“ไม่นะ! ไม่นะ! เ้าห้ามทำแบบนี้นะวิหคเพลิง”
เมื่อสิ้นสุดเสียงนั้น หญิงสาววัย 20 ต้นๆก็สะดุ้งตื่นจากฝัน เหงื่อเธอแตกท่วมตัว อีกครั้งแล้วสินะ ที่เธอฝันแบบเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใครกันนะ? ชายคนนั้น..เขาคือใคร? ทำไมฉันถึงเ็ปที่หัวใจเหลือเกิน หญิงสาวได้แต่ครุ่นคิด
ก๊อกๆๆ เ สียงประตูดังขึ้น ปลุกเธอให้ตื่นจากความคิดนั้น
“ทิพย์ๆ ตื่นรึยังจ้ะ” เสียงป้าแม้วเรียก
“ตื่นแล้วค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวพูดพลาง เดินไปเปิดประตูพลาง
“มียายตนหนึ่งแกบอกว่าปวดเอวมากลามลงไปที่ขา รักษาที่ไหนก็ไม่หาย จนแกท้อใจ เลยมาหาหนูน่ะลูก หนูช่วยแกหน่อยนะ”
“ได้ค่ะ ป้า แต่ทิพย์ไม่แน่ใจนะคะ จะช่วยได้แค่ไหน สังขารมันก็ร่วงโรยตามอายุขัย” แล้วทิพย์ก็เดินลงไปชั้นล่างตามคำขอร้องของป้าแม้ว
ทันใดที่ทิพย์ได้พบกับยายชราคนดังกล่าว เธอมีอาการใเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามยายชรา
“คุณยายจับมือหนูไว้นะคะ แล้วหลับตาลง ให้คุณยายคิดถึงแต่สิ่งที่ดีงาม และทำให้คุณยายมีความสุขนะคะ” ทิพย์ยื่นมือออกไป ยายชราก็จับมือเธอแน่น ทำตามที่เธอบอก ทั้งสองก้มหน้าหลับตามนิ่งสักพัก ก็ลืมตาขึ้น ทิพย์ปล่อยมือยายชรา
“คุณยายจะดีขึ้นสักพัก และคุณยายจะมีเวลาเหลืออีกไม่นาน ใช้เวลากับคนที่คุณยายรักให้คุ้มค่าที่สุดนะคะ”
ยายชรายิ้ม “จ้ะ” ยายชราตอบสั้นๆใบหน้านั้นไม่ได้รู้สึกทุกข์ทรมานอีกแล้ว ในดวงตามีน้ำตาคลอเบ้าแสดงเห็นถึงความปลื้มปริ่มในหัวใจ แล้ว ยายชราก็จากไป
“ป้าแม้ว มีไรกินมั่งคะ ทิพย์หิวจัง”
“ป้าทำแกงกะทิสายบัวกับน้ำพริกไว้ กินเลยมั้ยเดี๋ยวป้าตักให้” พูดเสร็จป้าแม้วก็เดินไปเตรียมกับข้าวให้ทิพย์
“ขอบคุณค่า” ทิพย์ตอบด้วยรอยยิ้มสดใส
“คุณยายคนนั้นเขาเป็อะไรเหรอทิพย์ ตอนที่เห็นคุณยาย ป้าสังเกตเห็นหนูใเล็กน้อย” ป้าแม้วทำหน้าสงสัย
“มัจจุราช มาค่ะ เขาบอกไม่ให้หนูช่วย คุณยายหมดอายุขัยแล้ว ปล่อยไปตามชะตากรรมของเขาเถอะ เขาว่าอย่างนั้น” ทิพย์ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ป้าแม้วทำหน้าใ แล้วก็พยักหน้า แล้วเดินผละไปทำงานบ้านเงียบๆ
มันไม่ใช่เื่แปลกอะไรสำหรับทิพย์และป้าแม้ว ั้แ่ทิพย์เกิดมาจนจำความได้ เธอมักจะมองเห็นเื่เหนือธรรมชาติที่คนธรรมดาทั่วไปมองไม่เห็น ยิ่งเธอโตขึ้นเธอก็ยิ่งเห็นมากขึ้น แต่เธอกลับไม่เคยรู้สึกกลัวเลย ไม่ว่าสิ่งที่เธอมองเห็นจะเป็อะไรก็ตาม กลับทำให้เธอมีแต่ความรู้สึกสงสาร เวทนาแทนเสียด้วยซ้ำ และอีกความสามารถหนึ่งของทิพย์ เธอมีมือที่มหัศจรรย์ เพียงแค่เธอแตะสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะค่อยๆมีชีวิตกลับมา ครั้งหนึ่งนานมาแล้วตอนเธอยังเด็ก เธอพบดอกไม้เหี่ยวเฉาใกล้ตาย เธอใช้มือ 2 ข้างประคองดอกไม้นั้น พร้อมพูดว่า “โถๆ เ้าดอกไม้น้อยเ้าต้องมีชีวิตต่อไปนะ” ทันใดนั้นดอกไม้ ก็เริ่มสดชื่นและฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง เธอมักจะทำแบบนี้กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่กำลังจะตายมานับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งการช่วยรักษาผู้คนด้วย นอกจากพลังนี้แล้ว ส่วนอื่นๆทิพย์ก็ไม่ต่างจากเด็กสาวธรรมดาทั่วไป
ทิพย์หรือชื่อเต็มๆของเธอคือ ทิชาทิพย์ เธออาศัยอยู่กับคุณปู่ ที่บ้านหลังเล็กๆฐานะธรรมดาๆ ปู่ของทิพย์ค้าขายสมุนไพรยังชีพ ส่วนป้าแม้วเป็ป้าเพื่อนบ้านที่มาดูแลทิพย์กับปู่ เสมือนเป็แม่บ้าน เพราะเคยมีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ป้าแม้วเกือบสูญเสียลูกชายไป แต่ทิพย์ได้ช่วยเหลือคืนชีพให้เขาอีกครั้ง ป้าแม้วรู้สึกซาบซึ้งมากจากนั้นมาแกกันอาสาดูแลทั้งสองเพื่อเป็การตอบแทน เื่อัศจรรย์ของทิพย์มักมีให้เห็นบ่อยครั้ง แรกๆป้าแม้วก็ใและตื่นเต้น แต่พอนานเข้าป้าแม้ว ก็เริ่มชินชา มองเป็เื่ปกติของชีวิตประจำวันไปเลย
ตอนทิพย์ 9 ขวบ เธอตื่นนอนตอนเช้าแล้วเดินไปหาป้าแม้วที่กำลังรีดผ้าอยู่ด้วยอาการงัวเงีย พร้อมพูดว่า “ ป้าแม้ว พี่เอกต้องเป็ทหารเรือ แล้วป้าจะสบาย” หลังจากนั้นผ่านมา 10 กว่าปี ลูกชายป้าแม้วก็ได้เป็ทหารจริงๆ ชีวิตป้าแม้วก็ดีขึ้นจริงๆ ป้าแม้วดูแลทิพย์มาั้แ่เด็กจนเธอโต ด้วยเหตุนี้ป้าถึงรักและเอ็นดูทิพย์ไม่ต่างจากบุตรสาวแท้ๆเลย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ณ ดินแดนยมโลก ดินแดนที่มีแต่เ็ปและเหน็บหนาว แทรกซึมไปด้วยความทุกข์ทรมานทุกย่อมหญ้าพื้นผิว
“ มาแล้ว ขอรับท่าน” เสียงของบริวารพญามัจจุจราชเอ่ยขึ้น
ทันใดนั้น..ชายร่างสูงใหญ่กำยำหันหลังอยู่ ก็ได้หันหน้ามา ใบหน้าของพญามัจจุราชดูดุดัน แต่ก็มีความหล่อเหลาราวเทพบุตร ท่าทางสง่าผ่าเผย ดูน่ากลัวน่าเกรงขาม
“ข้าน้อย และลูกเมียขอคาราวะท่านพญามัจจุราช” เสียงผู้มาเยือนเอ่ย พร้อมทำความเคารพ พร้อมกับภรรยาและบุตรชายอายุราวๆ20 ปลายๆ
“มาแล้วรึท่านอาเทวฤทธิ์ เชิญท่านและครอบครัวนั่งก่อน” พญามัจจุราชชี้เชิญ
“นี่เหรอ บุตรชายท่าน ช่างเป็ชายชาตรีที่หล่อเหลาเอาการทีเดียว ข้าว่าเทพธิดาองค์ใดมาพบเข้า ไม่ตกหลุมรักเ้า คงไม่มีแน่แท้” พญามัจจุราชเอ่ยพลางหัวเราะไปด้วย ชายหนุ่มได้แต่ก้มหน้ายิ้มเพียงเล็กน้อย
“เื่ท่านไปติดตามค้นหาวิหคเพลิง ไปถึงไหนแล้ว” พญามัจจุราชเข้าเื่
“ ขออภัย ท่านพญามัจจุราช เรายังตามหาวิหคเพลิงไม่เจอ”เทวฤทธิ์ ตอบ
“แต่เราก็ััได้ถึงพลังของวิหคเพลิงอยู่ขอรับ แต่พลังมันยังอ่อนมาก ทำให้การสืบหายากนัก”
“เพราะท่านคือท่านอาแท้ๆของ ข้าถึงให้ท่านรับผิดชอบงานนี้ อยู่ในดินแดนโลกมนุษย์ ถ้าหากไม่ใช่เผ่าพันธุ์ของมัจจุราชโดยแท้จริง ร่างจะแตกดับสลาย เหตุนี้เราถึงต้องเปิดประตูมิติให้ได้ เพื่อลูกหลานของเราจะได้เดินไปได้ทุกที ไม่ว่าแดน์หรือแดนมนุษย์” พญามัจจุราชเอ่ยด้วยสายตากังวล
“ถ้ายังหาตัววิหคเพลิงไม่เจอ เราก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ ถ้าเรายังชักช้าจนถึงเวลาวิหคเพลิงลืมดวงตาที่ 3ได้ ถึงตอนนั้นเราก็ไม่อาจยับยั้งการปิดประตูมิติได้แล้ว”
“ท่านพญามัจจุราชพวกเราจะพยายามค้นหาวิหคเพลิง ให้พบก่อนท่านมหาเทพขอรับ”
“มหาเทพรู้ว่าวิหคเพลิง สามารถปิดประตูมิติได้ ถึงได้เอาไปซ่อนไว้ที่ดินแดนมนุษย์โลก เพราะด้วยกฎดินแดนมนุษย์โลก ไม่ว่าจะเทพรึมัจจุราชก็จะไม่สามารถใช้พลังตัวเองได้เต็มที่ หวังจะใช้วิธีนี้ปกป้องวิหคเพลิง รอจนวิหคเพลิงเปิดดวงตาที่ 3 ได้”
เทวฤทธิ์ ได้แต่มองพญามัจจุราชผู้เป็หลานชายอย่างกลัดกลุ้มใจ พร้อมรู้สึกเสียใจที่ไม่อาจทำงานให้ลุล่วงได้ หลังจากนั้นทั้งสาม จึงได้แยกตัวกลับมายังดินแดนมนุษย์โลก ปรเมศธ์ผู้เป็บุตรชายจึงได้เอ่ยถาม
“เหตุใดเราถึงต้องค้นหาวิหคเพลิงด้วยละ ถ้าเจอแล้วเราจะทำอย่างไรต่อ”
“ถ้าเจอ เราก็ต้องฆ่าวิหคเพลิงเสีย” เทวฤทธิ์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“แต่ท่านพี่ ไม่มีใครสามารถฆ่าวิหคเพลิงได้ไม่ใช่หรือคะ” ภรรยาถาม
เทวฤทธิ์นิ่งเงียบ ก่อนจะตอบ “ฆ่าได้สิ” แล้วก็เงียบอีกครั้ง พลางนึกคิดในใจ ใช่ฆ่าได้สิ ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ก็มีคนเคยฆ่าวิหคเพลิงสำเร็จมาแล้ว
“ แต่การที่จะเข้าใกล้วิหคเพลิงไม่ใช่เื่ง่ายนะครับ” ปรเมศธ์ทักท้วงด้วยความสงสัย
“ถูกทุกอย่างที่เ้าพูด..แต่ไม่ทั้งหมด วิหคเพลิงมีจุดอ่อน คือ ถ้าวิหคเพลิงได้มอบหัวใจให้ใคร จะเป็ของคนๆคนนั้นเพียงผู้เดียว ตลอดกาล แค่เพียงลงมือฆ่าคนๆนั้น ก็เท่ากับฆ่าวิหคเพลิงได้แล้ว เพราะวิหคเพลิงที่หัวใจแตกสลาย ในไม่ช้าก็จะสิ้นใจตายเอง”
...............................................................................................................................................................
ณ ประตูมิติ ที่ปัจจุบันมันได้เปิดค้างไว้
“นานเท่าไหร่แล้วที่ข้าสู้รบอยู่ตรงนี้”ชายหนุ่มรูปงาม ท่าทางองอาจแต่งชุดนักรบพรึมพรำ ขณะเฝ้ายืนมองประตูมิติที่เปิดค้างไว้
“เมื่อไหร่เ้าจะกลับมา..ข้าคิดถึงเ้านัก” ชายหนุ่มได้แต่ทอดสายตาไปอย่างไร้จุดหมาย
ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกเขาให้ตื่นจากภวังค์
“ท่านแม่ทัพอาชาพยัคฆ์ขอรับ ท่านมหาเทพให้เชิญท่านไปพบขอรับ” ชายหนุ่มมองไปที่บริวารแล้วพยักหน้า
..........................................................................................................................................................................
ณ ดินแดน์ ดินแดนที่มีแต่ความงามแสนวิจิตรา
“ท่านมหาเทพ ข้าน้อยมาแล้วขอรับ” แม่ทัพอาชาพยัคฆ์ เอ่ยทักพร้อมทำความเคารพ
“ข้ากำลังรอเ้าอยู่ พิทักสินธิ์ มาๆเข้ามาใกล้ๆข้า” มหาเทพทำท่ากวักมือเรียก
“มีเื่อันใดขอรับ” พิทักสินธิ์เอ่ยถาม
“ได้เวลา ที่เ้าต้องไปตามหาวิหคเพลิงแล้ว”
พิทักสินธิ์ได้แต่นิ่งเงียบแล้วฟังต่อ
“เ้าจงไปปกป้องพิทักษ์คุ้มครองวิหคเพลิงจากเหล่ามัจจุราช ซึ่งตอนนี้พวกเขายังคงหาวิหคเพลิงไม่เจอ แต่ข้าััพลังของวิหคเพลิงได้ ในไม่ช้าเหล่ามัจจุราชก็จะเจอตัววิหคเพลิงเช่นกัน”
“เ้ารู้ใช่ไหมวิหคเพลิงจะจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น จนกว่าดวงตาที่ 3 จะถูกเปิด” มหาเทพจับที่หัวไหล่พิทักสินธิ์ แล้วพูดต่อ
“อีกเื่ที่เ้าต้องรู้ ชะตากรรมของวิหคเพลิงที่มหาเทพองค์ก่อนสร้างขึ้นมา เพื่อให้วิหคเพลิงกำเนิดสิ่งดีงามแก่สรรพสิ่ง แต่หากวิหคเพลิงทำความผิดเอง บทลงโทษนั้นแม้แต่ข้าก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตาได้ วิหคเพลิงจะยังมีวิบากกรรมและบุพเพสันนิวาสกับบุคคล 2 คน คนที่จะค้นหาวิหคเพลิงเจอ ก็คือคนที่มีวิบากกรรมและบุพเพกับวิหคเพลิงเท่านั้น ละเ้าก็คือบุพเพของวิหคเพลิง”
“ขอรับท่านมหาเทพ” พิทักสินธิ์ตอบรับ
“เมื่อปิดประตูมิติได้ ความสงบจะบังเกิดแก่ทุกสรรพสิ่ง ถึงตอนนั้นข้าจะจัดการเื่ของเ้าให้เข้าที่เข้าทางเสียที เ้าน้องรัก” มหาเทพตบที่ไหล่ของพิทักสินธิ์เบาๆ ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
ส่วนตัวพิทักสินธิ์เอง เขาก็อดดีใจไม่ได้ หากจบงานนี้แล้ว เขาจะสามารถใช้ชีวิตกับคนที่เขารักและรอคอยมานานเหลือเกิน
..........................................................................................................................................................................
ณ ดินแดนมนุษย์โลก
ขณะที่ทิพย์เลือกซื้อหนังสืออยู่ เธอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเอะอะโวยวายเลยหันไปดูตามเสียงนั้น เ้าของเสียงนั้นมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ทั้งบ่นทั้งตระโกนอยู่คนเดียวเหมือนคนสติสตังไม่ครบ
“ให้ตายสิ ความเจริญรุ่งเรือง ความสวยงามเหล่านี้ เมื่อไหร่ข้าจะได้แตะต้องมัน” หญิงสาวคนนั้นบ่นพรืมพร่ำพรรณนาคนเดียวเหมือนคนบ้า ทิพย์ยืนมองอยู่พักใหญ่ จนหญิงสาวรู้สึกตัวได้ว่ากำลังถูกมองจึงหันหน้ามองมายังทิพย์
“เอ๊ะ!! นังคนนั้นเห็นฉัน เห็นฉันแน่ๆเลย” หญิงสาวคนนั้นทำท่าทางตื่นเต้นดีใจ
ทิพย์แอบคิดในใจ “เวรละสิ..ยัยบ๊องนั้นรู้ว่าฉันเห็นเธอละ”
เมื่อทิพย์รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ตัว ก็ทำท่าทางไม่เห็นเพื่อจะแกล้งเดินหนีไป แต่ไม่ทันจะหันหลังเดินหนี หญิงสาวคนนั้นก็วิ่งมาขวางหน้า กางแขน 2 ข้างออก ขวางทางไว้
“จริงๆด้วย เ้าเห็นข้าจริงๆด้วย” หญิงสาวทำท่าทางตื่นเต้นดีอกดีใจ
ทิพย์อึกอักก่อนจะตอบ “ฉันต้องรีบกลับบ้านแล้ว..ถ้าไม่มีธุระไรช่วยหลีกทางฉันเถอะนะ”
“มีสิ ธุระน่ะ ..แต่ๆเอาไว้ก่อน ก่อนอื่นฉันชื่อธารบุษบา ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกบุษบาเฉยๆก็ได้นะ ฉันมันคนกันเองไม่มีพิธีรีตองไร ฮ่าๆ”บุษบาพูดไปหัวเราะไป ท่าทางมะโลกโขกเขกของเธอช่างหาความเป็สตรีแทบไม่ได้เลย
“แล้วเ้าชื่ออะไร” บุษบาหันมาถามทิพย์
“ทิชาทิพย์ เรียกทิพย์ก็ได้” ทิพย์ตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
“เออๆมานี่ๆ” บุษบาคว้าข้อมือทิพย์ ลากเธอมาหน้าร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นของสตรี
“ทำไมเหรอ?” ทิพย์ถามแบบงงงวย
“เ้าซื้อให้ข้าหน่อยสิ ข้าอยากใส่แบบนี้บ้าง” บุษบาตอบด้วยสายตาวิงวอน
“เนี่ยๆเ้าดูนี่สิ ชุดที่ข้าใส่กี่พันปีมาแล้ว เช้ยเชย นะๆๆ เ้าซื้อให้ข้าหน่อย” บุษบายังคงอ้อนวอน
“ฉันไม่มีเงินหรอก ดูเนี้ยสิ โอ้โห้!! ราคามันแพงมากเลยนะ” ทิพย์พูดจบหันหลังจะกลับแต่ก็ถูกบุษบารั้งไว้
“ชุดนี้มันแพงมากเหรอ ราคามันเท่าทองคำ 1 แท่งรึป่าว?” บุษบา ถาม
“มันก็ไม่ได้แพงขนาดนั้นหรอก ...แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่มีเงินเพียงพออยู่ดี” ทิพย์ตอบแบบเลี่ยงไม่ได้
“งั้นดีเลย เ้ารอข้าตรงนี้ เดี่ยวข้าไปเอาทองคำแพร๊บ ฮ่าๆ ข้าจำจากเด็กแถวนี้มา เขาชอบพูดแพร๊บๆ” บุษบากระซิบกระซาบ ทำตาลอกแลก
“เอาไว้พรุ่งนี้นะ วันนี้ฉันต้องกลับบ้านก่อน” ทิพย์เอ่ยตัดบท
บุษบาทำท่าทางผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับแบบไม่เต็มใจนัก
แล้วทิพย์ก็ได้แยกตัวจากไป แต่ในระหว่างทางเดินกลับ ทิพย์รู้สึกเหมือนมีใครสะกดรอยตาม เธอจึงเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้น แต่เธอก็รู้สึกได้ว่า ยิ่งเธอเร่งฝีเท้าเท่าไหร่ ใครบางคนก็เร่งฝีเท้าตาม ทันใดนั้น ใครบางคนก็คว้าจับที่ข้อมือเธอ ทิพย์ใมากเธอกรีดร้อง และก็มีเสียงกรีดร้องไปพร้อมกะเธอ เธอแปลกใจมาก เมื่อดึงสติได้ จึงเงยหน้าดู
“อ้าว!!บุษบา ฉันในะเนี่ย” ทิพย์บ่นอุบ
“ ข้าก็ใ ทำไมต้องเดินเร็วขนาดนี้ด้วยห้ะ ตามแทบไม่ทัน” บุษบาบ่นกลับ
“ ทำไมเธอไม่กลับบ้าน มาตามฉันทำไม”ทิพย์ถาม
“ก็ข้ากลัวเ้าโกหกข้า หลอกให้ข้ารอเก้อ เลยขอตามมาดูว่าบ้านอยู่ที่ไหน” ทิพย์มองบุษบาแล้วถอนหายใจ
“ฉันไม่โกหกหรอก กลับไปเถอะ ฉันจะเข้าบ้านแล้ว”
“นี่บ้านเธอเหรอ ทำไมจนจัง ขอฉันเข้าไปดูหน่อยได้มั้ย” ทิพย์ยังไม่ทันอนุญาต บุษบาก็เข้าไปแล้ว
“นี่เธอเป็ผี ทำไมเข้าบ้านฉันได้” ทิพย์ถามด้วยความสงสัย
ที่บ้านของเธอ ปู่จะหาสิ่งของศักดิ์สิทธิ์มาไว้ ปกติแล้วสิ่งเลวร้ายจะเข้ามาไม่ได้ รวมทั้งภูตผี สังภเวสีเร่ร่อนต่างๆ
“ ก็ข้าไม่ใช่ผี” บุษบาพูดไปสำรวจบ้านไป
“เป็เทพธิดาเหรอ?” ทิพย์ถามต่อ
“ไม่น่าใช่นะ” ตอบเสร็จบุษบาหันไปเจอขนมที่ป้าแม้วทำไว้
“ทิพย์ๆข้าอยากกินนี่ เ้าเอาให้ข้าหน่อย” บุษบารบเร้า
“แล้วฉันจะเอาให้ยังไงละ”
“จุดธูปสิ” บุษบาบอกด้วยความดีใจ
“ธูปกี่ดอกดี” ทิพย์ถาม
บุษบา ทำท่าครุ่นคิด
“หนึ่ง รึ สอง เอ๊??รึ สาม .....สี่หรือเปล่า รึว่า ห้า” พูดพลางหันมามองหน้าทิพย์เชิงตั้งคำถาม
“เอางี้ ..ถามgoogle ดีมั้ย?” ทิพย์มองหน้าบุษบาแบบสงสัย บุษบาก็รีบตอบทันที
“ก็ข้าเห็นเด็กๆสมัยใหม่บอกว่าไม่รู้อะไรให้ถามgoogle”
พูดจบบุษบาก็ยกมือสองข้างขึ้นพร้อมกัน เชิงถามว่า ตนเองไม่ได้เข้าใจผิดใช่มั้ย?
ทิพย์ยกมือขึ้นสองข้าง ทำท่าทางตอบกลับเช่นเดียวกันกับบุษบาแล้วพูดว่า
“กินเสร็จแล้วรีบๆกลับด้วยนะ” ก่อนจะเดินเอาของไปเก็บ ได้แต่ปล่อยให้ บุษบามองตาม ด้วยสายตาครุ่นคิดเงียบๆ
………………………………………………………………………………………………………
ณ หุบเขา 5พี่น้อง
บุษบาได้กลับมาถึงบ้านแล้ว เหมือนเช่นทุกวันที่เธอต้องเจอสายตาของคนทั้งหมดที่อยู่ ณ หุบเขาแห่งนี้ สายตาที่มีความหวังว่าบุษบาจะพาเ้าของของโซ่ตรวนที่กักขังพวกเขาเจอ แต่แล้วทุกคนก็ผิดหวังเช่นเคย
“ กี่พันปีมาแล้วนะ ที่ข้าตามหาเ้าของโซ่ตรวนนี้” บุษบามองทอดสายตาไปทั่วๆหุบ เขา ทำให้บุษบาคิดย้อนเข้าไปเมื่อดีตนานมา
วันนั้นบุษบาจำได้แม่นราวกับเหตุการณ์ยังเกิดขึ้นใหม่ๆ วันนั้นเป็วันที่ประตูมิติเปิดขึ้นครั้งแรก ทำให้ปีศาจ อสูรกายหลุดขึ้นมา ทำให้เหล่าอาชาพยัคฆ์ต้องออกมาต่อสู้กับเหล่าปีศาจร้าย เกิดการล้มตายมากมาย เหตุเกิดครั้งนั้น เหล่ามัจจุราชได้แบ่งออกเป็ 2 กลุ่ม กลุ่มฏ และกลุ่มที่ภักดีต่อองค์มหาเทพ มัจจุราชกลุ่มฏอยากปกครองตนเอง และสามารถไปได้ในทุกที่ไม่ว่าแดนมนุษย์หรือแดน์ แต่มหาเทพไม่สามารถปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ เพราะเหล่าปีศาจอสูรกายไม่สามารถแยกดีชั่วได้ จะสร้างปัญหาและภัยพิบัติมาสู่์และดินแดนมนุษย์โลกได้
ครั้งนั้นวิหคเพลิง ที่สามารถปิดประตูมิติได้ ถูกมัจจุราชปิดชีพแทงไปที่หัวใจ ส่วนวิหคเพลิงอีกตนยังมีบารมีไม่มากพอที่จะเปิดดวงตาที่ 3 ได้ องค์มหาเทพจึงได้ปกป้องวิหคเพลิงตนนั้นโดยส่งวิหคเพลิงมาหลบซ่อนที่โลกมนุษย์ เมื่อประตูถูกเปิด โซ่ตรวนทองคำที่เป็ในหนึ่งของวิเศษที่ใช้ปิดประตูหลุดออก แล้วตกหล่นมายังหุบเขา 5 พี่น้อง ด้วยฤทธิ์เดชของโซ่ตรวนทองคำได้กักขังทุกคนที่อาศัยในหุบเขา 5 พี่น้องไว้ไม่ต่างจากคุก เดิมทีเผ่าพันธุ์ที่อาศัยในหุบเขา5พี่น้องนี้ จัดได้ว่าเป็ชุมชนเศรษฐี ที่คอยดูแลรักษาสมบัติของดินแดนทั้ง 3 โลกธาตุ เมื่อหุบเขา 5 พี่น้องถูกกักขัง จึงทำให้การขนย้ายทรัพย์สมบัติเข้าออกไม่ได้ การค้าขายของชุมชนหุบเขา 5 พี่น้อง ก็ถูกตัดขาด ทำให้ความมั่งคั่งร่อยหรอลง เหมือนรอวันตาย หากทรัพย์สมบัติที่เฝ้าหมดไปร่างทุกคนในหุบเขาก็จะดับสลาย ทางรอดของทุกคนคือต้องตามหาเ้าของโซ่ตรวนทองเพื่อปลดพันธนาการนี้
ทุกคนในหุบเขาได้รวบรวมบารมีของตนที่ต่างสะสมมามอบให้บุษบา เพื่อช่วยให้เธอหลุดพ้นจากฤทธิ์เดชของโซ่ตรวนได้ เธอจะได้ตามหาและพาเ้าของโซ่ตรวนกลับมา
วันแล้ววันเล่าที่บุษบาพาผู้ที่มองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติมา แต่ผู้คนเ่าั้ก็ไม่มีใครมองเห็นโซ่ตรวนทองคำเส้นมหึมานี้ได้เลย
บุษบามองดูโซ่ตรวนทองคำ ที่ล้อมรอบหุบเขา แล้วน้ำตาเธอก็ไหลรินออกมา
“สักวันหนึ่ง ข้าจะพาเ้าของของเ้า มาพาเ้าออกไปจากหุบเขาของเรา”
บุษบากล่าวสัจจะวาจาออกไป แม้ความหวังที่มีมันช่างดูริบหรี่เหลือเกิน