ตอนที่เก้าสิบสาม Fallen Empire 8
อย่างที่บอกผมไม่ใช่คนที่ฉลาดนักแต่อย่างน้อยก็พอรู้ว่าคนที่มีโอกาสชนะมากกว่าคือคนที่มีอาวุธมากกว่า
อย่างที่นโปเลียนกล่าวเอาไว้
พระเจ้าเข้าข้างคนที่มีปืนใหญ่มากกว่า
เทพีแห่งชัยชนะจึงมักจะยิ้มอวยพรให้กับคนที่มียานรบมากกว่า
ผมถึงได้พยายามทุกทางเพื่อไม่ให้อาณาจักรของผมล่มสลายไปเพราะความไร้ความสามารถของผมเอง
แต่การเปลี่ยนกฎหมายคือสิ่งที่ต้องเปลืองพลังทางการเมืองมากมาย
ผมคงต้องคอยสักพักหลังจากที่จัดการปัญหาต่างๆแล้ว
ผมสั่งสร้าง
Supremecourt
ศาลสูง
เพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยในการสร้างความมั่นคงของประเทศและค่าการเมืองของผม
ความยุติธรรมที่มาช้าคือการปราศจากความยุติธรรม
หากพวกเราไม่ได้รับการตัดสินที่เป้นธรรมด้วยความรวดเร็วเราก็คงคิดว่าความยุติธรรมอยู่ห่างไกลนัก
และเหนืออื่นใด
มันเท่ากับว่าผมควบคุมประชากรให้อยู่ในร่องในรอยไม่คิดก่อกบฏได้ง่ายดายขึ้นด้วย
แน่นอนตอนนี้ประชาชนของผมมีความสุขดีไม่ใช่ปัญหา
แต่หากเกิดสงครามขึ้นมาและประชาชนรู้สึกถึงความเดือดร้อนขึ้นมาล่ะก็เป็นปัญหาแน่ๆ
ประชาชนอเมริกันใช้น้ำมันในราคาต่ำกว่าชาวยุโรปครึ่งหนึ่ง
แต่หากมันราคามากกว่าที่พวกเขาเคยใช้กันอยู่ก็เกิดความไม่พอใจมากขึ้น
ผมต้องส่งคนที่จงรักภักดีต่อผมไปคุมศาลสูงก่อน
ผมเลือกบุคคลที่ระบบแสดงว่าให้คนมีนิสัย
ยุติธรรม
Justice
Loyalist
ผู้จงรักภักดี
กับ Royalist ผู้นิยมเจ้า
คุมตำแหน่งการพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อให้แต้มการเมืองของผมเพิ่มขึ้นแบบเรื่อยๆตราบใดที่พวกที่จงรักภักดีและนิยมเจ้าเหล่านี้ยังเป็นผู้ที่ควบคุมตำแหน่งที่ตีความกฎหมายอยู่
Packed the supreme court
ใส่คนในศาลสูง
คือกลยุทธการใส่คนที่มีแนวคิดทางการเมืองแบบเดียวกับเราเข้าไปในศาลสูงเพื่อตีความกฎหมายสูงสุดของประเทศ
ต่อให้เกิดอะไรขึ้น
หากศาลสูงตีความไปในทางนั้นคนที่ขัดแย้งกับศาลสูงก็เท่ากับว่าคนคนนั้นไม่เคารพกฎหมายต่อต้านอำนาจของรัฐนั่นเอง
หมายความว่าในหลายๆอย่าง
ผมไม่จำเป็นต้องออกหน้าให้เสียแต้มทางการเมืองเอง
แม้จะช้าหน่อย
ศาลสูงจะตีความกฎหมายไปในทางที่ผมต้องการ
การปกครองประเทศไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างกองกำลังทหารแต่คือความสงบภายในด้วย
โชคดีที่อำนาจการแต่งตั้งคนระดับสูงนั้นคืออำนาจของผมเลยไม่มีปัญหาอะไร
นี่น่าจะเป็นข้อดีของคนที่มาจากระบอบประธานประเทศอย่างผมมาตลอดก็ได้
ผมมักจะเอาพวกจงรักภักดี Loyalist เอาไว้เป็นspymaster สปายมาสเตอร์หน่วยสืบราชการลับ
คอยอุ้มคนที่กระด้างกระเดื่องไปให้หายจากกลุ่มต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นมาเพื่อต่อต้านผม
ผมคิดว่าตอนนี้ผมทำทุกอย่างเท่าที่แต้มการเมืองของผมจะทำได้แล้วหากไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขนาดใหญ่ของประเทศ
ผมคงจะต้องใช้เวลาสะสมแต้มทางการเมืองอีกสักพัก
แต่ต่อให้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรใหญ่ๆก็มีเรื่องยิบย่อยให้ทำอีกมาก
ซึ่งผมต้องเตรียมตนเองให้พร้อมก่อนที่จะส่งตนเองไปเรียนหนังสือ
...
สภาคณะมนตรีแห่งรัฐที่รวบรวมผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งรัฐ
แต่ละคนล้วนเป็นขุนนางระดับสูงและตัวแทนผู้นำกลุ่มต่างๆที่ได้รับคำสั่งจากท่านจักพรรดิโดยตรง
หลายคนก็มีตำแหน่งในสภาฮาเร็มที่เป็นส่วนหนึ่งของImperium Household ทรัพย์สินจักรพรรดิด้วย
ได้มาประชมกันฉุกเฉินเนื่องจากคำสั่งของท่านจักรพรรดิ
“คำสั่งของท่านจักรพรรดิออกมาแล้วรายชื่อของคนที่จะได้รับตำแหน่งศาลสูงมีตามนี้”
ทุกคนนั้นรู้ดีอยู่แล้วจากพลังจิตที่ส่งไปให้พวกตนเอง
แต่พอรายชื่อออกมาก็มีทั้งคนที่ชื่นชมและผิดหวังเล็กน้อย
ว่าเป็นตระกุลขุนนางขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ประวัติความสามารถนั้นดีมาก
ไม่มีข้อด่างพร้อยในการตัดสินคดี
แสดงว่าท่านจักรพรรดิตัดสินคนจากความสามารถมากกว่าจริงๆ..เพราจักรพรรดิเรียงลำดับคนตามค่าสถานะในการเลือกนั่นเอง
“ส่วนตำแหน่งศาลสูงเก่า ท่านจักรพรรดิสั่งให้ไปเข้าทางโบสถ์กับหน่วยส่วนตัวที่ท่านจะฝึกด้วยตนเอง”
องคมนตรีกล่าวรายงานต่อที่ประชุม
พวกเธอคือผู้มีพลังจิตแต่เพราะเช่นนั้นการกล่าวด้วยวาจาเป็นสิ่งจำเป็นต่อการบันทึกการประชุม
แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าสามารถมีโฮโลแกรมและดาต้าคิวบ์ต่างๆเพื่อเก็บข้อมูล
แต่คำสั่งสูงสุดต่างๆต้องมีหลักฐานเป็นกระดาษที่ทรงคุณค่าอีกอย่างหนึ่ง
คำกล่าวนั้นก็สร้างความตกใจอีกครั้ง
ปรกติการเป็นศาลสูงแทบจะเป็นไปตลอดชีพ
ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตำแหน่งศาลสูงได้ง่ายๆ
แต่ตั้งแต่ท่านจักรพรรดิฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
ก็ทำงานด้วยความรวดเร็วภายในไม่ถึงเดือนมากกว่าที่จักรวรรดิเคยทำมาหลายปีเสียอีก
ว่าหลายโครงการและหลายคำสั่ง
ออกมาด้วยความรวดเร็วด้วยสติปัญญาที่อัจฉริยะเหนือมนุษย์
พวกเธอเคยรู้จากตำนานว่าท่านจักรพรรดิคือคนที่เก่งกาจด้านการบริหารและการเมือง และการรบในทุกๆด้าน
แต่ไม่คิดว่าจะเก่งกาจขนาดนี้
“และเหล่านี้คือข้อมูลทางเทคโนโลยีที่ท่านจักรพรรดิค้นคว้าขึ้นมาอีกได้ให้พวกเราปรับเทคโนโลยีนี้เข้ากับภาคอุตสาหกรรมกองทัพ และการค้าต่างๆ”
ทุกคนรับข้อมูลไปดูพบว่าคือเทคโนโลยีต่างๆที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิมมากในด้านที่ครอบคลุมไปทั้งยานอวกาศ ปืนเลเซอร์ เกราะป้องกัน ทฤษฎีพลังจิต ฯลฯ
เทคโนโลยีเพียงหนึ่งอย่างก็น่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงมากมายต่อภาคส่วนต่างๆ
ไม่ต้องพูดถึงเทคโนโลยีหลายอย่างที่ได้มาพวกนี้
ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
ทุกคนในคณะมนตรีรู้ได้ว่าความเปลี่ยนแปลงของจักรวรรดิจะมาถึงแต่ไม่สามารถเตรียมใจได้ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนรรวดเร็วถึงเพียงนี้
ยานพาหนะแบบใหม่ ปืนเลเซอร์รุ่นใหม่หน่วยงานใหม่ฯลฯ
ทุกอย่างไม่ใช่สิ่งที่หน่วยงานใดจะทำได้อย่าว่าแต่คนคนเดียว
แต่นี่ล่ะท่านจักรพรรดิล่ะ
...
หวังว่าพวกลูกน้องของผมคงไม่ผิดหวังนักนะที่ผมเอาแค่เทคโนโลยีที่ใช้แต้มการค้นคว้าต่ำๆไปให้พวกเขาก่อน
เนื่องจากผมใจร้อนต้องการเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นแม้เพียงแค่นิดเดียว
เลยใช้แต้มการค้นคว้าในการค้นคว้าเทคโนโลยีระดับเล็กๆก่อนที่จะพัฒนาระดับใหญ่อย่างยานรบอีกครั้ง
ก็ได้ผลเล็กน้อย
ผมไม่ได้ดูถูกเทคโนโลยีขนาดเล็ก
บางครั้งเราต้องวิจัยเทคโนโลยีบางอย่างก่อนถึงจะเปิดแผนผังเทคโนโลยีระดับสูงขึ้นไปกว่าเดิมได้
อย่างเทคโนโลยีการขุดแร่ Mining ที่ต้องใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ประกอบกับเทคโนโลยีอย่างอื่นนั่นเอง
เทคโนโลยีบางอย่างเกิดจากเทคโนโลยีหลายๆอย่างประกอบกัน
การพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานก่อนก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนักหากถามความเห็นผม
แต่พอผมดูแผนผังเทคโนโลยีที่ดันเน้นไปที่การสร้างทาสกับความบันเทิงและก็เหนื่อยใจ
ผมคงต้องเน้นเทคโนโลยีพื้นฐานนั่นล่ะนะ
ได้แต่หวังเทคโนโลยีที่พวกดราก้อนแคลนจะซื้อมาได้จากพวกตลาดมืดของโจรสลัดในอนาคต
ช่วยให้ผมสามารถพัฒนาพวกของจำเป็นอย่างเหมืองแร่และพลังงานให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นไปอีก