ตอนที่ 69 ควงเวร
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ภายในองค์กรการทำงานประจำแบบนี้ย่อมเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ หรือหากมีเหตุจำเป็นพวกเขาก็ต้องใช้บางวิธีที่จะไปทำธุระของพวกเขา
แม้ว่าเฟิร์สจะอยู่ในนิวโฮปได้ไม่นาน แต่เขาก็พอจะทราบเรื่องเหล่านี้
มันคือสิ่งที่เรียกว่า “การควงเวร”
นั่นคือการจ้างคนให้มาทำงานแทนหน้าที่ของตน
แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดกฎของนิวโฮป แต่ด้วยตัวตนของเฟิร์ส เขาเชื่อว่านิวโฮปจะต้องปิดตาข้างหนึ่ง
เมื่อคิดได้ดังนั้นเฟิร์สจึงเริ่มติดต่อหาสารวัตรเอไอในทันที
เขากล้ามาก!
เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่กล้าจะเอ่ยถามเรื่องผิดระเบียบกับผู้บังคับบัญชา
“เจ้าเด็กคนนี้!”
สารวัตรเอไอที่รับสายโทรศัพท์ของเฟิร์สถึงกับโมโหเป็นอย่างมาก
เจ้าลูกน้องคนนี้กล้าที่จะถามเรื่องผิดระเบียบกับเขาได้อย่างไร
“ตกลงว่ามีใครที่ผมพอจะจ้างเขาทำงานแทนได้ไหม?” เฟิร์สยังเอ่ยออกมาอย่างไม่แยแส เขาไม่สนว่าสารวัตรเอไอจะโกรธแล้วตัดสายไปเลยแม้แต่น้อย
“ฉันจะไปตอบนายได้ยังไงเล่า!”
เสียงของสารวัตรเอไอดังขึ้นจนเฟิร์สต้องถือโทรศัพท์ห่างออกจากหู
“ไม่มีหรอครับ?” เฟิร์สเอ่ยอย่างไร้เดียงสา
สารวัตรเอไอโมโหกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่เขาก็พอจะทราบสถานการณ์ของเฟิร์สดี อย่างไรก็ตามเขานั้นต้องการที่จะดึงตัวเจ้าเด็กนี่ให้มาเข้าร่วมกับแคลนนิวโฮปภาคเหนืออยู่แล้ว
หากเขามีชีวิตอยู่ในแคลน แคลนก็จะเลี้ยงดูเขาอย่างดี อีกทั้งเขาจะมีเวลาทั้งหมดในการบ่มเพาะเพียงอย่างเดียว ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาอยู่ในแถวของขอบเขตดาราแดง
แต่เขากลับเลือกที่จะเป็นพนักงานนิวโฮปไปเสียนี่
การทำงานนั้นแน่นอนว่าจะมีเวลาบ่มเพาะที่น้อยลง
แม้จะสังกัดอยู่ในองค์กรนิวโฮปเหมือนกัน แต่หน้าที่และภารกิจกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สารวัตรเอไอเข้าใจว่าเฟิร์สต้องการที่จะเร่งการบ่มเพาะของตน แต่โดยหน้าที่แล้วเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้น
ทว่าในตอนนี้สถานะของเฟิร์สนั้นโด่งดังยิ่ง
เขาได้รับรายงานเรื่องที่เฟิร์สไปปะทะกับผู้กองภาวิน อีกทั้งยังเรื่องที่เขาลุยเดี่ยวในอบิสระดับกลาง ซึ่งเป็นการกวาดล้างระลอกแรก ความยากนี้แม้แต่เวเนเตอร์ดาราแดงก็ยังต้องหวั่นเกรง
แต่เขากลับสามารถทำได้
ด้วยเหตุนี้นิวโฮปจึงใส่ใจเขามากขึ้น
นี่ยังไม่นับเรื่องที่หลายฝ่ายต้องการจะสืบค้นตัวตนของเด็กคนนั้น ซึ่งนิวโฮปภาคเหนือพยายามที่จะปกปิดข่าวอย่างเท่าที่ทำได้
สถานการณ์ของสารวัตรเอไอในตอนนี้จึงดูจนใจเป็นอย่างมาก เมื่อเฟิร์สได้โทรเข้ามาถามเรื่องนี้
แม้เขาเองก็ต้องการให้เด็กคนนี้ได้มีเวลาเพิ่มระดับได้เร็วๆ เหมือนกัน
แต่ด้วยหน้าที่และกฎระเบียบขององค์กรที่วางไว้มันก็ทำให้ เขายากที่จะชี้แนะเฟิร์สโดยตรง
