกนะ!"
หลังจากครุ่
นคิดอยู่ไม่นานนัก เทียนฉินก็กัดฟันส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบด้านในทันที
จบตอนที่ 158