“ดูเหมือนว่าสัตว์ปีศาจตัวนี้จะเป็นประตูมิติที่ทำให้เราออกไปนอกดันเจี้ยนได้นะคะ..”
เซซิเลียพยายามอธิบายข้อมูลที่ตัวเองเห็นผ่านอาร์ติเฟกซ์ให้สมาชิกกลุ่มได้ฟัง..ซึ่งข้อมูลที่ได้นับว่าน่าตกใจไม่น้อย
“ประตูออกจากดันเจี้ยนมันไม่ได้มีแค่ที่ชั้นล่างสุดสินะ..”
เรเวลกล่าวพร้อมกับมองไปยังสัตว์ปีศาจทรงกลมสีดำสนิทซึ่งตอนนี้กำลังลอยอยู่เหนือพื้นพร้อมกับกลอกลูกตาสีขาวไปมา
“ถ้างั้นจะออกไปต้องทำยังไงอะ…กำจัดมันงั้นหรอ?." เซเลน่าถาม
“เอ๋!?..เดี๋ยวก่อนสิครับ..แล้วภารกิจที่สิ่งโตสีส้มตัวนั้นมอบให้พวกเราล่ะ???…จะทิ้งไปเเบบงั้นหรอ”
“เห้ยทุกคน!…หลบเร็ว!!..มันโจมตีมาแล้ว!!!”
ลำแสงสีรุ้งพุ่งออกมาจากลูกตาสีขาว
เหล่าเด็กหนุ่มสาวทั้ง4คนรีบกระโดดถอยห่างออกจากกัน
เศษขนาดใหญ่ซึ่งหลุดออกมาจากกำแพงเนื่องจากการต่อสู้ที่แล้ว ปะทะถูกแสงสีรุ้งที่พุ่งมาทำให้มิติรอบๆบิดเบี้ยวแล้วสลายหายไปในทันที
เซเลน่ามองไปยังผลลัพธ์นั้น
“ถูกวาร์ปไปงั้นหรอ..”
“ไม่ใช่..เมื่อกี้มันการกัดกร่อนของมิติ..ถ้าเราถูกการโจมตีเมื่อกี้เข้าไป..คิดว่าไม่รอดแน่..และไม่มีทางป้องกันได้ด้วย”
“หา?…รู้ได้ยังไง..”
“ที่เรเวลพูดเป็นเรื่องจริงครับ”
ดูเหมือนเซเลน่าจะสงสัยว่าทำไมผู้ชาย2คนนี้ถึงได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเวทมนตร์มิติเยอะจัง…
“เอาเป็นว่าช่างมันก่อนเถอะ..ตอนนี้ต้องรีบจัดการมันก่อน”
เรเวลกล่าวจบแล้วถีบพื้นวิ่งเข้าไปด้านหน้า..พลางหลบแสงสีรุ้งที่ยิงเข้ามาเรื่อยๆ
‘ไฟเยอร์โบลต์’
กระสุนสายฟ้าเพลิงพุ่งออกจากฝ่ามือปะทะกับทรงกลมสีดำทมิฬ แต่การโจมตีนั้นก็ทะลุผ่านไปแบบง่ายดาย
ตามคาดจริงๆด้วย..เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้มันเคลือบร่างกายมันด้วยเกราะแห่งมิติรอบๆตัวทำให้การโจมตีทุกประเภทที่ผ่านเข้าตัวมันไร้ผล…ฉะนั้นการโจมตีเดียวที่จะจัดการได้
แสงสีรุ้งพุ่งออกมาจากลูกตาสีขาว..เรเวลอาศัยแรงเฉื่อย..ม้วนตัวหลบเป็นครั้งสุดท้ายแล้วถีบพื้นพุ่งขึ้นไปเหนือศัตรูพร้อมกับร่ายสกิล
‘เวทไฟ-โรลลิ่งสเปียร์’
มีแค่การโจมตีผ่านี้เท่านั้น..หอกสีขาวเงินบริสุทธิ์ผ่าแสกกลางลูกบอล
ฉึก!..
เกราะมิติถูกผ่าในทันที เกิดรอยบาดลึกเข้าไปในเนื้อจนเลือดพุ่ง
ตอนนั้นเองมีลูกตาสีดำปรากฎขึ้นกลางดวงตาสีขาว
ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมายังเด็กหนุ่มที่สร้างความเสียหายให้ตนทันที
ตอนนั้นเองมิติรอบๆเกิดบิดเบี้ยวขึ้น..
เด็กหนุ่มรู้ได้ทันทีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น…การโจมตีที่จะลบล้างสสารรอบๆตัวให้หายไปออกจากมิติในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการโจมตีที่ใช้ทำลายสกิลหุ่นจำลองของเซซิเลียนั่นเอง
ถึงจะป้องกันไม่ได้..แต่นั่นมันใช่ปัญหา
→สละ BC 2เกจ
→ใช้งาน Atlas Flame
เปลวเพลิงสีทองห่อหุ้มที่มือข้างขวาเกิดสถานะอมตะชั่วคราวทำให้หลบการโจมตีมิติกัดกร่อนได้และขณะอยู่กลางอากาศตอนนั้นเอง
‘เวทไฟ-คริมสันเฮลิกซ์’
ขณะเด็กหนุ่มตวัดหอกสร้างพายุเปลวเพลิงรูปเกลียวดสปริงเป่าเกราะมิติของศัตรูอีกครั้งแล้วใช้หมัดขวาซึ่งตอนนี้มีเปลวเพลิงสีทองสถิตอยู่ชกเข้าไปในลูกตาสีขาวของศัตรูเต็มๆ
แพละ!
เดิมทีีสัตว์ปีศาจตัวนี้ไม่ได้เก่งเท่าไหร่นัก..แต่คงเป็นเพราะความสามารถทางเวทมนตร์มิติของมันทำให้ระดับเลเวลถูกประเมินสูงไปด้วย..และถ้าไม่เคยเห็นการโจมตีกัดกร่อนมิติรอบตัวที่ใช้ทำลายหุ่นจำลองนั่นมาก่อนคงทำให้หลายคนเสียท่าได้ง่ายๆแน่ๆ
นอกจากนี้หากไม่มีการโจมตีที่สามารถผ่ามิติได้และไม่มีสกิลซึ่งมีไอเฟรม(สถานะอมตะชั่วคราว) ต่อให้เลเวลสูงแค่ไหนก็คงไม่มีทางเอาชนะสัตว์ปีศาจตัวนี้ได้เลยถ้าหากเงื่อนไขไม่ครบต่อให้หลบการโจมตีได้ แต่ฆ่ามันไม่ได้ก็ไร้ความหมาย
แต่ถ้าครบแล้วล่ะก็…คงจะเป็นอย่างที่เห็น
อนุภาคแสงสีขาวบริสุทธ์รวมตัวที่ปลายหอกพร้อมกับเสียงระฆัง
ชาร์จ3วินาทีคงพอ
‘เวทไฟ-โรลลิ่งสเปียร์’
เรเวลตวัดหอกปล่อยคลื่นดาบสีรุ้งซึ่งผ่ามิติได้ออกไป
ศัตรูซึ่งลอยเป็นเป้านิ่งอยู่แล้วถูกผ่าออกเป็น2ซีกคล้ายแตงโมในทันที
ทั้งหมดนี้จบแบบง่ายดายเกินคาด…เล่นเอาหลายคนทึ่งเล็กน้อย..
“ดูเหมือนจะไม่ต้องช่วยเลยแหะ..”
เซเลน่าทำท่าทางห่อเหี่ยวเล็กน้อย..ที่ตัวเองไม่ได้มีบทด้วย
“พวกเราช่วยไปก็ไร้ความหมาย..เพราะไม่มีใครที่จะมีการโจมตีที่ใช้กับเจ้าสิ่งนั้นได้ผล” เซซิเลียกล่าว
“หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อล่ะครับเนี่ย”
รูอันมองเรเวลที่ถอยห่างออกมาจากจุดที่ศัตรูถูกกำจัด
ตอนนั้นเองเศษเสี้ยวของร่างกายที่แยกออกจากกันก็หลอมรวมกลายเป็นประตูมิติสีขาวขึ้น
“ไอนี่คงเป็นทางออกตามที่เธอบอกสินะ..”
เรเวลชี้ไปยังวงกลมสีขาวกลางอากาศที่บิดเบี้ยวนั่น..ซึ่งถ้าเคยเห็นคนใช้เวทมนตร์มิติมาก่อนก็คงดูออกว่าเป็นประตูมิติที่จะพาไปที่ไหนสักแห่งแน่ๆ
“…”
ทุกคนเงียบกริบทันที..
ตอนนั้นเองเซเลน่าเดินเข้าไปสำรวจใกล้ๆแล้วชะโงกหัวออกไป
ทิวทัศน์ที่ปรากฎด้านหน้า..คือทะเลทรายอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
‘นี่มันข้างนอกดันเจี้ยนจริงๆด้วย’
เด็กสาวระงับความตื่นเต้นในใจไม่ไหว..ก่อนจะชะโงกหัวถอยกลับเข้าไปด้านใน
“พวกนายจะเอายังไงต่อล่ะ..ดูเหมือนประตูมิตินี้จะเชื่อมกับทะเลทรายข้างนอกดันเจี้ยนจริงๆด้วย”
เซเลน่าถามความเห็นของเพื่อนๆในกลุ่มที่ร่วมกันเสี่ยงตายมาตลอด
"เอ่อ..คือ….”
“คือว่า…”
ทั้งรูอันและเซซิเลียดูลังเล..ทั้งเขาและเธอทั้งคู่กลอกตาไปมาดูเลิ่กลั่กเล็กน้อย…แล้วหันไปมองทางเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว
“เอายังครับ..เรเวล..พวกเราจะกลับจากที่นี่เลยไหม?”
“คือว่าฉันแล้วแต่คุณเลยค่ะ…”
ทั้งคู่กล่าวด้วยน้ำเสียงปนรู้สึกผิด
เด็กหนุ่มผมขาวในตอนนี้หลับตาลง..ทำหน้านิ่งด้วยท่าทางสงบ…แต่หารู้ไม่ในใจไม่ได้สงบเลย
โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย….อยากกลับบ้านจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ไม่ไหวแล้วกับไอดันเจี้ยนนี่…ติดมาหลายวัน…มีใครไม่อยากออกบ้างงงงงงงงงง
“เห้ออ…”
เรเวลถอนหายใจออกมา
“ฉันอยากกลับก็จริง…แต่ฉันอยากรักษาสัญญากับสฟิงซ์ตัวนั้นมากกว่า…ถ้าหากไม่มีเขาพวกเราก็มาถึงชั้นนี้ไม่ได้..ฉะนั้นต่อให้ออกจากที่นี่ไปและกลับ รร.อัศวินเวทมนตร์ตอนนี้แล้วใช้ชีวิตตามปกติสุข…ฉันคงรู้สึกผิดอย่างมาก…
อีกอย่าง..ชั้นล่างสุดก็มีทางออกเหมือนกัน..แค่ผ่านชั้นนี้ไปได้ก็ไม่มีสัตว์ปีศาจถือกำเนิดแล้ว…ฉะนั้นพวกเราแค่ไปถึงชั้นล่างสุด..เอาคริสตัลมหาเวทมนตร์ แล้วออกไปทางประตูวาปชั้นล่างก็ได้…ผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกัน..ถึงจะเสียเวลานิดหน่อย..แต่อย่างน้อยก็สบายใจกว่าแน่ๆถ้าเราไม่ผิดสัญญา” เรเวลกล่าว..
“อือ..นั่นสินะคะ…”
“นั่นสินะครับ”
“เห้อ..ฉันเข้าใจละ…ตามใจนายก็แล้วกัน”
เซเลน่าเดินกลับมารวมกลุ่มอีกครั้ง…เพื่อจะมุ่งหน้าไปยังบันไดชั้นถัดไป และตอนนั้นเองประตูมิติสีขาวก็ค่อยๆสลายหายไป
พวกเขาทั้ง4หารู้ไม่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้..อาจทำให้ในอนาคตทั้งปาตี้ต้องพินาศเลยก็ได้…เพราะในดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่เป็นมนุษย์…
***
“พวกเราใกล้ถึงแล้วสินะ..ฮิริวเต้..คาบิค่อน”
ชายผมดำเดินเอามือไพล่หลังกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ…ท่ามกลางศพและกองเลือดของสัตว์ปีศาจมากมายนับไม่ถ้วน
“อ่า…จะไปทางลัดกันเลยไหมไรอา”
หญิงผิวสีแทนนามว่าฮิริวเต้พาดดาบง้าวยักษ์ไว้บนหัวไหล่พลางถามชายผมดำถึงการตัดสินใจต่อจากนี้..แต่ก็ถูกคนๆหนึ่งขัดขึ้นมาก่อน
“ใจเย็นๆสิพวกเจ้า…อย่าลืมไปสิว่าเราจะต้องผ่านผู้พิทักษ์ก่อน..ไม่งั้นคงเจาะรูหนอนนี้ไม่ได้แน่ๆ…คิคิคิ”
สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีหัวเป็นแพะ..กล่าวออกมาพร้อมหัวเราะด้วยรอยยิ้มสยดสยอง
“ดันเจี้ยนที่มีแต่พวกมดปลวกนี่มันน่าเบื่อจริงๆเลย…ทำไมงานแค่นี้สมาชิกระดับล่างถึงได้ล้มเหลวกันเยอะจังนะ” ฮิริวเต้ถอนหายใจด้วยน้ำเสียงเซ็งแซ่แกมเบื่อหน่าย
“ตอนนี้พวกเราแค่ทำภารกิจที่ท่านดิมาเรียมอบให้ ให้สำเร็จก่อนพอ…รอก่อนนะ..คริสตัลมหาเวทมนตร์แห่งความมืด..พวกฉันจะไปเอามาเดี๋ยวนี้แหละ…หึหึหึ”