"แค้ก แค้ก" ชางอวิ๋นเดินออกมาพร้อมกับอาการสำลักควันที่เกิดขึ้น แรงระเบิดฟุ้งกระจายไปรอบๆเต็มพื้นที่
"ขอโทษทีนะท่าน พอดีข้าเร่งพลังจนบอลมันระเบิดออกมาเลย ข้าไม่รู้ว่ามันจะระเบิดได้ด้วย" !
ชางเหลียน ชางเหอและหลินเฟย ทั้ง 3 คน อยู่ในอาการมึนงง คล้ายกับสติจะหลุดลอยออกจากร่างไป สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า มันเป็นสิ่งที่ยิ่งกว่าอสูรกาย 'คิเมร่า' มานั่งจิบชาพูดคุยด้วยกันกับพวกเขา มันเป็นเพราะเด็กหนุ่มอายุ 15 สามารถระเบิดอุปกรณ์ของผู้สร้างระดับเซียนได้
"ท่านชางเหอ น-น-นี่ท่านหยิบลูกบอลพลังปราณระดับสูงสุดออกมาใช่ไหม" ผู้เฒ่าชางเหอพยักหน้าอย่างช้าๆ แทบจะไม่เชื่อสายตาของตนเองที่อยู่ตรงหน้า
หลินเฟย แสดงอาการตกใจทันที !! ที่ได้ยินว่านี่คือลูกบอลพลังปราณขั้นสูงสุดของตระกูลชาง
"ห๊ะ พ-พ-พวกท่านอย่ามาล้อข้าเล่นเป็นเด็กๆ ลูกบอลระดับนี้มันรองรับพลังได้ถึง 10,000 เชียวนะ ถ้ามันทนไม่ได้จริงๆ ชางอวิ๋นของข้านั้นมีพลังเทียบเท่า ห้วงมิติในระดับเซียนเลยรึ (พลังปราณระดับที่ 6)"
"ข-ข-ข้า ก็ ว-ว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้หน่า ลูกบอลพลังปราณน่าจะเกิดเหตุขัดข้องอะไรรึเปล่า"
เพียงแค่พริบตาเดียว ที่ทุกคนละสายตาออกจากลูกบอลพลังปราณ ชางอวิ๋นอยากจะทดสอบว่าจริงๆแล้ว ถ้าเขาเร่งหมัดจ้าวพิภพถึงขีดสุด พลังเต็มที่ของเขาจะสามารถทำให้เลขพลังขึ้นได้ถึงเท่าไร เพื่อที่จะประเมินในการแข่งขันของทวีปแดนเหนือได้ถูกต้อง
แต่ไม่ทันได้เร่งถึงขีดสุดลูกบอลกลับต้านทานพลังของชางอวิ๋นไม่ไหว มันจึงระเบิดเป็นชิ้นส่วนกระเด็นไม่เหลือซาก
"อ้าว ~~แล้วท่านอาหลินเฟย ท่านมาทำอะไรที่นี่อย่างงั้นรึ นี้มันยังไม่ครบวันที่กำหนดเลย กะเอาไว้ว่าอีก 3-4 วัน ข้าก็จะกลับไปพักที่เมืองตระกูลหลินแล้ว" ชางอวิ๋นเห็นหลินเฟยเข้ามาในนี้ก็แปลกใจจึงไม่ลืมที่จะทักทายอย่างคนรู้จัก
หลินเฟยได้อธิบายทุกอย่างของชางอวิ๋น ให้ชางเหลียนได้ฟัง ผู้นำตระกูลชางเองก็แอบเสียดายในความสามารถของชายหนุ่มผู้นี้ อยากจะชักชวนเข้าทีมเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลของเขา
ในหนึ่งพันปีที่ผ่านมา ไม่มีแม้แต่โอกาส ที่จอมยุทธรุ่นเยาว์ของเขาผ่านการแข่งขันรอบที่ 1 ในการแข่งขันของทวีปแดนเหนือได้เลย แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องบาดหมางกับตระกูลหลินที่ร่วมกันต่อสู้ สาบานเป็นพี่เป็นน้องกันมาอย่างยาวนาน
"ไหนๆ เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แล้ว เจ้าไม่ต้องแข่งขันในรอบถัดไปในวันพรุ่งนี้ และกลับไปที่เมืองตระกูลหลินได้เลย มีเวลาอีกไม่มากนักในการเตรียมตัว"
"ถ้าอย่างนั้น เมื่อทุกท่านสรุปกันแบบนี้แล้ว ข้าจะขอรับรางวัลที่ข้าสมควรจะต้องได้ก่อนเลยหละกัน ซัก 12 ชั่วยาม ก่อนที่ข้าจะกลับไปพร้อมกันกับท่านหลินเฟย ข้าขอไปเห็นกับตาหน่อย ว่าบ่อน้ำแห่งเทพมันจะขนาดไหน . . . . ตกลงแบบนี้หละกันนะ ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย ?"
