"ห้องพักสองห้อง" เสียงจั่วยุ่นดัง
พนักงานต้อนรับเห็นจั่วยุ่น เขามีสีหน้าหวาดกลัวเล็กน้อย ช่วยไม่ได้ร่างกายจั่วยุ่นใหญ่โต นอกจากนั้นยังมีสง่าราศีของชนชั้นผู้นำ น้ำเสียงที่ขึงขังทำให้พนักงานต้อนรับไม่คิดว่าจั่วยุ่นเป็คนธรรมดา
"นี่กุญแจขอรับท่านผู้สูงส่ง"
ณ โรงแรมเล็กๆ ที่นี่มีห้องพักราคาเดียว ช่วยไม่ได้นี่คือเขตชานเมืองรอบนอกอาณาจักร มันจะมีสิ่งใดๆ ที่ดีๆ ได้ จั่วยุ่นยื่นธนบัตรจำนวน 25000 เหรียญิ เขาก็ได้รับกุญแจห้องพักโดยไม่มีการสอบถามใดๆ นี่คือเื่ปกติ
หลี่เค่อพักคนเดียวในห้องเงียบๆ
ส่วนจั่วยุ่นและลูกนอนร่วมกัน ตอนนี้ทั้งสองคนเรียนรู้เื่ราวของโลกใบนี้อย่างช้าๆ
เมื่อครู่ การที่หลี่เค่อสังหารกลุ่มอันธพาล ทำให้สองพ่อลูกรู้อะไรบางอย่าง นั่นคือพวกเขาอ่อนแอมาก ในแหวนมิติของหลี่เค่อทั้งสองวง มีเคล็ดวิชาการฝึกฝน แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองไม่สามารถอ่านออกต่างจากหลี่เค่อ สิ่งนี้ทำให้สองพ่อลูกปวดใจมาก
หลี่เค่อบอกสองพ่อลูกไม่ให้รีบร้อน พวกเราพึงมาถึงที่นี่ยังไม่ถึงหนึ่งวันดี พวกเราจะรีบร้อนไปทำไม ได้ยินแบบนี้สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ในตอนนี้สิ่งที่หลี่เค่อให้ความสำคัญมากที่สุดคือการพัฒนาของตัวเอง
ในที่สุดเขาก็มีเวลาว่างเป็ของตัวเองเสียที
หลี่เค่ออาบน้ำ ในแหวนมิติของป่าดำ เขามีเสื้อผ้าของผู้คนในโลกใบนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ต่างจากโลกของหลี่เค่อ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือชุดที่มีการลงอักขระ ด้วยความทรงจำของป่าดำ หลี่เค่อรับรู้ได้ว่าเสื้อผ้าเหล่านี้คือสมบัติเวทย์
มันคือสิ่งที่แฝงพลังเวทย์ไว้ในเสื้อผ้า ผ่านการลงอักขระที่สลับซับซ้อน รวมถึงวัสดุการสร้างที่ต้องได้จากร่างสัตว์ร้าย ภูตผี หรือเหล่าปีศาจ
หลี่เค่อเลือกที่จะไม่สวมมัน เพราะตอนนี้การสวมใส่เสื้อผ้าที่เป็สมบัติเวทย์มันคือการบอกว่าเขาร่ำรวย และนั่นจะนำปัญหามาให้ตัวเขา
ผู้ฝึกเวทย์ระดับ [2] ผนิจจิตขั้นลึกล้ำ [5] แต่ใช้เวทมนตร์คาถาไม่เป็มันช่างดูน่าอายเกินไป
"ข้าควรใช้เวลานี้ศึกษาคัมภีร์กลืน์ทั้งสี่ภาคให้หมด" พูดจบหลี่เค่อหลับตาหยั่งสำนึกความทรงจำที่ได้รับจากคัมภีร์เล่มสีทอง ที่ตอนนี้ตัวเขาไม่สามารถเปิดมันได้แม้แต่หน้าเดียว
ในห้วงคำทรงจำ คัมภีร์กลืน์ กลายเป็คล้านแผ่นสารสีทองล่องลอยในห้วงสำนึก เพียงแค่หลี่เค่อนึกถึงมัน ข้อมูลต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นในใจ
สิ่งที่หลี่เค่อสนใจมากที่สุดตอนนี้คือเื่ของผู้ใช้เวทย์ ดังนั้นเขาจึงศึกษา คัมภีร์กลืน์ในส่วนบทของเคล็ดวิชา 'เวทย์ผนึกฟ้าดิน' ซึ่งเป็เคล็ดวิชาฝึกเวทย์ก่อน
"มหาเวทย์ผนึกฟ้าดิน บรมสรวงครั้งก่อกำเนิด มีมหาพญามารหมายทำลายสรรพสิ่งหมื่นแสนห้วงภพภูมิจักรวาล อำนาจแห่งมันบรรลุสู่ขอบเขต 'ะนิรันดร์' แต่เมื่อมันอยู่ใต้มหาเวทย์ผนึกฟ้าดิน มหาพญามารก็ดุจนกน้อย ดับสลายเป็ธุลี..." หลี่เค่ออ่านบทนำของเคล็ดมหาเวทย์ผนึกฟ้าดิน เขาคล้ายรู้สึกถึงการโอ้อวด
"ไฟหยินหนาวเย็นกัดกร่อน แช่แข็งได้แม้แต่ห้วงกาลเวลา ครองอำนาจแห่งนายของเหล่าดวงิญญาและผู้วายชนม์ ไฟหยางแผดเผาทุกสรรพสิ่ง บริสุทธิ์ลึกล้ำ ไอมารทลาย พิฆาตคำสาปร้ายทั้งปวง มหาเวทย์ผนึกฟ้าดิน เริ่มต้นจากไฟหยินหยาง ก่อนควบรวมมหาเบญจธาตุ สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่ง จากนั้นครองกฎแห่งกาละ ควบคุมหมื่นภพจักรวาล"
"ขั้นต้นแห่งการฝึกมหาเวทย์ผนึกฟ้าดิน สร้างแดนมลทินไร้ปราณฟ้าดิน ไร้วิถีแห่งิญญา ขัดเกลาจิตเดิมแท้ด้วยชีวิตเป็ตาย หากไม่บรรลุขั้นลึกล้ำไม่อาจจะฝึกขั้นต่อไป..." อ่านมาถึงตรงนี้หลี่เค่อนึกถึงตอนที่ตัวเองได้กระถางเก้าิญญา ใน่แรกที่เขารู้ว่ามันมอบความสามารถพิเศษให้กับตัวเขา หลี่เค่อฝึกฝนมันทุกวัน แต่ทุกครั้งที่ฝึกก็เหมือนกับการฆ่าตัวเองทางอ้อม เขาทรมานเหมือนตาย
แต่พอคิดว่าหากตัวเองทำสำเร็จตัวเองก็จะแก้แค้นพวกบัดซบที่ทำลายครอบครัวของตัวเขาได้ โดยเฉพาะไอ้พวกที่ทำร้าย 'เว่ยเว่ย' หลี่เค่อจึงฝึกฝนมันอย่างเอาเป็เอาตาย
สุดท้ายเขาพบว่านี่คือขั้นต้นของการฝึกมหาเวทย์ผนึกฟ้าดินนี่เอง เื่นี่ช่างน่าขัน
"ขั้นที่สองพินิจจิตลึกล้ำ มอบกายถวายชีวิต ใช้เืเนื้อแก่นสารในร่างหล่อเลี้ยงจิต ใช้สำนึกควบคุมสรรพสิ่ง ยอมตายวายชนม์เพื่อบรรลุเขตแดน ผมขาวแก่ชราเพื่อลุอำนาจจิตเหนือผู้ใด"
หลี่เค่อตอนนี้เขาคล้ายเข้าใจแล้วว่าตอนนี้ทำไมเขาถึงมีสภาพแบบนี้ และเข้าใจแล้วว่าทำไมกระถางเก้าิญญาถึงต้องไปอยู่ในโลกของเขา
ในโลกใบนี้มีพลังปราณฟ้าดินทั่วไปหมด เพียงเขาเข้ามาร่างกายก็รู้สึกสดชื่น สองขั้นแรกของมหาเวทย์ผนึกฟ้าดิน ไม่อาจจะฝึกได้ในโลกใบนี้
ส่วนขั้นที่สามละ
"ขั้นที่สามหลอมจิตหลอมกาย สร้างกายิญญาในห้วงสำนึก เลือกเป็นายแห่งเพลิงหยินหรือหยาง หากสร้างเพลิงหยินต้องใช้หยางส่งเสริม หากสร้างเพลิงหยางต้องใช้หยินส่งเสริม" อ่านมาถึงบทนี้หลี่เค่อคล้ายงงงัน
เสียงแหบพร่าไร้จิตใจของกระถางเก้าิญญาดัง มันอาจจะรับรู้ถึงความสับสนของหลี่เค่อ
"มหาเวทย์ผนึกฟ้าดินไม่อาจจะฝึกได้โดยใช้ตัวคนเดียว สร้างไฟหยางใช้สตรีร่างหยินบำรุง สร้างไฟหยินใช้สตรีที่มีร่างหยางบำรุง 'เคล็ดวิชาหลอมกายเซียนทอง' คือเคล็ดวิชาบำเพ็ญที่ใช้สตรีเป็เตาหลอมบำรุงการฝึกฝน หากไม่ฝึกเคล็ดวิชาหลอมกายเซียนทอง ก็ไม่อาจจะฝึกเคล็ดวิชามหาเวทย์ผนึกฟ้าดินขั้นที่สามได้เช่นกัน"
จบคำพูดของกระถางเก้าิญญา
ในหัวของหลี่เค่อ คล้ายเข้าใจเื่อะไรบางอย่างจากความทรงจำของป่าดำ
วิถีเซียนปราณหลอมกายฝึกถึงระดับสาม บรรลุวิถีเซียนเวทย์ระดับหนึ่ง แต่หากมุ่งเน้นฝึกวิถีเซียนเวทย์นำ เมื่อฝึกฝนวิถีเซียนเวทย์ถึงระดับสามร่างกายเติบโตบรรลุหลอมกายฝึกปราณขั้นหนึ่ง เนื้อหาเหล่านี้ผู้คนในโลกแห่งปราณและเวทย์แห่งนี้รู้จักกันทุกคน
ตอนนี้หลี่เค่อเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพลังจิตของตัวเองถึงหยุดอยู่ที่ระดับ [2] ผนิจจิตขั้นลึกล้ำ [5] และไม่อาจจะก้าวหน้าไปกว่านี้ นั่นเพราะร่างกายของตนแบบรับจิติญญาไม่ไหวนี่เอง
"ดูเหมือนข้าจะถูกบังคับให้ฝึกเคล็ดวิชาหลอมกายเซียนทองก่อนสินะ" หลี่เค่อส่ายหน้า จริงๆ เขาสนใจพลังเวทย์มากที่สุด แต่ดูท่าเขาจะไม่อาจจะฝึกเคล็ดวิชานี้ต่อไปได้
แต่ทันทีที่หลี่เค่อคิดจะฝึกเคล็ดวิชาหลอมกายเซียนทอง เขาก็ต้องขมวดคิ้ว นั่นเพราะอัตถะบรรยายในเคล็ดวิชานั้น...
"คลอเคล้าสอดใส่หยินหยาง ใช้ร่างสตรีพรหมจรรย์หลอมการบำรุงปราณแรกกำเนิด อัศจรรย์สร้างปราณสามฐานลึกล้ำเกินใคร" พอหลี่เค่ออ่านมาถึงตรงนี้เขาพบว่าใต้เคล็ดวิชาหลอมกายเซียนทองมีเคล็ดวิชาย่อยแนะนำให้ฝึกฝนอีกด้วย มันชื่อ 'เคหาทองคำ' ซึ่งมีคำบรรยายการฝึกฝนน้อยนัก แต่ภาพประกอบช่างเต็มไปด้วยเื่ชายหญิง
"ระเรื่อรื่นรมย์ห่มฟ้า ชายหญิงเคร้าคู่ท่องสู่เวหา เคหาทองคำล้ำลึก พินิจหญิงดูชาย ทำน้อยได้มาก ทำมากได้อนันต์ ปราณฟ้าดินแรกเริ่มไม่บริสุทธิ์สมดุล แต่เมื่อมีหยินและหยางในเคหาทองคำ สมดุลจึงบังเกิด บรรลุขั้นแรกสามารถดูดกลืนปราณมนุษย์ บรรลุขั้นสองดูดกลืนปราณสัตว์ร้าย บรรลุขั้นสามดูดกลืนิญญามารเสริมจิต บรรลุขั้นสี่ผีสางภูติญญาต้องหวาดกลัวเป็นายแห่งปรภพ บรรลุขั้นที่ห้าดื่มด่ำกลืนกินกายเทพผู้สร้างโลก บรรลุขั้นที่หกเทพจักรวาลคืออาหาร บรรลุขั้นสุดท้ายหลอมรวมกลืนกินทุกสรรพสิ่ง"
"วิชานี้นี่มัน..." หลี่เค่อรู้สึกว่าเคล็ดวิชานี้นี่มันเคล็ดวิชามารชัดๆ
เพียงแต่ว่าจะเป็เคล็ดวิชาเทพหรือมารสุดท้ายก็อยู่ที่ผู้ฝึกฝนอยู่ดี
หลี่เค่อใช้่เวลาในค่ำคืนทำความเข้าใจทุกเคล็ดวิชาที่เขาได้รับมา
เวลาผ่านไปช้าๆ และหลี่เค่อก็พบว่า เขาย่อยความทรงจำของถังคังส่วนใหญ่สำเร็จแล้ว ซึ่งนี่อาจจะมีสาเหตุมาจากความแข็งแกร่งของดวงิญญาถังคังไม่มากนักเมื่อเทียบกับดวงิญญาของป่าดำ...