รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 18

    ปฏิบัติการได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ปาร์คและมิเกลมัดเชือก และไหลตัวลงไปยังด้านล่าง เพื่อทำตามภารกิจ ส่วนที่เหลือก็วิ่งไปทางประตูดาดฟ้าพร้อมกับใส่รหัสอิเล็กทรอนิกส์เพื่อที่จะเปิดมัน จากนั้นพวกเขาก็เดินไปยังชั้นที่สามในทันที เพราะชั้นนั้นมีห้องควบคุมระบบทั้งอาคารอยู่ด้วย“จากเครื่องแสดงผลความร้อน ชั้นสามหน้าประตูนี้มีคนมากถึง 15 คน อยู่ตามมุมต่างๆหลายตำแหน่งครับ” ปาร์คที่ลงมายังข้างล่างแล้วก็หาที่ปลอดภัยเพื่อที่จะได้สนับสนุนทีม และแน่นอนว่าด้านนอกนี้ก็พบเจอยามที่เฝ้าอยู่จำนวนห้าคน แต่มันก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงของพวกเขาทั้งสองจัดการได้อย่างรวดเร็ว“รับทราบ....” จากนั้นประตูจากบันไดฉุกเฉินนี้ก็เปิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยคำสั่งของปาร์คที่อยู่ระยะไกล บัสโก้และเอมี่ก็พุ่งตัวเข้าไปจัดการกับคนที่เดินลาดตระเวนอยู่บริเวณนี้อย่างรวดเร็ว เป้าหมายของพวกเขาไม่ได้เป็นการฆ่าแต่เป็นการทำให้สลบเพียงเท่านั้น จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันจัดการเรื่อยๆ ไม่นานพวกเขาก็เคลียร์ชั้นนี้จนหมดแล้ว  คนพวกนี้ไม่ได้เป็นเหมือนกับซอมบี้หรือปีศาจบ้าคลั่ง พวกเขายังมีสติปัญญายังกลัวเป็น แต่แค่นิยมความรุนแรงเพียงเท่านั้น บางคนที่พวกเขาจัดการยังหาเรื่องกันอยู่เลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกจ้างชั่วคราวของสหประชาชาติ และบางส่วนก็เป็นนักโทษ“พันตรีครับ มีข่าวร้ายจากศูนย์ใหญ่...” หลังจากที่อาร์ทยึดเอาชั้นนี้มาได้แล้ว พวกเขาก็เสียบเครื่องแฮกระบบของอาคารได้แล้ว เสียงของปาร์คก็ดังออกมาเอ่ยกล่าวกับเขาในคลื่นสัญญาณวิทยุ“ว่ามา... หากเดาไม่ผิดก็คงจะเป็น.. ทำให้ทุกคนภายในอาคารอยู่ในสภาวะสลบซินะ” อาร์ทที่วิเคราะห์ภารกิจก็คิดมาได้ แน่นอนว่ามันถูกต้อง“ใช่แล้วครับพันตรี แต่ก็มีข่าวดีนะครับ หลังจากที่แฮกระบบได้แล้วก็พบว่าอาคารหลังนี้มีระบบการเดินท่ออากาศทั่วทุกชั้นครับ... เพียงแค่ใส่แก๊สสลบเข้าไปตามท่อก็น่าจะเรียบร้อยดีแล้วครับ แต่เราจะต้องติดต่อกับคนที่อยู่ชั้นใต้ดินก่อน ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะโดนแก๊สสลบของเราไปด้วยครับ”ปาร์คเอ่ยขึ้นมาถึงหนทางที่พวกเขาสามารถทำได้ และบอกกับหัวหน้าของตนให้ติดต่อไปยังคนที่อยู่ชั้นใต้ดิน“ก็รีบติดต่อเข้ามาซิ….” ปาร์คที่ได้ยินเหมือนกับว่าหัวหน้าอารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไรด้วย เขาก็รีบดำเนินการให้ทันที กว่าจะเจาะระบบป้องกันได้หลายชั้นก็ใช้เวลานิดหน่อย เหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนร้ายในกรณีที่ยึดอาคารได้หาทางติดต่อกับคนในห้องประชุมลับได้ ปาร์คส่งข้อความพร้อมกับรหัสผ่านประจำภารกิจเข้าไปให้กับผู้ที่หลบภัยใต้ดินได้ทราบก่อนที่จะวิดีโอคอลเข้าไป“สวัสดี.. พันตรีอัสนี จากหน่วยไนท์แมร์ รหัสภารกิจ 945-285-42... พวกท่านเป็นยังไงกันบ้าง” ภาพที่อาร์ทได้เห็นคือผู้ชายคนหนึ่งยื่นหน้าเข้ามาภายในจอ พร้อมกับคนด้านหลังที่เหมือนกับว่าจะสบายดี“พวกเราสบายดีพันตรี ผมคือหัวหน้าของอาคารนี้ สถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง” ชายที่เป็นหัวหน้าเอ่ยตอบ และถามอาร์ทกลับมา อาร์ทไม่รอช้าให้พวกเขาสวมหน้ากากกันแก๊สในทันที และเตรียมพร้อมที่จะอพยพ พวกเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย และวินาทีต่อมาปาร์คก็ใช้ระเบิดแก๊สสลบเข้าไปตามท่ออากาศของอาคารทันที ตอนนี้มิเกลเองก็หารถได้แล้วคันหนึ่งมันเป็นรถเมล์โดยสารคันหนึ่งเตรียมพร้อมไว้แล้วจากนั้นคนภายในอาคารก็สลบลง พร้อมกับบุคคลที่ยังอยู่ในภารกิจพร้อมกันที่รถเมล์แล้วในเวลาต่อมา คนที่พวกเขาจะต้องช่วยเหลือมีทั้งหมด 11 คน แบ่งเป็นชาย 5 คน หญิง 6 คน ตอนนี้พวกเขาอยู่บนรถเมล์พร้อมออกเดินทางทุกเมื่อ อาร์ทเดินออกมายืนกลางรถเมล์ และเอ่ยขึ้น“ผมคือพันตรีอัสนี.. และพวกคุณคือภารกิจของหน่วยผม ผมสัญญาว่าจะพยายามพาพวกคุณไปยังจุดหมายที่สนามบิน.. กฎที่พวกคุณจะต้องเข้าใจนั้นก็คือ อย่างแรก ห้ามถอดหน้ากากเด็ดขาด ข้อสอง พวกคุณจะต้องทำตามคำสั่งของผมอย่างเคร่งครัด” จากนั้นเขาก็หันไปนั่งด้านหน้าข้างกับคนขับอย่างมิเกลก่อนจะสั่งให้ออกเดินทางได้            ภายในห้องประชุมของสหประชาชาติที่กำลังตึงเครียด เพราะระเบิดเคมีของผู้มีอำนาจคนนั้นมันทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา พวกเขากำลังประชุมร่วมกับรัฐบาลเกาหลีใต้อยู่ในตอนนี้“เหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นอย่างที่ท่านทราบ ท่านประธานาธิบดี พวกเราเองก็พยายามทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แต่ผลลัพธ์มันออกมาเหนือการควบคุมครับ” ตัวแทนของสหประชาชาติเอ่ยพร้อมกับให้หัวหน้าภารกิจบุกจับสินค้าของผู้มีอำนาจนั้นกล่าวตอบคำถามประธานาธิบดี“เราเข้าใจแล้ว มันไม่ใช่ความผิดของท่าน... หากจะผิดก็คงจะเป็นผู้ก่อการร้ายพวกนั้นที่ทำให้ประชาชนคนเกาหลีเดือดร้อนวุ่นวาย ทางผมจะจัดการกับสำนักข่าวไว้ก่อน แต่เรื่องใหญ่อย่างนี้ก็คงได้แค่เบี่ยงประเด็นพียงเท่านั้น ว่าแต่ท่านมีแผนว่าอย่างไรบ้าง” ประธานาธบดีเกาหลีคังชินพูดกล่าว“จากหน่วยปฏิบัติการของเราแจ้งเข้ามาถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่พวกเขาอยู่หน้างานนั้น ประชาชนเกิดภาวะที่เรียกง่ายๆว่าอยากจะต่อสู้ กระหายในการฆ่าฟันกัน แต่จากผลวิจัยตัวอย่างเคมีที่เราได้รับมานั้น เราสามารถใช้แก๊สสลบปูพรหมประชาชนได้ หลังจากนั้นก็นำตัวของประชาชนทั้งหมดออกมาจากพื้นที่ครับ” หัวหน้าภารกิจกล่าวออกมา จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ก้าวเท้าออกมาเพื่อที่จะกล่าวต่อ“หลังจากนำตัวของประชาชนออกมานั้น เราจะปูพรมอีกครั้งหนึ่งด้วยสารต่อต้านเคมีดังกล่าว เพื่อกำจัดออกไปให้หมดในอากาศก่อน จากนั้นเราค่อยส่งคนภาคพื้นดินเข้าไปทำการกำจัดเชื้อเพิ่มเติมที่ติดตามอาคารต่างๆอีกครั้งหนึ่ง ยังโชคดีที่สารเคมีนั้น ไม่มีคุณสมบัติในการแพร่กระจายไปไกล ดังนั้นท่านประธานาธิบดีโปรดวางใจว่ามันจะไม่แพร่ไปยังเมืองอื่นๆภายในเกาหลีอย่างแน่นอนครับ” นักวิทยาศาสตร์กล่าวออกมา“เราเข้าใจแล้ว.. แล้วมีอะไรเป็นพิเศษอีกหรือไม่” ประธานาธิบดีเอ่ยถาม“ข้อเน้นย้ำมีทั้งหมดสองเรื่อง หนึ่งคือท่านจะต้องย้ายประชาชนที่ติดโรคนี้ออกจากเมืองทั้งหมด เพราะสารต่อต้านที่เราจะทำการปูพรมนั้นมีผลเสียต่อร่างกายของผู้ติดเชื้อ ทางเราได้ทดลองแล้วผลมันออกมาตรงกันข้าม ผู้ป่วยของเราได้ตายลงไปภายในเวลาไม่กี่วินาที ถึงสารต่อต้านทำลายได้อย่างสมบูรณ์แต่ก็ยังไม่สามารถรักษาได้ ตอนนี้เราได้แต่รักษาตามอาการเพียงเท่านั้น” หมอของสหประชาชาติเอ่ยออกมาตอบตามจริง และประธานาธิบดีเองก็เข้าใจ“เราเข้าใจแล้ว... แค่ทำให้สลบ และนำตัวออกมาจากเมืองแค่นั้นใช่หรือไม่ แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องการแพร่กระจายของผู้ป่วยแพร่สู่คนธรรมดาหรือ” นักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันแล้วว่ามันไม่สามารถแพร่ได้ทางลมหายใจ แต่ก็ให้ระวังเรื่องเลือดผู้ป่วยให้ดี มันอาจจะแพร่ได้ จากนั้นประธานาธิบดีเกาหลีก็วางสายไป พร้อมกับพวกเขาประชุมกันต่อเรื่องเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วย กลับมาทางด้านของอาร์ทที่ตอนนี้สั่งให้เอมี่ และบัสโก้ยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อเป็นการขู่ผู้คนที่ติดเชื้อให้ถอยห่างออกมาจากเส้นทางการเดินรถ แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นถึงจะอยากฆ่ามากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ไม่อยากตายอยู่ดี พวกของอาร์ทจึงผ่านมาได้อย่างง่าย แต่ก็มีบางคนที่ต้องการจะหยุดรถของพวกเขาอยู่เหมือนกัน แต่ก็ถูกบัสโก้จัดการเรียบ“พันตรีครับ เราใกล้จะถึงจุดหมายแล้วครับ...” มิเกลกล่าวออกมาพร้อมกับอาร์ทที่ตื่นขึ้น“เข้าทางที่เครื่องจอดได้เลย .. ตอนนี้มันก็จะไร้การควบคุมแล้วที่สนามบินแห่งนี้” อาร์ทกล่าวสั่งการ โชคดีที่ปัญหาพวกนี้จะจบลงง่ายๆแล้ว เขาจะได้กลับไปนอนเสียที ตอนนี้มันก็เป็นเวลาประมาณเกือบจะตีสี่แล้วด้วย จากนั้นเหตุการณ์ก็ปกติราบรื่นดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น เครื่องบินได้ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างปลอดภัย