ตอนที่ 21 อักขระสปีริต
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
น่าเสียดายที่การทำความเข้าใจก็ส่วนหนึ่ง การบ่มเพาะก็อีกส่วนหนึ่ง
แม้เฟิร์สจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอักขระ แต่ฐานะผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวก็ไม่ได้ติดตัวเขามาด้วย
หากเขาสำเร็จเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว มิคาดว่าต่อให้เป็เวเนเตอร์ดาราแดงก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา กระทั่งเวเนเตอร์ดาราน้ำเงินก็ต้องมองเขาอย่างยำเกรง
เฟิร์สในตอนนี้จึงไม่ต่างจากการมีความรู้ท่วมหัว ส่วนจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวของเขาแล้ว
นอกจากนี้หากเขา้าเป็ผู้ใช้อักขระอีกครั้ง เขาจำเป็ต้องศึกษาอักขระสปีริตเอาไว้ เพราะในร่างของเขานั้นมีพลังสปีริตเป็พื้นฐาน
อาจารย์ของเขาเคยบอกว่าอักขระทุกตัวล้วนมีพื้นฐานมาจากจุดเดียวกัน นั่นคือการกักเก็บพลัง แม้แต่เสียงยังมีพลังในตัวของมันเอง เสียงเอ่ยออกมาเป็คำพูดก็ยังกลายเป็อักขระได้
สรรพสิ่งนั้นมีอักขระหลากหลายรูปแบบ แต่มีรากฐานเหมือนกัน
ดังนั้นเขาสามารถศึกษาอักขระสปีริตได้เหมือนอักขระเวทมนต์ เขาไม่จำเป็ต้องรู้ความหมายของมัน หากสามารถทำความเข้าใจมันได้ มันเหมือนกับตอนเรามองดวงจันทร์แล้วรู้ว่ามันคือดวงจันทร์
ทุกอย่างนั้นใช้จิตรับรู้เป็แกนหลัก ซึ่งจิตเหล่านี้จะผูกติดมากับิญญา ไม่เกี่ยวกับขั้นพลัง เพราะเหตุนี้จึงไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเป็ผู้ใช้อักขระได้
เนื่องจากเฟิร์สที่เคยไปเยือนอีกโลกหนึ่งและได้กลายเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวมาแล้ว ทะเลจิตรับรู้ของเขาจึงสูงส่งกว่าคนปกติทั่วไป แม้แต่เวเนเตอร์ดาราน้ำเงินก็ใช่ว่าจะสามารถเทียบกับเขาได้
ทันทีที่กลุ่มทีมสำรวจบุกเข้าไปถึงรัง พวกเขาก็ได้พบกับทะเลถุงมอนสเตอร์ ภายในถุงเ่าั้มีการบ่มเพาะมอนสเตอร์อยู่ข้างใน คาดว่าถุงเหล่านี้อาจจะเป็ไข่ของพวกมัน
ชวีค! ชวีค! ชวีค!
เมื่อพวกเ้าถิ่นััได้ถึงผู้บุกรุก เหล่ามอนสเตอร์นับไม่ถ้วนก็กรูเข้ามาในทันที
แน่นอนว่าผู้ที่รับหน้าที่ส่วนใหญ่ในการจัดการมอนสเตอร์เหล่านี้ย่อมเป็เก่งกาจ
เขาพุ่งเข้าหากลุ่มมอนสเตอร์อย่างห้าวหาญ
สายตานับสิบมองเขาด้วยความชื่นชม เว้นแต่เด็กหนุ่มผู้ผอมบางคนเดียวเท่านั้นที่ยังมีท่าทีเฉยเมยต่อภาพนี้ เพราะมอนสเตอร์ระดับนี้ยังไม่ทำให้เขามีความสนใจมากนัก
เด็กหนุ่มผอมบางกวาดสายตาไปรอบๆ เหมือนกำลังมองหาบางสิ่ง
‘ที่นี่เหม็นอับอย่างกับอยู่ในกระเพาะเลย’
เหล่าเวเนเตอร์เริ่มต่อสู้กับมอนสเตอร์ ต่อให้เดวิดเก่งกาจเพียงใด แต่เขาก็ไม่มีทางควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้ด้วยคนคนเดียว และเป้าหมายของมอนสเตอร์ก็ไม่ได้มีแต่เขาเพียงคนเดียวเช่นกัน
มอนสเตอร์โผล่ออกมาทุกทิศทุกทาง
เวเนเตอร์ทั้งสายโจมตี สายสนับสนุน ต่างทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่
แม้แต่วอชเชอร์สาวก็เช่นกัน เธอใช้ไอเทมสปีริตของเธอป้องกันมอนสเตอร์ที่โจมตีเข้ามาเป็ระยะๆ
ส่วนเฟิร์สนั้นยังคอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ แม้จะมีมอนสเตอร์หลุดออกมาโจมตีเขา แต่เขาก็สามารถใช้รยางค์สีแดงแทนกระบี่เข้าต้านและหนีออกมาได้
แม้ในใจของเขาจะรู้สึกขมขื่นกับการบ่มเพาะของตนเองไม่น้อยก็ตาม
แต่ถึงอย่างนั้นเหล่าเวเนเตอร์ที่อยู่ที่นี่ก็พากันอึ้งในความสามารถของเด็กหนุ่มผอมบางผู้นี้
เสื้อยืดตัวใหญ่สวมทับด้วยเสื้อกันหนาวมีฮู๊ดด้านหลัง พวกมันโบกสะบัดพลิ้วเมื่อเขาเคลื่อนไหว การหลบหลีกของเขาดูปราดเปรียวเป็อย่างมาก พร้อมทั้งอาวุธในมือก็ปะทะเข้ากับการโจมตีของมอนสเตอร์ได้อย่างพอดิบพอดี
พวกเขาในตอนแรกที่กังวลว่าเด็กหนุ่มจะเป็ตัวถ่วง แต่ความคิดนั้นล้วนถูกสลัดทิ้งไป
“เขาช่างเป็ผู้มีความสามารถพิเศษที่แข็งแกร่งจริงๆ น่าเสียดายที่พลังบ่มเพาะของเขายังน้อยเกินไป ไม่อย่างนั้นมอนสเตอร์พวกนั้นไม่อาจจะหันคมเขี้ยวมาโจมตีเขาได้แน่”
การถล่มรังมอนสเตอร์ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้กับเก่งกาจ เพราะมอนสเตอร์มากกว่าแปดส่วนถูกจัดการโดยเขา
จนในตอนนี้ภาพของห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยถุงไข่กลายเป็ทะเลเื ซากของมอนสเตอร์มากมายนอนตายเกลื่อนกลาดอย่างน่าอนาถ
“ทำไมพวกเราหานางพญาของมันไม่เจอ ทั้งๆ ที่ที่นี่เป็รังของมัน”
“หรือว่านางพญาของพวกมันหนีไปแล้ว”
“ไม่ได้การแล้ว หากนางพญายังมีชีวิตอยู่ มันก็สามารถสร้างกองทัพมอนสเตอร์ออกมาได้อีกเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่เื่ดีของทีมเก็บเกี่ยวแน่”
เหล่าเวเนเตอร์เห็นสิ่งผิดปกติที่รังนี้ไม่มีนางพญาอยู่
เก่งกาจที่เป็ผู้นำทีมสำรวจรีบออกคำสั่งทันที
“รีบกระจายตัวออกค้นหาเส้นทางการหลบหนีของนางพญาเร็วเข้า”
เหล่าเวเนเตอร์ลงมือปฏิบัติในทันที แม้พวกเขาอยากที่จะเก็บเกี่ยวแกนสปีริตที่อยู่ตรงหน้านี้มากแค่ไหนก็ตาม
การเทรดอบิสในครั้งนี้ทำกำไรให้พวกเขาอย่างมหาศาล ต่อให้ต้องแบ่งให้กับเดวิดเป็ส่วนใหญ่แต่พวกเขาก็ได้รับมันเป็จำนวนมากอยู่ดี
โถงนี้กว้างใหญ่เป็อย่างมาก มันเป็มิติขนาดเล็กที่มีพื้นที่มากกว่าเจ็ดร้อยตารางเมตร แต่ถึงอย่างนั้นสายถุงไข่ที่พันกันไปมาก็ทำให้เป็อุปสรรคในการค้นหา
เฟิร์สเองก็ออกคนหาด้วยเช่นกัน สายตาของเขาไม่สนใจแกนสปีริตจากซากมอนสเตอร์เลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ว่าตนเองไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการบุกรังในครั้งนี้อยู่แล้ว การที่เขาอยู่ที่นี่ก็เพื่อสังเกตการณ์เท่านั้น ถึงจะได้ก็คงได้ในจำนวนที่ไม่ได้มากมายเท่าใด
ดังนั้นความสนใจของเขาจึงจับจ้องไปที่สมบัติอย่างอื่นมากกว่า ไม่แน่ว่าเขาอาจจะโชคดีพบแท่นบูชาหรือมณีทักษะก็ได้
กลุ่มคนทั้งสิบห้าคนทำการออกสำรวจกระจายกันไปทั่วห้อง แม้พวกเขาจะค่อนข้างแน่ใจว่ามันหนีไปแล้ว แต่พวกเขาก็้าค้นหาเส้นทางหนีของมัน
ตราบใดที่นางพญายังไม่ตาย มันก็มีโอกาสที่จะเป็ปัญหากับทีมเก็บเกี่ยว
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ค้นหาแค่เป็พิธีเท่านั้น เพราะนางพญาอาจจะใช้ค่ายกลมิติหลบหนีออกไปที่อื่นแล้ว ซึ่งด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์โลกในตอนนี้ย่อมไม่สามารถสร้างเส้นทางแบบนั้นติดตามได้แน่
“รังแห่งนี้ต้องมีของดีอย่างแน่นอน ต่อให้ไม่เจอมณีทักษะ ก็ขอให้ได้แร่พิเศษหรือพืชล้ำค่าสักต้นก็ยังดี”
เหล่าเวเนเตอร์ต่างคิดเช่นนี้
เฟิร์สทำการสำรวจเขาตระเวนไปทั่ว ย่ำผ่านซากศพของมอนสเตอร์อย่างรวดเร็ว ด้วยวิชาท่าร่างเดินชมจันทร์ของเขาทำให้เขาได้เปรียบเหล่าเวเนเตอร์มากมาย
“นะ นั่นเขาทำได้ยังไงกัน?”
“เขาเคลื่อนไหวแบบนั้นได้ด้วยพลังเพียงเท่านั้นได้ไง?”
เครื่องหมายคำถามเต็มอยู่บนใบหน้าของพวกเขา คงมีเพียงแต่เก่งกาจและวอชเชอร์สาวเท่านั้นที่ไม่ได้แปลกใจกับเื่นี้
เด็กหนุ่มร่างผอมบางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้นเองสายตาของเขาก็สังเกตไปเห็นบางสิ่ง
บางสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าวอชเชอร์สาว
อีกทั้งยังมีเวเนเตอร์หลายคนเดินผ่านมันไปมาโดยไม่สังเกตเห็นอีกด้วย
มันคือวัตถุทรงกลมที่มีวิถีอักขระห้อมล้อมอยู่
จริงอยู่ว่าคนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นวิถีอักขระได้ แต่พวกเขาก็น่าจะสังเกตเห็นวัตถุทรงกลมนั้น เพราะจากลักษณะรูปร่างของมัน แค่มองครั้งแรกก็สามารถทำให้สะดุดตาและมองดูเป็ของมีค่าได้แล้ว
เฟิร์สไม่ได้ไปที่นั่นทันที เขายังคงสังเกตผู้คนที่เดินผ่านของสิ่งนั้นไปมา โดยที่ไม่สังเกตเห็นถึงการมีอยู่ของมัน
แม้แต่เก่งกาจผู้เป็เวเนเตอร์ดาราแดงเองก็ยังไม่สามารถสังเกตเห็นถึงมันได้
‘หรือนั่นจะเป็วิถีพลางตา’ ท่าทางของเด็กหนุ่มดูประหลาดใจขึ้นมา
หลังจากที่เขาพบกับรังนี้ ก็พบว่าอารยธรรมของมอนสเตอร์ได้ล้ำหน้ามนุษย์ไปมาก พวกมันดูเหมือนจะเชี่ยวชาญเื่อักขระ หรืออาจมีผู้เชี่ยวชาญอักขระอยู่เื้ัของมัน
เมื่อเฟิร์สสังเกตจนแน่ใจแล้ว เขาจึงเดินเข้าหาและคว้ามันในทันที
พรึบ!
วินาทีที่เด็กหนุ่มแตะต้องวัตถุทรงกลมนั้น ร่างของเขาก็ถูกวิถีอักขระโอบล้อม
แล้วตอนนั้นเอง ร่างของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย