บทที่20 พ่อค้าปุ๋ยตัวน้อย
ลานดินหน้าบ้านหลินในยามเย็นยังคงเต็มไปด้วยชาวบ้านที่มารอหลินเสี่ยวเฉินั้แ่ยังไม่เลิกงานแม้แสงอาทิตย์จะเริ่มคล้อยต่ำแต่ความร้อนใจของชาวบ้านกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หลินเสี่ยวเฉินเด็กชายตัวเล็กที่ยืนอยู่กลางวงล้อมอย่างสงบนิ่งราวกับเป็ศูนย์กลางของทุกความหวังในเวลานี้
หลินเสี่ยวเฉินไม่ได้พูดอะไรในทันทีเขาหันหลังเข้าไปในกระท่อมครู่หนึ่ง ทิ้งให้ชาวบ้านยืนรอกันอย่างกระวนกระวายเสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นเบา ๆ บางคนเดาว่าเขาอาจจะไม่อยากขายบางคนกังวลว่าราคาจะสูงเกินไป ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าพูดออกมาดัง ๆ
ไม่นานนักเด็กชายก็เดินออกมาอีกครั้งคราวนี้ในมือไม่ได้ว่างเปล่าหากแต่ลากกระสอบขนาดใหญ่ใบหนึ่งออกมาด้วยเสียงครูดของกระสอบกับพื้นดินดังแ่ ๆ แต่กลับเรียกความสนใจของทุกคนได้ในทันที
เขาวางมันลงตรงหน้าทุกคนอย่างมั่นคง ฝุ่นดินฟุ้งขึ้นเล็กน้อยความเงียบแผ่กระจายไปทั่วหลินเสี่ยวเฉินใช้มือเปิดปากกระสอบออกเล็กน้อยเผยให้เห็นเนื้อปุ๋ยด้านในที่มีสีเข้มปนร่วนละเอียดกลิ่นดินจาง ๆ ลอยออกมา
“นี่คือปุ๋ยที่ข้าใช้” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุดน้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังแต่กลับชัดเจนจนทุกคนได้ยิน “อย่างที่พวกท่านเห็นข้าวเกาเหลียงในนาของบ้านข้างอกงามกว่าของคนอื่นก็เพราะสิ่งนี้”
คำพูดนั้นเหมือนยืนยันสิ่งที่ทุกคนสงสัยอยู่แล้วแต่เมื่อได้ยินจากปากเ้าตัวโดยตรงมันกลับทำให้หัวใจของผู้ฟังเต้นแรงขึ้นอีก
เด็กชายก้มลงเล็กน้อยหยิบปุ๋ยขึ้นมากำหนึ่งแล้วคลายออกให้ทุกคนเห็นเนื้อัั
“ปุ๋ยนี้ ข้าคิดสูตรขึ้นเอง” เขาพูดต่ออย่างไม่รีบร้อน“ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติล้วน ๆ ไม่มีพิษไม่เป็อันตรายต่อพืชผลและไม่เป็อันตรายต่อคนที่กินผลผลิต”
ชาวบ้านหลายคนขยับเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว บางคนยื่นคอพยายามมองให้ชัดบางคนถึงกับสูดกลิ่นเบา ๆ อย่างระมัดระวัง
“วิธีใช้ก็ไม่ยาก”หลินเสี่ยวเฉินพูดต่อพร้อมยกมือขึ้นประกอบคำอธิบาย“ใช้เพียงหนึ่งกำมือต่อน้ำหนึ่งถัง ละลายให้เข้ากันแล้วนำไปรดใส่ต้นข้าวเกาเหลียง”
เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนซึมซับข้อมูล “น้ำหนึ่งถังสามารถรดได้ถึงหนึ่งหมู่”
คำอธิบายที่เป็ขั้นตอนชัดเจนทำให้ชาวบ้านเริ่มพยักหน้าหลายคนเริ่มคำนวณในใจอย่างเงียบ ๆว่าหากเป็เช่นนี้ปุ๋ยหนึ่งกระสอบอาจใช้ได้นานกว่าที่คิด
สายตาของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนจากความสงสัยเป็ความ้า
ในที่สุดก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “แล้วเ้าจะขายเท่าไร”
คำถามนั้นทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่งลงในชั่วขณะ
หลินเสี่ยวเฉินมองไปรอบ ๆ ก่อนจะตอบอย่างเรียบง่าย “กระสอบละห้าเฟิน”
“ห้าเฟิน?”ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมาเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
“แพงเกินไปแล้ว พวกข้าจะไปเอาเงินจากที่ไหน”ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงคร่ำครวญ
สีหน้าของหลายคนเปลี่ยนไปในทันทีความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเริ่มสั่นคลอน บางคนถึงกับส่ายหน้า บางคนถอนหายใจยาวห้าเฟินสำหรับพวกเขาในเวลานี้ไม่ใช่เงินเล็กน้อยเลย บางบ้านแม้แต่เฟินเดียวก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ
หลินเสี่ยวเฉินไม่ได้รีบโต้ตอบเขาปล่อยให้เสียงเ่าั้ดังอยู่พักหนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อยเป็สัญญาณ “ทุกท่านฟังข้าก่อน”
เสียงซุบซิบของชาวบ้านจึงค่อย ๆ เบาลง
