นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 115 ในการต่อสู้มีแค่คำว่าชนะหรือแพ้ค่ะ

            ตอนที่ 115 ในการต่อสู้มีแค่คำว่าชนะหรือแพ้ค่ะ

             

             

            นิทานไอเป็นลิ่มเลือด คีตาพยายามเข้าหาหากนิทานกลับห้ามไว้ การล้อมโจมตีสองทางได้ผลดียิ่งกว่า การพุ่งเข้าไปตัวเดียวตอนนี้อาจทำให้มันพลาดท่าเองได้

             

            โถ่เว้ย ขยับตัวโคตรเร็วเลย เสริมน้ำหนักขาไม่ทัน ยึดกับพื้นก็ไม่ติด ยังดีเราผลักตัวเองออกมาช่วงหนึ่ง นิทานสบถ

             

            การสลับการเสริมพลังไปมานั้นกินสมาธิมหาศาล ยามเขาใช้มีดสั้นพุ่งเข้าใส่คอของโจรสลัดหญิงพลังนั้นอยู่กับคีตา หวังให้มันเป็นผู้ปิดฉาก หากเธอกลับโจมตีสวนรอบตัวอย่างรวดเร็ว เร็วเกินกว่าที่นิทานจะโยกย้ายพลังกลับมาทางเขาเพื่อตั้งรับ

             

            แม้การให้คีตาใช้พลังปราการจะดูเหมือนเป็นตัวเลือกที่ผิด เพราะคีตาโดยพื้นฐานร่างกายแข็งแกร่งกว่าเขา แต่ในชั่วจังหวะนั้นเขาตัดสินใจไม่ทันจริง ๆ

             

            และเมื่อนิทานเหลือเพียงการเสริมพลังพื้นฐานจากเพิ่มลดน้ำหนักและพลังกายคีตาเล็กน้อย แขนของเขาก็ไม่อาจทานทนแรงปะทะจากขาของโจรสลัดหญิงผู้นั้นได้

             

            แรงปะทะนั้นส่งผ่านร่มปกปักหทัย กระแทกกระดูกแขนขวาของเขาจนหักสะบั้นลง

             

            แม้แขนจะหักไปข้างหนึ่งหากก็ยังห่างไกลจากคำว่าย่ำแย่มากนัก สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าในการต่อสู้คือการปล่อยให้ศัตรูมีเวลาตั้งหลัก เขาจึงแบกแขนข้างนั้นพุ่งตัวเข้าหาโจรสลัดหญิงผู้นั้นอีกครั้งพร้อมกับคีตา

             

            ครั้งนี้เพื่อป้องกันเรื่องความเร็วที่ยากตอบสนองของเธอ เขาและคีตาคราวนี้แบ่งพลังกันครึ่งต่อครึ่ง สภาพกำลังกาย ความเร็ว พลังจิตวิญญาณ ปฏิกิริยาของทั้งสองตอนนี้จึงอยู่ในระดับห่างกันไม่มากนัก

             

            ความแตกต่างของแต่ละระดับของนักสลักนั้นแม้จะไม่มากจนเห็นได้ชัดหากไม่ได้พูดถึงเรื่องความสามารถของคำแห่งพลัง แต่ก็มากพอที่จะไม่ได้ถมได้ง่าย ๆ

             

            ภาพรวมตอนนี้คือคีตาแตะระดับนักสลักโทได้อย่างเฉียดฉิวจากร่างกายของมันเองที่แข็งแกร่งกว่านิทานมากเป็นทุนเดิม ส่วนนิทานเพียงเอื้อมถึงระดับกึ่งนักสลักโทได้อย่างเต็มฝืน

             

            โจรสลัดหญิงเห็นดังนั้นก็เดาะลิ้นขัดใจ เธอใช้ความเชี่ยวชาญในคำแห่งพลังอันลึกซึ้งของเธอเสริมจุดเด่นทั้งในร่างให้ขึ้นเป็นสามเท่า เป็นการพลิกแพลงพลังระดับนักสลักที่ผู้เรียนรู้ทำไม่ได้

             

            ทั้งหมดก็เพื่อสร้างภาพลวงหรือบอกสถานะให้สตรีตรงหน้ารู้สึกกลัวหรือถอยไปบ้าง เธอจะได้ใช้จังหวะนั้นรักษาตัวหรือเลือกหลบหนีไป แต่สตรีตรงหน้าเธอกลับพุ่งเข้ามาต่อโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย

             

            ทั้งสามพุ่งเข้าตะลุมบอนอีกครั้งหนึ่ง แม้จะดูเหมือนนิทานและคีตาจะได้เปรียบแต่ในความเป็นจริงแล้วโจรสลัดหญิงผู้นี้ดูจะเหนือกว่าก้าวหนึ่ง เธอพลิกแพลงคำแห่งพลังของตนได้มากเกินกว่าที่นิทานคิด

             

            มีครั้งหนึ่งเธอถึงกับหดร่มปกปักหทัยให้สั้นลงสามเท่า หากก็อยู่เพียงเสี้ยวพริบตาเท่านั้น ร่มปกปักหทัยมีพลังจิตวิญญาณของนิทานประทับไว้ ไม่อาจถูกแทรกแซงได้โดยง่าย เช่นเดียวกันกับการที่ใช้คำแห่งพลังกับร่างของผู้ขีดเขียนชะตาโดยตรงจะได้ผลลัพธ์ที่อ่อนด้อยลง

             

            นอกจากนั้นยังมีการที่คีตากลับจู่โจมตัวเองเสียอย่างนั้น ใบหน้าของมันปรากฏความมึนงงน้อย ๆ ก่อนโดนฟาดถอยกลับมา

             

            ลดสติปัญญาสามเท่า? ร่ายรำการโจมตีอีกฝ่าย? รับมือโคตรยากเลย นิทานขมวดคิ้ว เขาพึ่งโดนร่มปกปักหทัยเหวี่ยงกลับมาขวางหน้าตัวเองเมื่อเธอสัมผัสมัน

             

            ความแตกต่างระหว่างนักสลักและผู้เรียนรู้นั้นฉายชัดในยามนี้ ความรอบรู้ในคำแห่งพลังของนักสลักนั้นสูงกว่าผู้เรียนรู้มาก วิธีการใช้งานจึงแปลกแยกและยากจะรับมือ

             

            นักสลักเอกหลายคนที่นิทานสังหารอย่างง่ายดายก่อนหน้านี้ไม่ใช่เพราะพวกเขาอ่อนแอแต่เป็นเพราะนิทานโจมตีทีเผลอ ซ่อนพลังของตัวเองแล้วจึงจัดการในทีเดียว

             

            ส่วนสัตว์อสูรทั้งหลายก่อนหน้าเกิดจากความเป็นสัตว์อสูรเอง สติปัญญาของพวกมันด้อยกว่า การใช้คำแห่งพลังจึงค่อนข้างตรงไปตรงมา

             

            ดีนะที่ไม่ใช่คำประเภทโจมตีพื้นที่อย่างตาไกรไม่งั้นพวกเราเสร็จไปนานแล้ว นิทานเป่าปากในขณะที่เขารับมือกับการโจมตีพิสดารของโจรสลัดผู้นี้อย่างยากลำบาก แต่ความโชคดีในความโชคร้ายคือการที่เธอไม่มีการโจมตีครอบคลุมพื้นที่

             

            หากเขาต้องสู้กับตาไกรที่แผ่อาณาเขตแห่งไฟออกมารอบตัวตลอดเวลา เขาไม่ต้องทำอะไรนอกจากหลบหรือหนีกันพอดี ไม่ต้องพูดถึงประชิดตัว

             

            ทางเลือกเดียวของเขาตอนนี้จึงได้แต่สู้ประชิดตัว หากเขามีโอกาสเขาสามารถใช้วัชระดาวตกสังหารเธอได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญการโจมตีระยะประชิดเช่นเธอย่อมไม่เผยโอกาสให้เขาได้เตรียมพลัง

             

            หากใช้ออกเพียงชั่ววูบ ไม่รวมพลังเต็มที่หรือไม่ยืมพลังระดับอริยะ นิทานสงสัยว่าเธอจะร่ายรำหลบการโจมตีได้โดยง่าย

             

            สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้จึงมีเพียงรอ เข้าจู่โจมต่อเนื่องเพื่อรอโอกาสที่เขาสร้างไว้

             

            แม้จะดูเหมือนนานหากความเป็นจริงแล้วเวลายังผ่านไปไม่กี่วินาทีเท่านั้น การเข้าปะทะอย่างต่อเนื่องทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นิทานขณะนี้โลหิตสาดกระจายเต็มตัว แผลน้อยใหญ่และรอยฟกช้ำประทับทั่วร่าง สีหน้าซีดขาวริมฝีปากแห้งเหือด สองตาแม้จะมุ่งมั่นแต่ค่อนข้างเลื่อนลอย เห็นได้ชัดว่าเขาประสบกับการขาดแคลนพลังจิตวิญญาณ

