ณ ร้านบะหมี่ฉีซื่อ
หลังจากที่ตู้ตู้ได้พบและพูดคุยกับนายเหนือหัวของเขาที่ไม่ได้พบกันเสียนานอยู่พักใหญ่ ตู้ตู้ก็ขอตัวออกไปช่วยงานร้านที่ด้านนอก เพราะว่าวันนี้คณะนางรำมาแสดงที่ร้าน ทำให้วันนี้ที่ร้านจึงดูคึกคักเป็นพิเศษ ฉีซื่อและอ๋องจินอู่ก็เลยพากันทำตัวตีเนียนออกไปชมการแสดง ปะปนไปกับลูกค้าด้วยเลย
เมื่อการแสดงจบลง จนผ่านไปพักใหญ่ ลูกค้าถึงได้ทยอยกันหลับ ตอนนี้ร้านบะหมี่ฉีซื่อเมื่อตกค่ำ แทบจะกลายเป็นหอสุราเริงรมย์ไปเสียแล้ว ขาดอย่างเดียวที่ตอนนี้ไม่มีสาวๆ มาคอยนั่งเอาอกเอาใจลูกค้า จะมีก็เสียแต่การแสดงและอาหารอร่อยๆ เท่านั้นเอง
“พี่จิน นี่ก็จวนจะดึกแล้ว ข้าว่าท่านควรกลับจวนเสียก่อน ดีหรือไม่ วันพรุ่งนี้ เราค่อยมาพบกันใหม่” ฉีซื่อบอกแก่อ๋องจินอู่
“ใจคอ เจ้าจะแยกกับข้าจริงๆ ใช่ไหม อาฉี” อ๋องจินอู่ตอกกลับด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“ข้าเปล่าหมายความเช่นนั้น เพียงแต่ข้าคิดว่า ช่วงนี้ข้าคงยุ่งมาก อาจจะไม่มีเวลาดูท่าน เลยคิดว่า ให้ท่านกลับไปที่จวนก่อนเสียดีกว่า แล้วอีกอย่าง ท่านเองก็ไม่ได้กลับไปที่จวนของนานมากแล้ว ท่านไม่ห่วงบ้างเลยหรือไร”
“ข้าไม่มีอะไรที่ต้องห่วง” อ๋องจินอู่พูดพลางสวมกอดฉีซื่อจากทางด้านหลัง
“ถ้าหมดห่วงแล้ว ก็จงไปอย่างสงบเสียทีเถิด อย่ามาหลอกหลอน จองเวรเถ้าแก่ร้านนี้อีกเลย” ตี้ไหลข่า เดินผ่านมาได้ยินทั้งคู่คุยกัน ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะใส่ด้วยความหมั่นไส้
“ตี้ไหลข่า นี่เจ้ารู้ตัวไหม ว่าเจ้ากำลังพูดอยู่กับใคร เจ้าเห็นข้าไม่ตอบโต้ เจ้าก็แดกดันไม่เลิกได้อย่างนั้นหรือ” อ๋องจินอู่หันไปแยกเขี้ยว โต้เถียงกลับทันที
“ข้าทำอะไรข้าย่อมรู้ตัวดี อย่างน้อยข้าก็ไม่เคยทำให้อาฉีร้องไห้ก็แล้วกัน” พูดจบตี้ไหลข่าก็เดินจากไป
“พี่จิน...ท่านพอเถิด วันนี้พวกท่านทั้งคู่ทะเลาะกันไม่หยุดหย่อน จนตอนนี้ข้าปวดหัวจะแย่แล้ว” ฉีซื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่แสนจะเหนื่อยใจ
“งั้นเรากลับจวนกันเถอะ” อ๋องจินอู่ยังไงไม่ล้มเลิกความตั้งใจของตน
ฉีซื่อเองก็ขี้เกียจจะโต้แย้งอีกแล้ว เพราะเขาตระหนักได้ว่า หาดคนอย่างอ๋องจินอู่คิดจะทำอะไรขึ้นมา เห็นทีจะให้เปลี่ยนคงยาก ดังนั้นในตอนนี้ตนจึงคิดได้ว่า คล้อยตามกันไปให้จบๆ เพราะวันนี้ตัวฉีซื่อไม่มีพลังงานเหลืออีกแล้ว
เพราะตั้งแต่กลับมา ก็เจอคนสองคนทะเลาะกัน ต่อมาก็มานั่งอ่านบัญชี พร้อมกับเริ่มทยอยคัดลอกเขียนใหม่ วันนี้ฉีซื่อใช้งานตนเองหนักเกินไปแล้วจริงๆ ดังนั้นทันทีที่ฉีซื่อก้าวขึ้นรถม้า เขาก็ฟุบหลับไปทันทีโดยมีอ๋องจินอู่นั่งกอดประคองอยู่ข้างกายมาห่าง
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากร้านบะหมี่มาเรื่อยๆ ผ่านตรอกซอกซอยไปไม่เท่าไหร่ก็มาถึงหน้าจวนหลังใหญ่หลังหนึ่ง และเคลื่อนตัวเข้าไปด้านในช้าๆ ในทันที ทันทีที่รถม้าหยุดลง อ๋องจินอู่ก็อุ้มคนร่างบางลงจากรถม้าโดยที่ไม่ได้ปลุกให้อีกคนตื่นแต่อย่างใด พร้อมกับพาคนร่างบางนั้นหายวับเข้าไปในจวนทันที
... จ๊วบ...บ...จุ๊บ...บ...
เสียงจูบ เสียงดูดของอ๋องจินอู่ดังขึ้นภายในห้องนอนของเขา ซึ่งตอนนี้เขากำลังก่อกวนคนใต้ร่างอย่างบ้าคลั่ง เขาทั้งต้องการ ทั้งหึงหวง อยากจะครอบครอง อยากจะกลืนกินไปทั้งตัว ไม่อยากให้ผู้ใดมาพบพาน อยากเก็บไว้ที่เขาเพียงผู้เดียว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำได้แค่คิด เขารู้ดีว่าหากทำนั้นเช่นนั้นนอกจากจะรั้งฉีซื่อไว้ไม่ได้ เขาอาจจะเสียฉีซื่อตลอดกาลเลยก็ว่าได้
... รักแค่ไหน หวงแค่ไหน ข้าก็ทำได้มากสุดคือ ให้เจ้าอยู่ในสายตาของข้าเท่านั้น ไม่สามารถกักขังเจ้าไว้ได้เลยจริงๆ เพราะข้าไม่อยากเสียเจ้าไป...
อ๋องจินอู่ค่อยปลดเสื้อผ้าของคนใต้ร่างออกทีละชิ้นอย่างเบามือ จากนั้นก็ไปจัดการปลดเสื้อผ้าของตนออกจนหมด จากนั้นก็ก้มลงจูบคนใต้ร่างอย่างมัวเมา ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักจูบของจนลงไปทีละนิดๆ ทำเอาคนใต้ร่างที่ตอนนี้ที่นอนหลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมาทันที
“อื้ม...ม...ม...” ฉีซื่อเริ่มตอบสนองต่ออารมณ์ของกามารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้น
“อาฉีของข้า เจ้าช่างยั่วยวนข้าเหลือเกิน แล้วแบบนี้ ข้าจะปล่อยวางจากเจ้าไปได้อย่างไร”
“พี่จิน ท่านจะละวางเรื่องนี้สักวัน ไม่ได้เลยหรือ...”
“ข้าวางได้ แต่เจ้าเล่า จะละวางได้หรือ...” อ๋องจินอู่ค่อยถอนตัวออกจากฉีซื่อพร้อมกับหยิบเสื้อมาสวมใส่อย่างช้าๆ เป็นการกลั่นแกล้งอีกคนก็เท่านั้น
“ท่าน...” ฉีซื่อเมื่อเห็นอีกคนจู่ๆ ก็หยุดแล้วล้มเลิก กำลังจะออกไปจากตน ฉีซื่อก็รีบรั้งเอาไว้ ด้วยการโผเข้าสวมกอดอีกคน พร้อมกับกดอ๋องจินอู่ให้นอนลงอยู่ใต้ร่างของตนทันที
“พี่จิน ท่านชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อย ข้าก็แค่ถามท่านเท่านั้น...”
“ข้าก็แค่ไม่อยากฝืนใจเจ้า...” อ๋องจินอู่ตอบกลับพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างของคน เค้นคลึงไปที่บั้นท้ายของคนบนร่างเบาๆ
“ท่านเป็นคนจุดอารมณ์ของข้าจนติด พอติดท่านก็จะเลิก แบบนี้ ใช่ได้ที่ไหน…คนสารเลว... อึก ฮะ ฮา...” ฉีซื่อ ร้องเสียงหลงเมื่อมีนิ้วของอีกคนสอดใส่เข้าไปทางช่องทางด่านหลังช้าๆ
ฉีซื่อนั่งคร่อมอยู่บนร่างของอ๋องจินอู่ เงยหน้าเชิดขึ้นด้วยความเสียวกระสัน ปากร้องครวญครางอย่างพออกพอใจ พร้อมกับค่อยๆ โยกสะโพกของคนไปตามจังหวะที่ตนคุ้นเคยเรื่อยๆ ค่อยๆ โยกขึ้นโยกลงช้าๆ พร้อมกับนิ้วมือของอ๋องจินอู่ ก็ค่อยๆ เพิ่มจำนวนและคว้านควงเบิกโพลงไม่หยุด ทำเอาฉีซื่อจากที่อารมณ์พลุ่งพล่านอยู่แล้ว พอเจออีกคนทำแบบนี้ ยิ่งพลุ่งพล่านคนแทบจะบ้าคลั่งหนักยิ่งกว่าเดิม
“อ๊า พะ พี่จิน ท่านเบามือหน่อย ท่านจะให้ข้าขาดใจตายหรืออย่างไร”
“แล้วเจ้าจะให้ข้าช่วยอะไร” อ๋องจินอู่แหย่เย้าไม่หยุด
“อึก อืม... ฮ้า...” ฉีซื่อครวญครางไม่หยุด เชิดหน้าขึ้น น้ำตาเอ่อไหลอาบแก้ม
“พี่จิน...ข้าทนจะไม่ไหวแล้ว...” พูดจบ ฉีซื่อก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เพราะตอนนี้อารมณ์ความต้องการของเขานั้นมันมากมายมหาศาล มากจนตอนนี้สติเตลิดหายไปหมดแล้ว
ฉีซื่อไม่สนใจแล้วว่าสิ่งที่ภายในช่องทางด้านหลังของตนนั้นคือใด จะเป็นนิ้วหรือแท่งสวาทของอีกคน ขอเพียงมันช่วยให้อารมณ์ของเขาสงบลง ได้รับการช่วยเหลือให้เขานั้นได้สุขสม อะไรก็ได้ทั้งนั้น ฉีซื่อยกสะโพกขึ้นและกดลงทันที จากนั้นก็เริ่มขยับขึ้นลงต่อไปเรื่องพร้อมกับส่งเสียงร้องครวญครางที่สุดแทนจะสุขสมออกมาอย่างไม่รู้ตัว
อ๋องจินอู่ที่ตอนนี้ตอนอยู่ใต้ร่างของฉีซื่อ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ตกใจนิดหน่อย เพราะคิดไม่ถึงว่า ฉีซื่อจะยอมทำได้ถึงขนาดนี้ เขาพอใจมาก และพร้อมจะปนเปรอเสมอ
“อาฉี เจ้าช่างเร่าร้อนเสียจริง...”
“อ๊า พี่จิน ข้าจะถึงแล้ว อ๊า... ฮะ...” ฉีซื่อยังคงขยับสะโพกขึ้นลงเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้น แม้ว่าจวนจะเสร็จแล้ว แต่อารมณ์ของฉีซื่อยังไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
“แบบนี้ไม่ได้ผลหรอก อาฉี...” พูดจบอ๋องจินอู่ก็ลุกขึ้นจับฉีซื่อนอนลง พร้อมกับเพิ่มนิ้วของตนและขยับเข้าออกทางช่องทางด้านหลังของฉีซื่อหลังหนักหน่วงและถี่ แรงขึ้นเรื่อย จนในที่สุด ฉีซื่อก็สมหวัง
“เจ้าถึงแล้ว อาฉี... ดูซิ น้ำสีขาวๆ ของเจ้าพุ่งออกมาเต็มไปหมดเลย”
“พี่จิน ท่านอย่าล้อเลียนข้า...” ฉีซื่ออายจนปิดตาแทบจะแทรกแผ่นดีหนี
“ไม่มีประโยคไหนเลยที่ข้าล้อเลียนเจ้า มีแต่คำชื่นชมเจ้าทั้งนั้น อย่าได้เข้าใจเป็นอื่นไป” พูดจบอ๋องจินอู่ก็เข้าจู่โจมฉีซื่อต่อทันที
ฉีซื่อไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด แต่กลับตอบสนองอีกคนต่อทันที พร้อมทั้งค่อยๆ อ้าขาของตนออกเป็นการเชื้อเชิญอ๋องจินอู่อยู่เนืองนิจ พร้อมกับปากของตนก็จุมพิตอีกฝ่ายอย่างดูดดื่ม คล้ายกับว่า คืนนี้ยังอีกยาวไกล และคนนั้นก็พร้อมจะปรนเปรอจนถึงที่สุดเช่นกัน
“อาฉี คืนนี้ ข้าฝากเจ้าด้วยนะ...”
“อื้ม...ม... ท่านก็เบามือด้วย พรุ่งนี้ข้ามีงานต้องทำ เดี๋ยวจะไปที่ร้านไม่ไหว”
“เจ้าก็รู้ว่าคนอย่างข้า เบามือได้ซะที่ไหน”
“พี่จิน ข้ามีข้อแลกเปลี่ยนกับท่าน หากคืนนี้ ท่านไม่หนักมือ ข้าก็จะมาค้างกับท่านที่นี่ทุกวันดีหรือไม่ แต่ถ้าหากท่านทำไม่ได้ ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน” ฉีซื่อต่อรองอ๋องจินอู่ทันที เพราะเขาไม่อยากให้กิจกรรมในคืนนี้ กระทบงานที่รออยู่พรุ่งนี้ก็เท่านั้นเอง
“ได้ งั้นข้ารับปากเจ้า” อ๋องจินอู่ตอบรับทันทีไม่บิดพลิ้ว ว่าแล้ว เพลงรักที่เร่าร้อนของทั้งคู่ก็เริ่มบรรเลงต่อทันที และดำเนินต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ จวบจนรุ่งสาง
............................................
เช้าวันต่อมา
... ตึก ตึก ตึก ...
เสียงฝีเท้าของผู้คนที่เดินไปมาเข้าออกในบริเวณห้องนอนของอ๋องจินอู่ เพราะเสียงของฝีเท้าคนเดินสวนกันไม่มาไม่หยุด ทำเอาฉีซื่อต้องตัดสินใจลืมตาขึ้นมาดูว่า ตอนนี้ที่จวนอ๋องแห่งนี้เกิดอันใดขึ้น เหตุใดถึงได้อึกทึกครึกโครมแต่เช้าเช่นนี้
“นี่มันอะไรกัน...” ฉีซื่อพูดขึ้นมาเบา พร้อมกับกำลังมองหาเสื้อผ้าของตน
“ข้าสั่งให้คนจัดเตรียมของให้เจ้า” อ๋องจินอู่ที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว ตอบกลับฉีซื่อทันที
“หมายความว่าอย่างไร...”
“เดิมทีห้องนี้เป็นของข้า แต่ต่อไปนี้ จวนนี้จะเป็นของเจ้า ภรรยาของข้า...” อ๋องจินอู่พูดพร้อมกับยิ้มกว้างให้ฉีซื่อทันที ก่อนตัวเขาจะเอาตัวเองมานอนซุกลงที่ตักของฉีซื่อเหมือนกับเด็ก
... พี่จิน ท่านนี่มันหน้าไม่อายเลยจริงๆ ...