. . . . . . . . . . !!!!!
. . . . . . . . . .
ภายในห้องส่วนตัวที่ใหญ่โตโอ่อ่า มีของใช้สวยงามที่มูลค่ามากมายยิ่งกว่าทองคำ ผู้นำตระกูลชางและผู้นำตระกูลหลิน ได้นั่งหาลือในหลายๆเรื่อง พวกเขาไม่ค่อยได้พบเจอกันช่วงหลายปีมานี้
"นี้ท่านเป็นคนใจกว้างอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน กล้าให้เด็กที่ยังไม่รู้แม้แต่ต้นตระกูลได้ใช้บ่อน้ำแห่งเทพ" ก่อนหน้านั้น มีการตกลงกันอย่างลับๆ ทั้ง 4 ตระกูล ทุกๆ 5 ปี จะหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อที่จะได้ครอบครองบ่อน้ำแห่งเทพ ซึ่งมันก็ตกเป็นของตระกูลชางมามากกว่า 5 ชั่วอายุคนแล้ว ทำให้พลังปราณที่ห่างกันเพียงเล็กน้อยกลับค่อยๆเริ่มมีช่องว่างที่มากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
"เหอะ ! ใครจะไปคิดว่ามันจะอัดพลังปราณจนลูกบอลระเบิดแบบนั้นได้ ยังไงข้าก็ยังคงเป็นคนที่ยึดถือสัจจะเป็นที่ตั้ง"
"ข้าว่าเจ้าหนุ่มคนนี้หละ จะเป็นกำลังสำคัญและช่วยให้ดินแดนทั้งหมดปลอดภัยจากไอ้พวกชั่วร้ายนั้น" หลินเฟยเอ่ยปากชม และ พูดถึงบางอย่างที่แม้แต่จอมยุทธในทวีปแดนเหนือยังขยาด
"ข้าอยากรอดูการเติบโตของเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้เร็วๆ อยากรู้ว่ามันจะไปได้ถึงระดับไหนกัน"
แล้วทั้งคู่ก็จะนั่งชนสุรา จนถึงชางอวิ๋นออกมาจากการใช้บ่อน้ำแห่งเทพจนถึงเวลานัด
ผู้เฒ่าชางเหอเป็นคนพาชางอวิ๋นเดินไปยังห้องมิติ เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำแห่งเทพ เดินผ่านทางบันไดใต้ดินของวังตระกูลชาง ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ห้องนั้นมากเท่าไร ตัวของชางอวิ๋นก็ยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันมหาศาลวิ่งเข้ามาในร่าง
'ไอ้เด็กนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่ ขนาดมาครั้งแรกกลับไม่รู้สึกถึงบรรยากาศอันแสนอึดอัดของปราณเทพเลยได้ยังไง?' ผู้เฒ่าชางเหอถึงกับต้องโคจรพลังปราณห่อหุ้มตัวเอาไว้เพื่อป้องกันบรรยากาศเทพ มันเป็นปราณที่คอยปกป้องก่อนที่จะถึงบ่อน้ำ
เมื่อทั้งคู่ก้าวมาถึงบ่อน้ำเทพประทาน ชางเหอก็เริ่มให้คำแนะนำ
"ถ้าเจ้ารับความเข้มข้นของปราณไม่ไหวให้เจ้าขึ้นมาพักด้านบนซักครึ่งชั่วยาม แล้วลงไปบ่มเพาะใหม่จะทำให้เจ้าใช้บ่อน้ำแห่งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด" เมื่ออธิบายเสร็จ ชางเหอก็ปล่อยให้ชางอวิ๋นอยู่เพียงลำพัง
บ่อน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้ถึง 20 , 30 คน มีพลังปราณของเทพอัดแน่นอยู่ภายใน แต่เป็นเพราะบ่อน้ำแห่งเทพ จึงไม่เคยมีใครได้ใช้พร้อมกัน 2 คนขึ้นไป
ถ้าผู้อาวุโสระดับสูงต้องการจะใช้บ่อน้ำแห่งเทพนี้ ต้องลงเพียงคนเดียวเท่านั้น มันเป็นเพราะกฎของผู้นำแต่ละรุ่นสืบทอดกันมา จึงเป็นบ่อน้ำที่ยังคงสภาพใหม่อยู่ตลอดเวลา
ก่อนจะลงไปบ่มเพาะพลังปราณในบ่อน้ำ ชางอวิ๋นเตรียมตัวพร้อมจะรับมือกับบ่อน้ำแห่งเทพ เขากะว่าจะใช้โอกาสนี้ กินโอสถทะลวงปราณไปพร้อมกันกับแช่ในน้ำบ่อเลย
เมื่อเตรียมโอสถเรียบร้อย เขาก็โยนเข้าปากทันที ถอดเสื้อผ้า และค่อยๆลงไปในบ่อน้ำทันที
"หืออ ทำไมถึงรู้สึกถึงความร้อนและอึดอัดในกลางอกของข้านะ (ในวิถีแห่งเซียน ??) !! พลังในบ่อน้ำมันเข้าไปรวมในลูกแก้วมังกรฟ้า"
ทันทีที่ชางอวิ๋น ก้าวลงไปในบ่อน้ำก็เกิดกระแสน้ำวน ไหลเชียวแทบจะทะลุออกจากบ่อ แต่ด้วยพลังพิเศษของเทพ ทำให้บ่อน้ำแห่งนี้แข็งแกร่งเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจได้
"กรอดด" เสียงกัดฟันแน่นเขาเริ่มที่จะทนไม่ไหว ระยะเวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 10 ลมหายใจ แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้กับแรงกดดันของพลังปราณที่ซัดเขามาเติมเต็มในวิถีเซียนของเขา
ชางอวิ๋นโคจรพลังระฆังทองออกมาเพื่อป้องกันพลังอันบ้าคลั่งนี้ ทำให้เขารู้สึกสบายขึ้น แต่ก็ยังคงอึดอัดอย่างต่อเนื่อง
ครึ่งชั่วยามผ่านไป . . . . นอกจากวิชาระฆังทองแล้ว เขาได้โคจรหมัดจ้าวพิภพ เร่งขึ้นไปถึง 60 เท่า เพื่อเพิ่มพลังป้องกันและโคจรการบ่มเพาะพลังไปพร้อมๆกัน
1 ชั่วยามผ่านไปก็เกิดปรากฎการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น
"อ๊ากกกกกกก" ดวงวิญญาณและพลังปราณทั้งหมดภายในบ่อ ทะยานขึ้นบนฟ้าและไหลพุ่งเข้าไปรวมอยู่ในร่างของชางอวิ๋นภายในอึดใจเดียว ทำให้ชางอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงกรีดร้องขึ้นมา
ชางอวิ๋นเห็นท่าไม่ดีจึงระเบิดหมัดจ้าวพิภพขั้นสูงสุด รวบรวมลมปราณอัดพลังเท่าที่ตนเองจะทำได้ มาป้องกันตนเองเพื่อลดพลังการไหลเข้าสู่ลูกแก้ว แต่ทว่า . . ยังไงนี่มันก็คือพลังของเทพ เขาไม่สามารถที่จะต้านทานได้เลย สติของเขาเริ่มเลือนราง และ
. . . .
. . . .