“ข้ารู้ว่าห้าเฟินไม่ใช่เงินน้อยแต่พวกท่านต้องดูว่ามันใช้ได้นานแค่ไหน” เขาพูดอย่างตรงไปตรงมาจากนั้นก็ชี้ไปที่กระสอบปุ๋ย “อย่างที่ข้าบอกหนึ่งกำมือต่อน้ำหนึ่งถัง และหนึ่งถังรดได้ถึงหนึ่งหมู่ หากพวกท่านมีนาไม่มากปุ๋ยหนึ่งกระสอบอาจใช้ได้เป็เดือน”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “อีกอย่างไม่ต้องใช้ทุกวันใช้เพียงเจ็ดวันครั้ง ส่วนวันอื่น ๆ พวกท่านก็รดด้วยน้ำธรรมดา”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนเริ่มนิ่งคิดสีหน้าที่ตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยอย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายคนที่ยังคงก้มหน้าเงียบสีหน้าบ่งบอกถึงความลำบากใจอย่างชัดเจน
ในที่สุดชายชราคนหนึ่งก็พูดขึ้นเสียงแ่“เสี่ยวเฉิน…ไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่อยากซื้อ แต่ตอนนี้พวกข้าไม่มีเงินจริง ๆ”
คำพูดนั้นเหมือนสะท้อนเสียงในใจของหลายคน บรรยากาศเงียบลงทันที
หลินเสี่ยวเฉินมองภาพนั้นเงียบ ๆ แววตาลึกขึ้นเล็กน้อยเขารู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีสถานการณ์เช่นนี้
เด็กชายหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้น “ถ้าไม่มีเงินตอนนี้ก็ไม่เป็ไรข้าจะให้พวกท่านเอาปุ๋ยไปใช้ก่อน บ้านละหนึ่งกระสอบ”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนเงยหน้าขึ้นทันทีสีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็มีความหวังขึ้นมา
“แล้วเงินล่ะ” มีคนถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ
“เมื่อพวกท่านขายข้าวได้แล้วค่อยนำห้าเฟินมาจ่ายให้ข้า” หลินเสี่ยวเฉินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ใช่ความไม่พอใจหากแต่เป็ความดีใจที่ชาวบ้านเกือบทั้งหมู่บ้านเก็บเอาไว้ไม่อยู่
“จริงหรือ!”
“เ้าจะให้พวกข้าเอาไปก่อนเลยหรือ”
“ไม่ต้องจ่ายตอนนี้จริง ๆ หรือ”
“แต่ต้องมีสัญญา” หลินเสี่ยวเฉินพยักหน้า “เมื่อรับปุ๋ยไปแล้วต้องชำระเงินคืนหลังเก็บเกี่ยวและห้ามผิดคำพูด”เขาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง
หัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนดูอยู่เงียบ ๆ ก้าวออกมา “ข้าจะเป็พยานให้”
เมื่อมีคำยืนยันจากหัวหน้าหมู่บ้านทุกอย่างก็ราบรื่นขึ้นทันทีหลินเสี่ยวเฉินเข้าไปหยิบกระดาษกับพู่กันออกมา เขาร่างสัญญาอย่างเป็ระเบียบแม้ลายมือจะยังเป็เด็กแต่เนื้อหากลับชัดเจนไม่มีช่องโหว่
ชาวบ้านทยอยกันเข้ามาประทับลายนิ้วมือทีละคน บางคนมือสั่นบางคนยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ บางคนถึงกับก้มศีรษะขอบคุณสำหรับพวกเขานี่ไม่ใช่แค่ปุ๋ย แต่มันคือโอกาสในการรอดชีวิต โอกาสที่จะได้ผลผลิตมากขึ้นปีนี้พวกเขาอาจจะมีเงินจ่ายค่าเช่านาที่ค้างจากเ้าเมืองหน้าเืมาหลายปีหรือบางทีอาจมีความหวังถึงขั้นไถ่ที่นาของตัวเองกลับคืนมาก็ได้
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งเดือนต่อมาทุ่งเกาเหลียงของหมู่บ้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากที่เคยแห้งแล้งตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสีเขียวชอุ่มต้นข้าวเติบโตแข็งแรง รวงเริ่มแน่นและหนักจนโน้มลง
ชาวบ้านยืนมองผลงานของตนเองด้วยสายตาไม่อยากเชื่อบางคนยกมือขึ้นลูบรวงข้าวราวกับกลัวว่ามันจะหายไป
“มัน…ได้ผลจริง ๆ”
“ดีกว่าปีก่อนมาก”
“ข้าไม่เคยเห็นแบบนี้มานานแล้ว”
เสียงหัวเราะเริ่มดังขึ้นในทุ่งนาบางคนถึงกับะโโลดเต้นด้วยความดีใจ เด็ก ๆ วิ่งเล่นไปมาท่ามกลางต้นข้าวเกาเหลียงเสียงหัวเราะสดใสก้องไปทั่ว
“เสี่ยวเฉินนี่…เ้าเด็กคนนี้ต้องเป็์ส่งมาแน่ ๆไม่อย่างนั้นจะทำได้อย่างไร”
เสียงชื่นชมดังขึ้นไม่ขาดสาย ชาวบ้านยิ้มและหัวเราะออกมาด้วยความสุขใจ
ทางด้านหลินเสี่ยวเฉินกำลังทำงานมือเป็ระวิงอยู่นั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้น “ติ้ง”
[ได้รับคะแนนความสุขเพิ่ม 2700 คะแนน]