กังหลงหิ้วนำพาร่างทั้งสองมาหานงคราญสุรางค์สวรรค์ กังหลงนั้นชิงชังโจรราคะเป็นยิ่งนัก โยนร่างชายทั้งสองลงตรงหน้านาง ซึ่งบัดนี้ชายทั้งสองได้ถูกกังหลงสะกดพลังไว้จนหมดสิ้น เพื่อป้องกันเหตุที่ไม่คาดหมายอันอาจจะเกิดขึ้น พลางเอ่ย
"โกเนี้ยวคงมิคิดว่าข้าโหดเหี้ยมเกินไปกระมัง ข้ามิอาจปราณีต่อศรัตรูที่จ้องจะพิฆาตข้าพเจ้าได้และทั้งสองนี้ย่อมเป็นคนต่ำช้า ที่มิทราบเคยทำร้ายสตรีบริสุทธิ์และคนบริสุทธิ์มามากมายเท่าไรแล้ว เชิญโกเนี้ยวสอบถามข้อสงสัยกับทั้งสองได้"
"เฮอะ..อย่าหวังว่าจะเค้นข้อมูลใด ๆ จากพวกข้าได้ รอให้นายข้าและบรรพชนได้พบเจอพวกเจ้าทั้งสองก็มิอาจรอดไปได้"
ผู้เป็นพี่ใหญ่ตาเหลือกถลนกล่าวด้วยเสียงอาฆาต
"ช่างปากดียิ่งนัก ..ข้ามิกลัวว่าเจ้าจะมิเอ่ยปาก ..หากเจ้าทนทานได้ก็ทนไป"
พูดจบกังหลงหาแยแสใดไม่ ใช้พลังปราณจุดอัคคีสีดำขึ้นที่ปลายนิ้ว ..นำอัคคีมาจ่อยังขาที่ขาดครึ่งท่อนของผู้เป็นพี่ใหญ่.ความร้อนของอัคคีช่างรุนแรงยิ่ง เสียงเนื้อสดเริ่มถูกแผดเผา กลิ้นเนื้อไหม้คละคลุ้งจนนงคราญสุรรางค์สวรรค์ต้องเบือนหน้าหนีเอามือปิดจมูกแทบจะอาเจียนออกมาด้วยความสะอิดสะเอียน เสียงร้องโหยหวนดังลั่นไปทั่วป่าเข่า หากแม้นบังเอิญใครผ่านมาได้ยินและเห็นเข้าคงต้องขนพองสยองเกล้าสิ้นสติไปเป็นแน่แท้
"ฉี่..ฉี่..!!"
"อ๊ากกกกกก"
"ข้า..อ๊ากกกก...ข้ายอมบอกแล้ว ..ท่านผู้กล้าอยากทราบอะไรโปรดถามมาเถิด"
ผู้เป็นพี่ใหญ่ดิ้นกระเสือกกระสนเหงื่อกาฬไหลราดรดเปียกชุ่มคละคลุ้งไปทั่ว กังหลงได้ยินเช่นนั้นจึงหยุดมือ หันมองทางนงคราญสุรางค์สวรรค์พร้อมพยักหน้า นงคราณสุรางค์สวรรค์มิอาจทำใจมองสภาพที่เกิดขึ้นได้ หลับตาสงบใจครู่หนึ่งจึงสอบถามขึ้น
"พวกเจ้ามาจากที่ใด และใครเป็นนายของพวกเจ้า บรรพชนและนายที่เจ้ากล่าวมีระดับพลังระดับใด และจุดประสงค์ที่พวกเจ้าต้องการกำจัดพวกเราทั้งสอง จงตอบมาและอย่าปิดบัง แล้วพวกเราจะให้ความรวบรัดแก่พวกเจ้า..!!"
ได้ยินเช่นนั้นผู้เป็นพี่ใหญ่ถึงกับหยุดนิ่งไปชั่วครู่ กังหลงเห็นเช่นนั้นจึงนำอัคคีไปจ่อที่แขนของอีกฝ่ายในทันที
"อ๊ากกกก...อยะ ..อย่า....ข้าบอกแล้ว..!! "
"..เนื่องจาก..แดน ...แดนลึกลับ..นายของข้าปรารถนาจะให้อัจฉริยะของอาณาจักรได้เข้าไปสำรวจในแดนลึกลับ ..สิ่งสำคัญคือการที่ผู้ชนะสิบอันดับแรกของการแข่งขันระดับอาณาจักร จะได้สิทธิ์เข้าไปสำรวจดินแดนลึกลับ อาณาจักรของเราต้องการให้อัจฉริยะในดินแดนเราติดในสิบอันดับนี้อย่างแน่นอน"
"นายท่านจึงให้เหวินต้าหัวมาและนักสู้คนอื่่น ๆ สืบเสาะยังอาณาจักรคู่แข่งต่าง ๆ และหากเจออัจฉริยะของอาณาจักรใดที่พอจะมีฝีมือให้หาทางกำจัดเสีย เหวินต้าหัวเดินทางมายังอาณาจักรเนตรอสูร และคงจะพบเจอพวกเจ้าเข้าจึงแจ้งข่าวไปยังนายท่าน แต่มินานเหวินต้าหัวเสียท่าโดนกำจัดโดยราชันย์ผู้หนึ่ง นายท่านจึงให้พวกข้าทั้งติดตามาสืบหาข้อเท็จจริงและหากพบเจออัจฉริยะให้หาทางกำจัดเสีย"
"ฮั่ก ๆ "
เสียงหอบของผู้เป็นพี่ใหญ่ที่กล่าวด้วยความเหนื่อยล้า นงคราญสุรางค์สวรรค์ถามต่อ
"ดินแดนลึกลับคืออันใดมีประโยชน์ใด เหตุใดเจ้านายเจ้าถึงปรารถนาจะให้อัจฉริยะของพวกเจ้าเข้าไป"
"แดนลึกลับเป็นพื้นที่พิเศษหรือพื้นที่อีกมิติหนึ่ง มิติที่เป็นดินแดนลับห้าสิบปีจะเกิดขึ้นหนึ่งครั้ง ภายในดินแดนลึกลับมีสิ่งวิเศษตามธรรมชาติมากมาย เช่น สมุนไพรล้ำค่าหายาก วัตุถุวิเศษ สัตว์วิเศษ เม็ดพลังธาตุธรรมชาติ และยังมี คัมภีร์วิชาฝีมือเลิศล้ำที่ทุกผู้คนต่างปรารถนา และหลังจากการแข่งขันระดับอาณาจักรครานี้เสร็จสิ้นเพียงสามวัน ดินแดนลึกลับก็จะครบกำหนดห้าสิบปีที่จะเปิดขึ้นอีกครั้งพอดี การแข่งขันระดับอาณาจักรครานี้จึงมีดินแดนลึกลับเป็นเงื่อนไขของรางวัลด้วย สำหรับอัจฉริยะที่ได้อันดับหนึ่งถึงสิบเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะเข้าไปได้"
กังหลงและนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ หลังรับฟังเรื่องราวก็ประหลาดใจยิ่ง ข้อมูลเหล่านี้ทั้งสองมิเคยรับทราบและมิเคยได้ยินผู้ใดในตระกูลหรือในอาญาจักร์เนตรอสูรกล่าวถึงมาก่อน ถึงกับมีดินแดนลึกลับ มิทราบดินแดนนี้เป็นเช่นไร กังหลงสอบถามด้วยความสงสัย
"ถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุใดนายของพวกเจ้าถึงไม่เข้าไปเสาะหาสมบัติล้ำค่าเอง ใยต้องให้ผู้อื่นมีส่วนในของพวกนี้ด้วยเล่า ?"
"ผู้ที่จะเข้าดินแดนลึกลับได้นั้นต้องมีอายุไม่เกินยี่สิบปี ส่วนผู้ที่อายุเกินยี่สิบปีมิอาจสามารถผ่านม่านพลังเข้าไปได้ หากดันทุรังฝืนเข้าไปก็จะโดนม่านพลังดีดสะท้อนกลับออกมาจนแทบปางตาย และผู้ที่เข้าไปได้นั้นต้องมีพลังฝีมือที่กล้าแข็งเช่นกัน เพราะร่ำลือกันว่าในนั้นมีอันตรายยิ่งและยังมีผู้คนเยาว์วัยจากดินแดนอื่นที่โหดเหี้ยมและมากความสามารถ เข้าไปสำรวจดินแดนลึกลับด้วยเช่นเดียวกับตัวแทนของผู้ชนะระดับอาณาจักร "
"เล่าลือกันว่าเมื่อห้าสิบปีก่อนมีอัจฉริยะที่เป็นตัวแทนเข้าไปสิบคนแต่สามารถรอดกลับออกมาได้เพียงคนเดียว ทั้งยังถูกส่งตัวกลับออกมาตอนวันที่ดินแดนลึกลับปิดตัวลงด้วย ผู้นั้นกลับมาในสภาพสะบักสะบอม บาดเจ็บสาหัสเพ้อถึงเรื่องราวในดินแดนลึกลับ เพียงเพ้อคำ ..ผู้คนจากดินแดนอื่น...ปีศาจ....อสูร...สัตว์วิเศษ..จากนั้นก็ได้สิ้นใจตายไป ภายหลังมีผู้อาวุโสตรวจสอบในแหวนมิติของผู้นั้น ถึงกับตื่นตะลึงเพราะพบว่าผู้นั้นมีสิ่งล้ำค่ามากมายในแหวนมิติที่เก็บมาได้จากดินแดนลึกลับ ทั้งสมุนไพรล้ำค่าหายากเม็ดพลังธาตุศิลาวิเศษ คัมภีร์เลิศล้ำ ตั้งแต่นั้นมาผู้คนต่างเฝ้ารอคอยให้ดินแดนลึกลับเปิดขึ้นอีกตรา จะได้เตรียมฝึกฝนบุตรหลานหรืออัจฉริยะของอาณาจักรตนให้มีฝีมือมากพอ เตรียมความพร้อมเพื่อให้มีโอกาสเข้าไปแสวงโชคในดินแดนลึกลับ ถึงแม้ในดินแดนลึกลับจะอันตราย แต่สิ่งล่อใจนั้นล้ำค่ายิ่งกว่า ข้าได้กล่าวมาหมดแล้วพวกท่านจงให้ความหมดจนแก่ข้าเถอะ"
ขณะที่ผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวจบขณะนั้นผู้ที่เรียกว่าเจ้าสามได้ได้กระเสือกกระสนจนหยกสื่อสารที่แอบซ่อนไว่ร่วงออกมาจากเอวมันจึงแอบใช้ศอกกระทุ้งจนหยกแตก และรีบพูดเบา ๆ ผ่ายหยกสื่อสารนั้น
"นาย..ท่าน..พวกเราคงมิรอดแล้วอัจฉริยะอาณาจักรเนตรอสูรตึงมือเกินไป เป็นถึง.."
"บึ้ม..!!"
"อ๊ากกกกกกก..!!"
ผู้ที่เรียกว่าเจ้าสามแหลกสลายไปด้วยท่าอัสนีคำรณ ในทันที การกระทำของผู้ที่เรียกว่าเจ้าสามนั้นมิอาจปิดบังโสตประสาทอันปราดเปรียวยิ่งของกังหลงไปได้เมื่อผู้ที่เรียกว่าเจ้าสามคิดจะเปิดเผยข้อมูลของพวกตนจึงตัดสินใจสังหารในทันทีเพื่อป้องกันปัญหายุ่งยากที่จะตามมาในภายหลังเสียงระเบิดกึกก้องพร้อมเสียงร้องโหยหวนน่าสังเวชผู้เป็นพี่ใหญ่เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงเบิ่งตาแทบฉีกขาด กู่ร้องต่อว่ากังหลง
"เจ้าช่างอำมหิตนักถึงกับสังหารโดยมิคิดจะหลงเหลือซากสังขาร..รอเมื่อนายท่านและบรรพชนพบเจอพวกเจ้าก็มิตายดีแน่นอน..!!"
"เป็นน้องของเจ้าแส่หาที่ตายเองคิดจะแอบส่งข้อมูลบอกนายของพวกเจ้า ตอนนี้ตอบคำถามมา นายของเจ้าเป็นผู้ใดเจ้ามาจากอาณาจักรใด .."
"มิมีทางที่ข้าจะบอกสิ่งใดแก่เจ้าอีกถึงบอกไปก็ต้องตาย มิสู้เจ้าฆ่าข้าซะตอนนี้เลย..แต่เจ้าก็ย่อมมิได้ตายดีแน่นอน"
ผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวด้วยความอาฆาตดวงตาแดงก่ำไปด้วยโลหิต กังหลงจุดอัคคีนิลกาลน์จี้แผดเผายังขาอีกข้างของผู้เป็นพี่ใหญ่อย่างเลือดเย็น
"อ๊ากกกกก...ข้าบอกแล้ว..เจ้าต้องสัญญาว่าจะให้ความรวบรัดแก่ข้าในคราเดียวอย่าทรมานข้าเช่นนี้อีก..ฮั่กก.."