“ฉันไม่รู้ แต่ถ้านายอยากรู้เรื่องไร้สาระพวกนี้ให้นายไปถามผู้หมวดม้าสีเงินเอาเอง ฉันจะส่งเบอร์ติดต่อของเขาไปให้ แค่นี้นะ” สารวัตรเอไอตัดสายของเฟิร์สในทันที ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เฟิร์สที่อยู่อีกด้านหนึ่งถึงกับเผยรอยยิ้มออกมา จากการกระทำของสารวัตรเอไอมันสามารถตีความได้แล้วว่า การควงเวรของเขานั้นได้ถูกปิดตาข้างหนึ่งเอาไว้แล้ว
ความจริงแล้วเฟิร์สสามารถติดต่อวอชเชอร์บางคนได้โดยตรง แต่ที่เขาหน้าด้านโทรไปถามสารวัตรเอไอ นั่นเพื่อแจ้งเจตจำนงและต้องการให้ผู้บังคับบัญชารับทราบไว้
เขาเชื่อว่าตัวตนของเขาในตอนนี้ย่อมต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษจากองค์กร
“ดูเหมือนว่าแผนการของฉันจะราบรื่นเหมือนที่คิดไว้ คราวนี้ฉันจะได้ลุยการบ่มเพาะวิถีกระบี่ได้อย่างเต็มที่เสียที” เฟิร์สกล่าวออกมาอย่างสบายใจ
ไม่นานเวลาของการทำงานก็มาถึง การบ่มเพาะของเฟิร์สเพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การทะลวงจุดชีพจรของเขาบรรลุไปถึงสิบห้าจุด การจารึกเจตจำนงกระบี่สำเร็จไปสิบสองจุด
หากต้องการบ่มเพาะได้อย่างต่อเนื่อง เขาจึงควรทะลวงจุดชีพจรยุทธ์ให้ได้มากที่สุด
เฟิร์สรับรู้ว่าตารางงานของเดือนนี้ถูกปรับเปลี่ยนเมื่อเร็วๆ นี้
ภารกิจของเขาในเดือนนี้จะต้องไปที่อบิสสีขาวระดับกลางทั้งสองแห่ง และทั้งสองก็เป็นภารกิจกวาดล้างระลอกแรกทั้งสิ้น
เฟิร์สได้ทำการติดต่อกับผู้หมวดม้าสีเงินตามที่สารวัตรเอไอได้แนะนำ
เขาจึงรู้ว่าผู้หมวดม้าสีเงินคนนี้คือผู้ที่จัดการเรื่องตารางงานของวอชเชอร์แต่ละคน
เฟิร์สไม่ได้มีท่าทีปิดบังหรือเหนี่ยมอาย เขาอ้างชื่อของสารวัตรเอไอโดยตรง จนทำให้ผู้หมวดม้าสีเงินยากจะปฏิเสธคำขอและยอมรับในความใจกล้าของเขา
“โอเค ผมจะส่งคนที่รับทำงานนี้ไปเพื่อทำหน้าที่แทนคุณ”
นี่คือคำพูดของผู้หมวดม้าสีเงิน
ตอนนี้เฟิร์สก็ได้มาอยู่ที่อบิสที่จะต้องทำภารกิจแล้ว เขาได้เข้าไปรายงานตัวกับผู้กองที่ดูแลอบิสแห่งนี้และได้พบกับวอชเชอร์สการ์
วอชเชอร์หนุ่มที่จะมาทำหน้าที่แทนเขา โดยแลกกับเงินค่าจ้างห้าสิบล้าน ซึ่งเงินในจำนวนนี้เฟิร์สเป็นคนเสนอให้เอง
วอชเชอร์สการ์ที่ได้ยินเขานั้นแทบจะตอบรับในทันที
เงินจำนวนนี้นับว่าเป็นจำนวนที่มากเลยทีเดียวสำหรับเขา
สำหรับเฟิร์สในตอนนี้ห้าสิบล้านนั้นไม่ได้นับว่าเป็นอะไร มันไม่ได้ทำให้เขาขนหน้าแข้งร่วง
“ยินดีที่ได้รู้จักครับผู้หมวดเฟิร์สวัน”
“เช่นกันครับคุณสการ์”
เนื่องจากสการ์นั้นอยู่ในระดับห้าเท่านั้น ตำแหน่งของเฟิร์สสูงกว่าขั้นหนึ่งแต่เขาก็พูดคุยกับสการ์อย่างเป็นอันเอง
ผู้กองที่รับผิดชอบอบิสแห่งนี้ทำหน้าเหมือนกินยาขม
จริงอยู่ที่ว่าการควรเวรนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ไม่มีการควงเวรครั้งไหนมาทำงานพร้อมกัน
แน่นอนว่าผู้กองรู้จุดประสงค์ของเฟิร์ส แต่ทั้งนี้ได้มีคำสั่งจากเบื้องบนลงมาว่าให้อำนวยความสะดวกให้กับเฟิร์ส เขาจึงได้แต่ทำตาม
ไม่นานอบิสก็เปิดขึ้น
ครั้งนี้เป็นการกวาดล้างอบิสสีขาวระดับกลางระลอกแรก ผู้คนในทีมจึงมีจำนวนมากกว่าปกติ นั่นรวมถึงทาสนักโทษด้วย
พิธีการแรกเข้านั้นเป็นไปอย่างปกติ แม้ผู้คนจะแปลกใจบ้างว่าทำไมถึงมีวอชเชอร์ถึงสองคน แต่พวกเขาก็ละความสนใจไปอย่างรวดเร็ว
การลงเทรดในครั้งนี้พวกเขาต้องมีชีวิตรอด
หัวหน้าทีมในครั้งนี้เป็นผู้มีพลังบ่มเพาะดาราแดงหนึ่งแฉกคนหนึ่ง เขาคือชายผู้มีหนวดเคราสีดำและสวมแว่นตาอยู่ตลอดเวลา
เมื่อภารกิจเริ่มต้นขึ้น
หัวหน้าทีมนั้นได้สั่งการตามปกติ ยุทธวิธีของพวกเขาคือใช้ทาสนักโทษเป็นด่านหน้าเพื่อเป็นเหยื่อล่อ และจัดการฝูงมอนสเตอร์ที่บุกโจมตี
หลังจากที่เฟิร์สเข้ามาในอบิส เขาก็หันไปพูดกับวอชเชอร์สการ์
“ผมต้องรบกวนคุณแล้ว”
“ได้ครับอย่าเป็นห่วงเลย ถ้ามีธุระแบบนี้อีก อย่าลืมเลือกใช้ผมนะครับ” สการ์กล่าวอย่างยิ้มๆ
เฟิร์สนั้นให้เงินสำหรับการควงเวรเป็นจำนวนที่ดีมาก เงินจำนวนนี้แทบจะเป็นสองเท่าของเงินเดือนทั้งเดือนของเขาก็ว่าได้
อย่างที่รู้กันว่าไม่ใช่เวเนเตอร์ทุกคนจะหาเงินเก่ง แม้แต่พนักงานนิวโฮปเองก็รับเงินเดือนที่สูงกว่าคนทั่วไปเท่านั้น มันไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นเศรษฐีได้เหมือนเวเนเตอร์มืออาชีพเหล่านั้น
หลังจากหัวหน้าทีมกวาดล้างแบ่งหน้าที่และออกคำสั่งให้เคลื่อนพลแล้ว
เฟิร์สก็ทะยานตัวออกไปอีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็วแล้วหายไปเลย
“นั่นเขากำลังจะไปไหนกัน?” หัวหน้าทีมคนนั้นเอ่ยถามวอชเชอร์สการ์อย่างตกใจ
“ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเขา เขาได้รับภารกิจของนิวโฮป คุณวางใจได้ ทำหน้าที่ของคุณต่อไปเถอะ” สการ์ตอบอย่างใจเย็น แน่นอนว่าเขาเองก็พอจะได้ยินเรื่องราวของเฟิร์สมาบ้าง
แม้ว่าที่นี่จะเป็นการกวาดล้างระลอกแรก แต่ก็ใช่ว่าเด็กหนุ่มจะไม่เคยทำแบบนี้
ข่าวที่ว่าเด็กหนุ่มกวาดผ่านมอนสเตอร์อบิสสีขาวระดับกลางระลอกแรกด้วยตัวคนเดียวนั้นโด่งดังมาก เขาเองก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาเช่นกัน แม้ว่าบางคนจะพูดว่านี่เป็นข่าวลือที่เกินจริงก็ตาม
เฟิร์สทะยานเท้าออกไปค้นหาฝูงมอนสเตอร์ เขาต้องการเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ของที่นี่เพื่อฝึกฝนการทะลวงจุดชีพจรยุทธ์และวิถีกระบี่ของเขา
“ต้องออกไปให้ไกลจากพวกนั้นหน่อย หากฉันได้พบกับราชามอนสเตอร์คงจะดีมาก” เฟิร์สกล่าวพึมพำอย่างมีความหวัง
เขาเดินทางออกห่างจากจุดเซฟโซนออกไปมากกว่าสองร้อยกิโลเมตร ก่อนจะเริ่มโรมรันกับมอนสเตอร์
แน่นอนว่าเขาใช้ยุทธวิถีเดิม ต่อสู้กับมอนสเตอร์โดยใช้แค่ไอเทมสปีริตของเขา และสร้างม่านพลังเพื่อทำการพักผ่อน
ระหว่างนี้เขาก็เก็บเกี่ยวแกนสปีริตไปเรื่อยๆ
จนจำนวนมอนสเตอร์ที่เขาฆ่านั้นมีมากอย่างไม่หวาดไม่ไหว
เจ็ดวันนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทีมกวาดล้างระลอกแรกต่างออกมาจากอบิสโดยเหลือจำนวนคนเพียงไม่เท่าไหร่ ซึ่งแน่นอนว่าวอชเชอร์สการ์นั้นมีชีวิตรอดกลับมา
สการ์นั้นคือคนที่ผู้หมวดม้าสีเงินแนะนำ เขาเป็นเวเนเตอร์ที่มีความสามารถในการเอาตัวรอดที่เก่งกาจอีกทั้งยังมีไอเทมสปีริตสายป้องกันอีกด้วย
การที่เขามาทำงานแทนเฟิร์สจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ทว่าหลังจากที่ทุกคนออกมาจากอบิสแล้ว เด็กหนุ่มกลับยังไม่ออกมากับพวกเขา
ตอนนั้นเองสการ์เริ่มเป็นกังวลใจ
“ไม่นะ ไม่ใช่ว่าเขาตายข้างในนั้น ฉันยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างจากเขาเลย”