             

            คีตามีท่าทีอ่อนล้าและเหนื่อยหอบ แม้ร่างกายมันจะไม่มีบาดแผลมากนักแต่มันก็อ่อนพลังลงมาก สัตว์ประเภทสุนัขไม่ได้มีพลังกายให้ใช้ได้ต่อเนื่องนานอยู่แล้ว พลังจิตวิญญาณที่ต้องใช้เพื่อเสริมกำลังทั้งสองพร้อมกันก็เริ่มจางหายไปบางส่วน ขณะนี้ทั้งสองไม่ได้อยู่ในสภาวะสมบูรณ์อีกต่อไป

             

            โจรสลัดหญิงที่ตอนนี้กลายเป็นร่างเล็กหากเต็มไปด้วยมัดกล้ามก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ขาข้างที่หักของเธอเป็นแผลเหวอะหวะ ลำคอมีรอยแทงจากมีดสั้น ตามตัวเต็มไปด้วยรูโหว่ขนาดเล็กจากร่มแทงและรอยกรีดจากเขี้ยวเล็บ

             

            แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่สองตาและลมหายใจของเธอยังคงเจิดจ้า แม้แผลจะมากมายแต่นอกจากขาข้างนั้นแล้วไม่ได้มีบาดแผลอะไรร้ายแรง พลังกายและพลังจิตวิญญาณของเธอยังมากพอให้ต่อสู้ไปได้อีกระยะหนึ่ง 

             

            เป็นอีกครั้งที่ความแตกต่างระหว่างผู้เรียนรู้และนักสลักปรากฏชัด

             

            โจรสลัดผู้นั้นเผยรอยยิ้มดุดัน เธออ่านสถานการณ์ออกชัดเจน หากถ่วงเวลาอีกไม่นานชัยชนะย่อมเป็นของเธอ สตรีตรงหน้าเธอนี้ดูอ่อนกำลังมากแล้ว พลังจิตวิญญาณก็สมควรเหลือไม่มาก ปริมาณพลังจิตวิญญาณของผู้เรียนรู้ย่อมไม่อาจเทียบนักสลักโทเช่นเธอ

             

            นี่คืออีกหนึ่งจุดอ่อนของนิทานโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับระดับขั้นหากเป็นที่รูปแบบ เขาไม่อาจต่อสู้นาน! การแบ่งพลัง เชื่อมโยงพลัง เสริมกำลังกาย เพิ่มลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องนั้นทั้งกินพลังจิตวิญญาณและสมาธิสูงมาก ตลอดเวลาที่ต่อสู้เขาเหมือนต้องเล่นหมากรุกสามกระดานไปพร้อมกัน คอยจัดสรรการแบ่งพลัง ควบคุมน้ำหนักตน คัดกรองการใช้พลังและอื่น ๆ

             

            เขาฝืนกัดฟันพุ่งเข้าโจมตีโจรสลัดพร้อมคีตาอีกครั้ง ในใจได้แต่ภาวนาว่าแผนของเขาจะได้ผล

             

            ชั่วขณะที่คีตาถูกฟาดกระเด็นออกไปและนิทานแทงร่มเข้าที่ช่วงท้อง โจรสลัดผู้นั้นที่กำลังจะร่ายรำหลบการโจมตีแต่แล้วตัวกลับหยุดชะงักไป ปลายร่มนั้นคว้านลึกเข้าไปในลำตัวจนเธอหน้าซีดลง กระอักโลหิตคำโต

             

            ได้แล้ว! นิทานกู่ร้องอย่างยินดี

             

            แม้จะคับขันเช่นนั้นเธอยังสามารถสะบัดหลุดออกมา พุ่งตัวถอยห่างออกไปได้ หากคีตาไม่ขวางทางด้านหน้าถ้ำอยู่ เธอย่อมหนีออกไปแล้วเป็นแน่แท้ แผลที่ช่วงท้องของเธอไม่ใช่แผลเล็ก ๆ ดังเช่นก่อนหน้า  

             

