ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 34 มินาโยะ

    บทที่ 34มินาโยะ

    “ฉันอยู่ตรงนี้...”

     

            

            ‘โทวะจัง เห็นมาโมจังไหม?’

                 

            เสียงใสที่เอ่ยถามเรียกสายตาของเด็กหนุ่มให้หันไปหาเด็กสาวร่างบางอายุไล่ๆกับเขายืนจ้องมองเขาอยู่ข้างโต๊ะด้วยนัยน์ตาใสแป๋ว

                 

            ‘ออกไปข้างนอกน่ะเดี๋ยวก็คงมาล่ะมั้ง’

                 

            เด็กหนุ่มบอกเธอก่อนจะหันไปง่วนกับภาพระบายสีตรงหน้าที่เขาต้องทำให้เสร็จก่อนหมดคาบ

                 

            เด็กสาวทิ้งตัวลงนั่งตรงที่ว่างข้างตัวเขาใบหน้าหงอยเหงา นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดตามองไปรอบห้อง

                 

            เสียงโหวกเหวกดังอึกทึกคึกโครมลอดออกไปนอกห้องตั้งแต่ก่อนที่เธอยังไม่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ซะอีกแถมพอได้เข้ามานั่งอยู่ข้างในเสียงมันก็ดังมากกว่าเดิมไม่รู้ตั้งกี่เท่าคาบศิลปะที่ไร้อาจารย์สอนทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความวุ่นวาย  เศษกระดาษและดินสอสีหล่นเกลื่อนตามพื้นห้องเครื่องบินกระดาษลำจิ๋วบินข้ามหัวพวกเธอไปตกอยู่บนกระดานหน้าห้อง  เฉียดใบหน้าของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ไปนิดเดียว

                 

            เด็กสาวหันไปร้องทักคนที่กำลังเดินเข้ามาหา

                 

            ‘นานะจัง!’เธอโบกมือให้ไหวๆก่อนที่คนถูกเรียกจะเข้ามานั่งใกล้ๆ ‘เห็นมาโมจังไหม?’

                 

            ‘ไม่เห็นเลยจ้ะ’นานาโกะตอบ นั่งลงตรงที่นั่งข้างโทวะ

                 

            เด็กสาวทำสีหน้าเศร้าลง

                 

            ‘มิกิไม่กลับเข้าห้องเหรอเดี๋ยวก็ถูกครูดุเอาหรอก’ นานาโกะหันมาถาม

                 

            เด็กสาวส่ายหน้า‘ไม่กลับหรอก วันนี้มิกิจะกลับพร้อมมาโมจัง มิกิจะรอมาโมจัง’

                 

            เธอบอกเสียงแผ่วนานาโกะพยักหน้าอย่างจำยอมก่อนจะหันไปลงมือทำงานของเธอต่อบ้าง

                 

            มิกิเป็นรุ่นน้องของพวกเธอหนึ่งปีเรียนอยู่อนุบาลห้องทานตะวันที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เด็กสาวมักจะแวะมาเล่นกับพวกเธอทุกครั้งที่มีโอกาสถึงจะวุ่นวายไปบ้างแต่ก็เป็นเด็กที่น่ารักดี

                 

            มิกิหันไปสนใจบรรยากาศวุ่นวายในห้องอีกครั้งปล่อยให้นานาโกะและโทวะนั่งลงสีใส่ภาพเขียนต่อไป

                 

            ‘วันพรุ่งนี้คุณแม่ชวนไปกินข้าวที่บ้านด้วยกันมิกิจังก็มาด้วยกันนะ’

                 

            นานาโกะบอกตอนที่ลงสีภาพของเธอเสร็จส่วนโทวะกำลังลงสีรูปสุดท้ายอยู่

                 

            มิกิพยักหน้าหงึกๆเหลียวมองสองคนข้างตัวที่อยู่ในบรรยากาศแปลกๆ นานาโกะนั่งอยู่ข้างๆโทวะกำลังเฝ้ามองดูเขาทำงานด้วยนัยน์ตาสีมรกตอ่อนแสงส่วนโทวะก็กำลังขะมักเขม้นกับการลงสี นานๆทีจะเงยหน้าขึ้นมามองนานาโกะลูบหัวเธอเบาๆ ส่งยิ้มให้แล้วก็ทำงานต่อไป

                 

            มิกิชักหน้ามุ่ย

                 

            ‘ทำไมมาโมจังไม่เป็นแบบนี้บ้างนะ’เธอบ่น

                 

            ‘อะไรเหรอจ๊ะ’นานาโกะหันมาถามเธอ

                 

            เด็กสาวเชิดใบหน้าขึ้นอย่างไม่พอใจ‘ก็มาโมจังน่ะสิ หายไปไหนอีกแล้วก็ไม่รู้!ทำไมไม่ยอมมาอยู่ข้างๆมิกิเหมือนโทวะจังกับนานะจังบ้างนะ น่าอิจฉาที่สุดเลยโทวะจังกับนานะจังไม่เห็นแยกกันเหมือนมิกิกับมาโมจังเลย’

                 

            ใบหน้าของคนฟังขึ้นสีเรื่อก่อนจะส่งยิ้มให้เธอแก้เขิน

                 

            ‘เหมือนมิกิกำลังถูกมาโมจังทิ้งเลย...แบบนี้มิกิไม่ชอบเลย’

                 

            ‘มาโมรุไม่ได้ทิ้งมิกิหรอกนะแค่ออกไปข้างนอกเดี๋ยวก็มาแล้วล่ะจ้ะ’

                 

            ‘เอาล่ะ!เสร็จแล้ว’ โทวะพูดขัดขึ้น ชูภาพระบายสีในมือขึ้นอย่างภูมิใจก่อนจะส่งให้นานาโกะ

                 

            ‘งั้นฉันเอาไปส่งให้นะ’นานาโกะว่า

                 

            ‘ฉันไปด้วย’โทวะรีบพูดก่อนจะลุกขึ้นยืน

                 

            มิกิเอาหน้าแนบลงกับพื้นโต๊ะก่อนจะทำเสียงเบื่อเพื่อนร่วมห้องของพวกโทวะสองคนวิ่งไล่จับผ่านเธอไปก่อนจะชนเข้ากับโต๊ะพับพลาสติกตัวอื่นที่วางอยู่รอบห้องเสียงโครมครามดังสนั่น มิกิเอามืออุดหู มีเสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งร้องขึ้น

                 

            ‘โอ๊ย!’

                 

            มิกิหันไปมองหาต้นเสียงก่อนจะพบเด็กสาวร่างบางนั่งล้มอยู่ตรงมุมห้องมีโต๊ะที่พวกผู้ชายในห้องเล่นวิ่งไล่จับกันแล้วกระเด็นไปโดนเธอล้มเอียงอยู่ใกล้ๆข้อศอกของเด็กสาวแดงช้ำ แต่พวกผู้ชายสองคนนั้นกลับหัวเราะแล้วชี้หน้าเธอ

                 

            ‘ฮ่าๆๆดูสิ ยัยเด็กไม่มีพ่อร้องลั่นเลยล่ะ’

                 

            ‘เด็กไม่มีพ่อฮ่าๆๆ... เด็กไม่มีพ่อ’

                 

            เด็กผู้ชายในห้องช่วยกันส่งเสียงล้อส่วนพวกผู้หญิงที่จับกลุ่มกันอยู่ก็นั่งหัวเราะคิกคัก

                 

            เด็กสาวผู้เคราะห์ร้ายเริ่มสะอึกก่อนที่เธอจะร้องไห้เมื่อพวกผู้ชายช่วยกันโยนของเล่นพลาสติกใส่เธอ

                 

            โครม!

                 

            เกิดเสียงดังขึ้นแถวๆประตูห้องทั้งหมดหันไปมองโต๊ะพลาสติกตัวหนึ่งลอยหวือกระเด็นไปโดนกลุ่มเด็กชายที่กำลังโยนลูกบอลพลาสติกแข็งๆใส่เด็กสาวอยู่ทั้งกลุ่มร้องโอดครวญก่อนจะหันมามอง

                 

            ‘ใครน่ะ—‘

                 

            น้ำเสียงหงุดหงิดเงียบหายไปในทันใดเมื่อสบกับนัยน์ตาสีแดงสดของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูในมือถือเก้าอี้พลาสติกไว้สองตัว และเตรียมจะทุ่มเข้าใส่หากใครกล้ามีเรื่องกับเขา

                 

            ‘หวาย...มาโมรุ มาโมรุมา’

                 

            พวกผู้ชายแตกกระเจิงกันไปคนละทิศเด็กหนุ่มผู้สยบความวุ่นวายกราดตามองไปรอบห้อง ไม่มีใครกล้าสบตาเขาเก้าอี้ในมือถูกโยนโครมส่งๆไปกลางห้องก่อนเด็กหนุ่มจะเดินเข้ามา

                 

            มิกิโบกมือให้เขา

                 

            ‘มาโมจังมาโม--’

                 

            น้ำเสียงเงียบหายไปเมื่อเห็นร่างของคนที่เธอร้องตะโกนเรียกนั่งลงหมิ่นๆตรงขอบหน้าต่างใกล้ๆเด็กสาวที่ถูกรังแกมาโมรุมองออกไปนอกห้อง ส่วนเด็กสาวคนนั้นก็กำลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋าภาพวาดที่เธอลงสีลอยหวือไปใกล้เขา มาโมรุก้มตัวลงไปเก็บก่อนจะส่งไปให้เธอ

                 

            เด็กสาวก้มตัวหงึกๆขอบคุณให้เขาก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที

                 

            มาโมรุมองตามเธอไปจนลับสายตาพอดีกับที่โทวะและนานาโกะเดินสวนเข้ามา

                 

            ‘อ้าว...มาแล้วเหรอ’ โทวะทัก ‘มิกิมารอนายตั้งนานแล้วแน่ะ’

                 

            นั่นแหละเขาถึงได้หันมาสังเกตเห็นเธอ

     

                 



            ‘มิกิจังแย่แล้วล่ะ! พวกผู้ชายมีเรื่องกันอีกแล้ว’

                 

            เสียงเพื่อนร่วมห้องร้องบอกกับเธอในอาทิตย์ต่อมามิกิเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเหลียวหันไปหาที่มาของเสียงโหวกเหวกภายนอกห้องแล้วเธอก็เห็น-- ที่สนามหญ้านอกห้องเรียนมีเด็กผู้ชายกลุ่มใหญ่กำลังส่งเสียงเอะอะกว่าครึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องของโทวะทั้งนั้น

                 

            มิกิรีบถลาไปที่หน้าต่างเบียดบรรดาเพื่อนสาวผู้อยากรู้อยากเห็นของเธอออก

                 

            เสียงของโทวะลอยมาจากใจกลางวง

                 

            ‘มาโมรุ!พอแล้ว มาโมรุ!’

                 

            นัยน์ตาสีดำสนิทของเด็กสาวเบิกกว้างก่อนจะรีบปีนหน้าต่างออกไปยังสนามด้านหน้าในทันใด

                 

            แต่เธอยังวิ่งไปไม่ถึงกลุ่มเด็กชายนั่นเสียงนกหวีดก็ดังขึ้นก่อน

                 

            ‘นี่มันอะไรกันน่ะฮะ!’

                 

            เสียงครูที่ปรึกษาชั้นอนุบาลสามห้องซากุระ--ห้องของพวกโทวะร้องตะโกนดังขึ้นก่อนที่พวกครูคนอื่นจะวิ่งตามมาด้วยกลุ่มนักเรียนชายแตกฮือวิ่งหนีกันไปคนละทิศ มีคนหนึ่งวิ่งเข้ามาชนเธอมิกิล้มลงกระแทกพื้น เธอส่งเสียงโอดครวญก่อนจะได้ยินเสียงตวาดอีกครั้ง

                 

            ‘นี่มันอะไรกัน!คิวาตะ!’

                 

            มิกิเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงมาโมรุยืนอยู่ตรงหน้าอาจารย์ที่ปรึกษา เนื้อตัวฟกช้ำและใบหน้าบวมเปล่งโทวะเกาะแขนด้านหนึ่งของเขาเอาไว้ ดูจากสภาพแล้วคงจะถูกลูกหลงเอาไม่น้อยมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนอนร้องไห้แหกปากลั่นอยู่แทบเท้ามาโมรุมิกิจำได้ทันทีว่าเด็กคนนั้นเป็นคนเดียวกับคนที่เคยชี้หน้าเรียกเด็กสาวเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งของมาโมรุว่าเป็น‘เด็กไม่มีพ่อ’

                 

            มาโมรุไม่ยอมตอบคำถามโทวะเองก็เอาแต่อธิบายอะไรสักอย่างอยู่ก่อนจะชี้ไปด้านหลัง

                 

            มิกิมองตามไปเห็นนานาโกะกำลังนั่งปลอบเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ตรงบ่อทรายตัวนานะจังน่ะไม่เป็นอะไรหรอก แต่อีกคนนี่สิท่าจะอาการหนัก

                 

            เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวกับที่มิกิเคยเห็นเมื่อวันนั้น--เด็กสาวที่ถูกเพื่อนร่วมห้องรุมล้อสภาพของเธอในตอนนี้แม้จะไม่ร้ายแรงเท่ามาโมรุแต่ก็ไม่น่าดูเอาเสียเลยเรือนผมสีน้ำตาลทองที่เคยเรียบสวยกลับยุ่งเหยิงและเต็มไปด้วยฝุ่นทราย  เสื้อผ้าของเธอสกปรกไปด้วยโคลนและต้นหญ้าเนื้อตัวก็มีแต่แผลถลอก เธอกำลังร้องไห้ส่วนนานาโกะก็คอยช่วยปลอบเธอเท่าที่จะทำได้ มิกิยืนตัวสั่นนึกสงสารเด็กสาวคนนั้นขึ้นมาจับใจ

                 

            เสียงตวาดของครูที่ปรึกษาดังขัดขึ้น

                 

            ‘มากับครูนะทั้งคู่เลย!’

                 

            ครูสาวดึงร่างของมาโมรุที่ไม่แม้แต่จะขัดขืนให้ตามไปก่อนจะพาร่างของเด็กหนุ่มที่เคยนอนร้องไห้แหกปากลั่นตามไปด้วยมาโมรุมีท่าทีเมินเฉยแต่เพื่อนร่วมห้องเขานั้นกลัวจนตัวสั่นแหกปากร้องครวญครางไปตลอดทาง

     

                 



            ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามิกิก็ไม่เคยเห็นมาโมรุมีใบหน้าหรือร่างกายไร้รอยแผลอีกเลยเด็กผู้ชายฉลาดขึ้นในเร็ววันมาก สังเกตได้จากพวกเขาไม่หาเรื่องทะเลาะกันตลอดเวลาที่อยู่ในสายตาครูแล้วแต่พอลับหลัง เสียงอึกทึกโครมก็ดังออกมาจากห้องของมาโมรุมันดังมาจนถึงห้องของเธอที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะจบลงด้วยความเงียบสงบแล้วร่างของมาโมรุก็เดินนำขบวนเพื่อนร่วมห้องตามหลังครูที่ปรึกษาออกไปโดนเทศนานานๆครั้งจะเห็นโทวะที่โดนลูกหลงเดินตามไปด้วย

                 

            มิกิไม่ค่อยได้คุยกับมาโมรุเลยแม้พวกเธอจะเดินกลับบ้านพร้อมกันโทวะกับนานาโกะมักจะเดินรั้งท้ายขบวนแล้วก็เอาแต่พูดคุยกันแค่สองคนทิ้งให้เธอเดินอยู่คนเดียวตรงกลางส่วนคนที่เดินนำหน้านั่นก็เอาแต่เดินลิ่วๆไม่สนใจใคร

                 

            มาโมรุมีอารมณ์ฉุนเฉียวมากกว่าปกติหนึ่งอาทิตย์ต้องมีเรื่องทะเลาะกับคนในห้องอย่างน้อยก็อาทิตย์ละครั้งจนแทบจะกลายเป็นความชินชาส่วนโทวะก็ไร้รอยแผลแล้วเพราะไม่โง่พอที่จะเข้าไปห้าม

                 

            วันหนึ่งช่วงใกล้ปิดภาคเรียนเสียงกรีดร้องของเด็กสาวก็ดังมาจากในห้อง

                 

            มิกิถอนหายใจมีเรื่องกันอีกแล้ว...

                 

            ‘กรี๊ดดด...’

                 

            แต่ดูเหมือนเสียงร้องจะมีมากกว่าปกติเด็กสาวโผล่หน้าออกไปมองนอกห้องเห็นเด็กสาวเพื่อนร่วมห้องของมาโมรุวิ่งแตกฮือออกมาจากห้องสีหน้าหวาดกลัวก่อนที่พวกผู้ชายจะทั้งวิ่งทั้งคลานเหยียบกันออกมา

                 

            ‘เกิดอะไรขึ้นน่ะทำหน้าอย่างกับเจอผีอย่างนั้นแหละ’

                 

            เพื่อนสาวร่วมห้องเธอที่แอบมองด้วยกันส่งเสียงวิจารณ์อย่างติดตลกแต่มิกิรู้สึกไม่สบายใจ ในกลุ่มคนที่วิ่งออกมาไม่มีโทวะ นานาโกะ หรือมาโมรุอยู่เลย

                 

            เด็กสาวผละออกจากห้องตรงไปหาพวกโทวะเพื่อนร่วมห้องของโทวะหลายคนมีสีหน้าหวาดกลัว หลายคนร้องไห้  แต่ส่วนใหญ่จะช็อกจนส่งเสียงไม่ได้มิกิเข้าไปข้างในห้อง

                 

            ความไร้ระเบียบเป็นเอกลักษณ์ของห้องซากุระแต่คราวนี้มัน-- ต้องเรียกว่าถูกทำลายมากกว่า

                 

            ข้าวของในห้องโต๊ะพลาสติก เก้าอี้ เครื่องเขียน กระจัดกระจายอยู่รอบทิศพื้นห้องเกลื่อนไปด้วยเศษกระดาษและดินสอสีที่หักครึ่ง นานาโกะและโทวะนั่งอยู่ตรงกลางห้องสีหน้าของทั้งคู่ตื่นตระหนกนานาโกะกอดโทวะแน่นก่อนที่เด็กหนุ่มกดตัวเธอลงไม่ให้เห็นภาพตรงหน้า

                 

            มิกิเงยหน้าขึ้นมองมาโมรุนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเด็กหนุ่มเชิดขึ้นเลือดไหลเป็นทางยาวออกมาจากนัยน์ตาทั้งสองข้าง 

            

            เด็กสาวกรีดร้องลั่น

                 

            ‘มาโมจังมาโม--’

                 

            น้ำเสียงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นร่างของคนที่อยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่ม

                 

            เด็กสาวร่างบางเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงใสที่ส่องประกายรอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าบิดเบี้ยวของเธอ เรือนผมสีน้ำตาลทองโบกสะบัดไปด้านหลังมือเล็กๆขาวซีดของเธอยื่นเข้าไปใกล้มาโมรุนั่นยิ่งทำให้นัยน์ตาสีม่วงคู่นั้นส่องแสงสว่างยิ่งกว่าเก่าแล้วร่างของมาโมรุก็กระตุก

                 

            มิกิไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าความกลัวมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้

                 

            ‘อย่านะ!อย่าเข้าใกล้มาโมจังนะ!’

                 

            มิกิกรีดร้องลั่นก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่มาโมรุผลักเขาให้พ้นออกจากปลายนิ้วมือน่าเกลียดนั่น เหมือนมาโมรุจะได้สติขึ้นมาอีกครั้งเด็กหนุ่มกระอักไอออกมาเป็นเลือด ใบหน้าซีดเผือดและตัวสั่น มิกิกอดเขาแน่น

                 

            ร่างของเด็กสาวขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

                 

            ‘ออกไปนะยัยเด็กโง่! ออกไป!’

                 

            เสียงที่เปล่งออกมาจากร่างนั้นทั้งทุ้มและทรงพลังเหมือนกับไม่ใช่เสียงของเธอเลยมิกิตัวสั่น หลับตาแน่น

                 

            เสียงหวีดร้องดังมาจากด้านนอกห้องจู่ๆก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนพุ่งผ่านตัวเธอไป

                 

            ‘กลับมาได้แล้วมินาโยะ’

                 

            เสียงทุ้มที่คุ้นหูของใครบางคนดังขึ้นข้างตัวก่อนที่ร่างสูงใหญ่นั้นจะฉุดร่างของเด็กสาวเข้ามากอดไว้แน่นมิกิเงยหน้าขึ้นมองเห็นนัยน์ตาสีเทาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความเศร้าขณะที่เด็กสาวในอ้อมแขนร้องตะโกนดังลั่นสองมือดึงทึ้งชายเสื้อเขา

                 

            แล้วเธอก็สลบไป...

     

                 



            ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เด็กสาวคนนั้นอีกเลยนับจากเหตุการณ์นั้นแม้แต่มิกิเองก็เถอะ พักหลังๆที่เธอไปหามาโมรุที่ห้องเด็กหนุ่มไม่ได้อยู่ใกล้เด็กสาวคนนั้นแล้วเขาจับกลุ่มอยู่กับโทวะและนานาโกะที่ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มเดียวในห้องที่กล้านั่งใกล้เด็กผู้หญิงคนนั้นมากที่สุดส่วนคนอื่นๆในห้องไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธอในรัศมีสองเมตรข้อดีเพียงอย่างเดียวของเหตุการณ์นี้คือทำให้เด็กสาวไม่โดนแกล้งท้ายสุดแล้วเธอก็ต้องนั่งเงียบๆอยู่ตรงมุมห้องและแอบร้องไห้ทุกครั้งเวลาที่ทำกิจกรรมกลุ่มไม่มีใครอยากได้เธอเข้ากลุ่มด้วย ดังนั้นในชั่วโมงพละมิกิจึงเห็นเธอนั่งอยู่คนเดียวที่ใต้ต้นซากุระมองไปยังกลุ่มเพื่อนที่ส่งเสียงเริงร่าอยู่กลางสนามในวันที่แดดจ้า

     

                 



            มาโมรุดูเงียบขรึมลงทุกวันแม้แต่โทวะและนานาโกะเองก็เหมือนกัน วันหนึ่งขณะที่พวกเธอเดินกลับบ้านมิกิเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่คนเดียวที่ชิงช้าร้างในสวนสาธารณะ แผ่นหลังของเธอดูเหงาหงอยโทวะกับนานาโกะสบตากันอย่างหนักใจ ส่วนมาโมรุมองดูเด็กสาวมีน้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากนัยน์ตาของเด็กหนุ่ม

                 

            วันปิดภาคเรียนมาถึงพอขึ้นเทอมหน้าพวกมาโมรุก็ต้องย้ายไปแผนกประถมและเธอคงจะไปหาเขาไม่ได้เพราะเธอเองยังอยู่แค่แผนกอนุบาลมิกิทำหน้าเศร้า แต่ดูเหมือนมาโมรุจะไม่สนใจเธอ เขาพูดกับเธอน้อยลงเวลาที่เธอไปหาเขาที่บ้านก็มักจะไม่พบ ไม่รู้ว่ามาโมรุไปอยู่ที่ไหนเธอเคยลองไปหาดูที่สวนสาธารณะแต่ก็ไม่เจอใครนานๆครั้งจะเห็นเด็กสาวคนนั้นนั่งไกวชิงช้าอยู่ตามลำพังแต่ไม่นานก็มีเด็กหนุ่มร่างคุ้นตาเดินเข้ามาหายื่นของกินมาให้ก่อนจะเดินกลับบ้านไปพร้อมกันและทุกครั้งที่เธอเห็นเด็กสาวคนนั้นอยู่กับเด็กหนุ่มร่างคุ้นตาเธอก็มักจะเห็นมาโมรุแอบอยู่ที่มุมหนึ่ง มองดูทั้งคู่เดินจากไปด้วยสีหน้าเจ็บปวด

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206