จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 96 กับดักของจิ้งหมิงเฟิงและหายนะอันเหลวไหลไร้สาระที่คืบคลานเข้ามา

            ระหว่างหลบจากแรงระเบิดที่สะเทือนรอบด้านตรงหน้าจิ้งหมิงเฟิงก็พลันส่งเสียงหัวเราะประหลาดพิกลออกมา “ดูนี่!”

            พร้อมกับเสียงสะบัดจากแขนทั้งสองข้างมือทั้งคู่ของจิ้งหมิงเฟิงเปลี่ยนเป็นกรงเล็บจากนั้นไม่นำพาต่อการจู่โจมของป้าจ้าว มันวาดมือออก ---แล้วตะปบใส่หน้าอกป้าจ้าว...

            ป้าจ้าวตะลึงลานไร้คำพูด--- นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกปรือวิญญาณ!ผู้ฝึกปรือวิญญาณประเภทใดที่จะต่อสู้โดยการตะปบใส่หน้าอกของอีกฝ่าย?นี่เป็นอุบายอันกลอกกลิ้งจากคนต่ำช้าเท่านั้น!

            ด้วยสัญชาตญาณป้าจ้าวละทิ้งท่าจู่โจมกลางคันเปลี่ยนเป็นใช้สองมือป้องกันหน้าอกตนเอง

            จิ้งหมิงเฟิงหัวเราะอย่างชั่วร้ายพร้อมกับย่อเท้าขวาลงอาศัยแรงถีบเคลื่อนไปด้านซ้ายละทิ้งป้าจ้าวไปหาหญิงสาวที่ห่างออกไปหลายวา

            “นางงามน้อยยิ้มสิ! นายท่านไป๋หยุนเฟยมีรางวัลให้!”จิ้งหมิงเฟิงหัวร่อก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสแก้มนาง

            ใบหน้าหญิงสาวแดงเข้มยิ่งขึ้นก่อนจะโยกศีรษะหลบมืออันลามกของจิ้งหมิงเฟิงขณะเดียวกันสายตานางเปลี่ยนเป็นโกรธแค้นยามเตะเท้าขวาอย่างอำมหิตใส่หว่างขาจิ้งหมิงเฟิง

            “โอ มารดาของเรา!”จิ้งหมิงเฟิงร้องออกมาก่อนจะใช้มือซ้ายปิดป้องเท้าที่เตะใส่ หลังจากเคลื่อนกายไปด้านข้างหลบหลีกฝ่ามือที่ตบใส่ใบหน้าก็ถอยออกไปวาเศษพลางกล่าวอย่างหวาดหวั่น“คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อเทียบกับท่านป้าคนนั้น เจ้าถึงกับอำมหิตกว่าอีก! ข้าแทบจะต้องสูญเสียอัญมณีประจำตระกูลเพราะเจ้าแล้ว!”

            ยามกล่าววาจาจิ้งหมิงเฟิงก็พลันรู้สึกถึงลมกระโชกจากด้านหลังศีรษะเป็นสัญญาณเตือนว่าป้าจ้าวจู่โจมเข้าใส่มัน

            ป้าจ้าวใบหน้าแดงฉานด้วยความเดือดดาลนางไม่คาดคิดว่าคู่ต่อสู้จะไร้ยางอายถึงเพียงนี้นางเผลอเรอจนแทบจะปล่อยให้คนต่ำช้าผู้นี้สัมผัสถูกคุณหนูได้อีกครั้งชั่วขณะนี้ป้าจ้าวเพียงคิดจะฉีกบุรุษผู้นี้เป็นชิ้นๆถึงจะระบายโทสะออกไปได้

                จิ้งหมิงเฟิงหลบหลีกไปด้านข้างอย่างว่องไวจากนั้นเคลื่อนกลับเข้าหาหญิงสาวอีกครา มันตะโกนด้วยน้ำเสียงต่ำช้าลามก “เฮ้แม่นางน้อย ข้ามาอีกแล้ว!”

                ด้วยความตระหนกป้าจ้าวรีบเข้าไปขวางทางมันไว้

                “ฮ่าฮ่า หลงกลแล้ว!” จิ้งหมิงเฟิงตาเป็นประกายมือขวามันเคลื่อนไหวเร็วดุจสายฟ้ายื่นใส่ปกเสื้อใต้ลำคอป้าจ้าวขณะที่มือซ้ายยื่นออกป้องกันด้วยความเดือดดาลป้าจ้าวจึงชกหมัดใส่ร่างของมัน  

                “ปัง!”

                หลังเสียงหนักทึบในที่สุดจิ้งหมิงเฟิงก็รับหมัดเป็นคราแรกจนลอยละลิ่วออกไป กระนั้นมันกลับเตรียมพร้อมอยู่ก่อนอาศัยแรงสภาวะพลิกร่างตีลังกากลางอากาศจากนั้นบังคับร่างลงสู่พื้นมันกัดฟันพลางสะบัดมือซ้ายก่อนจะครวญครางอย่างเจ็บปวด แต่ทว่าในมือขวาของมันมิคาดว่าจะมีวัตถุสีส้มอยู่ หรือว่า... หรือว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่ป้าจ้าวสวมอยู่?! 

                มองดูป้าจ้าวอีกครานางยังคงยืนนิ่งแทนที่จะจู่โจมใส่จิ้งหมิงเฟิงแขนสองข้างของนางกอดอกป้องกันทรวงอกที่สั่นสะท้าน ทั้งใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความขุ่นแค้นเดือดดาลขณะมองดูจิ้งหมิงเฟิงด้วยแววตาหมายชีวิต

                จิ้งหมิงเฟิงถึงกับ...ถึงกับสามารถขโมยชุดชั้นในที่นางสวมอยู่ไปได้!

                ตาที่เบิกกว้างของหญิงสาวมองเห็นอาภรณ์อันน่าหวาดหวั่นชิ้นนั้นในมือจิ้งหมิงเฟิงได้อย่างชัดเจนปากน้อยๆของนางอ้าค้างอย่างเหลือเชื่อต่อฝีมือของจิ้งหมิงเฟิง

                จิ้งหมิงเฟิงยิ้มอย่างพอใจเดิมทีมันคิดจะยกอาภรณ์ชิ้นนี้ขึ้นมาที่จมูกเพื่อสูดดมโดยใช้โฉมหน้าของไป๋หยุนเฟยยิ่งมันทำตัวต่ำช้าเท่าไหร่ก็ยิ่งดีแต่ทว่าเมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าโกรธแค้นเพียงใด มุมปากมันก็สั่นกระตุกไม่อาจตัดใจกระทำสุดท้ายก็ตัดสินใจไม่กระทำเรื่องต่ำช้าปานนั้นลงไป

                “จะ...เจ้าโจรวิปริต! ข้าจะฆ่าเจ้า!”ทั้งร่างป้าจ้าวสั่นระริกด้วยความโกรธแค้น นางสะบัดมือขวากระบี่ยาวสี่เชียะก็ปรากฏในมือกระบี่ส่องประกายสีส้มส่งเสียงหวีดหวิวยามแหวกอากาศ เพียงสะบัดมือคราเดียวก็สร้างรอยแยกบนพื้นลึกถึงหนึ่งเชียะ

                ยามพลังปะทุออกจากร่างป้าจ้าวขาขวานางก็กระทืบพื้นหนักหน่วงทิ้งหลุมรอยเท้าไว้เบื้องหลังจากระยะหลายสิบวาหดสั้นลงในพริบตาขณะพุ่งเข้าใส่จิ้งหมิงเฟิงสองตานางก็สาดประกายอำมหิตหมายเอาชีวิต

                “มาดาของเราข้าล้อเล่นเลยเถิดไปแล้ว! ได้เวลาไปแล้ว!”ขณะพลังที่สะท้านปฐพีขยายครอบคลุมทั่วบริเวณ สีหน้าจิ้งหมิงเฟิงก็แปรเปลี่ยนไปคิดหาหนทางหลบหนีก็ไม่ทันการได้แต่ถ่ายเทพลังวิญญาณไปเสริมพลังของสองขาเร่งความเร็วสุดชีวิตจิ้งหมิงเฟิงราวกับสุนัขเถื่อนที่หลุดจากโซ่เหินร่างไปยังทางเข้าตรอกด้านขวา

                “แม่นางสาวใช้ท่านป่าเถื่อนเกินไปแล้ว! ในเมื่อนางยืนกรานขัดขวางทางรักของพวกเรา วันนี้ข้าก็ขอแยกไปก่อนเชื่อว่าพรหมลิขิตจะนำพาเราสองมาพบกันอีกจนกว่าจะถึงเวลานั้นอย่าได้ลืมบุรุษรูปงามเช่นข้าไปเสียก่อนล่ะ!” ยามหลบหนีด้วยอย่างจนตรอกจิ้งหมิงเฟิงยังไม่ลืมจะตอกย้ำเป็นครั้งสุดท้าย

                ป้าจ้าวไล่ตามมันอย่างเร่งร้อนแต่กระนั้นนางก็ต้องหักห้ามตนเองไม่ให้ออกกระบี่จู่โจมด้วยความโกรธแค้นเมื่อพบว่าอีกฝ่ายวางแผนจะหลบหนีไปที่ถนนอันพลุกพล่านหากออกกระบี่จู่โจมย่อมมีโอกาสที่จะทำร้ายผู้อื่นบาดเจ็บได้

                จิ้งหมิงเฟิงก็มีความคิดเช่นดียวกันดังนั้นยามที่ออกไปถึงถนนมันก็ร่ำร้องเสียงดัง “ช่วยด้วย!มีฆาตกร รีบหนีเร็ว!!”

                เสียงมันส่งผลให้ทั้งถนนหยุดชะงักด้วยความงงงันหลังจากฉวยโอกาสที่ผู้คนสับสนจิ้งหมิงเฟิงก็ก้มตัวเบียดเข้าไปในฝูงชนอย่างว่องไว

                เมื่อมาถึงปากตรอกป้าจ้าวหยุดร่างลงด้วยความคับข้องขุ่นแค้นขณะมองดูผู้คนตรงหน้าก็คำรามออกมาแผ่วเบาขณะเดียวกันก็พยายามระงับความโกรธแค้นลงเพื่อใช้พลังวิญญาณแผ่ขยายออกไปค้นหาพลังวิญญาณของจิ้งหมิงเฟิงครู่ต่อมาป้าจ้าวเลิกคิ้วด้วยความตกตะลึง ก่อนจะกล่าวอย่างสับสน “มันไปแล้ว?แต่ไปอย่างไร? ไม่อาจตรวจพบแม้แต่การคงอยู่ของมัน...”

                “ป้าจ้าวท่านเป็นไรหรือไม่...”

                ป้าจ้าวสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงคุณหนูของนางจากด้านหลังขณะหันกลับไปหาหญิงสาวก็สูดลมหายใจลึกหลายคราเพื่อระงับความเดือดดาลลง หลังจากเก็บกระบี่ก็ส่งยิ้มให้แก่หญิงสาวพลางสั่นศีรษะ“ข้าไม่เป็นไร แต่คนต่ำช้านั้นกลับใช้วิธีบางอย่างซ่อนพลังวิญญาณเอาไว้มันจากไปแล้ว”

                หญิงสาวประหลาดใจยิ่งเพ่งตามองผู้คนที่กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะเอ่ยปากถาม “คนผู้นั้น... ช่างประหลาดนัก!เป็นไปได้อย่างไร... ที่จะมีผู้ฝึกปรือวิญญาณที่ไร้ยางอายเช่นนี้ได้...”