            เธอก้มมองบาดแผลที่ท้องที่เผยให้เห็นอวัยวะภายในสีชมพูอ่อน เธอสัมผัสได้ถึงอาการวิงเวียนและความชาไปทั่วทั้งตัว และต้นสายก็มาจากรอยแทงที่คอของเธอเอง

             

            “แก พิษ! ไอ้แมลงเม่า! ขี้ขลาด!” ปากของเธอสั่นสะท้านจากพิษ สีหน้าซีดลงจนเห็นได้ถนัดตา เธอประคองสติที่อ่อนล้าจากพิษและบาดแผลอย่างยากลำบาก

             

            นิทานไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืดแต่อย่างใด เขาพุ่งตัวเข้าไปพร้อมปาร่มปกปักหทัยดั่งหอก ในขณะเดียวกันก็กางร่มไปพร้อมกัน กลายเป็นหอกขนาดใหญ่ที่หัวแหลมนั้นสั้นเล็ก

             

            เธอฝืนลากร่างของตนออกอย่างยากลำบากหลบวิถีร่มไปได้ หากนิทานกลับมุดออกจากใต้ร่ม พุ่งลอดหว่างขา จับยึดขาทั้งสองไว้อย่างแน่นขนัด

             

            แขนข้างขวาของเขาไม่อาจใช้งานได้ นิทานจึงใช้ทั้งร่างของตนรวบขาทั้งสองทดแทน

             

            เขาเพิ่มน้ำหนักของตน ยึดขาไว้กับพื้น เสริมกำลังกาย กลายเป็นดั่งหมุดเหล็กที่ตอกขาทั้งคู่เอาไว้กับที่

             

            โจรสลัดหญิงผู้นั้นรู้สึกราวกับขาของตนกลายเป็นดั่งเรือน้อยในห้วงสมุทรที่ถูกสมอยักษ์ตอกไว้กับพื้นสมุทร ไม่อาจเคลื่อนไหวใด ๆ เธอเตรียมชกลงไปที่นิทานที่นอนรัดขาของเธอไว้ หมัดนั้นขยายขนาดและความเร็วจนน่ากลัว นิทานยามนี้ไม่มีสิ่งใดปกป้องร่างกาย ร่มปกปักหทัยที่กางออกก็ไม่ได้โดนเธอแต่อย่างใด

             

            เปรี๊ยะ

             

            เธอพลันได้ยินเสียงของประจุไฟฟ้าที่แลบลั่นในอากาศ เธอสังหรณ์ได้ถึงอันตรายถึงชีวิตจากร่มปกปักหทัยที่ลอยพ้นเธอไป เบื้องหลังของร่มคันใหญ่ที่ถูกกางบดบังสายตาคือพยัคฆ์สีส้มอ่อนที่บนหัวของมันเกิดเงาหอกมายาที่หมุนปั่นอย่างบ้าคลั่งพร้อมกระแสไฟฟ้า

             

            สัญชาตญาณเอาตัวรอดของเธอทำงานจนถึงขีดสูงสุด เธอระดมชกนิทานทางด้านล่างเพื่อบังคับให้เขาออกไป แม้นิทานจะบาดเจ็บและทรมานเพียงใดแต่ผิวหนังที่เกิดประกายเหล็กก็เป็นปราการที่ปกป้องชีวิตของเขาเอาไว้ เธอไม่อาจใช้พลังเต็มที่ การโจมตีที่ดีที่สุดของเธอคือขา ไม่ใช่มือ 

             

            วินาทีที่หอกสายฟ้าถูกยิงออก เธอราวกับเห็นดาวตกสีครามที่พุ่งผ่านฟากฟ้า สวยงาม รวดเร็ว โหดร้าย และความตาย

             

            เมื่อวัชระดาวตกพุ่งทะลวงเข้าใส่ทรวงอกของเธอที่ไม่อาจขัดขืน เธอพลันได้ยินเสียงแผ่วเบาจากสตรีที่รัดขาของเธอไว้แน่น

             

            “ในการต่อสู้มีแค่คำว่าชนะหรือแพ้ค่ะ”

             

            สิ้นเสียงนั้น ประกายดาวหางก็วาบผ่านทรวงอกของเธอไปอย่างง่ายดาย ไร้การขัดขืนใด ๆ ราวกับร่างนักสลักโทเสริมการป้องกันอันแข็งแกร่งของเธอเป็นเพียงกระดาษบาง ๆ ต่อหน้าดาวตกดวงนี้

             

            สติของเธอดับวูบลงไปตลอดกาล


    คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน