หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 49

    “อี๊ด!...อี๊ด!....อี๊ด!...” เสียงคำรามแหลมเล็กของสิ่งมีชีวิตที่น่าขยะแขยงที่ท่วมไปด้วยเลือด ดังขึ้นมากลางห้องนอนของหลงเฟย“กรี๊ดดดดดดดด! ตัวอะไรวะเนี่ยน่าเกลียดโคตร”โทมัสร้องออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นปรสิตตัวอ้วนเต็มกำมือของไอรีน“ท่านนักบวชฮีลเลยเร็วเข้า!” ไอรีนตะโกนบอกทอรัสทันที“ฮีล!” แสงสว่างสีขาวพุ่งจากฝ่ามือของนักบวชหนุ่มไปยังบาดแผลของเด็กน้อย ซึ่งทำให้แผลผ่าตัดนั้นผสานกันในทันที“เอาขวดโหลมาเร็ว ข้าไม่อยากจับมันนานกว่านี้แล้ว” ไอรีนหันไปบอกโทมัส แล้วก็ยัดเจ้าปรสิตลงขวดโหลที่ชายหนุ่มถืออยู่“แล้วยาแก้ฤทธิ์นี่จะต้องให้เลยรึเปล่า?” หลงเฟยที่ถือถ้วยยาไว้ถามกับไอรีน“ขอดูก่อนว่าเจ้าหนูได้สติดีรึยัง ให้ทานตอนรู้ตัวน่าจะดีกว่า” ไอรีนกล่าวพร้อมกับถ่างตาของแวนออกเพื่อสังเกตม่านตา สักครู่เด็กน้อยก็ได้สติ“น...นำ...น้ำ” แวนเปล่งเสียงอันแหบแห้งออกมา“นี่ลูก! น้ำอยู่นี่จ่ะ ค่อยๆดื่มนะ” แอนหยิบแก้วน้ำขึ้นมา ค่อยๆป้อนน้ำเข้าปากลูกชายของตน“เฮ้อ! ค่อยยังชั่วดีนะที่ฟื้นตัวเร็ว อีกสักพักท่านก็ให้เขาทานยานี่ก็แล้วกัน” ไอรีนบอกกับแอน“ขอบพระคุณคุณหนูมากเจ้าค่ะ ฮือ...” แอนคุกเข่าลงขอบคุณทั้งน้ำตา“ขอบพระคุณขอรับ คุณหนู” เควินคุกเข่าลงแล้วก้มหัวกล่าวขอบคุณไอรีน“พวกท่านลุกขึ้นเถอะ ข้ายอมรับคำขอบคุณของท่าน ข้ายินดีช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วยสุดความสามารถ การช่วยชีวิตคนนั้นคือปณิธานสูงสุดของข้า” ไอรีนกล่าวออกมา พร้อมกลับรอยยิ้มปิติที่ช่วยชีวิตเด็กน้อยไว้ได้“ข้าต้องขอบคุณท่านด้วยคุณหนูที่อาสามาช่วยเหลือ” วินเซนต์กล่าวขอบคุณออกมาเช่นกัน เพราะเขาเป็นคนไปตามหลงเฟยที่ค่าย และได้เห็นไอรีนอาสามาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ“ขอบคุณนะไอรีน ขอบคุณที่มาช่วยคนของผม” หลงเฟยรู้สึกตื้นตันขึ้นมาในใจ ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงที่เหมือนคุณหนูรักสวยรักงามอ่อนต่อโลกอย่างไอรีน จะมีจิตใจที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวขนาดนี้“ข้าขอบคุณเจ้าด้วยเช่นกัน” ทอรัสขอบคุณแล้วยิ้มให้กับไอรีน ซึ่งเธอก็เพียงยิ้มตอบเท่านั้น แต่เธอก็เข้าใจว่าขอบคุณของโทมัสนั้น หมายถึงการที่เธอผู้เกลียดชังเหล่านักบวช แต่เปิดใจยอมรับในตัวเขานั่นเอง“โถ่ว...นี่ทุกคนขอบคุณยัยนี่กันหมด แต่ข้าไม่มีเรื่องอะไรให้ขอบคุณเจ้าเนี่ยสิ ใช้ข้าทำนั่นนี่อย่างกับเป็นทาส” โทมัสบ่นออกมา“แต่ข้าต้องขอบใจเจ้านะโทมัส ที่ช่วยพูดกับเซอร์รูบี้ให้อนุญาตพวกเราออกมาจากค่ายได้” ไอรีนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดกวนๆของชายหนุ่ม เธอยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณออกมาแทน“ข...ข้าไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอก ก็...เพื่อนกัน ก็ช่วยๆกันไปนั่นแหละ” โทมัสเขินอายหน้าแดงที่ได้รับคำขอบคุณจากหญิงสาวจนทำตัวไม่ถูก ทำให้ทุกคนที่เห็นท่าทางตลกๆของโทมัสก็หัวเราะออกมา ในที่สุดวิกฤติครั้งนี้ก็จบลงแล้ว ท่ามกลางความเจ็บปวดจากภัยสงคราม แต่ยังคงมีความหวังอยู่เสมอ หลังจากเหตุการณ์โจมตีเมืองของมอนสเตอร์สงบลง ผู้คนล้มตาย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนเขตเมืองชั้นนอกทางฝั่งทิศเหนือแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่างผู้เสียชีวิตถูกนำมาวางเรียงรายข้างถนนแล้วปิดผ้าคลุมร่างไว้รอญาตินำไปทำพิธี ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำไปรักษาที่โบสถ์ใกล้กับค่ายฝึกทหารแอนวีนซึ่งถูกจัดตั้งเป็นสถานพยาบาลชั่วคราว ณ ท้องพระโรง พระราชวังแอนวีน เวลาเที่ยงคืนขุนนาง และอัศวินมากมายมาเข้าเฝ้าอย่างเร่งด่วนตามรับสั่งของพระราชา1.      เคาน์เตสธอร์นตั้น - ผู้บัญชาการหน่วยจอมเวทย์แอนวีน2.      บารอนม็อต - ที่ปรึกษาขององค์ราชา3.      เซอร์คลีด - หัวหน้าป้อมปราการดราก้อน มุมตะวันออกเฉียงเหนือ4.      เซอร์เซเวียร์ – หัวหน้าป้อมปราการฟีนิกซ์ มุมตะวันออกเฉียงใต้5.      เซอร์ร็อคฮาร์ท – หัวหน้าป้อมปราการไททัน มุมตะวันตกเฉียงเหนือ6.      เซอร์เวิร์ลวินด์ – หัวหน้าป้อมปราการแองเจิล มุมตะวันตกเฉียงใต้7.      เซอร์ฮอว์ค – หัวหน้ากองพันเหยี่ยว8.      เซอร์เรดวู้ด – หัวหน้ากองพันหมาป่า9.      เซอร์แกลลอป – หัวหน้ากองพันอาชาดำ10.   เซอร์ฟราย – หัวหน้ากองพันอสรพิษ11.   เซอร์รูบี้ – หัวหน้าค่ายฝึกทหารแอนวีน12.   เซอร์แอนรีน - หัวหน้ากองพันราชองครักษ์13.   เซอร์แอ็กซ์ – หัวหน้ากองพันศาสตราวุธ เก็บรักษาดูแล และสร้างอาวุธให้กองทัพแอนวีนขาดเพียงแค่เซอร์อัลเบียน หัวหน้ากองพันกริฟฟินที่ยังพักฟื้นอยู่ที่ชายแดน ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมด้วย“ข้าต้องขอโทษด้วย ที่เรียกพวกท่านมายามนี้ แต่มีเรื่องเร่งด่วนเข้ามา เฮ้อ! ตอนนี้กองทัพจากเมืองต่างๆที่จะมาช่วยเราถูกฝูงมอนสเตอร์ดักโจมตีระหว่างทาง ทำให้การเดินทางล่าช้ามากขึ้นคงอีกหลายวันกว่าจะมาถึงที่นี่” พระราชาตรัสออกมาด้วยพระสุระเสียงอ่อนล้า เหล่าอัศวินที่ได้ฟังอย่างนั้นก็มีสีหน้ากังวลขึ้นมาเช่นกัน“ทูลฝ่าบาท จากการเคลื่อนไหวของพวกมัน ข้ามั่นใจว่ากองทัพที่มาประชิดเมืองแอนวีนนี้คงต้องเป็นทัพหลักของมันแน่นอนพะยะค่ะ ไม่เช่นนั้นคงไม่แบ่งหน่วยย่อยไปสกัดกองทัพอื่นอีกหลายทางเช่นนี้” เซอร์เรดวู้ดกล่าวออกมา“ฝ่าบาทพวกมันคงมั่นใจมากที่บุกโจมตีเมืองแอนวีนของเรา หน่วยสอดแนมของเราก็ถูกจัดการ ไม่มีใครรอดกลับมาได้สักคน แสดงว่าพวกจอมเวทย์ที่ควบคุมมอนสเตอร์อยู่นั่นคงไม่ธรรมดา ดังนั้นข้าขออาสานำทัพไปโจมตีลองเชิงพวกมัน เพื่อหาข้อมูลเองพะยะค่ะ” เซอร์แกลลอปกล่าวออกมาด้วยความตั้งใจ“ข้าขอเข้าร่วมกับเซอร์แกลลอปด้วยพะยะค่ะ” เซอร์ฮอว์คอาสาขึ้นมาอีกคน“ข้าเข้าใจความตั้งใจของพวกท่าน แต่เราควรรอบคอบไว้ก่อนน่าจะดีกว่า ที่ผ่านมาเราสูญเสียคนไปเป็นจำนวนมากแล้ว เซอร์ฟรายหน่วยสอดแนมที่ท่านส่งไปแล้วนั้น ไม่มีข่าวใดๆกลับมาเลยรึ?” พระราชาตรัสถาม“ทูลฝ่าบาท จากการที่ข้าส่งหน่วยสอดแนมไปหลายหน่วย ทำให้ทราบว่ามีอาณาเขตบางส่วนที่ถ้าเข้าไปแล้วจะไม่ได้กลับออกมาอีก ซึ่งห่างจากชายป่าเข้าไปประมาณ 500 เมตร ตลอดแนวภูเขาร็อกโก้ หน่วยสอดแนมที่เหลือพบอาณาเขตที่ชัดเจนแล้ว พยายามใช้ทุกวิธีในการตรวจสอบก็ยังไม่พบข้อพิรุธ ยังไม่อาจหาทางแก้ไขได้พะยะค่ะ” เซอร์ฟรายรายงานออกมาเสียงดังให้ทุกคนได้เข้าใจด้วย“การส่งคนไปสอดแนมอาจไม่ใช่วิธีที่ควรในตอนนี้จริงๆ เพราะพวกมันอาจรอจังหวะลอบโจมตีอยู่ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นเซอร์แกลลอป และเซอร์ฮอว์คพวกท่านจะใช้วิธีการใดจัดการข้าศึกที่จะทำให้ฝ่ายเราสูญเสียน้อยที่สุด” พระราชาตรัสถาม“ในเมื่อพวกมันแอบซุ่มอยู่ในป่า เราก็แค่เผามันให้ราบไปเลยพะยะค่ะ!” เซอร์แกลลอปตอบกลับด้วยความมั่นใจ ณ ห้องเตรียมการข้ามมิติ“คุณหลงเฟย มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ แต่อย่าเล่นมุขอะไรแปลกแบบคราวที่แล้วนะคะ” รีเอลหญิงสาวในชุดแต่งกายแบบจีนสีฟ้ากล่าวขึ้นก่อน เมื่อเห็นหลงเฟยเงียบแล้วก็จ้องเธอ“ฮ่ะๆ ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับคุณรีเอล คือผมอยากถามเรื่องเกี่ยวกับการข้ามมิติอีกครั้งนะครับ” หลงเฟยหน้าเสียเล็กน้อยที่รีเอลมองเขาเป็นพวกแปลกๆ“เชิญถามมาได้เลยค่ะ” รีเอลกล่าวออกมาอย่างเป็นทางการตามหน้าที่

    คล้ายกับเรื่องหลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ ที่คุณอ่าน