ตอนที่ 33
ขณะที่พวกนิลกาฬกำลังเดินกลับหอพัก
“ท่านนิลกาฬ ได้โปรดหยุดก่อน” มีเสียงเด็กสาวเรียกนิลกาฬ ทำให้พวกเขาหยุดหันไปมองทางต้นเสียงทันที
เด็กสาวคนนี้หน้าตาน่ารักคนนี้ มีผมสีดำทรงทวินเทล ใส่ชุดเดรสสีฟ้าอ่อนดูแล้วเข้ากลับลักษณะตัวของนาง
“ข้าต้องขอโทษท่านด้วยที่รบกวนท่าน หนูแค่อยากขอบคุณท่าน ที่ท่านช่วยข้ากับพี่เอาไว้ในดันเจี้ยน”
“เออ~ ไม่ทราบว่าพวกเราเคยเจอกันมาก่อนด้วยหรอ ข้านึกไม่ออกเลยว่าเคยเจ้าสาวน้อยน่ารักเช่นเจ้าที่ไหนในดันเจี้ยน” นิลกาฬกำลังใช้ความคิด
“โอ้ยย!! พวกเจ้าทำอะไรกันนะ”
เสวียนซินเตะขาของนิลกาฬ ส่วนหลินดึงที่หูของนิลกาฬ
“เหหห! ไหนเจ้าบอกว่าจะไปฝึกวิชาในดันเจี้ยนไง ไหนเจ้าถึงได้รู้จักกับสาวน้อยน่ารักคนนี้ได้หึ~” หลินปลดปล่อยจิตสังหารออกมาใส่นิลกาฬ
“เดียวๆๆๆ ฟังข้าก่อนหลิน ข้าจำได้ว่าช่วยคนเอาไว้ก็จริง แต่คนกลุ่มนั้นเป็นรุ่นพี่ของพวกเรา พวกเขกำลังโดนพวกทาฮาชิฆ่า ข้าเลยเข้าไปช่วยพวกเขาเอาไว้ เดียวก่อนนะ หรือว่าเจ้าก็คือริน”
“ใช่แล้วเป็นหนูเอง” รินตอบด้วยท่าทีเขินอาย
“หึ~ เจ้าไปทำอะไรไว้นิลบอกข้ามา” หลินพูดด้วยน้ำเสียงน่ากลัว
“ข้าไม่ได้ทำอะไร ข้าแค่ช่วยพวกเขาแล้วก็จากไปทันที ใช่ไหมรินบอกนางทีว่าข้าไม่ได้ทำอะไร”
“ใช่แล้วค่ะ ท่านนิลกาฬไม่ได้ทำอะไรพวกหนูเลย แต่ว่า แต่ว่า ท่านนิลกาฬนั้นสุดยอดมากๆเลยค๊า ตอนที่เขาเข้าร่วมกลุ่มกับพวกเราเขาค่อยซับพอร์ตทีมได้ดีมาก แถมยังสุภาพ ถ่อมตน ไม่ถือตัวและยังใจดีอีกตั้งหาก และตอนที่ท่านนิลกาฬอาละวาดกับพวกของทาฮาชิเพื่อปกป้องกลุ่มของพวกเรา ท่านช่าง ท่าน่าง ดูสง่างามสมชายชาตรี หล่อมาดแมนกระชากใจสุดๆไปเลยละค๊าาา! ทำให้หนูประทับใจสุดๆไปเลยค๊า หนูเลยอยากจะขอบคุณท่านนิลกาฬเป็นการส่วนตัว และขอเข้าร่วมทีมในการแข่งขันประจำชั้นปี อุ้ย! ขอโทษด้วยค่ะที่นูทำตัวเสียมารยาทไปเมื่อครู่” รินบิดไปมาด้วยเขินอาย
‘เจ้าหนูแกนี้มันช่างโชคดีจริงๆเลยที่มีสาวน่ารักมาคลั่งไคล้แบบนี้ หึหึหึ’
‘เจ้านะเงียบไปเลยนนทก’
““สาวน้อยคนนี้คงจะหลง(นิล/ท่านนิล/นิลกาฬ)เขาเต็มเปาแล้วสินะ”” พวกนางทั้ง 3 คนคิด
“เออ~ ในตอนนั้นข้าเองก็จำเจ้าไม่ค่อย เพราะเจ้าส่วมชุดเกราะหนักขนาดนั้น สรุปแล้วเป็นเจ้าจริงๆใช่ไหม” นิลกาฬถามด้วยความสงสัย
“ใช่แล้วค่ะ ถ้าท่านไม่เชื่อเดียวข้าจะพิสูจน์ให้ดูเองค่ะ [เปล่ยนร่าง]”
จู่ๆร่างของรินก็เปลี่ยนกลายมาเป็นชุดเกราะหนักทั้งตัว และมีความสูงเท่ากับนิลกาฬ
“ชุดเกราะหนักชุดนี้มันคือผลึกวิญญาณเปลี่ยนร่างของเจ้าชายเกราะทมิฬค่ะ” หลังจากนั้นรินก็เรียกโล่สีดำขนาดใหญ่ออกมา
“ส่วนนี้เป็นเป็นผลึกวิญญาณประเภทโล่ที่หนูพึ่งได้มา หนูคิดว่าจะต้องทำประโยชน์ให้แก่ท่านนิลกาฬได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นได้โปรดให้หนูได้ร่วมทีมของท่านด้วยเถอะค่ะ”
“เออ~ พวกเจ้าคิดว่ายังไงบ้าง ทีมของเราเองก็ขาดสายแทงค์อยู่ข้าเองก็คิดว่าเป็นความคิดที่ดีทีเดียว จริงๆแล้วข้าเองก็กำลังจะไปชวนรินอยู่เหมือนกันแต่ข้าไม่รู้จะหานางได้ยังไงเลยว่าจะไปถามควิสซะหน่อย”
“ท..ท่านนิลท่านรู้จัก ท่านควินด้วยยังงั้นหรอ?” ยูกิตกใจมาก
“ท่านควินคือ 1 ใน 10 สุดยอด ท่านควินคือนักสู้ที่เก่งที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโรงเรียนกลางแห่งนี้ และกลุ่มเทพธิดาของท่านควิน ยังมีท่านห่านเสิ่นที่เป็นอันดับ 1 และท่านเฉินตรงอับดับที่ 5 อยู่ในกลุ่มอีกด้วย ว่าแต่ท่านนิลรู้จักกับท่านควินได้ยังไง” ยูกิอธิบายออกมา
‘ข้าไม่คิดว่าเจ้าคนเชื่อคนง่ายนั้นจะเป็นนักสู้ที่เก่งที่สุดของโรงเรียนนี้’ นิลกาฬคิด
“ข้ารู้จักกับนางตอนกำลังออกมาจากดันเจี้ยน ข้าเจอพวกทาฮาชิระหว่างทาง นางเลยเข้ามาช่วยข้า และมาขอบคุณเรื่องที่ข้าช่วยน้องของนางเอาไว้ ก็เท่านั้นเอง” นิลกาฬพูดอธิบายให้พวกเขาฟังบางส่วน
“ถ้าเช่นนั้น แสดงว่าเจ้าเป็นน้องสาวของท่านควินยังงั้นหรือ คือว่าถ้าเจ้าไม่ว่าอะไรข้าฝากให้เจ้าขอลายเซ็นท่านควินได้หรือไม่ ข้าชื่นชอบท่านควินเป็นอย่างมาก” เสวียนซินรีบเข้ามาจับมือของรินทันที
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาค่ะ แต่พวกท่านจะต้องรับหนูเข้าร่วมทีมของพวกท่านด้วยตกลงไหมค่ะ”
“ได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา ใช่ไหมหลิน ยูกิ”
หลินและยูกิได้พยักหน้าให้กลับเสวียนซินแบบงงๆ
“เห็นไหม ตอนนี้เจ้าก็เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเราแล้ว”
“เย้~ เช่นนั้นดหนูขอเรียกท่านนิลกาฬว่าท่านพี่ได้ไมค่ะ”
“เออ~ ท่านพี่อย่างงั้นหรอ มันก็ได้อยู่หรอก”
“เย้~”
หลังจากพวกเขาตกลงกันได้แล้ว ยูกิรีบทำเรื่องส่งรายชื่อสมาชิกทีมของพวกเขาลงแข่งขันทันที และยังขอให้ปู่ทวดของนางจัดห้องพักในหอพะยูงให้แก่รินอีกด้วย เพื่อที่พวกเขาจะได้ฝึกซ้อมด้วยกันง่ายขึ้น
ระหว่างที่กินข้าวกันนั้นพวกเขาได้ถามประวัติของริน พวกเขาพบว่ารินพึ่งอายุ 9 ปีเอง รินสามารถผ่านทดสอบเข้าโรงเรียนกลาง ทั้งยังได้อยู่ห้อง A ความสามารถของรินนั้นโดดเด่นจริงๆ
พวกเขาทั้งหมดตกลงกันวันพรุ่งนี้เช้าพวกเขาจะไปที่ลานฝึกจำลองการสู้รบกันเพื่อซ้อมการต่อสู้ นิลกาฬคิดว่าการแข่งขันประจำปีนั้นน่าสนใจเป็นอย่างมาก
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่พวกเขากินข้าวกันเสร็จแล้ว ก็ออกเดินทางมาที่ลานไม้สนสามใบ เพื่อฝึกจำลองการสู้รบ ในการแข่งขันประจำชั้นปีนั้น จะให้ผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายละ 5 คน จะถูกส่งไปยังโลกจำลอง เป็นการต่อสู้ระหว่างเทพและปีศาจ โดยจะมีทางให้เลือกทั้งหมด 3 เส้นทาง แต่ละทางจะมีป้อมปราการเส้นทางละ 3 ป้อม โดยจะมีทหารเทพและปีศาจถูกส่งออกมาทั้ง 3 เส้นทางเป็นระยะๆ และจะมีปราสาทขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังป้อมปราการทั้ง 3 ฝ่ายไหนที่สามารถทำลายปราสาทใหญ่ได้ก่อนถือว่าชนะ หรืออีกวิธีการชนะอีกวิธีนึงก็คือการฆ่าผู้เข้าแข่งขันฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันที่เข้าไปในโลกจำลองสามารถเสียชีวิตได้เพียงคนละ 3 ครั้งเท่านั้น ใครที่เสียชีวิตครบ 3 ชีวิตจะถูกส่งออกนอกการต่อสู้ทันที
เมื่อนิลกาฬได้ฟังทำให้คำอธิบายของยูกิระหว่างเดินทาง ทำให้เขานึกถึงเกมส์ที่โลกเก่า เกมส์แนว MOBA เช่น เกมส์ RVV Dot-B และNOH นิลกาฬเล่นเกมส์แนวนี้กับพวกลูกทีมของเขาเป็นประจำ มันทำให้เขานึกถึงสมาชิกในทีม ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงกันบ้าง
เมื่อพวกเข้าถึงลานไม้สนสามใบ ก็พบว่ามีนักเรียนที่เข้ามาใช้ลานไม้สนสามใบเยอะมาก
“พวกข้าต้องการเช่าห้องฝึกจำลองการต่อสู้ไม่ทราบว่าพอจะมีห้องว่างหรือไม่” ยูกิถามผู้คุม
“ตอนนี้ห้องเต็มหมดแล้วพวกเจ้าจะต้องรอ…” ในขณะที่ผู้คุมพูดในตอนแรกนั้นเขายังไม่ได้มองดูว่าเป็นยูกิ เมื่อผู้คุมหันมามองยูกิแบบชัดๆอีกครั้ง
“ข..ข้าต้องขอประทานโทษด้วยขอรับ ท่านหญิงยูกิ ตอนนี้ห้องธรรมดาได้เต็มหมดแล้ว เหลือเพียงห้องระดับเงิน และระดับทอง ไม่ทราบว่าท่านหญิงยูกิจะเลือกไหนหรือขอรับ” ผู้คุมผู้ด้วยความนอบน้อมทันที
“พวกข้าจะเช่าห้องระดับทอง” ยูกิพูดอย่างนุ่มนวล
“ห้องของท่านหญิงอยู่ชั้น 4 ห้อง 2 ข้าได้แจ้งไปทางเจ้าหน้าที่ด้านบนแล้ว ทั้งหมด 1000 เหรียญทอง ขอรับท่านหญิงยูกิ” นิลกาฬจ่ายเงินให้แก่ผู้คุมแล้วพวกเขาก็ขึ้นที่ห้องของพวกเขาทันที
“ชายหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันทำไมข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน”
“เจ้าอิจจาเขาละสิ ที่มาพร้อมกับสาวงามตั้ง 4 คน”
“เขาจะต้องเป็นลูกของพวกตระกลูใหญ่แน่ๆ”
“คิดว่าพวกตระกลูใหญ่ธรรมดาจะสามารถมาสนิทสนมกับท่านหญิงยูกิเหลนสาวของท่านผู้อำนวยการปีศาจนั้นได้หรือ”
นักเรียนทุกคนเมื่อได้ยินที่เด็กนักเรียนคนดังกล่าวพูด พวกเขารีบหันไปทางพวกนิลกาฬด้วยความอิจฉาที่มีต่อนิลกาฬ
เมื่อพวกนิลกาฬเดินขึ้นมาถึงชั้นที่ 4
“นั้นน้องชายนิลกาฬไม่ใช่หรอ” ควินกำลังออกมาจากห้อง 1 ควินก็พบกันนิลกาฬทันที
“สวัสดีครับ ท่า..” นิลกาฬต้องหยุดชะงักทันทีเนื่องจากควินมองเขาด้วยสายตาหน้ากลัว
“สวัสดีครับ พี่สาว”
“ดีมากน้องชาย พวกเจ้าเองก็มาใช้ห้องจำลองการสู้รบเหมือนกันหรอ ถ้าเช่นนั้นจะมาจับคู่ซ้อมกับพวกพี่สาวไหม”
“เออ~ พวกผมยังเป็นมือใหม่อยู่เลย จะให้ซ้อมการต่อสู้พวกพี่สาว ผมไม่โดนไล่ฆ่ายับเลยหรือ”
“เอาน่า น้องชายแค่รอบเดียวก็พอ เผื่อพวกเจ้าจะได้นำเอาวิธีการรบของพี่สาวคนนี้ไปปรับใช้ได้ยังไงละ”
นิลกาฬหันมาหาพวกหลินว่าตกลงกับการซ้อมรบในครั้งนี้หรือไม่ พวกนางก็คิดกันอยู่สักพัก หลังจากนั้นก็ตกลงทันที
“เอายังงั้นก็ได้ครับพี่สาว ยังไงก็เบาๆมือให้พวกผมด้วยก็แล้วกันนะครับพี่สาว”
“พวกพี่สาวเองก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรขนาดนั้น พี่สาวเองอยากเห็นพลังของน้องชายนิลกาฬมากกว่า เห็นรินบอกว่าพลังของน้องชายไม่ธรรมดาเลย”
รินบิดด้วยความเขินอาย เนื่องจากนางตอนที่นางเล่าให้พี่สาวฟังนางทั้งหลงไหลและคลั่งไคล้นิลกาฬเอามากๆ จะทำให้นางแสดงนิสัยที่แท้จริงออกมา คนที่รู้นิสัยที่แท้จริงของรินมีเพียง แม่ของริน ควิน และชินเท่านั้น
“ข้าเองก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น พี่สาวก็พูดเกินจริงไป เช่นนั้นข้าต้องรบกวนพวกพี่สาวแล้ว”
“ชื่อทีมของพี่สาวคือ กลุ่มเทพธิดา แล้วพี่สาวจะรอนะ” ควินเดินเข้าห้องหมายเลขหนึ่งทันที ควินบอกกลับสมาชิกของเขาว่าเขาจะช่วยทีมของน้องสาวซ้อมรบจำลอง ทุกคนในทีมก็ตอบตกลง
เมื่อพวกนิลกาฬเข้ามาให้ห้องจำลองการรบ ภายในห้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย และด้านในห้องนั้นมีเครื่องวาร์ปขนาดใหญ่ที่มีอักขระโบราณเขียนอยู่
“เอาละ พวกเรามาตั้งชื่อทีมกัน ว่าจะเอาชื่ออะไรกันดี” นิลกาฬถามความเห็นจากคนในทีม
“ชื่อนี้เป็นยังไงบ้าง ชื่อทีม “ท่านนิลกาฬ” รินเสนอ
“เออ~” นิลกาฬต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง
“ข้าว่าเอาเป็น “ท่านนิลกาฬสุดแกร่ง” เป็นยังไง” ยูกิเสนอชื่อทีมบ้าง
“ข้าว่าเอาเป็น “นิลกาฬผู้ใจดี” ไหม” หลินพูด
“ข้าว่าเซ้นส์การตั้งชื่อของพวกเจ้าจะต้องมีปัญหามากแน่ๆ” เสวียนซินพูด
หลิน ยูกิ และริน หันมามองเสวียนซินด้วยหน้าตาหน้ากลัวทันที ทำให้เสวียนซินตกใจกลัวเป็นอย่างมาก
“เออ~ เช่นนั้นเชิญพวกเจ้าตั้งชื่อกันต่อเลย” เสวียนซินพูดเสียงเบาๆ
“ถ้าพวกเจ้าอยากจะเอาชื่อของข้ามาตั้งเป็นชื่อทีม เอาชื่อนี้เป็นยังไง “ยักษาทมิฬ” พวกเจ้าว่ายังไงกันบ้าง”
““ตกลงเอาชื่อนี้เลย”” พวกนางทั้ง 4 รีบตอบตกลงทันที
“ยอกรับกันง่ายๆซะงั้น” นิลกาฬยักไหล่