บทที่ 28 พันธมิตรวายุบูรพา
จีเวิ่นเทียนจ้องมองเฉินฉางอันอย่างตกตะลึง กล่าวว่า “สมกับเป็เ้า เช่นนี้แล้ว เ้าคงได้รับสืบทอดวิชาแท้จริงจากท่านลุงของเ้ามาไม่น้อย เพียงแค่ชำเลืองมอง ก็สามารถรู้ได้ว่าาแของข้านั้นเกิดจากสิ่งใด!”
จีิเยว่ดีใจยิ่ง นางจับแขนเสื้อของเฉินฉางอัน พลางเอ่ยถามด้วยความร้อนใจว่า “พี่ชายฉางอัน เช่นนั้นแล้ว ท่านสามารถช่วยท่านพ่อของข้าได้หรือไม่?”
เฉินฉางอันส่ายหน้าเล็กน้อย “ด้วยวรยุทธ์ของข้ายังตื้นเขินนัก ไม่อาจรักษาอาการาเ็ที่เส้นชีพจรหัวใจขององค์จักรพรรดิได้!
เหตุเพราะองค์จักรพรรดิถึงได้รับาเ็ที่เส้นชีพจรหัวใจ ถูกพลังจากขั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กัดกร่อนทุกชั่วยาม นับว่าทรมานยิ่งนัก!
หาก้ารักษา จำเป็ต้องใช้ผู้ที่อยู่ในขั้นมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น จึงจะสามารถนำพลังนี้ออกมาได้!”
“ต้องเป็ถึงขั้นมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นรึ!?”
จีเวิ่นเทียนและจีิเยว่ต่างร้องออกมาพร้อมกันด้วยความใ
ส่วนจีเวิ่นเทียนกลับจ้องมองเฉินฉางอันด้วยแววตาตกตะลึง ราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด “ยอดเยี่ยม แม้กระทั่งเื่นี้เ้าก็ยังมองออก… หากเป็ท่านลุงห้าของเ้า... เขา... เจขาจะสามารถรักษาได้หรือไม่?”
จีเวิ่นเทียนกล่าวจบ อีกสองคนก็มองเฉินฉางอันด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความหวัง
เฉินฉางอันส่ายหน้าเบา ๆ "กระหม่อมเองก็มิทราบเหมือนกัน หากท่านลุงห้าอยู่ในขั้นมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ บางทีเขาคงสามารถพ่ะย่ะค่ะ"
พูดถึงตรงนี้ เฉินฉางอันมองไปที่จีเวิ่นเทียน แล้วกล่าวยิ้ม ๆ "ฝ่าา ท่านคิดว่าเป็ไปได้หรือไม่ ที่ในดินแดนตะวันออกเล็ก ๆ แห่งนี้จะมีขั้นมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อยู่สักคน"
จีเวิ่นเทียนส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
"ใช่แล้ว หากท่านห้าของตระกูลเ้าแก้ได้ ก็คงไม่มาช่วยหรอก ข้าไปเชิญเขามาหลายหนแล้ว แม้แต่หน้าก็ยังไม่ได้เห็น!" จีเวิ่นเทียนกล่าวอย่างน้อยใจ
"ไม่ว่าอย่างไร ท่านให้ท่านลุงห้ามาช่วยดูได้หรือไม่?"
จีิเยว่กอดแขนของเฉินฉางอัน ถามด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความหวัง
"ใช่แล้ว ฉางอัน ไม่ว่าตระกูลเฉินของเ้า้าอะไร ตราบใดที่ราชวงศ์ของข้ามี และทำได้ ข้าจะทำตามอย่างแน่นอน!" จีเวิ่นเทียนพยักหน้าหนักแน่น”
เฉินฉางอันรู้สึกสะท้อนใจ จึงกล่าวว่า "กระหม่อมจะลองดูพ่ะย่ะค่ะ"
หากท่านลุงห้าสามารถรักษาฮ่องเต้ได้จริง ทรัพยากรมากมายก็น่าจะเป็ของเขา... ดูท่าครานี้น่าจะเป็การลงทุนที่คุ้มค่า!
เฉินฉางอันครุ่นคิด วางแผนการในใจ
ทันใดนั้น นอกท้องพระโรงก็บังเกิดคลื่นพลังน่าสะพรึงกลัว ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่ง "ฮ่า ๆ ๆ องค์ชายตงเหลียนเทียนแห่งแคว้นตงเสวียน ขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้แคว้นต้าโจว!"
สิ้นคำ กลับมิได้รอให้คนรับอนุญาต ตงเหลียนเทียนก็แหวกผู้คนเข้ามาพร้อมเสียงร้องโหวกเหวกโวยวาย
ดูท่าองครักษ์นอกท้องพระโรงคงจะต้านทานมิได้ ถูกซัดกระเด็นจนร้องครวญคราง
สีหน้าผู้คนในท้องพระโรงต่างพากันแปรเปลี่ยน
เฉินฉางอันลูบจมูก คิดในใจ แคว้นต้าโจวอ่อนแอถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงกับถูกองค์ชายแคว้นอื่นล่วงเกินได้ถึงเพียงนี้
"บังอาจ!"
ตวนมู่ฉางเดือดดาล ปลดปล่อยพลังิญญาออกจากร่าง พุ่งตรงออกไปในทันที
แต่เพียงชั่วอึดใจ พลังกัมปนาทสะท้านไปทั่วท้องฟ้า บังเกิดเสียงคำรามกึกก้อง ตวนมู่ฉางถูกซัดกระเด็นกลับเข้ามา!
เสียงฝีเท้าดังโครมคราม สั่นะเืไปทั่วทั้งแผ่นดิน พื้นแข็งแกร่งกลับร้าวเป็เสี่ยง ๆ ในชั่วพริบตา!
"หึ!"
ร่างสูงใหญ่สง่างามเยื้องย่างเข้ามา "โอ้ ที่แท้ก็ท่านพี่ตวนมู่ฉาง!”
“น่าสมเพชนัก ผู้นำตระกูลใหญ่โตเช่นท่าน ไฉนจึงอ่อนแอปวกเปียกเช่นนี้?"
"เ้า!!!"
ตวนมู่ฉางจ้องมองผู้บุกรุก ดวงตาแดงก่ำด้วยความพิโรธ แต่ก็เพียงกำหมัดแน่น มิอาจทำอันใดได้
เพราะเบื้องหน้าคือ ผู้าุโผู้พิทักษ์แคว้นตงเสวียน เหออู่เฉิง!
ศัตรูคู่แค้นในอดีต!
ก่อนหน้านี้เขาถูกเอาชนะด้วยกระบวนท่าเดียว ทำให้จิตใจของเขาปั่นป่วนราวกับคลื่นในทะเล!
เมื่อเหออู่เฉิงเดินเข้ามา เขาหันตัวเล็กน้อย และตามหลังเขามาด้วยชายหนุ่มรูปงามที่ถือพัดพับอยู่ในมือ
ชายหนุ่มผู้นี้คือองค์ชายเก้าแห่งแคว้นตงเสวียน ‘ตงเหลียนเทียน’
ข้างกายเขามีชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
ตึก ตึก ตึก ตึก...
เสียงฝีเท้าอึกทึกดังขึ้น ขบวนองครักษ์วังหลวงวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน
แต่สิ่งที่ทำให้เฉินฉางอันประหลาดใจก็คือ จีเวิ่นเทียนผู้นี้กลับโบกมือไล่ให้พวกองครักษ์ออกไป
เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาองครักษ์ต่างพากันถอยออกจากท้องพระโรงด้วยสีหน้างุนงง
เห็นเช่นนั้น มุมปากของเฉินฉางอันก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะหยัน
จักรพรรดิชราผู้นี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน! แม้แต่โกรธก็ไม่กล้า ทั้งที่มีคนบุกเข้ามาในวังหลวงอย่างบ้าบิ่นเช่นนี้
ไม่น่าแปลกใจที่ตนเองฆ่าบุตรชายของเขา แต่เขากลับยังสามารถส่งบุตรสาวมาได้
เขาจะมาไม้ไหนอีก
ในดินแดนตะวันออกมีสี่แคว้นใหญ่
ได้แก่ แคว้นตงเสวียน แคว้นหนานิ แคว้นเฟิงอวี่ และแคว้นต้าโจว
นับั้แ่จีเวิ่นเทียนขึ้นเป็เ้าผู้ครองแผ่นดิน แคว้นต้าโจวก็ค่อย ๆ เสื่อมถอยลง
ใน่สามสิบปีที่ผ่านมา การแข่งขันใหญ่ระหว่างสี่แคว้นที่จัดขึ้นทุกสามปี ทั้งสิบครั้งแคว้นต้าโจวล้วนอยู่ในอันดับสุดท้าย!
การแข่งขันใหญ่ระหว่างสี่แคว้นนั้นเป็ไปเพื่อแย่งชิงโอกาสในการเข้าไปฝึกฝนในดินแดนลับ อันดับจะเป็ตัวกำหนดจำนวนอัจฉริยะของแต่ละแคว้นที่จะได้เข้าไป
เนื่องจากแคว้นต้าโจวอยู่อันดับสุดท้ายทุกครั้ง ทำให้คนรุ่นใหม่ของแคว้นต้าโจวค่อย ๆ ล้าหลังกว่าอีกสามแคว้น
ดังนั้นอีกสามแคว้นจึงดูถูกพวกเขาอย่างมาก!
ยิ่งไปกว่านั้น เ้าผู้ครองแผ่นดินแห่งแคว้นต้าโจวถูกลอบสังหาร แต่กลับสืบหาไม่ได้ว่าเป็ฝีมือของผู้ใด!
ช่างน่าเศร้าสลดใจยิ่งนัก! บัดนี้ แม้แต่ราชบุตรแห่งตงเสวียนก็ยังบังอาจล่วงล้ำเข้ามายังพระราชวังแห่งแคว้นต้าโจวได้ ถือเป็การเหยียดหยามบารมีแห่งแคว้นต้าโจวถึงเพียงนี้!
“ตงเหลียนเทียน เมื่ออยู่ต่อหน้าจักรพรรดิแห่งแคว้นอื่น เหตุใดเ้าจึงไร้มารยาทเช่นนี้?”
จีเวิ่นเทียนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ท่ามกลางสายตาของจีเวิ่นเทียน ตงเหลียนเทียนกลับทำท่าทีสบายอารมณ์ บนใบหน้าไร้ซึ่งความยำเกรงต่อองค์จักรพรรดิต้าโจว รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะเอ่ยว่า “ท่านลุงจี ข้าเพียงแต่ช่วยท่านทดสอบว่า การคุ้มกันพระราชวังแห่งแคว้นต้าโจวนี้แข็งแกร่งเพียงพอหรือไม่”
“ใครเล่าจะคาดคิดว่า พวกเขานั้นไร้ประโยชน์ยิ่งนัก ทำให้ข้าบุกเข้ามาได้โดยง่ายดาย เช่นนี้แล้ว ท่านลุงจีควรจะเพิ่มการป้องกันให้แ่ายิ่งขึ้น!”
สีหน้าของจีเวิ่นเทียนและตวนมู่ฉางช่างดูน่าเกลียดนัก คำพูดนี้ช่างไม่ต่างอะไรจากการกล่าวว่า บุรุษในพระราชวังของพวกเขานั้นล้วนเป็คนไร้ค่า!
จีเวิ่นเทียนกำหมัดแน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “หึ! ตงเหลียนเทียน เหตุใดเ้าจึงมาที่นี่? รีบกล่าวมา!”
“ฮ่าฮ่า”
ตงเหลียนเทียนหันไปด้านข้างพร้อมกับเผยรอยยิ้ม เปิดทางให้ชายหนุ่มผู้นั้นปรากฏกายต่อหน้าจีเวิ่นเทียน “ท่านลุงจี ท่านทราบหรือไม่ว่า ชายผู้นี้คือผู้ใด?”
"หึ! ข้าไม่สนว่ามันเป็ใคร!" จีเวิ่นเทียนเย้ยหยันเสียงเย็น
ตงเหลียนเทียน กล่าวเย้าหยัน "โอ้? ถ้าเช่นนั้น หากแคว้นต้าโจวถูกทำลาย ก็อย่าโทษข้าคนนี้ว่าไม่เตือนก็แล้วกัน"
"ว่าอย่างไรนะ!"
คำว่า ‘แคว้นต้าโจวถูกทำลาย’ ทำให้จีเวิ่นเทียน ตวนมู่ฉาง และจีิเยว่มีสีหน้าเปลี่ยนไปในพริบตา
"เ้าหมายความว่าอย่างไร!" จีเวิ่นเทียนจ้องเขม็งไปที่ตงเหลียนเทียน ครั้งนี้น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นลง
"ฮ่า ๆ ๆ" ชายหนุ่มหัวเราะ "ข้าคือจ้าวจื่อหาน บุตรชายของจ้าวเทียนเวย ผู้นำพันธมิตรวายุบูรพา!"
"อะไรนะ! เ้าคือบุตรชายของจ้าวเทียนเวยงั้นรึ?" จีเวิ่นเทียนเบิกตากว้าง
"ถูกต้องแล้ว!"
จ้าวเทียนเวยมีสีหน้าเย่อหยิ่ง
พันธมิตรวายุบูรพา คือการรวมตัวกันของสำนักชั้นหนึ่งจากสามแคว้น ได้แก่ แคว้นตงเสวียน แคว้นหนานิ และแคว้นเฟิงอวี่ เป็พลังอำนาจที่รวมตัวกันก่อตั้งขึ้น!
กล่าวง่าย ๆ คือ เื้ัพันธมิตรวายุบูรพานี้ก็คือสามแคว้นใหญ่นั่นเอง!
ส่วนจ้าวเทียนเวย... มีข่าวลือว่าเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็เฒ่าผู้าุโของสำนักกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ไท่ชาง มีตำแหน่งสูงส่ง!
"ฮึ จ้าวจื่อหาน ข้าไม่สนใจว่าเ้าจะเป็พันธมิตรอะไร!" จีเวิ่นเทียนสะบัดแขนเสื้อด้วยความโกรธ สายตาจับจ้องไปที่ตงเหลียนเทียน "ตงเหลียนเทียน คำพูดของเ้าเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร?
หรือว่าแคว้นตงเสวียนของเ้าจะร่วมมือกับอีกสองแคว้น คิดจะทำลายต้าโจวของข้ารึ?"
"ฮ่า ๆ"
ตงเหลียนเทียนยิ้มพลางกล่าว "การก่อาโดยไร้เหตุผลนั้น จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนของผู้คน ข้าไม่ใช่คนใจร้ายเช่นนั้น"
พูดพลางหรี่ตาลง "แต่ว่า... พวกข้าสามแคว้นใหญ่เห็นว่า ต้าโจวของท่านไม่สมควรเป็หนึ่งในสี่แคว้นใหญ่แห่งตงโจว!"
“เช่นนั้นให้ราชวงศ์จีของเ้าสละบัลลังก์เสีย แล้วให้พันธมิตรวายุบูรพาขึ้นปกครอง และสถาปนาเป็แคว้นวายุบูรพาเสีย!”
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง
นั่นหมายความว่า ให้จีเวิ่นเทียนสละราชสมบัติแห่งแคว้นต้าโจว แล้วเปลี่ยนเป็แคว้นวายุบูรพา!
ช่างเป็เื่ที่น่าตื่นตะลึงยิ่งนัก!
ทันใดนั้น จีเวิ่นเทียนรู้สึกเพียงลมเย็นะเืพัดผ่านจากปลายเท้าจนถึงศีรษะ!