บทที่ 7
เล่นแง่
จางหนิงเทียนกับจางหนิงเฉิงในวัยสี่เดือนส่งเสียงอืออาแข่งขันกันยกใหญ่ทั้งเหยียดแข้งเหยียดขาเรียกร้องความสนใจจากมารดา ดวงตาสุกสกาวของพวกเขาเริ่มมองเห็นใบหน้าของมารดาชัดขึ้นกว่าเดิมพยายามพลิกตัวหยิบจับสิ่งของใกล้มือเอาเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยในระหว่างที่จางฮุ่ยเหมยกับเจียวซือวุ่นวายช่วยจับเ้าก้อนแป้งวัดขนาดตัวเพื่อตัดชุดก่อนเข้าฤดูหนาว
จางหนิงเทียนถูกจับวัดตัวเป็คนแรก เด็กน้อยทั้งดิ้นทั้งขยุ้มแขนเสื้อของมารดาไม่ยอมปล่อยดูท่าเ้าก้อนกลมตัวนี้ไม่ยอมให้ความร่วมมือโดยดี จางฮุ่ยเหมยจึงใช้ไม้แข็ง ค่อยๆแกะมือลูกน้อยซึ่งกอดรัดนางออก หันไปหาจางหนิงเฉิงแทนเอ่ยชมเ้าก้อนแป้งอีกคนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"เด็กดี เสี่ยวเฉิงของแม่ไม่ซนใช่ไหม?"
เด็กน้อยตัวอวบอ้วนยิ้มหวานยุกยิกพอเห็นมารดาชูมือมาหาทำท่าจะอุ้มแต่ยั้งมือไว้ก่อน แขนอวบของเขาพลันชูตอบรับมารดาร้องเสียงอ้อแอ้เว้าวอนให้หญิงสาวตรงหน้ารับเขาไปเร็วๆ
จางหนิงเทียนเห็นว่ามารดาไม่สนใจเขาแล้วอ้าปากตะเบ็งเสียงสุดชีวิตลั่นขึ้นมา สร้างความผวาให้กับแฝดคนน้องอีกคนจนเขาน้ำตาคลอใสอาบดวงตากลมอย่างน่าสงสารไม่นานก้อนกลมทั้งสองพากันเบะหน้าแล้วร้องไห้กันระงมคนหนึ่งร้องไห้เพราะมารดาไม่ยอมอุ้ม อีกคนร้องไห้เพราะพี่ชายทำเขาใ
เดือดร้อนเจียวซือต้องช่วยนายหญิงปลอบขวัญเ้าแฝดกันพัลวันกว่าจะทำให้เด็กน้อยทั้งสองสงบก็กินเวลาไปตั้งสองชั่วยาม เหนื่อยทั้งคนเลี้ยงเหนื่อยทั้งเด็กน้อยขี้งอแง
"เสี่ยวเทียนอยู่นิ่งๆให้แม่ชื่นใจสักหนึ่งจิบชา[1]ไม่ได้หรือไรนะ"จางฮุ่ยเหมยส่ายหน้ากับเด็กพลังล้นเหลือ
เด็กน้อยยังมีร่องรอยน้ำใสชุ่มบนแพขนตาหนางอน แก้มแดงนุ่มนิ่มขยับขึ้นลงดูหนุบหนับน่าจับบีบปากน้อยๆ เดี๋ยวเคี้ยวเดี๋ยวยู่ดูน่าชังไม่น้อยครางเสียงสะอึกสะอื้นดั่งลูกแมวน้อยเพิ่งตกน้ำมาหมาดๆทั้งที่ความจริงเพิ่งออกฤทธิ์น้อยใจไปยกใหญ่
คนเป็มารดาเช่นจางฮุ่ยเหมยจะทำอะไรได้มาก นอกจากโน้มหน้าเข้าใกล้เ้าก้อนแสนนุ่มนิ่มทั้งรักทั้งเอ็นดูมากมายเอ่อล้นหัวใจ ก่อนจูบแก้มขึ้นสีแดงปลั่งคล้ายง้อคนตัวเล็ก
"เด็กดีอยู่นิ่งๆ ครู่เดียวแม่จะทำชุดให้เ้าใหม่ เ้าจะได้มีชุดสวยๆ ใส่เหมือนแม่"
จางหนิงเทียนเดี๋ยวกำเดี๋ยวแบมือตอบรับมารดาโดยดี จางฮุ่ยเหมยจึงเอาผ้าหนาแสนนุ่มซึ่งเป็ผ้าที่เด็กน้อยติดพับและจับม้วนให้ลูกน้อยกอดระหว่างวัดตัว
คราวนี้แฝดคนพี่ยอมให้มารดาและเจียวซือช่วยกันวัดตัวอย่างง่ายดายจนสำเร็จจางฮุ่ยเหมยไม่ลืมให้รางวัลเด็กดีของนางโดยการอุ้มปลอบพาเดินออกไปนอกบ้านทักทายทหารซึ่งเป็เวรเฝ้ายามอยู่ทั้งหน้าบ้านและหน้ารั้วบ้าน
จางหนิงเทียนเดี๋ยวก็หันมองทหารคนนี้ทีคนนั้นทีด้วยความสนใจซ้ำกอดผ้าม้วนตัวเท่าตุ๊กตาตัวหนึ่งไม่ยอมปล่อยมืออีกข้างก็จับสาบเสื้อของมารดาไว้แน่นเอนซบเอาแก้มนุ่มหยุนถูไถแนบอกจางฮุ่ยเหมยอย่างออดอ้อน
"คุณชายน้อยน่าจะเริ่มง่วงนอนแล้วนะเ้าคะ"เจียวซือซึ่งอุ้มจางหนิงเฉิงตามมาบอกกล่าว
คุณชายน้อยในอ้อมแขนของนางเองก็ทำท่าตาปรือเหมือนพี่ชายเช่นกัน
"เล่นร้องไห้งอแงกันทั้งคู่จะไม่ให้เหนื่อยจนง่วงได้อย่างไร"
"นั่นสิเ้าคะ แต่ดูคุณชายน้อยหนิงเทียนท่าทางจะติดท่านมากกว่า"
จางฮุ่ยเหมยแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี จะดื้อจะซนจะอะไรก็ช่างแต่เด็กทั้งสองคือลูกของนาง บางครั้งบางคราวไม่อยากตามใจมากเกินไปไม่เช่นนั้นอาจเคยตัวเมื่อเติบใหญ่ ขัดใจบ้าง สั่งสอนเบาๆ บ้างพอให้รู้ความ เรียวนิ้วสวยเขี่ยแก้มนวลของจางหนิงเฉิงแ่เบาก่อนพากันเอาเด็กน้อยทั้งสองเข้านอน
จางฮุ่ยเหมยก้าวเดินออกจากห้องนอนของตัวเองไม่เท่าไร เห็นทหารพาชายวัยกลางคนคนหนึ่งเข้ามารออยู่ห้องรับรองพลันหางคิ้วสวยยกสูงขึ้นด้วยความสงสัย
"เรียนคุณหนูคนนี้คือนายช่างใหญ่ของเมืองเซียงโจว ชื่อ 'อู๋อิงเมิ๋น' ขอรับ"
หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนเชิญแขกผู้มาเยือนคนใหม่นั่งลงอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนางทหารซึ่งพาช่างมาหาก็มายืนอยู่เื้ัผู้เป็นายในท่ายืนตรงมือไพล่หลังตามรูปแบบปฏิบัติของทหาร
"คารวะท่านอู๋ รบกวนท่านหรือไม่เ้าคะที่ถูกพามาที่บ้านของข้า?" ผู้น้อยกว่าเอ่ยทักทาย
ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว น่าจะถูกหิ้วปีกมามากกว่าพามาหาแบบคนปกติเห็นทีต้องอบรมเื่มารยาทและการเชื้อเชิญแขกให้กับทหารกล้าของพี่ชายเสียแล้วดูสิ...ทำแขกของนางนั่งเหงื่อแตกพลั่กหน้าซีดเซียว
"ไม่เลยๆเห็นว่าท่าน้าปรับปรุงบ้านกับสร้างเรือนหรือขอรับ?"
"ใช่แล้วเ้าค่ะข้าอยากทำหลังคาใหม่โดยใช้กระเบื้องทั้งหมด ซ่อมแซมบางส่วนของบ้านที่ทรุดโทรมรวมทั้งทำกลอนภายในบ้านทั้งหมดด้วยเ้าค่ะ"
"ได้ขอรับ ไม่ใช่เื่ยากอะไรเพียงแต่ต้องสำรวจดูก่อนว่ามีจุดใดของบ้านทรุดโทรมหรือไม่ หากมีบางจุดเสียหายย่อมต้องเปลี่ยนหรือทำใหม่ขึ้นมา"
"เื่นั้นข้าเข้าใจเ้าค่ะหากเกิดกรณีแบบนั้นข้าย่อมเปลี่ยนหรือทำใหม่เ้าค่ะ"
"ขอรับ"
"แล้วก็เรือนใหม่ที่ข้าจะให้ท่านสร้างย่อมเป็เรือนสำหรับคนงานของข้า ใช้อิฐกับกระเบื้องในการสร้างเ้าค่ะ"จางฮุ่ยเหมยโบกมือครั้งหนึ่ง
ทหารคนนั้นเข้าไปเอาแปลนแบบบ้านมอบให้อู๋อิงเมิ๋นพิจารณา
"ท่านเห็นควรว่าท่านสามารถปรับปรุงบ้านของข้าให้คล้ายกับแปลนได้หรือไม่เ้าคะ?"
จางฮุ่ยเหมย้าความคิดเห็นนางพยายามร่างแบบบ้านและแปลนทั้งหมด โดยเทียบจากตำราของแคว้นฉินและหนังสือของชาวรื่อเปิ่นควบคู่กันไปทั้งระบุรายละเอียดเจาะลึกว่า้าต่อเติมสิ่งใดเพิ่มและ้านำสิ่งใดออกทั้งนี้นาง้าเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่จะกลายเป็เรือนขนาดกลางในอนาคต
อู๋อิงเมิ๋นดูแปลนแบบบ้านด้วยความประหลาดใจนี่เหมือนกับการเปลี่ยนโฉมบ้านโดยการต่อเติมและซ่อมแซมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมีรายละเอียดระบุชัดเจนอย่างนี้ยิ่งง่ายต่อการทำงานทำให้วางแผนได้ว่าต้องใช้เวลาและวัสดุแบบไหนถึงจะเหมาะสม
"ท่านวาดแปลนบ้านเองหรือ?"
"เ้าค่ะ ข้าแค่ทำตามแปลนเดิมเท่านั้นส่วนขนาดพื้นที่ข้าให้คนของข้าจัดการให้ เพราะข้าวัดไม่เป็"
"อ๋อ...เป็เช่นนี้เองแต่ท่านก็ยอดเยี่ยมยิ่งนัก เป็แบบบ้านประหลาดไม่เหมือนใครแต่ข้าเข้าใจได้ว่าท่าน้าพื้นที่สำหรับใช้ประโยชน์ได้หลากหลายและ้าความปลอดโปร่งเช่นกัน"
จางฮุ่ยเหมยยิ้มยินดีเมื่อได้รับคำชมอู๋อิงเมิ๋นเปลี่ยนมาดูกระดาษแบบแปลนอีกใบซึ่งเป็แบบแปลนของเรือนพักคนงานเป็เรือนหลังใหญ่สองชั้นมีทั้งหมดสี่สิบห้องมีห้องอาบน้ำและห้องทำธุระส่วนตัวขนาดใหญ่อยู่ชั้นล่างสุดหลังเรือนพักคนงานแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนเพื่อความเป็ส่วนตัว แต่ที่น่าแปลกใจคือมีรายละเอียดเกี่ยวกับระบบท่อระบายของห้องทำธุระส่วนตัว
"นี่คืออะไรหรือ?"
"ท่อระบายของเสียเ้าค่ะข้าเห็นชาวหงหมาวมีการขุดท่อเช่นนี้ ข้าเห็นว่าเป็ความคิดที่ดี หากสามารถทำได้นอกจากลดกลิ่นเหม็นแล้วยังทำให้สะอาดมากขึ้นด้วยเ้าค่ะ"จางฮุ่ยเหมยบอกตามตรงโดยไม่คิดปิดบัง
นางแค่เห็นในหนังสือบอกว่าอะไรดี ทำอะไรได้บ้างมีประโยชน์อย่างไรนางก็จับทุกอย่างนำมาผสมรวมกันและดัดแปลงให้อยู่บนพื้นฐานความเป็จริงและเป็ไปได้มากที่สุดอีกประการจางฮุ่ยเหมยไม่แน่ใจว่าอู๋อิงเมิ๋นจะทำตามแปลนที่นางร่างไว้อย่างละเอียดได้หรือไม่
"น่าสนใจ...น่าสนใจยิ่งนัก"อู๋อิงเมิ๋นหัวเราะชอบใจอย่างมาก
เขาไม่เคยเจอการวางระบบอะไรแบบนี้ในเรือนพักอาศัยมาก่อนจึงมีความคิดอย่างหนึ่งอยากจะให้สตรีอายุน้อยตรงหน้าออกความเห็นกับเขาบ้างเพื่อเปิดโลกของเขาให้กว้างไกลมากกว่าเดิม
"ข้าสามารถสร้างตามแบบแปลนของท่านได้ข้าขอถามท่านได้หรือไม่ท่านสนใจขายแบบแปลนการวางท่อระบายของเสียให้กับข้าได้หรือไม่?"
แปลนของนางขายได้ด้วยหรือ?
จางฮุ่ยเหมยไม่มีความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายแบบแปลนระหว่างช่างก่อสร้างมาก่อนที่นางมีก็คือความชอบอ่านและลองริเริ่มสร้างมันขึ้นมาเท่านั้นงานพวกนี้เป็งานของบุรุษ นางจึงไม่มีความรู้ลึกซึ้งมากมายเพียงใดนางรู้เพียงแค่ว่า
"หากท่านสนใจข้าสามารถขายแบบแปลนวางระบบท่อระบายของเสียได้เ้าค่ะ"
"จริงหรือขอรับ!?" ดวงตาของชายวัยกลางคนทอประกายวาววับ เต็มไปด้วยสิ่งแอบแฝงบางอย่าง
"แต่ข้าจะขายแบบไม่ผูกขาดข้าอยากขายในกรณีที่มีคนสนใจ้าวางระบบท่อระบายของเสีย โดยปันผลให้กับข้าสามส่วนในสิบส่วนที่ขายแบบแปลนนี้ได้ต่อครั้ง"
อู๋อิงเมิ๋นสะอึกกับคำพูดของจางฮุ่ยเหมย เห็นนางอายุน้อยขนาดนี้กลับมีวาจาเจรจาซื้อขายร้ายกาจยิ่งนักซ้ำดูเหมือนมีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับระบบการวางท่อระบายของเสียซึ่งไม่ได้ระบุเอาไว้ในแบบแปลนอย่างชัดเจนไม่อาจดูเบาสติปัญญาของนางได้เลยไหนจะคนคุ้มกันความปลอดภัยซึ่งแผ่ไอน่าขนลุกออกมาไม่หยุดหย่อนอีก
ที่ว่าเป็เศรษฐีนีสามีตายอาจเป็เพียงข่าวโคมลอยก็ได้เพราะไม่มีใครรู้เบื้องลึกเื้ัของจางฮุ่ยเหมยสำหรับเมืองเซียงโจวนางคือผู้อพยพออกจากเมืองหลวงหลังสามีตายแล้วต่างหาก
จางฮุ่ยเหมยยังคงยิ้มกรุ่มกริ่มไม่ได้เดือดร้อนกับการขายแปลนมากนักไม่ว่าจะขายได้หรือไม่ต่างไม่ใช่เื่สำคัญเมื่อนางรู้แล้วว่าแปลนนี้สามารถขายได้และอาจสร้างกำไรให้กับนางอย่างมหาศาลหากอาศัยบารมีของจางเฟยหรงซึ่งมีสหายทำงานอยู่ฝ่ายกรมโยธาผลลัพธ์อาจได้มากกว่าเม็ดเงินด้วยซ้ำไปฝ่ายตรงข้ามเป็ผู้เผยช่องทางให้นางหยิบฉวยโอกาสเอง จะหาว่านางเอาเปรียบก็ไม่ได้เพราะเขามีแววตาเล่นไม่ซื่อก่อน คิดหรือว่านางจะยอมขายแบบผูกขาด ฝันไปเถอะ
ตราบใดสถานการณ์การเงินของจางฮุ่ยเหมยอยู่ในภาวะก่ำกึ่งจะรวยก็ไม่รวย จะจนก็ไม่จน หนทางไหนสามารถกอบโกยได้นางจะหยิบฉวยโอกาสนั้นไว้ให้มั่น ไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด
"ฉือิ เ้าช่างหานายช่างใหญ่มาให้ข้าน่าชังนักช่างที่ดีที่สุดของข้าคือช่างที่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างให้ข้าได้อย่างแข็งแรงมั่นคงไม่ใช่มีเพียงชื่อเสียงหรือฝีมือ และคุณภาพของงานด้วยเช่นกัน"
จางฮุ่ยเหมยเห็นอู๋อิงเมิ๋นนิ่งงันไปเนิ่นนานคล้ายว่าเขาไม่ยอมรับข้อเสนอของนางและคิดดูถูกความคิดของนางอย่างยิ่งยวดทหารเช่นฉือิไหนเลยจะกล้าทำให้เ้านายผิดหวังร่างสูงใหญ่ดั่งชายชาตินักรบของเขาก้าวมาเบื้องหน้าพร้อมดึงแบบแปลนในมือของอู๋อิงเมิ๋นออกอย่างรวดเร็วเก็บคืนกลับมาและยืนอยู่เื้ัของนาง
"ขออภัยด้วยขอรับคุณหนูข้าจะเปลี่ยนช่างคนใหม่และสืบประวัติก่อนเชิญมาที่นี่ขอรับ"
"แล้วรู้หรือไม่ว่าข้าไม่ชอบให้ใครเอาเื่เชิงผลประโยชน์โยงใยถึงภายนอก"น้ำเสียงเย็นเกริ่นเชิงออกคำสั่ง
"ข้าเข้าใจขอรับคุณหนู"
อู๋อิงเมิ๋นคล้ายเผชิญหน้ากับพยัคฆ์แสนน่ากลัวเพียงพริบตาเดียวก็ถูกมองออกอย่างง่ายดาย ไหนจะคำสั่งเชิงว่าหากชื่อเสียงและความสามารถของนางแพร่งพรายออกไปจางฮุ่ยเหมยสามารถเด็ดชีวิตของเขาราวกับเด็ดกลีบบุปผาแสนบอบบางทิ้งอย่างเืเย็น
"ถ้าท่านยังอยากอยู่อย่างสงบช่วยอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวหน่อยนะเ้าคะ อย่าคิดเอาเปรียบผู้อื่นคล้ายหวังดีแต่แววตาของท่านไม่หวังดีเลย"
บัดนั้นเองอู๋อิงเมิ๋นถึงได้รู้ว่าการยืนบนปากเหวที่ไม่รู้จักเป็อย่างไรเขาสามารถหมดลมหายใจได้ทุกเมื่อหากคิดยื่นมือไปแหย่เล่นกับสัตว์ร้ายที่เขาไม่เคยรู้จัก
"ส่งแขก!"จางฮุ่ยเหมยเดินกลับเข้าไปด้านใน
"เชิญ!" ฉือิผายมือให้อู๋อิงเมิ๋นออกจากเรือนเขาพาคนคนนี้เข้ามาก็จริง แต่เขาไม่คิดจะออกไปส่งเหมือนเมื่อตอนพามา
แสดงออกอย่างชัดเจนหากจางฮุ่ยเหมยรังเกียจฉือิเองก็ไม่คิดไว้ไมตรีเช่นกัน เ้านายของเขาทุกคนล้วนมองคนขาด โดยเฉพาะคนที่หวังกอบโกยผลประโยชน์พวกเขาจะไม่เสียเวลาสานสัมพันธ์ให้เปลืองแรง ตัดขาดได้ั้แ่แรกรู้จักเลยยิ่งดี
ชางหย่งเต๋อเดินถือโฉนดที่ดินฉบับใหม่ของจางฮุ่ยเหมย ก่อนกลับมาที่หมู่บ้านฮัวเป่ยท่านเ้าเมืองมีทีท่าให้ความสนอกสนใจนางไม่ใช่น้อย พยายามซักถามมากความว่านางเป็ใครมากจากไหนเหตุใดจึงซื้อที่ดินมากมายเพียงนี้ซ้ำยังมีทหารเดินทางเข้าเมืองเซียงโจวเพื่อมาพบนาง
ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจางฮุ่ยเหมยเป็ใครรู้เพียงว่านางเป็หญิงม่ายสามีตายส่วนรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับความรู้และความสามารถของนางชายหนุ่มไม่ได้กล่าวถึงจางฮุ่ยเหมยเคยบอกว่าอยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากให้ใครรบกวนเขาจึงรับปากไม่ปริปากบอกกับใคร ถือเป็การตอบแทนนางที่ช่วยเหลือชาวบ้านในหมู่บ้านฮัวเป่ยในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านเขาย่อมไม่อยากให้ลูกบ้านเจอกับปัญหาเช่นกัน
เมื่อเขาเดินทางมาถึงหน้ารั้วของบ้านตระกูลจางกลับเห็นอู๋อิงเมิ๋นเดินออกมาราวกับว่าถูกพรากิญญาไปอย่างไรอย่างนั้นฉือิเห็นหัวหน้าหมู่บ้านมาพร้อมโฉนดที่ดินจึงผายมือเชิญเข้าไปด้านในทันทีชางหย่งเต๋อเพียงผงกศีรษะและก้าวเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้อู๋อิงเมิ๋นทรุดตัวลงอยู่ด้านหน้านอกรั้วบ้านตระกูลจางทั้งแบบนั้นเขารู้เพียงว่าขาของเขาสั่นเทิ้มไม่หาย เสียงของเขาเองไม่อาจเอื้อนเอ่ยอะไรได้พยายามอ้าปากพูดหลายต่อหลายครั้งวาจาที่้าหว่านล้อมเพื่อให้แปลนนั้นถูกขายขาดกลืนลงคอไปหมดสิ้นเหลือเพียงแววตาคมกริบดุจคมดาบแหลมของฉือิทอดตามองเย็นะเืจ่ออยู่ที่คอของเขาแทนอู๋อิงเมิ๋นไม่เคยเจอใครให้ความรู้สึงเกรงกลัวความตายเท่านี้มาก่อนโดยเฉพาะคนของจางฮุ่ยเหมยซึ่งทำตัวเป็ปราการเหล็กกล้าพร้อมสังหารผู้คนที่คิดท้าทาย
ในหัวของเขามีเพียงประโยคหนึ่งล่องลอยย้ำเตือนว่าไม่ให้เขาพูดมากหรือเอาไปพูดกับใครที่มีอิทธิพลในเมืองเซียงโจวถ้ายังรักชีวิตของตัวเองอยู่
แน่นอนสิ อู๋อิงเมิ๋นยังรักชีวิตของตัวเองอยู่!
จางฮุ่ยเหมยหน้าตาบูดบึ้งระอารมณ์เสีย เก็บม้วนแบบแปลนปรับปรุงเรือนและสร้างเรือนพักของคนงานพับทิ้งไว้ในกล่องตามเดิมสักพักถูกเชิญให้ออกมาพบกับแขกอีกครั้งนางเองไม่ใช่พวกปั้นหน้ายิ้มแย้มในขณะที่อารมณ์ไม่ดีเหมือนพวกสวมหน้ากากมากมายที่เคยพบเจอ
"อา..."จางฮุ่ยเหมยชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้มาเยือนคนใหม่ "คารวะท่านชางเ้าค่ะ"
"คารวะเช่นกันข้านำโฉนดที่ดินของเ้ามาให้"
"ขอบคุณเ้าค่ะ"
"แล้วข้าก็มาเตือนเ้าด้วย"
"อะไรหรือเ้าคะ?" จางฮุ่ยเหมยรับโฉนดที่ดินมา ต้องฉงนกับคำพูดของเขาอีกครั้ง
"ท่านเ้าเมืองดูเหมือนจะสนใจเ้าไม่น้อยเขายังรู้ว่ามีขบวนทหารเล็กๆ เดินทางมาหาเ้า ข้าจึงถูกซักถามแต่ข้าไม่ได้ตอบอะไรมากนักตามที่ข้าให้สัญญากับเ้า"
"..." ใบหน้าของจางฮุ่ยเหมยมืดครึ้มลงยามได้ฟัง
"ข้าคิดว่าอีกไม่นานเื่ที่หมู่บ้านฮัวเป่ยทำการเพาะปลูกได้ต้องกลายเป็ที่รู้จัก"
"ถ้าเื่นั้นข้าย่อมเข้าใจดีอีกไม่นานคนต้องแห่แหนมาถามหาวิธีเพาะปลูกจากหมู่บ้านสิ่งอื่นใดคือสภาพดินของแต่ละหมู่บ้านไม่เหมือนกันอาจมีบางหมู่บ้านมีสภาพดินใกล้เคียงกับหมู่บ้านฮัวเป่ย แต่ท่านก็รู้ว่าสภาพดินที่ไม่เหมือนกันย่อมใช้วิธีเดียวกันไม่ได้"
"นั่นสิ"ชางหย่งเต๋อครุ่นคิดตามคำพูดของหญิงสาว
"ถึงพวกท่านจะบอกวิธีปรับสภาพดินกับพวกเขาไปผลสุดท้ายถ้าบางพื้นที่ใช้วิธีเช่นเดียวกับพวกเราแล้วไม่ได้ผลมันก็ไร้ประโยชน์บนที่ดินของพวกเขาอยู่ดีเ้าค่ะ"
คราวนี้กลายเป็ชางหย่งเต๋อมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาแทนซึ่งเขาจินตนาการไปถึงชาวบ้านหมู่บ้านอื่นเข้ามาต่อว่าว่าหมู่บ้านฮัวเป่ยแล้งน้ำใจ ในกรณีที่วิธีปรับสภาพดินถูกแนะนำออกไปแล้วใช้ไม่ได้ผลและพาลหาเื่หมู่บ้านฮัวเป่ยในที่สุด
"ถ้าพวกท่านจะบอกวิธีแก้ปัญหาสภาพดินก็อย่าลืมบอกว่าพวกท่านจ้างล่ามไปเจรจาซื้อเมล็ดพันธุ์ผักกับชาวเซียนลว่อแล้วบังเอิญชาวเซียนลว่อแนะนำวิธีปรับปรุงดินมาให้แก่พวกท่านแล้วท่านทำตามคำแนะนำเท่านั้นจนได้ผลลัพธ์เป็เช่นนี้"
ชางหย่งเต๋อเหมือนเห็นทางออกบางอย่างที่ช่วยให้หมู่บ้านไม่ได้รับผลกระทบและถูกเอารัดเอาเปรียบจากหมู่บ้านอื่นพวกเขาอยู่อย่างสงบเรื่อยมา จะมาเกิดปัญหาเพราะเื่เพาะปลูกพืชผัก เห็นทีว่ามันดูไร้เหตุผลเกินไป
"นั่นสิ ล่ามภาษาชาวเซียนลว่อมีน้อยแต่อย่างไรพวกเขาก็ต้องตามหาล่ามและจ้างมาเจรจากับชาวเซียนลว่อในที่สุด"
"พวกเขามีกำลังทรัพย์ก็ให้พวกเขาจ้างล่ามไปเถอะเ้าค่ะถ้าใครยอมลงทุนก็ปล่อยไป แต่อย่ามาคุกคามความเป็ส่วนตัวของข้าก็พอ"
"ได้"
[1] หนึ่งจิบชา คือหน่วยย่อยเวลาจีน เท่ากับ 5 นาที