                “เฮอะ!เจ้าคนวิปริตไร้ยางอายนั่น ไม่เพียงแต่จะล่วงเกินคุณหนูอย่างไร้มารยาทแล้วมันยัง... มันยัง...” ใบหน้าของป้าจ้าวเริ่มบูดบึ้งด้วยความโกรธแค้นอีกคราขณะเดียวกันก็ใช้สองมือปิดทรวงอกอย่างลืมตัว นางปฏิญาณอย่างโกรธแค้นว่า“หากมันกับข้าได้พบกันอีกครา ข้าจะตัดมือทั้งสองข้างของมัน!จากนั้นกระชากปากโสโครกของมันออกจากกัน!”

                “เอาเถอะป้าจ้าวระงับอารมณ์เถอะ พวกเรากลับโรงเตี๊ยมกันหากมันปรากฏตัวอีกครั้งท่านค่อยทุบตีสั่งสอนมัน...”

                ขณะที่สตรีทั้งคู่เดินไปตามทางกลับโรงเตี๊ยมป้าจ้าวยังส่งเสียงสบถชื่อของ‘คนต่ำช้า’นั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่หญิงสาวคอยกระซิบคำพูดปลอบโยน

                โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัวด้านหลังห่างออกไปราวห้าสิบวากลับมีบุรุษหนวดเครารกครึ้มผู้หนึ่งสะกดรอยตามมามันเดินตามสตรีทั้งสองกระทั่งถึงโรงเตี๊ยม บุรุษผู้นั้นมองดูโรงเตี๊ยมชั่วครู่ก็หันกายจากไป

                คนผู้นี้เดินไปยังโรงเตี๊ยมอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากนั้นเปิดห้องพักหนึ่งคืน ภายในห้องที่ปิดประตูเงียบมันนั่งที่โต๊ะและรินชาให้แก่ตนเองดื่มสองตามันทอประกายแวววับขณะพึมพำกับตนเอง

                “ข้าไม่ได้เปิดเผยพลังวิญญาณออกไปมิหนำซ้ำยังใช้วิชาเร้นวิญญาณผสานลงไปด้วย ดังนั้นพวกนางต้องเข้าใจว่าข้าพยายามซุกซ่อนพลังไว้ฮ่า ฮ่า... เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เหมาะจะป้ายความผิดนี้ให้กับใครบางคนอย่างยิ่ง...”

                มุมปากมันเหยียดยิ้มอย่างมุ่งร้ายเพียงสะบัดมือขวาอาภรณ์สตรีสีส้มก็ปรากฏขึ้น หลังจากอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะรอยยิ้มบนใบหน้ามันก็ยิ่งดูชั่วร้ายขึ้นไปอีก

                “ฮี่ฮี่ ไป๋หยุนเฟย นี่เป็นราคาที่ทำให้จิ้งหมิงเฟิงโกรธแค้น...มาดูกันว่าจะใช้เวลาเท่าใดจึงจะขยี้เจ้าได้!”

                …………

                ภายในโรงเตี๊ยมบนถนนฝั่งตะวันออกระหว่างเข้าสมาธิฝึกปรือจู่ๆไป๋หยุนเฟยก็รู้สึกหนาวเย็นแผ่ซ่านไปตามกระดูกสันหลังส่งผลให้มันสะท้านตื่นขึ้น

                “เกิดอะไรขึ้นคืนนี้กัน?ไฉนข้าจึงรู้สึกกระสับกระส่าย? ราวกับหัวใจจะกระโจนออกจากอกได้ทุกเมื่อ...”

                “หรือนี่เป็นเพราะการเดินทางไกล?ช่างเถอะ คืนนี้ฝึกปรือพลังเสร็จแล้ว ขอหลับให้เต็มตาเถอะ...”

     

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน