โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 108 พบสหายเก่า

    สามเดือนได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ประตูดินแดนแห่งการทดสอบได้เปิดออก หลายๆ ประเทศนั้นพวกเขาล้วนแล้วแต่ประสบกับการสูญเสียอย่างมาก แม้แต่ประเทศที่เป็นหนึ่งในทวีปเอวาอย่างประเทศนัวร์เองก็ไม่มีข้อยกเว้นมีนักรบและผู้กล้าจำนวนมากตกตายและไม่ได้กลับมาพบกับผองเพื่อนและครอบครัวของพวกเขาที่รออยู่

    ที่บริเวณเขตวังหลวงที่ราชาเอวินซ์และขุนนางส่วนใหญ่อาศัยอยู่นั้น วันนี้ยังคงเหมือนกับวันอื่นๆ อย่างเคย มีพ่อค้าที่เป็นชนชั้นสูงมาเปิดร้านค้าแต่เช้า แต่ในขณะเดียวกันแม้ว่าสินค้าจะมีราคาแพง แต่กลับขายออกอย่างรวดเร็ว

    ในวันนี้เองเขตวังหลวงได้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญจากโลกภายนอกเข้ามาถึงสองคน เหล่าผู้คนที่เป็นขุนนางชั้นสูงที่ต่างสัญจรกันไปมาต่างพากันจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาที่แตกต่างกัน บ้างก็สงสัย บ้างก็ตกตะลึงเพราะบุคคลที่ปรากฏขึ้นทั้งสองล้วนเป็นคนที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในเขตวังหลวงหรือเขตเมืองชั้นในแห่งนี้

    แต่จากการแต่งกายที่ดูดีและมีรสนิยมของพวกเขาทำให้ผู้คนถ้าหากไม่โง่ก็สามารถดูออกว่าพวกคนทั้งสองนั้นเป็นชนชั้นสูงเช่นกัน

    “เป็นเมืองที่น่าขยะแขยงจริงๆ เขตนอกกลับใช้ชีวิตอย่างลำบากแต่เขตในกลับสุขสบาย หืม? ทวีปนี้ยังคงยึดติดกับขนบธรรมเนียมเดิมๆ ทั้งๆ ที่ความแข็งแกร่งควรจะเป็นที่สุด”

    หนึ่งในชายชราที่เป็นคนแปลกหน้าของเขตชั้นในได้กล่าวขึ้น เป้าหมายการเดินของสองคนนั้นค่อนข้างชัดเจน เพราะดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเดินตรงไปที่ปราสาทหลวงซึ่งราชาเอวินซ์พำนักอยู่ที่นั่น

    “อย่าได้สนใจพวกมดปลวกพวกนี้เลยเฒ่าปีศาจ พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อสืบหาเรื่องราวของนายน้อย ตามคำสั่งของท่านเจ้าสำนัก”

    ชายชราอีกคนที่ติดตามมาด้วยได้กล่าว อย่างไรก็ตามเฒ่าปีศาจกลับไม่ได้ลดความหงุดหงิดของตนเองลงเลยมันกลับกล่าววาจาออกมาอย่างแดกดัน

    “เจ้าไม่คิดว่ามันไร้สาระงั้นเหรอมังกรเฒ่า เพียงแค่บุตรชายที่มีพลังระดับต่ำต้อยที่แม้แต่จะเป็นศิษย์หลักยังยาก กลับต้องให้ผู้อาวุโสหลักถึงสองคนมาตามหามันเช่นนี้ ไร้สาระเกินไป”

    “อย่ากล่าวคำพูดนั้นให้เจ้าสำนักได้ยินเด็ดขาด”

    เฒ่ามังกรได้กล่าวออกมาเบาๆ พร้อมกับหันหน้าหันหลังมองว่าใครได้ยินสิ่งที่พวกตนกำลังสนทนากันหรือไม่ คนชราทั้งสองยังคงเดินกันอย่างสบายๆ จนมาถึงหน้าปราสาทของพระราชา แต่เมื่อพวกมันทั้งสองกำลังจะเดินเข้าไปภายในกลับถูกพวกทหารยามขวางทางเอาไว้ก่อน

    “พวกเจ้าเป็นใคร? ที่นี่ไม่อนุญาตให้พวกเจ้าเข้าไปจงกลับไปซะ!”

    ทหารยามคนหนึ่งมาขวางพร้อมกับกล่าว ในขณะเดียวกันเฒ่าปีศาจนั้นดูเหมือนจะไม่พอใจที่ตนเองถูกอีกฝ่ายไล่เหมือนกับหมูกับหมาเช่นนี้ มันยกมือขึ้นและกำลังจะกำจัดบุคคลเบื้องหน้ามัน แต่ในขณะนั้นชายชราที่ถูกมันเรียกว่ามังกรเฒ่าก็ได้ยกมือขึ้นขวางก่อน ก่อนที่จะก้าวไปหาทหารยามเบื้องหน้าพร้อมกับกล่าวอย่างเป็นมิตร

    “พวกข้าทั้งสองมาจากสำนักมังกรมรกต จากทวีปฟ้ากระจ่างขอเข้าพบราชาของประเทศนี้เพื่อถามไถ่เรื่องบางอย่าง”

    แม้ว่าพวกทหารยามจะไม่รู้จักสำนักมังกรมรกตว่าคือสถานที่ใด ตัวตนในสถานะใด แต่พวกมันย่อมต้องรู้จักทวีปฟ้ากระจ่างแน่นอน ทวีปฟ้ากระจ่างเป็นทวีปของตัวตนที่เป็นประเทศระดับห้าขึ้นไป ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งสองที่ปรากฏตัวขึ้นจะต้องเป็นคนที่มีสถานะสูงส่ง ดังนั้นทหารยามจึงมีท่าทีเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที

    “ขอเชิญพวกท่านไปยังโถงรับแขก พวกข้าจะรีบไปแจ้งให้ราชาทราบเร็วที่สุดว่าแขกอันทรงเกียรติจากทวีปฟ้ากระจ่างได้มาเยือน”

    …….

    ณ ขณะเดียวกันหลังจากสามเดือนที่ผ่านไป เมื่อเซนกลับมาจากดินแดนแห่งการทดสอบชายหนุ่มก็ได้เก็บตัวอยู่ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยของตนเอง เพื่อฟื้นฟูร่างกายที่บาดเจ็บ และแผลของชายหนุ่มก็หายดีตั้งแต่เดือนที่แล้วซึ่งเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ อย่างไรก็ตามพิษในร่างกายนั้นไม่สามารถขับออกไปได้ นั่นทำให้ชายหนุ่มต้องหาทางแก้พิษไม่อย่างนั้นเขาจะไม่สามารถใช้อำนาจพลังวิญญาณใดๆ ได้

    การต่อสู้โดยไม่ใช้พลังวิญญาณใดๆ นั้นนับว่าเท่ากับเซนสามารถสำแดงพลังของตนออกมาได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามพิษที่อยู่ในร่างกายของเซนนั้นไม่สามารถขับออกมาได้ด้วยวิธีปกติ จากความคิดของเซนคิดว่าจะต้องใช้สมุนไพรขั้นสูง ซึ่งสมุนไพรระดับนั้นน่าจะหาได้จากทวีปฟ้ากระจ่างเท่านั้นจากคำบอกเล่าของมารีนก่อนที่เธอจะจากไป เพราะเดินทางกลับทวีปฟ้ากระจ่างก่อน

    อีกวิธีหนึ่งก็คือการฟื้นฟูสภาพของมุกสวรรค์อนันตกาลให้กลับมาเป็นปกติ หลังจากที่เซนกลับมาจากยมโลกมุกสวรรค์อนันตกาลก็ได้กลับมาเป็นปกติแล้ว อย่างไรก็ตามมันกลับสูญเสียพลังรักษาไปเพราะเหตุผลบางอย่าง แต่วิธีการฟื้นคืนมันกลับมาย่อมมี นั่นทำให้เซนนึกถึงคำพูดของวิหคเพลิงสวรรค์ก่อนหน้านี้

    “มุกสวรรค์อนันตกาลไม่ใช่สมบัติสวรรค์ที่เป็นที่เป็นที่รักของธรรมชาติอย่างที่เจ้าคิด แต่มันคือสิ่งเลวร้ายระดับภัยพิบัติสูงสุดที่ดูดกลืนวิญญาณสิ่งมีชีวิตจำนวนมากเพื่อมอบพลังให้กับมัน…ดังนั้นวิธีฟื้นฟูมันกลับมาเหมือนเดิมก็คือการสังเวยวิญญาณจำนวนมาก แต่ต่อให้เจ้าใช้วิญญาณทั้งดวงดาวนี้ก็ยังไม่สามารถฟื้นคืนมันได้ เจ้านับว่าโง่บัดซบจริงๆ ที่ใช้พลังของมันจนเหือดแห้งเช่นนี้!”

    จากคำกล่าวของวิหคเพลิงสวรรค์ย่อมหมายความว่าการฟื้นฟูมุกสวรรค์อนันตกาลในครั้งนี้ย่อมไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้การจะซ่อมแซมมันยังจำเป็นต้องใช้ทักษะที่สูงมาก แต่ชายหนุ่มคิดว่าสามารถใช้สกิลรังสรรค์ของคลาสเขาในการเติมเต็มจุดนี้ได้

    หลังจากมีมุมมองที่กว้างมากขึ้นเมื่อกลับมาจากยมโลกเซนก็เข้าใจว่าสกิลรังสรรค์ของเขานั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายสวรรค์อย่างมาก ชายหนุ่มคิดว่าขีดจำกัดของมันอาจจะสามารถสร้างสมบัติสวรรค์ชิ้นใหม่ขึ้นมาได้ และถ้าหากเป็นเช่นนั้นย่อมหมายความว่าจะมีสมบัติสวรรค์ชิ้นที่แปด

    ดังนั้นการใช้สกิลนี้ครั้งแรกของชายหนุ่มจึงนับว่าไร้ประโยชน์อย่างแท้จริง นั่นทำให้เซนรู้สึกผิดพลาดอย่างมากเพราะทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว

    “ข้าควรจะออกเดินทางไปที่ทวีปฟ้ากระจ่าง และถามหาสมุนไพรขั้นสูงที่สามารถขจัดพิษในร่างข้าได้จากมารีนโดยตรง บางทีนางอาจจะช่วยข้าได้”

    เซนกล่าวขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นหลังจากนั่งมานาน ชายหนุ่มเดินไปหยิบอาวุธของตนซึ่งเป็นกระดูกของผู้เฝ้าประตูอเวจี และเป็นสิ่งล้ำค่าของจริง

    เมื่อเตรียมของเล็กน้อยเสร็จแล้วเซนก็ออกเดินทางออกจากทวีปเอวาทันที การเดินทางไปทวีปฟ้ากระจ่างนั้นจำเป็นต้องใช้เวทมนตร์บิน อย่างไรก็ตามเซนในตอนนี้แม้จะใช้เวทมนตร์บินได้แล้วแต่เขายังไม่สามารถใช้พลังวิญญาณใดๆ ได้เนื่องจากพิษร้ายในร่างกาย

    ดังนั้นทางเดียวก็คือว่ายน้ำข้ามทะเลไป หากเป็นคนอื่นแน่นอนย่อมไม่สามารถทำได้แต่เซนที่อยู่ในทะเลมานานย่อมทำได้สบายๆ แล้วอีกอย่างชายหนุ่มจะได้แวะทักทายเพื่อนเก่าที่อยู่ใต้ทะเลลึกของเขาด้วย

    เมื่อคิดได้ดังนั้นเซนก็กระโดดลงทะเลทันทีพร้อมกับดำลงลึกและว่ายตรงดิ่งไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อนี้นั้นทำให้พวกสัตว์ทะเลที่ดุร้ายไม่อาจทำอะไรชายหนุ่มได้

    เซนดำดิ่งลงทะเลลึกลงเรื่อยๆ พร้อมๆ กับความมืดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณทำให้วิสัยทัศน์คับแคบลงไปอีก ในขณะเดียวกันเซนก็ได้มาถึงส่วนลึกที่สุดของทะเลลึกแห่งนี้ มันเป็นสถานที่ที่เซนคุ้นเคยเป็นอย่างมาก และมันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ที่เขามายังโลกใบนี้ครั้งแรก

    เมื่อเซนดำมาถึงทะเลลึกกระแสน้ำที่สงบนิ่งอยู่ๆ ก็เปลี่ยนไปมันเคลื่อนตัวอย่างรุนแรงพร้อมๆ กับปรากฏร่างที่ดูเหมือนมังกรทะเลยักษ์ขึ้น เซนจำมันได้มันคืออาร์เจนโต้นั่นเอง แม้ว่าจะไม่ได้พบกันนานแต่เขาก็ยังจำมันได้ไม่ลืม

    [เทพพิทักษ์ อาร์เจนโต้ ระดับ 69 ปรากฏตัว!]

    เมื่อข้อมูลในหัวของชายหนุ่มปรากฏขึ้นเซนก็ตกใจเป็นอย่างมาก เซนในปัจจุบันนั้นได้เก็บค่าประสบการณ์มามากมายและในที่สุดระดับก็ขึ้นถึงระดับ 59 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในดินแดนกึ่งเทวะ ระดับ 69 นั้นหมายความว่าเป็นระดับเทวะขั้นสูงสุดและยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน