โมนาลืมตาขึ้นวันนี้ก็เช่นเดียวกับทุกวันที่ผ่านมาเด็กหญิงได้เห็นแต่เพียงหน้าแม่เท่านั้นความทรงจําแรกที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของโมนาคือดวงตาคู่สีดําของแม่...ดวงตาคู่ที่ไม่เคยปล่อยให้อะไรผ่านสายตาไปได้และยังตัดสินได้ในทุกสิ่งอีกด้วยบางครั้งแม้ในความฝัน โมนาก็ยังเห็นความมุ่งหวังและการเรียกร้องของดวงตาคู่นั้นและโมนาจะผวาตื่นขึ้นพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหญิงหวาดกลัวสายตาที่เจาะลึกเข้าไปในหัวใจ
เวลามองดูแมลงเม่าบินว่อนอยู่เหนือเปลวเทียนแม่มักจะบอกว่าผู้หญิงที่ไม่ดีที่นําความเสื่อมเสียมาสู่วงศ์ตระกูลสมควรจะถูกเผาในกองไฟเหมือนแมลงเม่าพวกนี้
“อย่างน้อยการถูกเผายังดีกว่าการอยู่สู้หน้ากับความอับอาย”เมื่อได้ยินคําพูดเช่นนี้ซ้ำๆ ซากๆเข้าโมนาก็บังเกิดความกลัวแม้เปลวเทียน...กลัวความตายเช่นแมลงเม่าและโมนาก็เรียนรู้การอ่านความรู้สึกที่ปรากฏอยู่ในดวงตาคมกล้าของแม่...รู้จักความเกลียดชังที่ฉายโชนขึ้นในดวงตายามที่แม่เอ่ยถึงครอบครัวของพ่อโมนาจะพลอยถอนใจตามไปด้วยเมื่อแม่รําพันถึงชีวิตแสนสุขในหมู่บ้านที่จากมาและชีวิตในวัยเด็กส่วนใหญ่ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนเด็กจะเปี่ยมด้วยความสุขเมื่อดวงตาของแม่เปล่งประกายแห่งความรักท่วมท้นในตัวเธอออกมาให้เห็น
แต่ขณะนี้ยามที่เหลือบตาขึ้นมองเห็นดวงตาของแม่โมนารู้สึกประหวั่นหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูกคล้ายกับมีเงาลึกลับฉายแสงอยู่ เป็เงาที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
“แม่” โมนาผุดลุกขึ้นถลาไปซุกหน้าอยู่กับเนินถันที่เลี้ยงชีวิตเธอมา “แม่จ๋า”
อุมโมนากัดริมฝีปากกอดลูกไว้แน่น ครั้นแล้วจับร่างลูกให้ออกห่างจากตัวสุด่แขนในยามนี้นางไม่ควรทําให้โมนากลัว
“วันนี้เป็วันของเ้าโมนาเ้าพร้อมแล้วใช่ไหม?”
ดวงตาของแม่กําลังยิ้มเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสีเมื่อมันคลานไปพบกับดอกไม้สีแดงโมนาจึงยิ้มตอบ อารมณ์ของแม่ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ช่วยให้เด็กหญิงรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นโมนาทบทวนสิ่งที่เธอได้รับการบอกเล่าไว้แล้วล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้ให้แม่ฟัง
“ข้าจะต้องแต่งตัวสวยมีผ้าคลุมหน้าด้วยและข้าต้องกินขนมหวานเราจะมีขนมกินด้วยใช่ไหมจ๊ะแม่?”
“แน่นอนและแม่ก็จะเอาโคห์ลทาตาให้เ้าเอาขมิ้นทาผิวให้ แล้วเ้าก็จะได้เป็เ้าสาวที่สวยที่สุดไงล่ะ”
“สวยที่สุดจริงๆนะแม่” โมนาหัวเราะร่าตบมือด้วยความยินดี
อุมโมนาไล้นิ้วอยู่กับลักยิ้มบนสองข้างแก้ม ความจริงโมนาเป็เด็กสวยอยู่แล้วสายเืทางพ่อทําให้เด็กหญิงมีโหนกแก้มสูง ริมฝีปากอิ่มเต็ม จมูกโด่งเป็สันเรือนผมสีเข้มหยักศกเป็พวงระย้าแม้ผิวพรรณจะดำคล้ำแต่ก็มีสีแดงเจือปนอยู่เหมือนสีน้ำผึ้งหรือเหมือนสีของรวงข้าวสาลีเมื่อยามพร้อมจะเก็บเกี่ยว
แต่สิ่งที่งดงามที่สุดบนใบหน้านี้คือดวงตาซึ่งอุมโมนาภาคภูมิใจยิ่งนักที่ลูกสาวได้รับดวงตาคนไปจากนางเพียงแต่มันเป็สีน้ำตาลเข้มมิใช่สีดำสนิทอย่างของนาง ประกอบด้วยแผงขนตาดกดําในทรรศนะของคนแปลกหน้าเมื่อได้เห็นโมนาจะต้องกล่าวเป็เสียงเดียวกันว่าเด็กหญิงสวยอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมีแม่อย่างนางและพ่ออย่างฮัสซันและต่างก็บอกอุมโมนาให้แต่งตัวลูกสาวด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่นเอาเถ้าถ่านละเลงหน้าไว้เพื่อว่าดวงตาของปีศาจแห่งความริษยาจะได้มองเลยลูกของนางไปแต่อุม โมนา ภาคภูมิใจในความงามของลูกสาวเกินกว่าจะทําตามคำเตือนเ่าั้ได้
เมื่อมีเสียงเคาะดังลั่นขึ้นที่ประตูหน้าอุมโมนากอดลูกไว้แน่นอย่างสิ้นหวัง
“จําไว้นะลูกไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเ้า เ้าคือลูกรักคนเดียวของแม่เสมอ ไม่ว่าเ้าจะ...”
เสียงเคาะอย่างเร่งร้อนดังขึ้นอีกครั้งอุม โมนาอยากกอดลูกไว้แนบอกอยู่อย่างนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่อยากคุ้มครองป้องกันลูกให้พ้นจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงไม่อยากให้ชีวิตนี้ต้องเผชิญแต่น้ำตาเลย แต่เสียงเคาะที่หน้าประตู...
“รออยู่ตรงนี้นะลูก”อุม โมนาจูบลูกเป็ครั้งสุดท้ายก่อนลุกขึ้นเดินไปยังประตูรั้วเสียงพูดคุยเป็ภาษาคีนุชอันเป็ภาษาประจําเผ่าของชาวนูเบียนดังอยู่หน้าประตูพี่น้องของฮัสซันมากันแล้ว ถ้าพวกเขาคิดว่า นางไม่ได้รีบออกมาเปิดประตูให้ทันใจล่ะ?สิ่งเลวร้ายยิ่งกว่าที่เป็อยู่จะต้องเกิดขึ้นในเช้าวันนี้ อุมโมนาเรียกหาพระเ้าขณะเปิดประตูออก
ผู้หญิงสี่คนยืนอยู่หน้าประตูในชุดเสื้อคลุมสีขาวอุมโมนาเหยียดหยันนักที่ผู้หญิงชาวนูเบียนแต่งกายด้วยชุดสีขาวในวันพิธีสําคัญเช่นนี้ด้วยถือว่าเป็ชุดสวยงามที่สุดอุม โมนาไม่เคยเชื่อว่าพวกนูเบียนมีเชื้อสายอียิปต์เพราะเหตุนี้น่ะหรือที่ทำให้ผิวพรรณคล้ำกว่าพวกอียิปต์แท้และรูปร่างผอมสูง?พวกนี้นะหรือมาจากพรมแดนทางด้านทิศใต้สุดที่ซึ่งไม่มีผู้ใดไปถึงแถมยังอ้างว่าตัวเองสะอาดกว่าและมีความจริงใจยิ่งกว่า?สิ่งนั้นน่ะหรือที่ทําให้พวกเขาดเป็คนพิเศษขึ้นมาได้? ในหมู่บ้านของอุม โมนาผู้หญิงมีความเป็กุลสตรีมากเสียกว่าในวันสําคัญเช่นนี้พวกนางจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดสีดําแล้วคลุมศีรษะด้วยผ้าดําทับอีกชั้นจึงจะดูเหมาะสม อุมโมนาพอใจจะแต่งกายตามจารีตประเพณีของตน
ทั้งแม่ของฮัสซันและพี่สาวน้องสาวของเขายิ้มหยันเมื่อเห็นอุมโมนาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดสีดำแต่อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงแม่ของฮัสซันก็จําต้องทักทายลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้บอกความจริงใจแม้แต่น้อยอุมโมนาตอบรับด้วยการสรรเสริญในพระเมตตาของอัลเลาะห์ที่ประทานสุขภาพที่ดีให้กับนางอุม ฮัสซันหรือแม่ของฮัสซันก็พลอยสรรเสริญพระองค์ตามไปด้วยจากนั้นเริ่มปรารภเื่อาการปวดที่ขาที่แขนที่แผ่นหลังไปตามเื่ อุมโมนาพยักหน้าราวกับเห็นใจเสียเต็มประดาแต่แววในดวงตาบ่งบอกถึงความเกลียดชังและคิดอยู่ในใจว่าไม่มีใครในโลกนี้สมควรได้รับความเ็ปทรมานมากเท่าแม่ผัวของนางคนนี้อีกแล้ว
พี่สาวน้องสาวของฮัสซันลงมือช่วยกันคนละไม้คนละมือซัฟฟราเอาขนมชนิดต่างๆ รวมทั้งขนมปังที่นํามาสําหรับงานเลี้ยงเข้าไปในบ้านวาฮิบาหิ้วถังใส่น้ำชาขนาดใหญ่ยังมีควันลอยกรุ่นตามเข้าไปนาอิมาคว้าไม้กวาดมากวาดฝุ่นตามพื้นห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นอยู่แล้วจนคลุ้งไปหมดก็เป็ธรรมดาที่คนเป็สะใภ้จะต้องรับมาทำเสียเอง
เมื่ออุมฮัสซันเรียกหา ลูกชายเขาเดินออกมาหาเหมือนสุนัขถูกฝึกจนเื่ให้คลานเข้ามาหานายจากนั้นสองแม่ลูกก็เข้ากอดกัน อุม ฮัสซันทักทายลูกชายเสียงอ่อนเสียงหวานกว่าฮัสซันจะผละออกจากอกมารดาได้ก็หน้าแดงเถือกและรีบจัดเสื้อผ้าชุดสีขาวให้เข้าที่เข้าทางเสียใหม่พวกผู้ชายไม่ว่าเป็พวกนูเบียนหรืออียิปต์ จะต้องแต่งชุดที่เรียกว่า “กัลลาไบย่า” ซึ่งตึงเปรียะแนบหน้าอกและหลังไหล่เช่นนี้ฮัสซันแต่งชุดนี้เพื่อเอาใจมารดาอย่างแท้จริง
ในสายตาของอุมฮัสซันลูกชายคนเดียวของนางช่างงามสง่าเช่นเดียวกับบรรพบุรุษชาวนูเบียนผู้เคยปกครองประเทศอียิปต์เช่นฟาโรห์เรือนร่างของเขาสูงสง่าเฉกเช่นนักรบผู้องอาจผู้ที่เคยต่อสู้กับนักรบอียิปต์ โรมันอาหรับ ฝรั่งเศส เติร์กและอังกฤษในสมัยโบราณมาแล้วแต่เมื่อนึกถึงพิธีกรรมในวันนี้ขึ้นมาได้นางจึงหันมาทางอุม โมนา
“เ้าสาวล่ะเ้าสาวน้อยๆ ของข้าอยู่ไหน?”
อุมโมนาเพียงแต่พยักหน้าเข้าไปในตัวบ้าน
“อะไรกันยังนอนอยู่อีกหรือทั้งที่สายป่านนี้แล้ว?”อุม ฮัสซันส่ายหน้าอย่างระอา “เ้าตามใจลูกมากเกินไปแล้วนะ”
“ท่านก็พูดอย่างนี้ทุกที”อุม โมนาเดินนําแม่ผัวเข้าไปในบ้าน
เด็กหญิงเดินเข้ามาหาตั้งท่าจะกอดย่าของตนแต่เมื่อเห็นอุมฮัสซันยืนนิ่งเฉยก็โน้มร่างลงจนหน้าผากจรดปลายเท้าของย่า อุมฮัสซันพยักหน้ารับคารวะของหลานสาวพร้อมกับกล่าวว่า
“เ้าคงรู้แล้วว่าเรามากันทําไมในวันนี้”
“มาเพื่อข้า”โมนาตอบ
ทุกคนนอกจากอุมโมนาเปล่งเสียงหัวเราะจากนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งแต่ก่อนที่ใครจะทันเดินไปเปิด หมอตําแยผู้ช่วยทําคลอดให้กับผู้หญิงทั้งหมู่บ้านก็เดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะทุกอิริยาบถของเชคาผู้นี้เต็มไปด้วยอำนาจ นางมีรอยสักสีน้ำเงินบนแก้มทั้งสองข้างตรงจมูกมีห่วงเงินแบบโบราณห้อยไว้ ผมทาด้วยน้ำมันแกะร่างของนางเตี้ยและอ้วนกว่าผู้หญิงคนใดในหมู่บ้านดูเหมือนคนแคระที่อยู่ในวิหารแห่งความรักซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนางเป็หมอตําแยที่มีชื่อเสียงที่สุดในคอม ออมโบอํานาจของนางเกิดขึ้นจากความหวาดเกรงเคารพและความกลัวของพวกผู้หญิงที่ต้องไปหานางไม่ว่าในยามเกิดหรือยามตายผู้หญิงพวกนั้นมิได้ไปหานางเพียงเพื่อให้ปกป้องจากสายตาของปีศาจร้ายเท่านั้นแต่ยังขอให้นางทําเสน่ห์เพื่อให้สามีรักตนมากขึ้นและในบางครั้งก็น้อยลง