จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่15 ทักษะก้นหีบ

    บนลานที่นั้ง หยุนจื้อหยับร่างกายบิดไปมา สลัดคราบเฉื่อยชาจนหมดสิ้นยับร่างกายบิดไปมา สลัดคราบเฉื่อยชาจนหมดสิ้น
    “เอาเถอะ เห็นแก่เจ้านั้นยากจนแล้งแค้น ข้าจะขอรับ2เพรชไว้ละน่ะ” ขณะหยุนจื้อเดินไปยังกลางสนาม ก็หัวเราะเย้ยหยันซุยเย่ไม่หยุดหย่อน ด้วยรูปร่างหน้าตาราวกับหมาป่าเจ้าเล่
    ฮ่า ฮ่า ๆ !!
    “เอาชนะข้าให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน!!” ซุนเย่ขบฟันแน่น มันไม่ใช่คนที่ต่อล้อต่อเถียงคนเป็นซักเท่าใดนัก
    “ลานประลองสนามกลาง ได้คู่แรกแล้วครับ อันดับ 12 ซุนเย่ แห่งพรรคมังกรวารี ประลองกับ อันดับ 8 หยุนจื้อ แห่งพรรคหมาป่าอัคคี”
    “ทั้งคู่ประจำที่ในมุนของตน” ผู้คุมกฏประกาศเตรียมพร้อมต่อสู่ในชั่วอึดใจ
    ทางด้านผู้ชม ต่างเริ่มลงพนันฝ่ายที่ตนต้องการ ซึ่งราคาไม่มีการเหลื่อมล้ำแต่อย่างใด ทั้งคู่มีผีมือเทียบเท่ากัน ระดับขอบเขตก่อกำเนิดปราณขั้น1
    ซุยเย่ 10ทอง!! หยุนจื้อ 30ทอง!! เสียงลงพนันกันอย่างคับคั้ง
    “ข้าว่าหยุนจื้อชนะแน่นอน สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี แถมเจ้าเล่ยิ่งนัก”
    “แต่ก็ไม่แน่ ซุนเย่นั้นพ่ายแพ้ในคราก่อนก็เพราะความเหนื่อยล้า หลังจากผ่านการประลองก่อนหน้าถึงสองคน”
    เสียงผู้คนวิจารณ์อย่างตื่นเต้น
    ส่วนทางด้านหมิงหลง ‘หากดูผิวเผิน ทั้งคู่นั้นความแข็งแกร่งของร่างกายและพลังฝึกตนไม่เลื่อมล้ำมากมายนัก ทว่าหยุนจื้อผู้นี้ มีพลังแผงบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่’ ชายหนุ่มวิเคราะห์จากสิ่งที่ปรากฏผ่านสัมผัสวิญญาณ
    “เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว เริ่มประลองได้!!” เสียงประกาศได้เริ่มขึ้น ส่วนอีกสองลานนประลองก็มีพวก ไร้อันดับประลองกันอย่างเงียบๆ มิได้รับความสนใจเท่าใดนัก
    ซุนเย่พลันเปลี่ยนปฏิกิริยาอย่างฉับพลับ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และแทนที่ด้วยสมาธิแน่วแน่
    แทนที่จะพุ่งไปจัดการคู่ต่อ สู้ทั้งสองต่างเริ่มโครจรพลังปราณออกมาครอบคลุมร่างกายและอาวุธ
    “เจ้ายังมีโอกาสยอมแพ้ในตอนนี้ ก่อนที่เจ้าจะมาเจ็บตัวเปล่าๆ ก๊ากก!!” หยุนจื้อหัวเราะลั่น เพื่อทำลายสมาธิคู่ต่อสู้
    อึกๆ อึกๆ ซุนเย่กระอักกระอ่วงราวกับกำลังจะสำลักเลือดออกมา
    “หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว และมาให้บิดาผู้นี้ทุบตีเจ้า” ซุนเย่กระทืบเท้าพุ่งตรงไปทันทีเพื่อให้มันหุบปาก
    วูบบ!
    หอกวารีทลวง !!
    แสงสีน้ำเงินปรากฏขึ้นล้อมรอบหอกเหล็กไร้คมในมือของซุนเย่ พลังปราณวารีพลุ่งพล่านขึ้นพร้อมปลดปล่อยกลิ่นอายไปทั้วบริเวณ พลังที่หนาแน่นเช่นนี้ ต่ำกว่าระดับกำเนิดปราณขั้นกลางลงไปไร้โอกาสต่อต้านอย่างสิ้นเชิง
    ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากของหยุนจื้อ
    แม้ซุนเย่จะเปิดการโจมตีและพุ่งตรงเข้ามา แต่หยุนจื้อก็ยังคงยืนเฉย แต่กลับไร้การหลบหลีกหรือถอยหลัง ในมือกระชับดาบสั้นและโล่บนมือแน่น
    ปราการปฐพี !! ปฐพีสะบั้น !!
    หยุนจื้อเบื่องตัวไปด้านข้างเล็กน้อย พร้อมถือโล่กลมๆในท่าป้องกัน ไอปราณธาตุปฐพีปุทุออกมาราวกับกำแพงเหล็ก ใบดาบสั้นข้างเอวพร้อมจู่โจมสวนกลับเมื่อได้รับการปะทะ
    ผู้ชมพลันตะลึง เขาคิดจะฆ่าตัวตายรึไงกัน ?
    ซุนเย่ไม่มีท่าทีจะหยุดฝีเท่าลง
    เสียงหอกแหวกสายลมดังราวกับนกหวีด ปลายหอกควบรวดด้วยปราณราวกับมังกรวารีพุ่งทยาน ก่อนที่มันจะเข้าปะทะกับปราการเหล็กอันแข็งแกร่ง
    เปรี้ยงงง!!!
    ขณะทั้งสองปะทะกัน พลังทั้งหมดที่เข้ากระทบกับโล่กลมของหยุนจื้อถูกกระแทกออกไปด้านข้าง ทว่าพลังอันมหาศาลไม่อาจถูกลดทอนได้ทั้งหมด เด็กหนุ่มถึงกับถลาถอยหลังไปหลายสิบก้าว ไม่มีโอกาศสวนกลับแม้แต่น้อย
    ‘ไอ้เวรนี้ ทุ่มสุดตัวตั้งแต่เริ่มประลอง กรอดด!!’
    มือที่ถือโล่พลันด้านชาหนึบ พลังภายในอัดกระแทกจนปรากฏลิ่มเลือดตรงริมฝีปาก
    ทางด้านซุนเย่ก็ได้รับพลังสะท้อนกลับ ร่างกายถึงกับสั่นสะท้าน
    ทั้งสองจ้องตากันเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีแลกกระบวนท่าว่องไวกันอย่างรวดเร็ว
    เลือดผู้ชมต่างเดือดพล่านกับอาการตื่นเต้นที่ได้ชม อัจฉริยะทั้งสองปะทะกันอย่างสูสี บ้างเกร็งลุ้นกับการลุงทุนของตน ผลจะออกมาเช่นไรก็คงจะปรากฏในไม่ช้า
    เคล้งง!! ตูมม!!
    หลังจากแลกกระบวนท่ากันหลายร้อยกระบวนท่า ภาพรวมก็ปรากฏขึ้น
    ‘หยุนจื้อมีจุดแข็งคือความสมดุลของพลัง มีทั้งพลังป้องกันที่ทรงพลังและมีการโจมโตตีสวนกลับที่รวดเร็ว แต่ทว่ากลับเป็นรองในด้านความเร็วของซุนเย่ กระทั้งระยะการโจมตีของซุยเย่ยากที่จะเข้าประชิดตัว เขาคอยเว้นระยะห่างจากการสวนกลับของดาบหยุนจื้อ’ หมิงหลงวิเคราะอย่างตรงไปตรงมา
    ‘อย่างไรก็ตาม หยุนจื้อยังมีพลังลึกลับนั้นอยู่!!’ ซึ่งหมิงหลงเป็นผู้เดียวที่ตนักถึงพลังนั้น
    วินาทีต่อมาผู้ชมบนลานนั่งก็เห็นเส้นแสงสีเงินวาบ ปรากฏขึ้นด้านในกลุ่มควัน
    ใจกลางกลุ่มควัน หลังจากการปะทะจบลงไปหนึ่งระลอก แสงสีเงินก็แหวกม่านควันจนกระจายตัวออก
    ทั่วทั้งร่างกายหยุนจื้อเคลือบถูกไปด้วยแสงสีเงินวาววับ เท้าทั้งสองเดินอย่างองอาจออกมาจากกลุ่มควัน
    ?!! ฝูงชนต่างตะลึงค้าง กับสิ่งที่เห็น
    “น..นั้นมัน ทักษะจากลูกแก้วทักษะ!!”
    “สีเงิน!! ทักษะรูบแบบเสริมพลัง!! เขาเป็นผู้ใช้ทักษะ!!”
    ผู้คนต่างกล่าวขึ้นอย่างพร้อมกัน แม้แต่ซุนเย่ต่างปรากฏเหงื่อเย็นเยือกชโลมร่างกาย ใบหน้าเริ่มซีดเซียว
    “เป็นไปไม่ได้..หรือว่าแกมีมันแต่แรกแล้ว?!!” ซุนเย่กล่าวด้วยท่าทีไม่อาจยอมรับความจริงนี้
    “ฉลาดดีนี้ ถ้าข้าไม่มั่นใจในการเอาชนะเจ้า ข้าจะตอบรับการประลองเพื่ออันใดกัน” หยุนจื้อเอ่ยตอบแผงไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
    “ไม่ต้องพูดมาก รับมือ!!”
    หยุนจื้อพลันเคลื่อนไหววูบวาบทิ้งไว้เพียงเงาร่างแยกด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น2เท่าตัว
    “บ้าจริง มันคือทักษะเสริมพลังการเคลื่อนไหว !!”
    ซุนเย่ถูกบังคับให้ถอยล่นด้วยความเร็วของหยุนจื้อที่เพิ่มมากขึ้นจนทิ้งเขาไม่ติดฝุ่น
    ทางเลือกของซุนเย่มีไม่มากนัก มีหนทางเดียวเท่านั้นคือถ่วงเวลาให้ทักษะแสดงพลังหมดลง
    พร้อมเร่งปราณที่เท้าควบแน่นขึ้นเรื่อยๆ และหลบหลีกการโจมตีอันว่องไวของหยุนจื้อ
    ฟุ่บบ!! วูบบ!!