ตอนที่ 36 มัจจุราช
"เจ้าใช้ ประเภทยันต์ด้านมืด ได้ยังไง"
"เจ้าเป็นใครกันแน่"
"อ๊ากกกกก"
เจ้าพ่อร่างทรง ที่ตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงขัดขืน จึงได้แต่ร้องทรมานออกมา เมื่อตนเองกำลังถูก ลู่หานสักยันต์ด้านมืดบนร่างกายตัวเอง เพื่อดึงวิญญาณออกจากร่างในสภาพมีชีวิตอยู่
ประเภทยันต์ด้านมืด รูปแบบวิญญาณ ทักษะ กระชากวิญญาณ เป็นยันต์ที่เล่นงานศัตรู โดยการสักยันต์บนร่างอีกฝ่าย เพื่อทำการกระชากวิญญาณออกมา
หากอีกฝ่ายตายแล้วการกระชากวิญญาณออกมาจากศพจะง่ายกว่ามากนัก แต่นี้ลู่หานกับใช้วิธีการที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือ การกระชากวิญญาณ ออกมาคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ต่างอะไรกับ พญายม ที่ต้องการจะมาเอาวิญญาณตนลากไปลงขุมนรก หรืออาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าลงนรกอีกด้วย
ลู่หาน ที่ได้ศึกษารูปแบบ ประเภทของยันต์มาหลากหลาย จึงไม่แปลกที่จะใช้ประเภทยันต์ด้านมืดนี้ได้
แม้ยันต์ประเภทนี้จะเป็นสิ่งชั่วร้าย น่ากลัว ไม่ค่อยถูกยอมรับกันในบรรดาคนส่วนใหญ่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยันต์ด้านมืด มีพลัง อำนาจที่ทรงพลังอย่างมาก ไม่เป็นสองรองใคร จึงมีคนที่แอบลักลอบใช้รูปแบบยันต์ด้านมืด เพื่อประโยชน์ของตนเอง
ลู่หาน ที่เคยศึกษายันต์ทุกรูปแบบ จึงไม่มีการแบ่งแยกว่ารูปแบบยันต์ชนิดใด ทักษะแบบไหน จึงจัดเป็นประเภทด้านมืด หรือด้านสว่างกันแน่ ขึ้นกับผู้ใช้เสียมากกว่า หากคนใช้นำประเภทยันต์ด้านสว่างไปใช้ในทางที่ไม่ดี ก็จะนำความเสียหาย ความเดือดร้อนมาแก่คนอื่นได้เหมือนกัน
เพียงแต่ประเภทยันต์ด้านมืด จะออกแนวชั่วร้าย น่ากลัว ราวกับผู้ใช้เป็นปีศาจ พญายม มัจจุราช จึงโดนหาว่าประเภทยันต์ด้านมืดเป็นอันตราย ชั่วร้าย ไปด้วย ทั้งที่คนที่นำไปใช้คือ มนุษย์เองทั้งนั้น
"ม่ายยยยย"
เจ้าพ่อร่างทรง ที่ตอนนี้กำลังรำลึกถึงเรื่องเก่าๆกำลังไหลทวนไปมาในความทรงจำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ราวกับว่าเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตตนเอง
กล่าวกันว่า หากคนใกล้ตายจะมองเห็น มัจจุราชมาเอาชีวิตบ้าง บ้างก็นึกถึงเหตุการณ์ เรื่องราวเก่าของตนที่เคยหลงลืมไปแล้ว กลับมาหวนนึกขึ้นได้อีกครั้ง จึงอาจเรียกอาการแบบนี้ว่า สภาวะใกล้ตาย ซึ่งการถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างกาย ก็เปรียบเสมือนได้ตายไปแล้ว
ผัวะ
"เลิกดื้อด้านได้แล้ว"
ลู่หาน จัดการอัดอีกฝ่าย ที่ตอนนี้ไม่สามารถขยับร่างกายออกมาป้องกันได้ เมื่อเห็นว่า เจ้าพ่อร่างทรง ยังไม่ยินยอมให้พลัง อำนาจ ของ ทักษะ กระชากวิญญาณ เอาวิญญาณออกมาจากร่างกายตัวเอง จึงต้องอัดซ้ำเพิ่มเข้าไปจน เจ้าพ่อร่างทรง ที่ทุ่มเทฝืนต่อต้านอยู่ต้องหยุดชะงักไป จนโดนกระชากวิญญาณออกจากร่างทันที
"ในที่สุดก็ออกมา"
ลู่หาน ที่มองเห็น วิญญาณ ของ เจ้าพ่อร่างทรง ที่ตอนนี้ล่องลอยกลางอากาศ เหนือศีรษะตนเอง อยู่ในอาการสับสน เมื่อยังไม่รู้ว่าตนเองได้ถูกกระชากวิญญาณออกมาเรียบร้อยแล้ว
การใช้เวลานานเช่นนี้ เพราะเจ้าพ่อร่างทรง มีปราณหลอมรวมขั้น 1 ไหลเวียนอยู่ แล้วมีจิตวิญญาณที่ไม่ยอมที่จะถูกพลัง อำนาจของยันต์กระชากวิญญาณออกไป แต่ก็เป็นเพียงการยื้อเวลาได้ไม่นานเท่านั้น ด้วยสภาพร่างกายที่สาหัสจึงมีผลกระทบต่อจิตวิญญาณด้วยเช่นกัน จึงไม่อาจฝืนทนพลัง อำนาจของยันต์ได้อีกต่อไป
ลู่หาน ที่ใช้เลือดของตนเอง ที่มีปราณก่อเกิดขั้น 9 ไหลเวียนเต็มเปี่ยม แทนน้ำหมึกสักยันต์ลงบนร่างอีกฝ่าย แต่ยังไม่อาจจะเพียงพอในพลัง อำนาจของยันต์ด้านมืด ที่ต้องการกระชากวิญญาณออกมาทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงต้องเล่นงานจนอีกฝ่ายชะงักขึ้นมา เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ เจ้าพ่อร่างทรง ชะงักก็ถูกเล่นงานจากทักษะ กระชากวิญญาณ เรียบร้อย
"มัจจุราช"
เจ้าพ่อร่างทรง ที่เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา เมื่อเห็นลู่หานว่าคือ มัจจุราชในร่างเด็ก กำลังจะมาเอาชีวิตตนเอง จึงพยายามรีบจากไป แต่ไม่อาจรวดเร็วพอจนโดนลู่หานใช้ ไหสะกดวิญญาณ กัักขังลงไปได้สำเร็จ
"ไหสะกดวิญญาณ เป็นอุปกรณ์วิญญาณที่ไม่เลวเลย"
ลู่หาน ที่สำรวจไหสะกดวิญญาณ ที่มีลวดลายยันต์สักเอารอบไห เป็นอุปกรณ์ยันต์ด้านมืดที่มีคุณภาพระดับ 4 ดาวได้ จึงเหมาะแก่การจับวิญญาณที่เคยเป็น จอมยุทธยันต์มนตราด้านมืด มากักขังเอาไว้อย่างมาก
ไหสะกดวิญญาณ ที่ลู่หานประเมินคุณภาพคร่าวๆให้แค่ 4 ดาว เพราะมันมีขนาดเล็ก จึงบ่งบอกได้ว่าสามารถบรรจุวิญญาณได้แค่ 2 ดวงเท่านั้น จึงเต็มกลืนแล้ว หากต้องการนำวิญญาณดวงใหม่ใส่เข้าไป ต้องมีวิญญาณด้านในออกมาแทน
"กรี้ดดดดด"
สาวใช้ ที่ร้องออกมาเสียงดัง จนลู่หานต้องรีบวิ่งกลับเข้าไปที่ห้องลับทันที
"เกิดอะไรขึ้น"
ลู่หาน เข้ามาถึงก็เห็นสาวใช้ถูกจับตัวเอาไว้ โดยกลุ่มคนที่นอนซมไร้เรี่ยวแรงตอนแรก แต่ได้ทานยาฟื้นฟูที่ลู่หานให้สาวใช้นำมามอบให้คนพวกนี้ทาน จึงเริ่มมีแรงขึ้นมาอีกครั้ง
"แก เจ้าหมอตาทิพย์ คิดจะทำไรพวกข้าอีก"
"รีบปล่อยพวกข้าไปเดี้ยวนี้"
"ไม่งั้นสาวใช้แกตายแน่"
กลุ่มคนที่ถูกสาวใช้ช่วยเหลือ ต่างพูดจาข่มขู่ออกมา เมื่อเห็นลู่หานในใบหน้า หมอตาทิพย์ เดินเข้ามาในห้อง จ้องมองลู่หานอย่างโกรธแค้น ราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออีกฝ่ายขึ้นมา
"คุณหนู ไม่ใช่ หมอตาทิพย์"
สาวใช้ ที่พยายามจะอธิบายออกมา แต่ถูกบีบคอเอาไว้จนพูดอย่างยากลำบาก
"จริงสิ ข้ายังใช้ใบหน้าของมันอยู่"
ลู่หาน ที่ลืมไปเลยว่าตอนนี้ตนเองมีใบหน้า หมอตาทิพย์ จึงไม่แปลกที่คนพวกนี้มองดูตนเองอย่างไม่เป็นมิตรขึ้นมา แล้วอีกฝ่ายต้องถูกจับมานาน จนรู้ความจริงว่า หมอตาทิพย์ กับ เจ้าพ่อร่างทรง คือพี่น้อง ที่ร่วมมือกันหลอกลวงชาวบ้าน คนอื่นให้มาหลงเชื่อ แล้วสุดท้ายก็มาถูกจับขังเอาไว้ในห้องลับเช่นนี้ ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน เป็นเหมือนนักโทษที่ถูกคุมขังในคุก ไว้คอยสูบปราณเอาไปเติมเต็มให้กับ เจ้าพ่อร่างทรง ที่แสดงการกระทำอันหลอกลวงชาวบ้านคนอื่นอยู่
"หลีกทางซะ"
ชายหนุ่ม ที่พยายามจะหนีออกไปจากที่นี้ให้เร็วที่สุด เพื่อต้องการหลุดจากห้องขังอันแสนโหดร้ายนี้