“เหนื่อยไม่เท่ายายหรอกค่ะ เรากลับบ้านกันเถอะนะคะ” หญิงสาวพูดจบ จึงขยับรถเข็นกลับเข้าบ้าน พร้อมความทุกข์ใจมากมายที่ค้างคาในความรู้สึก เมื่ออาบน้ำเสร็จจึงหมดแรงไปพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งยังโต๊ะอาหาร ที่มีเพียงกับข้าวไม่กี่อย่างตั้งอยู่
“ยายคะ” อยู่ ๆ ฝนทิพย์ก็เอ่ยขึ้น ในขณะที่หญิงชรากำลังตักข้าวใส่จานด้วยท่าทางไม่แข็งแรง
“ว่าไง พักนี้เรียกยายบ่อยเหลือเกิน มีอะไรในใจหรือเปล่า” หญิงชราตอบรับ ก่อนที่ฝนทิพย์ไม่อาจเก็บงำความจริงต่อไปได้อีก เธอทนอยู่กับความอัดอั้นมานาน จนท้องน้อยของเธอดูเหมือนจะขยายขึ้นมาบ้างแล้ว จึงกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะพูดความจริงออกไป ไม่รู้ว่ายายจะเสียใจและผิดหวังกับเธอขนาดไหน
“มองหน้ายายแล้วร้องไห้แบบนี้ ต้องมีเื่อะไรแน่ ๆ ใครทำอะไร บอกยายเลย เดี๋ยวยายจะไปจัดการให้” คำพูดของหญิงชราทำให้หญิงสาว ตัดสินใจโผเข้ากอดพร้อมปล่อยโฮออกมา หลังจากไม่อาจทนเก็บงำความจริงได้อีกต่อไป
“ฝนพลาดแล้วค่ะยาย”
“พลาดอะไร” หญิงชราขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม
“ฝนท้องค่ะ” คำตอบของหลานสาวทำให้หญิงชรานิ่งอึ้ง คล้ายกับพายุกำลังม้วนตัวถล่มลงมา หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น พลันย่อลงนั่งยังเก้าอี้ทันที ภาพของทิพย์รดาฉายเข้ามาเป็ฉาก ๆ ให้เธอนึกย้อนกลับไปในอดีต เมื่อฝนทิพย์เห็นดังนั้นจึงรีบยกมือกราบที่ตักยายพร้อมน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจอย่างถึงที่สุด
“ฝนผิดเองที่ไม่เชื่อคำพูดยาย”
“พ่อเด็กเป็ใคร” น้ำเสียงแข็งกระด้างเอ่ยถามหลานสาวด้วยความผิดหวัง ก่อนที่เธอจะนิ่งเงียบ
“ใช่ภูดิศหรือเปล่า เขาเป็พ่อเด็กใช่ไหม ยายจะให้เขารับผิดชอบ” หญิงชราทำท่าจะลุกขึ้น ทว่าเรียวแขนของฝนทิพย์ดึงตัวหญิงชราไว้ได้ทัน พลางส่ายศีรษะปฏิเสธ
“ไม่ใช่ค่ะยาย ไม่ใช่เขา” หลังจากได้ยินหลานสาวพูดเช่นนั้น ยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา เื่ราวช่างคล้ายกับแม่ของทิพย์รดาไม่มีผิด
“งั้นบอกยายมาว่าเขาเป็ใคร” ฝนทิพย์ก้มหน้าลงพร้อมน้ำตาอาบแก้ม กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
“เขาเป็นักธุรกิจค่ะ”
“รู้จักกันได้ยังไง” หญิงชราขึ้นเสียงกับหลานสาวด้วยความผิดหวัง
"ฝนไม่ได้รู้จักเขา เพราะทุกอย่างมันคือความผิดพลาด ฝนไม่รู้จะเริ่มต้นบอกยายยังไงดี ฝนขอโทษนะคะ”
“เอาล่ะไม่ต้องพูด ถ้าเื่มันเป็แบบนี้แล้ว พ่อเด็กมันว่ายังไงบ้าง” หญิงชราจับจ้องรอคำตอบจากอีกฝ่าย ก่อนที่ฝนทิพย์จะปาดน้ำตาแล้วพูดความจริงทั้งหมดออกมา
“ตอนแรกเขาจะไม่รับผิดชอบเด็กในท้อง แต่วันนี้เขาเปลี่ยนใจ บอกว่าจะรับผิดชอบค่ะ”
“หึ! พวกผู้ชาย กี่คน ๆ ก็เหมือนกันหมด ไม่ต้องให้มันรับผิดชอบ เหลนของฉัน ฉันเลี้ยงเองได้” ฝนทิพย์ได้ยินดังนั้น เธอจึงเลื่อนสายตาดูพละกำลังของยาย ที่ลดน้อยถอยลงไปทุกวัน ไม่ได้แข็งแรงเหมือนตอนเธอเป็เด็ก
“ไม่ค่ะยาย ถ้าเขาจะรับผิดชอบเด็ก ฝนจะให้เขารับผิดชอบค่ะ ฝนไม่อยากให้ยายต้องเหนื่อยอีกแล้ว ฝนไม่อยากให้ยายต้องรับภาระอะไรอีกแล้ว ที่ผ่านมายายเหนื่อยมามากแล้วนะคะ”
“ไม่ต้องให้มันรับผิดชอบ ในเมื่อมันไม่อยากรับผิดชอบ ก็ไม่ต้องไปง้อมัน” หญิงชราพูดด้วยความโกรธ ทว่าในใจแตกสลายแล้วเป็เสี่ยง ๆ ก่อนที่ฝนทิพย์จะกราบตักหญิงชราอีกครั้งด้วยความเสียใจ
“ยายเกลียดฝนไหมคะ” คำถามของฝนทิพย์ทำให้หัวใจของหญิงชราอ่อนยวบ นึกสงสารหลานสาวขึ้นมาจับใจ ก่อนมือเหี่ยวย่นค่อย ๆ ยกขึ้นมาลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน
“โกรธแล้วจะทำอะไรได้ ก็เื่มันเกิดไปแล้ว ถ้ายายโกรธแล้วฝนจะเป็ยังไง โกรธฝนไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกลูกเอ๊ย” ฝนทิพย์ค่อย ๆ เงยหน้ามองหญิงชราพร้อมน้ำตาไหลรินไม่หยุด
“ฝนขอโทษนะคะ ที่ทำให้ยายต้องเจอเหตุการณ์เดียวกับแม่ แต่ฝนจะทำทุกอย่างให้ยายไม่ต้องลำบาก พรุ่งนี้ฝนจะไปทำเื่ขอพักการเรียน แล้วออกหางานทำก่อนท้องจะโต ยายไม่ต้องห่วงนะ ถ้าลูกคลอดแล้วฝนจะกลับไปเรียนเอาใบปริญญามาให้ยายให้ได้”
หญิงชราได้ยินดังนั้นน้ำตาไหลพรากลงมา ทั้งรัก ทั้งผิดหวัง ทั้งสงสาร รวมอยู่ในความรู้สึกเดียวกันหมด อยากจะต่อว่าแรง ๆ แต่ที่ผ่านมาฝนทิพย์เป็เด็กดีในสายตาหญิงชราเสมอ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะถือว่าเป็บททดสอบจาก์
“ไม่เป็ไรลูก”