ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 6 บทที่ 156 ถึงคราวของเจินเหริน (2)

            ดวงตาของสวีหยางอี้แพรวพราวขึ้น

            ใช่แล้ว นี่เป็นงานประมูลระดับจินตันเจินเหริน!

            สำหรับพวกเขาแล้ว หินวิญญาณเป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้นดังนั้นการประมูลของจินตันเจินเหรินก็คือ... การแลกเปลี่ยนสิ่งของซึ่งกันและกัน!

            “ใช่แล้ว... เมื่อตบะอยู่ในจุดเดียวกันแบบพวกเขาสิ่งที่พวกเขาสนใจเพียงอย่างเดียวคือการฝึกตนเลื่อนขั้น ต่างคนต่างพบเจอวาสนาของใครของมันสิ่งที่ได้มาจากวาสนานั้นๆ ก็ย่อมต่างกัน ดังนั้น ดูเหมือนกับว่าการประมูลโดยการแลกเปลี่ยนสิ่งของกันจะสะดวกต่อเหล่าจินตันเจินเหรินมากกว่า”

            เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆความปรารถนาพลังในใจของเขานับวันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

            จินตัน มีแต่ต้องเป็นจินตันเจินเหรินเท่านั้นถึงจะได้เห็นทุกซอกทุกมุมของโลกทั้งใบ!ถึงจะได้เห็นในสิ่งที่มนุษย์หรือผู้ฝึกตนธรรมดามองไม่เห็นถึงจะได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของโลกใบนี้!และสามารถเอื้อมไปแตะต้องความลับที่เหล่ารัฐบาลพากันปกปิดได้!

            สวีหยางอี้รู้สึกพิสมัยดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชี้วิตดวงนี้ยิ่งนัก

            บรมยุคอาร์เคียน บรมยุคโพรเทอโรโซอิก มหายุคพาลีโอโซอิก มหายุคมีโซโซอิกมหายุคซีโนโซอิก... ทุกครั้งที่มหายุคทางธรณีศาลล่มสลาย ย่อมเกิดมหายุคสิ่งมีชีวิตใหม่เกิดขึ้น ดังนั้นจะมีมหาสมบัติลี้ลับอีกกี่มากน้อยที่ถูกฝังอยู่ภายใต้พื้นพิภพและถูกลบเลือนด้วยสายธารแห่งกาลเวลา

            “ราคาที่ฉันเสนอเหมาะสมหรือไม่?” น้ำเสียงสดใสของเยว่ฉงเหราดังมาจากศาลา“แต่ว่า... จะเอาของๆ ฉันไปแบบนี้ไม่ได้”

            “ถ้าอยากได้มัน ต้องตอบรับเงื่อนไขของฉันก่อนหนึ่งข้อ”

            ทุกคู่สายตามองไปที่สวีหยางอี้ทันที ครั้นแล้วสวีหยางอี้จึงประสานมือเอ่ย“ขอท่านอาวุโสได้โปรดพูดกล่าว”

            “หลังจากขั้นจู้จีขึ้นไป เขาต้องมาเจอฉันสักครั้ง”เยว่ฉงเหราพูดขึ้นอย่างไม่ช้าไม่เร็ว“ฉันมีเรื่องบางอย่างต้องเจอหน้าพูดคุยกับเขา”

            “เอ๊ะ? หรือว่าสหายต้องการจะพาปรมาจารย์โอสถเพียงคนเดียวในประเทศหวาซย่าไปพบกับปีศาจที่ฆ่าคนเป็นว่าเล่นตัวนั้น?”จวี้หลิงเจินเหรินหัวเราะเสียงพิลึก “อย่าเพิ่งใจร้อนไปไย...ฟังเงื่อนไขของฉันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”

            “เชิญ!”

            หลังจากเสียงพูดดังขึ้น ทันใดนั้นก็มีจุดสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนรายล้อมมือสีทองขนาดใหญ่กลางอากาศและเพียงเสี้ยวพริบตาก็กลายเป็นเหยี่ยวเวทมนตร์เต็มไปหมด!

            “คัมภีร์ภาพมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งสรรพสัตว์!”เสียงแตกตื่นฮือฮาปะทุขึ้นอีกรอบ!

            “นี่เป็นคัมภีร์ยุทธเวทประจำตัวของท่านอาวุโสจวี้หลิงเจินเหริน...”“ไม่นึกว่าชีวิตนี้ฉันจะได้เห็นคัมภีร์ภาพมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งสรรพสัตว์ด้วยตาตัวเองแบบนี้!”“ได้เห็นชั้นเชิงการประมูลของเจินเหรินทั้งสองก็ถือว่าคุ้มแล้วสำหรับวันนี้!”

            หลังจากเหยี่ยวจำนวนมากปรากฏขึ้นก็ส่งเสียงร้องเสียดแหลม จากนั้นก็พากันบินเข้าไปจิกมือยักษ์สีทองนั่นบริเวณที่ถูกเหยี่ยวจิกกัดพลันค่อยๆ สลายเป็นแสงอณูปราณและหายไปในอากาศในที่สุด!ฝ่ามือนั้นก็ไม่อาจฟื้นคืนกลับมาเป็นเหมือนเดิม!

            ภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าประหนึ่งองค์พุทธะสละกายสังขารให้เหล่านกเหยี่ยวจิกกิน

            “คัมภีร์ภาพมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งสรรพสัตว์ของฉันเมื่อมายาภาพของเหยี่ยวปรากฏพวกมันจะพุ่งเข้าโจมตีพื้นที่ที่มีพลังปราณเข้มข้นที่สุดทันที หวังว่าสหายคงไม่ถือโทษโกรธเคืองกัน”จวี้หลิงเจินเหรินหัวเราะดังลั่น

            “แน่นอน” เยว่ฉงเหรายิ้มเย็นชา “แต่ว่า... สหายจวี้หลิงจะเอาโอสถเม็ดนี้ให้ได้งั้นหรือ?”

            “ฮ่า ๆ ๆ !” เสียงหัวเราะดังสนั่นทั่วทั้งงาน

            ผ่านไปสักพักใหญ่ เมื่อจวี้หลิงเจินเหรินหยุดหัวเราะเสียงดีดนิ้วก็ดังขึ้นจากนั้นเหยี่ยวตัวที่ใหญ่ที่สุดก็ใช้กรงเล็บสองข้างจิกบางอย่างขึ้นมาและบินฉวัดเฉวียนกลางอากาศจากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ฉันยอมให้คนอื่นแย่งโอสถวิเศษไป...แต่สำหรับนาย! ฉันไม่ยอม!”

            “เริ่มแย่งกันแล้ว...” ลมหายใจของไป๋เสอกระหืดกระหอบขึ้นทันที เขานึกไม่ถึงว่าต้นกล้าที่เยว่ฉงเหราเจินเหรินนำออกมาจะมีที่มาที่ไปที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้!และยิ่งคาดไม่ถึงว่าเจินเหรินทั้งสองจะเริ่มแย่งกัน!

            ไม่ใช่เขาคนเดียวที่คิดแบบนี้ แขกคนอื่นๆ ในงานก็คิดแบบนี้เช่นกันทุกคนหน้าแดงเรื่อแต่ก็รู้สึกหวาดผวาในใจ!

            ได้ดูฉากน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ถ้าพวกเขาพลอยโดนลูกหลงไปด้วยจะทำอย่างไร!

            ทั้งความตื่นเต้นและความหวาดกลัวผสมปนเป ทำเอาพวกเขานั่งไม่ติด!

            “สัตว์วิเศษระดับ S ไข่อินทรีย์มังกรปีก...”จวี้หลิงเจินเหรินเอ่ยเสียงเย็น “แรกเกิดจะเป็นสัตว์อสูรระดับ C หลังจากนั้นสิบปีจะสามารถต้านทานพลังขั้นจู้จีได้มีสายเลือดต้นกำเนิดของพญาปักษีปีกทอง ซึ่งอาจจะมีโอกาสกลายร่างกลับไปเป็นสัตว์ตามต้นกำเนิดของมันก็เป็นได้”

            “ยิ่งใหญ่จริงๆ ...”ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเงยหน้ามองดูไข่อสูรใสวาวราวกับหยกน้ำนมกลางอากาศอย่างตะลึงตัวสั่นงั่กอย่างคุมไม่อยู่ “ถ้า... ตระกูลไหนมีสิ่งนี้ไว้ในครอบครองสามารถใช้เป็นไพ่ตายประจำตระกูลได้เลย!แม้จะต้องบ่มเพาะเลี้ยงดูเป็นร้อยสองร้อยปีก็ตาม!”

            “ตอนนี้... จินตันเจินเหรินนำออกมาให้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ...”ผู้ฝึกตนวัยรุ่นคนหนึ่งมองกลางอากาศอย่างตกใจ “สมแล้วที่เป็นผู้ฝึกตนขั้นจินตันต่างกับพวกเราลิบลับ!”

            “มั่วแต่มองอะไรอยู่!” ตอนนี้น้ำเสียงเย็นชาของจวี้หลิงเจินเหรินก็ดังขึ้น “ประเมินราคาสิ!”

            คล้ายได้ยินเสียงเรียกขาน ตัวหนังสือบนจอม่านแสงก็แปรปรวนขึ้นอีกครั้ง!

            สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปบนม่านแสง แม้แต่สวีหยางอี้ก็เหยียดตัวตรงขึ้นมาเขาไม่เคยได้ยินเรื่องสัตว์เลี้ยงวิเศษมาก่อนแต่ดูจากความมั่นใจของของจวี้หลิงเจินเหริน ระดับความล้ำค่าของมันจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!

            ตัวหนังสือบนหน้าจอแปรปรวน ไม่ถึงห้าวินาทีผู้ฝึกตนคนหนึ่งก็ส่งเสียงหวือหวาดังขึ้น “ผ่านสีฟ้าไปแล้ว... ผ่านสีฟ้าไปแล้ว!!”

            แขกหลายคนเริ่มยืนลุ้นพวกเขาไม่คิดว่าจะมีลิสต์ลำดับรายชื่อของสัตว์เลี้ยงวิเศษอยู่จริงๆ บางคนก็ไม่เคยได้ยินเรื่องการแบ่งขั้นจัดอันดับสัตว์วิเศษมาก่อน!  แล้วไข่สัตว์วิเศษที่จินตันเจินเหรินนำออกมา จะอยู่ระดับไหนกันนะ?

            ครั้นเสียง “ติ้ง” ดังขึ้น บรรยากาศงานก็เสียงดังเอ็ดตะโรขึ้นทันที!

            “สีม่วง! สีม่วง! ระดับ A ! เป็นระดับ A เหมือนกัน” “ไม่! ไม่ใช่สิ! ไม่ใช่แค่ระดับ A ! นายดูดีๆ!” พระเจ้า... เริ่มประมูลด้วยของวิเศษและสัตว์วิเศษระดับ A ทั้งคู่เลยเหรอเนี่ยเกินไปแล้ว!” “เอ๊ะ! เหมือนมันยังไม่จบอยู่แค่นี้!”

            นาทีนี้ ตัวหนังสือยังคงขยับ แต่ใกล้จะหยุดลงแล้ว

            และเมื่อหยุดลงตัวหนังสือที่ปราก​บนหน้าจอในตอนนั้นทำเอาทุกคนสูดลมหายใจดัง “ซู้ด”เป็นเสียงเดียวกันทั่วทั้งงาน!

            “อินทรีย์มังกรปีก สัตว์อสูรระดับ S จัดอยู่ในลิสต์สัตว์เลี้ยงวิเศษลำดับที่ห้าสิบสาม”

            “ลำดับที่ห้าสิบสาม...” ตอนที่ตัวหนังสือสีม่วงปรากฏขึ้นไม่รู้มีผู้ฝึกตนอีกเท่าไรที่ลูกตาแทบหลุดออกจากเบ้า“สัตว์เลี้ยงวิเศษห้าสิบอันดับแรก แทบไม่มีทางเลี้ยงให้เชื่องได้เลยนอกจากได้มาตอนเป็นไข่... ตอนนี้ตระกูลที่มีสัตว์เลี้ยงวิเศษห้าสิบอันดับแรก...น่าจะมีอยู่ไม่เกินสิบหกตระกูล... แล้วนี่ท่านอาวุโสจวี้หลิงเจินเหรินมอบไข่สัตว์เลี้ยงวิเศษที่เกือบติดห้าสิบอันดับแรกให้ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ?!”

            “ไม่... ไม่ใช่ลำดับที่ห้าสิบสาม...”ผู้เฒ่าหญิงคนหนึ่งจ้องมองจอม่านแสงตาเป็นมัน “ยัง... ตัวหนังสือ... ยังไม่นิ่ง!”

            ใช่แล้ว ตัวหนังสือยังคงไม่นิ่ง แต่ก็เกือบจะหยุดนิ่งแล้ว!

            จิตใจของทุกคนถูกตรึงอยู่กับตัวหนังสือที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงบนจอม่านแสงหลังจากผ่านไปหนึ่งนาที สรรพเสียงในงานก็ดับลง! เงียบสงัดแม้เข็มตกก็ได้ยิน!

            “ติ้ง...” เสียงทุกคนสูดหายใจเฮือกลึก 

            “อินทรีย์มังกรปีก สัตว์อสูรระดับ S จัดอยู่ในลิสต์สัตว์เลี้ยงวิเศษลำดับที่ห้าสิบเอ็ด”

            “ห้าสิบเอ็ด...” นาทีนี้ เชียนเริ่นนั่งไม่ติดที่แล้ว มือสองข้างสั่นระริก“ยัง... ยังไม่นิ่งอีก!”

            ใช่แล้ว ขยับมาถึงลำดับที่ห้าสิบเอ็ดแล้ว แต่ตัวหนังสือยังไม่นิ่งอีกมันยังคงขยับอย่างเชื่องช้า!

            ลมหายใจของทุกคนงานร้อนผ่าว ไม่รู้ผ่านไปอีกนานเท่าไร เสียง “ติ้ง”ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ สีตัวหนังสือก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!

            สีแดง!

            “อินทรีย์มังกรปีก สัตว์อสูรระดับ S จัดอยู่ในลิสต์สัตว์เลี้ยงวิเศษลำดับที่ห้าสิบ!”

            ลำดับที่ห้าสิบ!

            ทั่วทั้งประเทศขนาดเก้าพันหกแสนล้านตารางกิโลเมตรแห่งนี้มีสัตว์วิเศษวิเศษมากมายนับแสน และถูกนำมาจัดอันดับตามความเชื่อง พลังความสามารถความดุร้าย และสติปัญญาจนกลายเป็นลิสต์รายชื่ออันเป็นที่ยอมรับ! โดยเฉพาะรายชื่อสัตว์วิเศษห้าสิบอันดับแรก!ทว่าไม่มีใครคาดคิดจวี้หลิงเจินเหรินจะนำสัตว์เลี้ยงวิเศษลำดับที่ห้าสิบออกมาเปิดประมูลง่ายๆ แบบนี้!

            เสียงทั้งงานดับลงคล้ายตายสนิท!

            ทุกคนต่างพูดไม่ออก ได้แต่ใช้สายตาอันร้อนลุ่มเหลือคณามองตัวหนังสือที่หยุดนิ่ง!

            “ห้าสิบอันดับแรก... ห้าสิบอันดับแรก! ห้าสิบอันดับแรก!!!”ผู้ฝึกตนเฒ่าคนหนึ่งยันไม้เท้าลุกขึ้นยืน ไม้เท้าสั่นงั่กราวกับค้ำชีวิตของตนไว้บนนั้น หากค้ำไม่มั่นคง ชีวิตอาจหล่นลงจบเห่เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงพร่าแหบ “ถ้ามอบไข่ใบนี้ให้ตระกูลถูของพวกเรา... ฉัน...ฉันพร้อมขอซื้อในราคาหนึ่งแสนก้อนหินวิญญาณระดับกลาง!”

            “คิดว่าจะตกถึงมือนายท่านอาวุโสเหรอ?” ผู้ฝึกตนวัยกลางคนคนหนึ่งเงยหน้ามองไปที่จอม่านแสงเช่นกันใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความอิจฉา เหมือนจะหัวเราะออกมาและสุดท้ายกลายเป็นรอยยิ้มขมขื่น “หากไม่มีวาสนากับท่านอาวุโสจวี้หลิงเจินเหรินคิดจะครอบครองของขวัญแห่งวาสนาชิ้นใหญ่ขนาดนี้... ก็เป็นได้แค่ความฝันลมๆ แล้งๆของคนเขลาเท่านั้น...”

            “เปรียบเทียบกันไม่ได้เลย...”ผู้เฒ่าชุดคลุมยาวคนหนึ่งเงยหน้าถอนหายใจอย่างสลด“ใบไม้อาบโลหิตเทพในตำนาน...แม้เป็นเพียงใบเล็กแต่อุดมไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์เข้มข้นมหาศาล... อีกฝั่งก็ไข่อินทรีย์มังกรปีก...ต่อให้สองสิ่งนี้ปรากฏขึ้นด้านนอก คิดว่าเหล่าตระกูลระดับแนวหน้าจะมีวาสนาครอบครองสิ่งล้ำค่าทั้งสองเหรอ?”

            สวีหยางอี้พยายามสะกดความตื่นเต้นอันท่วมท้นภายในใจลง ของพวกนี้...ไม่ว่าจะเป็นอันไหนก็ล้วนก็ล้ำค่าถึงขีดสุด! ทั้งนี้เป็นเพราะการฝึกตนอันทรหดตลอดสองปีครึ่งของตัวเองหากควบอาชาเริงร่าฝ่าสายลมแห่งวสันตฤดูแล้วทำไมจะไม่ได้เห็นบุหงาทั่วฉางอัน[1]?”

            แต่ที่ทำให้เขาเจ็บปวดตอนนี้ก็คือ เขาเลือกได้แค่อย่างเดียว!

            “ห้ามโลภ” เขาหายใจสองสามห้วง กำมือแน่น

            ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมเอาไว้ประมูลเสร็จถึงจะเป็นเวลาที่เขาจะหัวเราะได้เต็มที่!

            ของทั้งหมดในวันนี้ ก็จะตกเป็นของเขา!สมแล้วที่เข้าฌานปิดตายมาสองปีครึ่ง!

            เขากวาดมองเจินเหรินคนอื่นๆ ที่เหลือ... ยังมีอีกสิบคนที่ยังไม่ลงมือ!

            เขาไม่เชื่อ โอสถวิเศษชนิดยารองเพียงเม็ดเดียวจะมีเจินเหรินแย่งกันแค่สองคน!

            กลางอากาศตอนนี้ มีแต่เสียงหัวเราะได้ใจของจวี้หลิงเจินเหรินเพราะเหมือนตัวเองจะใช้ไข่อินทรีย์มังกรปีกกดราคาที่เยว่ฉงเหราเจินเหรินเสนอขึ้นมาเมื่อครู่ได้

            “สหายเยว่ หรือว่าสหายจะยอมควักใบไม้ใบที่โตเต็มวัยออกมา?” เขาพูดพลางหัวเราะ “ถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็เอาไข่สัตว์วิเศษตัวอื่นออกมาเป็นไง? อย่างเช่นหนอนกลืนสวรรค์ลำดับที่สามสิบสอง?หรือจะเป็นยมทูตอู่ฉางลำดับที่ยี่สิบเอ็ดดี? หรือว่า...จะเป็นวิญญาณเขมือบลำดับที่เจ็ด?”

            แต่ละชื่อที่แล่นกระทบหูผู้ฝึกตนขั้นจู้จีที่อยู่ด้านล่างทำให้พวกเขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ

            “สหายผู้เยาว์ ฟังให้ดี” เห็นเยว่เจินเหรินไม่เอ่ยตอบจวี้หลิงเจินเหรินจึงหันไปฉีกยิ้มพูดกับสวีหยางอี้ “ฝากบอกไปยังปรมาจารย์โอสถท่านนั้น...ฉันไม่เคยกินยาเหลวเลยสักครั้งเดียว!”

            ใบหน้าของศาสดาจารย์อู่เว่ยกับศาสดาจารย์จืออวี่หม่นหมองลงอีกครั้ง

            “ของคล้ายน้ำแกงจืดชืดแบบนั้นมันอร่อยตรงไหน?”

            “แต่ใช่ว่าสัตว์วิเศษของฉันจะครอบครองได้ง่ายขนาดนั้น...การที่ฉันยอมแลกด้วยไข่อินทรีย์มังกรปีกครั้งนี้...เป็นเพราะฉันมีเหลนในตระกูลที่อยู่ห่างหลายรุ่นคนหนึ่งทั้งเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ที่น่าตกตะลึง หรืออาจเทียบกับฉันตอนอายุเท่าเขาได้เลยยิ่งไปกว่านั้น เขายังเปิดประสาทสัมผัสได้แล้วเช่นกันและมีศักยภาพมากพอที่จะพัฒนาเป็นผู้ฝึกตนระดับ S”

            “หากรับไข่สัตว์วิเศษของฉันไป หลานของฉันจะต้องถูกส่งไปอยู่ข้างๆ ปรมาจารย์โอสถฉันไม่สนใจว่าเขาเป็นปรมาจารย์ระดับไหน! ขอแค่เขาพยักหน้าตกลงไข่อินทรีย์มังกรปีกใบนี้ก็เป็นของเขา!” เสียงพูดของเขาน่าฟัง “นอกจากนี้...ฉันพร้อมจะถ่ายทอดแลกเปลี่ยนวิชาเวทประจำตัวอย่างคัมภีร์คุมวิญญาณสรรพสัตว์”

            หน้าไม่อาย!

            ตอนนี้ แขกในงานต่างพากันหมดคำพูดไปเลย!

            หลายคนแทบอยากจะลุกขึ้นมาตะโกนด่าว่าไร้ยางอาย! ขอกันหน้าด้านๆแบบนี้เลยเหรอ?! เป็นถึงขนาดเจินเหริน!

            แต่ก็ใช่... อีกฝ่ายเป็นถึงจินตันเจินเหริน พวกเขาจึงไม่กล้า!

            แบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร?

            นี่มันเป็นการยัดเยียดให้เป็นศิษย์อย่างโจ๋งครึ่ม!แม้จะเป็นโอสถวิเศษจากศาสตร์หลอมโอสถโบราณแต่เพียงหนึ่งเม็ดสามารถแลกกับสัตว์เลี้ยงวิเศษระดับ S ได้เหรอ?ไม่มีทาง! 

            “ไร้ยางอาย...ไร้ยางอายสิ้นดี!”ผู้ฝึกตนผู้เฒ่าหนวดเครายาวเฟื้อยคนหนึ่งกัดฟันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีแต่ตัวเองได้ยิน“ทุกวันนี้ ผู้ฝึกตนไร้ยางอายมาเยอะขนาดนี้เชียวเหรือ?! คานเพดานไม่ตรงคานพื้นบิดเบี้ยว[2]!”

     

    คำอธิบายศัพท์แสง

    สัตว์วิเศษ หมายคือสัตว์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติอาจเป็นสัตว์ที่มีลักษณะรูปร่างเหมือนสัตว์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สัตว์ยุคโบราณ สัตว์ยุคดึกดำบรรพ์สัตว์ในเทพนิยายหรือนิยายปรัมปรา และสัตว์ตามจินตนาการของผู้แต่ง โดยคำว่า‘สัตว์วิเศษ’ เป็นชื่อเรียกโดยรวมของ ‘สัตว์เลี้ยงวิเศษ’ และ ‘สัตว์อสูร’

    สัตว์เลี้ยงวิเศษ  หมายถึง สัตว์วิเศษที่สามารถเลี้ยงและฝึกได้โดยมีการจัดอันดับตามความเชื่อง สติปัญญา พลังความสามารถ และอื่นๆ

    สัตว์อสูร จัดเป็นสัตว์วิเศษกลุ่มหนึ่ง สามารถเลี้ยงได้ แต่ไม่ค่อยนิยมนำมาเลี้ยงเนื่องจากไม่เชื่อง ดุร้าย ฝึกยาก แต่ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่มีพลังทำลายสูง

    สัตว์เลี้ยงปีศาจ หมายถึง ปีศาจที่ถูกนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง และมีการทำสัญญาเลือดนายบ่าวไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์วิเศษใดๆ 


    --------------------------------------------------------------------------------

    [1] ควบอาชาฝ่าสายลมวสันต์หนึ่งวันชมพรรณบุหวาทั่วฉางอัน หมายถึงหากเมื่อลงมือทำบางอย่างอย่างแน่วแน่ก็ย่อมบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จ และย่อมดื่มด่ำกับความภาคภูมิใจเป็นธรรมดา

    [2] คานเพดานไม่ตรง คานพื้นบิดเบี้ยวหมายถึง หากผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าประพฤติตัวไม่เหมาะสมผู้ที่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าก็อาจประพฤติตัวไม่เหมาะสมตามไปด้วย

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน