ท่ามกลางความเงียบงันเสียงของใครบางคนได้ดังขึ้นและเรียกสติของทุกคนกลับคืนมา
“หัวหน้า…ตายแล้ว?” ใช่แล้วเป็นเสียงของคนในสังกัดกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทรา พวกเขาทั้งชื่นชมทั้งหวาดกลัวอันซื่อผู้เป็นหัวหน้าของตนฝีมือของอันซื่อนั้นโดดเด่นมากในฐานะผู้เล่นแกนหลักของกิลด์ พวกเขาเคยเห็นคนมากมายถูกอันซื่อเหยียบย่ำแต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครบางคนฆ่าอันซื่อตายอย่างง่ายดาย
ทั้งยังเป็นการฆ่าต่อหน้าสมาชิกกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราหลายสิบคนอัศวินที่ลึกลับคนหนึ่งกลับหายตัวได้ราวกับนักฆ่าและใช้การโจมตีแค่ทักษะเดียวก็สังหารหัวหน้าของพวกเขาไปแล้ว
กระต่ายหมายจันทร์แลบลิ้นด้วยความตกใจก่อนจะพูดในช่องสนทนาของกลุ่ม“ฉันรู้แล้ว!ตอนแรกเพราะมองว่าเมฆาหวนคืนเป็นอัศวินดังนั้นทักษะเผ่าพันธุ์ที่เขาได้รับมามันเลยดูไม่ค่อยมีประโยชน์แต่จริงๆแล้วนี่เป็นทักษะที่น่ากลัวอย่างมากสำหรับการ PK! เขาสามารถฆ่าแนวหลังของศัตรูได้อย่างง่ายดายเป็นทั้งอัศวินและนักฆ่าในคนเดียวกัน”
เมฆครามลอบยิ้มในอนาคตเธอจะได้รู้เองว่าร่างวิญญาณเร้นลับนั้นยอดเยี่ยมกว่าทักษะล่องหนของนักฆ่ามากขนาดไหน
การสังหารอันซื่อนั้นทำลายขวัญกำลังใจของฝ่ายตรงข้ามได้เป็นอย่างดีทว่าเมฆครามไม่ได้หยุดแค่นั้น เขารู้ดีว่าหากอันซื่อเกิดใหม่ในอีกสิบนาทีนับจากนี้เขาจะต้องระดมพลเพื่อไล่ล่าพวกตนเป็นการล้างแค้นอย่างแน่นอนดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำก็คือสลักความกลัวให้กับคนของอีกฝ่ายทำให้พวกเขาไม่กล้าเสี่ยงนำระดับอันมีค่ามาเสียไปฟรีๆอีกครั้ง
เมฆครามส่งสัญญาณให้กับเพื่อนๆซึ่งมันก็เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นฝันร้ายสำหรับคนของกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทรา
“ฆ่าพวกนักเวทกับนักบวชก่อน!”อีกฝ่ายเองก็ไม่ใช่จะมีแต่คนโง่ เมฆครามสังเกตเห็นตั้งแต่แรกว่าในบรรดาคนเหล่านี้มีบางคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาแม้ว่าจะไม่ถึงกับเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดแต่ก็มีบางคนที่จะกลายเป็นกลุ่มผู้เล่นแกนหลักของกิลด์ในอนาคตอย่างไรก็ตามคุณสมบัติของพวกเขาในตอนนี้นับว่าเหมาะที่จะนำมาใช้กระตุ้นให้คนในทีมของเขาพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้น
ฟ้าใสเริ่มใช้ทักษะร่างจิตวิญญาณธรรมชาติของเธอออกมาทันใดนั้นร่างโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นข้างๆพร้อมกับใช้ทักษะบทเพลงสะกดใส่นักฆ่าคนหนึ่งที่กำลังล่องหนและเข้ามาใกล้
นักฆ่าคนนั้นตกสู่สภาวะถูกสะกดทันทีดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหาตำแหน่งของตนเจอได้ยังไง
ฟ้าใสฝึกฝนและต่อสู้กับพี่ชายของเธอหลายสิบรอบแม้ว่าตอนนั้นเมฆครามจะยังไม่มีทักษะร่างวิญญาณเร้นลับแต่เขาก็ใช้กลยุทธ์ซ่อนตัวโดยใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศอยู่เสมอเพราะเหตุนี้ทุกคนในทีมจึงได้เรียนรู้ที่จะสังเกตทุกอย่างรอบๆตัวอย่างระมัดระวังถึงนักฆ่าจะล่องหนทำให้ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าแต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ยังมีร่องรอยบางอย่างให้ตรวจจับได้
ฟ้าใสเหลือบมองไปยังอีกทิศทางหนึ่งจากนั้นก็ใช้บทเพลงสะกดออกไปอีกครั้งเธอกับร่างจิตวิญญาณธรรมชาตินั้นสามารถใช้ทักษะแยกจากกันได้โดยอิสระนั่นหมายความว่าทุกทักษะจะสามารถใช้ออกได้สองครั้งโดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาคูลดาวน์
นักฆ่าอีกหนึ่งคนตกอยู่ในสถานะถูกสะกดเช่นกันก่อนที่ทั้งสองจะถูกฟ้าใสร่ายบทเพลงเทพธิดาทับเอาไว้ทันใดนั้นระเบิดมนตราก็ถูกวางลงไปและระเบิดออกกลืนร่างของทั้งสองเข้าไปนักฆ่าแม้จะมีพลังชีวิตสูงกว่านักบวชและจอมเวทแต่ก็ยังนับว่าเป็นอาชีพที่เปราะบางอยู่ดีโดนระเบิดมนตราเข้าไปทั้งยังติดสถานะบทเพลงเทพธิดาทำให้ได้รับความเสียหายคูณสองพวกเขาจึงแหลกสลายกลายเป็นวิญญาณไปในพริบตา
มังกรคำรามพุ่งเข้าปะทะกับอัศวินและนักรบคลั่งของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่กลัวเกรงเขาหลบการโจมตีได้หลายครั้งโดยที่ไม่เสียโอกาสโจมตีของตัวเองเลยสักนิด พลังโจมตีของเขาก็สูงมากบังคับให้อีกฝ่ายต้องหลบหนีไปทันทีที่ถูกโจมตีหนึ่งครั้งไม่อย่างนั้นพวกเขาก็มีโอกาสถูกสังหารอย่างง่ายดายในการโจมตีครั้งที่สอง
พวกที่หลบหนีคาดหวังที่จะให้นักบวชรักษาแต่ตอนนี้ทั้งนักบวชจอมเวทและนักธนูของกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับฝันร้ายที่ไม่คาดคิดอัศวินผู้หนึ่งกลับทำตัวประดุจนักฆ่าหายตัวไปมาแล้วสังหารพวกเขาทีละคน นักบวชพยายามเล็งที่จะปกป้องเพื่อนแต่ทันทีที่เขาร่ายทักษะออกไปฝ่ายตรงข้ามกลับเปลี่ยนเป้าหมายอย่างรวดเร็วราวกับว่าไม่ได้เล็งโจมตีใส่คนที่ได้รับการปกป้องตั้งแต่ต้น
ไปๆมาๆนักบวชหกคนก็เหลือแค่คนเดียวนักธนูยังเหลือสามคนส่วนจอมเวทเหลือสองคน พวกนักฆ่าที่พยายามเข้าไปใกล้กลุ่มของกระต่ายหมายจันทร์ถูกจัดการจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือสักคนอัศวินกับนักรบคลั่งก็อยู่ในสภาพย่ำแย่พร้อมที่จะตายทุกเมื่อ
แสงสว่างปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างของอันซื่อที่เกิดมาใหม่อีกครั้งหลังครบระยะเวลาลงโทษเขาคำรามด้วยความโกรธพลางชี้คทาไปที่มังกรคำราม
ในตอนนั้นร่างของเมฆครามกลับปรากฏตัวเบื้องหน้าเขาราวกับมายากลอันซื่อมองรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึงเป็นไปได้หรือไม่ว่าเมฆาหวนคืนรอเขาอยู่และคำนวณเวลาเกิดของเขาเอาไว้อย่างแม่นยำ ดังนั้นจึงตอบสนองได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก
เมฆครามย่อมคำนวณเวลาเอาไว้จริงๆเขารู้ว่าศัตรูกำลังตกอยู่ในความโกรธย่อมสูญเสียความคิดที่เยือกเย็นโดยเฉพาะคนที่เย่อหยิ่งและรักในศักดิ์ศรีอย่างอันซื่อเขาจะต้องเกิดใหม่ทันทีที่ระบบอนุญาตอย่างแน่นอนดังนั้นระหว่างที่ต่อสู้เมฆครามก็คอยสังเกตนาฬิกาไปด้วยพอใกล้ครบเวลาเขาก็ใช้ทักษะร่างวิญญาณเร้นลับอีกครั้งสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้เล่นอีกฝ่ายแต่เป้าหมายของเขากลับเป็นตำแหน่งที่อันซื่อนอนตายอยู่
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดใดเพียงแค่ตวัดหอกด้วยทักษะกางเขนแห่งแสงอันซื่อก็กลายสภาพเป็นวิญญาณไปอีกครั้งหนึ่งสูญเสียระดับไปอีกหนึ่งระดับทั้งยังสูญเสียคทาสีเงินของตัวเองไปอย่างโชคร้ายอีกด้วย
เมฆครามเก็บไอเทมที่ตกมาจากอันซื่ออย่างอารมณ์ดีคทาสีเงินระดับยี่สิบนำไปขายก็น่าจะได้หลายหมื่นเครดิต รวมกับไอเทมอื่นๆที่ได้มาจากผู้เล่นของกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทรานับว่าวันนี้เขาได้กำไรไม่น้อยเลย
คนที่ฆ่าศัตรูได้มากสุดย่อมเป็นเมฆครามรองมาก็คือกระต่ายหมายจันทร์ ฟ้าใสและมังกรคำราม เพราะมังกรคำรามรับหน้าที่สู้กับพวกอัศวินและนักรบคลั่งที่มีพลังป้องกันและพลังชีวิตสูงเขาจึงใช้เวลาค่อนข้างนานในการฆ่ากระต่ายหมายจันทร์นับว่าโชคดีเพราะมีฟ้าใสช่วยสนับสนุน ทักษะควบคุมของนักดนตรีนั้นน่ากลัวอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อฟ้าใสมีทักษะร่างจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติเธอสามารถควบคุมผู้เล่นได้หลายคนพร้อมกัน ทั้งยังสลับไปโจมตีด้วยตนเองได้อีกด้วย
หลินหลินเองก็แสดงศักยภาพออกมาอย่างเงียบๆภายใต้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนของเธอทำให้มังกรคำรามไม่ต้องกังวลว่าเขาจะตายเลยแม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับศัตรูหลายคนพร้อมกันและเพราะฝึกซ้อมกับเมฆครามมาอย่างหนักทำให้เธอปลดปล่อยทักษะได้ในจังหวะที่ยอดเยี่ยมอย่างมากไม่ว่าศัตรูจะใช้ทักษะอะไรออกมาเธอก็ตอบสนองได้ทันท่วงทีและทำให้มังกรคำรามไม่ต้องกังวลเรื่องสถานะผิดปกติหรืออาการบาดเจ็บเลย
“เอายังไงต่อดีคะพี่ชาย” ฟ้าใสเอ่ยถามตอนนี้พลังเวทมนต์ของเธอเกือบหมดแล้วเนื่องจากทักษะร่างจิตวิญญาณธรรมชาติใช้พลังเวทของเธอคงสภาพอีกทั้งยังใช้พลังเวทในการใช้ทักษะต่างๆ แม้ว่าเธอจะใช้ทักษะได้สองอย่างในครั้งเดียวแต่มันก็เท่ากับสิ้นเปลืองพลังสองเท่าด้วยเช่นกัน
เมฆครามตอบยิ้มๆ “รอที่นี่สักพักเถอะ”
“โหดเหี้ยมมาก! นายจะบังคับให้พวกนั้นเกิดใหม่ที่เมืองสินะ”มังกรคำรามหัวเราะชอบใจ เดิมทีเขาก็ไม่ค่อยถูกกับพวกกิลด์ใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์อยู่แล้วในอดีตถ้าไม่ใช่เพราะเขาต้องการเงินอย่างเร่งด่วนเขาก็คงไม่เข้าร่วมกับกิลด์ดาบแห่งโลกาและกลายเป็นคู่ปรับคนสำคัญของซิลเวอร์
“ถ้าปล่อยไปง่ายๆพวกมันก็จะกลับมาตอแยสร้างความเดือดร้อนกับเราอีกยอมเสียเวลาสักชั่วโมงก็ช่างมันเถอะ ถึงยังไงพอเราทำภารกิจเสร็จระดับของพวกเราก็คงเพิ่มขึ้นอีกคนละขั้นเป็นอย่างน้อย”
ทุกคนต่างก็เห็นด้วยอย่าได้คิดว่าการถูกตามตอแยโดยกิลด์ใหญ่เป็นเรื่องเล็กๆ ถึงอย่างไรจำนวนคนก็นับว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญอย่างมากสำหรับเกมออนไลน์ต่อให้เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งแค่ไหนถ้าถูกรุมล้อมไม่จบสิ้นก็ยากที่จะรักษาชีวิต ดังนั้นถ้าไม่อยากให้อีกฝ่ายตามมาสร้างปัญหาก็มีแค่ไม่กี่ทางเลือกจะยอมประณีประนอมรับข้อเสนอของอีกฝ่ายหรือไม่ก็ต้องหักดิบจัดการให้เด็ดขาดไปเลย แบบที่เมฆครามทำก็คือการสลักความกลัวให้กับอีกฝ่าย
กิลด์ใหญ่ก็มีข้อเสียในแบบของกิลด์ใหญ่เพราะเป็นกิลด์ที่มีชื่อเสียงและต้องคอยแข่งขันกับกิลด์ใหญ่อื่นๆดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถปล่อยให้ตนเองเกิดความสูญเสียมากจนเกินไปครั้งนี้อันซื่อเสียระดับไปแล้วสองระดับ ผู้เล่นคนอื่นๆก็เสียกันไปอีกคนละระดับ หลังจากที่ถูกเมฆครามกดดันให้ไปเกิดในเมืองไม่ต้องสงสัยเลยว่าสถานะของพวกเขาจะตกต่ำลงไปขนาดไหนการแข่งขันในกิลด์ใหญ่นั้นสูงมากบางทีอาจจะมีผู้เล่นที่โดดเด่นคนอื่นก้าวขึ้นมาแย่งชิงตำแหน่งของอันซื่อไปอย่างง่ายดาย
เมฆครามย่อมเข้าใจสภาพแวดล้อมและแนวความคิดของคนในกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราเป็นอย่างดีตอนที่อันซื่อมีอำนาจไม่ว่าเขาจะสั่งเรื่องไร้เหตุผลแค่ไหนทุกคนก็ต้องยอมทำตามแต่ถ้าอำนาจนั้นหายไปทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ถึงจะบอกว่าอันซื่อมีฝีมือโดดเด่นแต่ก็ใช่ว่ากิลด์จะขาดคนมีฝีมือมีผู้เล่นมากมายที่สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้ครั้งนี้อันซื่อสร้างความเสียหายให้กับกิลด์แม้ว่าจะไม่รุนแรงแต่ตัวเขาก็สูญเสียระดับอีกทั้งยังจะถูกเบื้องหลังของกิลด์เพ่งเล็งอย่างแน่นอน
‘พวกกิลด์ใหญ่ๆที่มีเงินทุนย่อมพัฒนาเร็วขึ้นเรื่อยๆดูเหมือนเราจะต้องดำเนินแผนการให้เร็วขึ้น’ ดวงตาของเมฆครามวาววับไปด้วยแผนการมากมาย เขาต้องการสร้างอำนาจที่ไม่แพ้ต่อกลุ่มการเงินตะวันจันทราและไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้กับผู้ใดทั้งสิ้นเพื่อการนั้นเขาก็จำเป็นต้องมีกิลด์เป็นของตัวเองด้วย
‘ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นอาทิตย์หน้าสินะ’ จากความทรงจำของเขาหลังจากเปิดตัวได้อาทิตย์กว่าๆเกมสงครามสวรรค์ก็ได้เริ่มต้นจัดกิจกรรมใหญ่ขึ้นมาอย่างเป็นทางการเป็นกิจกรรมที่มีผู้เล่นมากมายใช้โอกาสนี้สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองแน่นอนว่าเมฆครามก็เล็งประโยชน์นี้อยู่เพื่อที่จะใช้เป็นจุดเริ่มต้นกิลด์ของเขา ผู้เล่นบางส่วนเข้าร่วมกิลด์เพราะผลประโยชน์แต่ผู้เล่นบางส่วนก็มองหากิลด์ที่สร้างความประทับใจให้กับตนเอง
ยกตัวอย่างเช่นกระต่ายหมายจันทร์เธอไม่เหลือบมองกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราหรือกิลด์ดาบแห่งโลกาเลยสักนิดแต่เธอกลับคาดหวังว่าเมฆครามจะรีบๆสร้างกิลด์ของเขาขึ้นมา นั่นก็คือความประทับใจที่เธอมีแต่เมฆครามบนโลกนี้มีคนมากมายที่เลือกติดตามคนที่พวกเขาชื่นชมและให้ความเคารพ เมฆครามอยากสร้างกิลด์ที่ไม่ถูกสั่นคลอนด้วยผลประโยชน์แบบเดียวกับกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราที่เคยหักหลังเขา
สิบนาทีผ่านไปมีผู้เล่นสองสามคนฟื้นชีวิตขึ้นมาเมฆครามไม่สนใจสิ่งที่พวกเขาจะพูดด้วยซ้ำและลงมือฆ่าคนพวกนั้นทันที
หลังจากนั้นไม่นานศพของพวกผู้เล่นกิลด์สมาพันธ์ตะวันจันทราก็หายไปรวมถึงอันซื่อด้วยเมฆครามหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะนำทุกคนมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของบอสเพื่อทำภารกิจ
“บัดซบ!” อันซื่อที่เกิดใหม่พร้อมกับระดับที่ลดน้อยลงจนต่ำกว่ายี่สิบกัดฟันจนฟันแทบแตกดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้เล่นหลายสิบคนของกิลด์จะถูกผู้เล่นเพียงห้าคนฆ่าตายทั้งหมดอันที่จริงเขาเคยคิดที่จะส่งข้อความไปเรียกสมาชิกที่เหลือมาช่วยแต่หลังจากคิดดูแล้วมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการเพิ่มความสูญเสียดังนั้นเขาจึงต้องระงับอารมณ์ของตนเองอย่างยากลำบาก
ตอนนี้ระดับของเขาตกลงมามากถือว่าสถานะขาดความมั่นคงไปไม่น้อยแล้วถ้ายังทำให้สมาชิกกิลด์เสียระดับเพิ่มขึ้นอีกหลายคนเกรงว่าเขาคงไม่สามารถรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ได้อีก
อันซื่อเรียกตัวผู้เล่นที่มีฝีมือโดดเด่นเพื่อรวมทีมกันและออกไปเร่งเก็บระดับเขาต้องรีบฟื้นฟูระดับกลับคืนมาเพื่อไม่ให้กลุ่มการเงินตะวันจันทราเขี่ยเขาทิ้งหลังจากที่เก็บระดับกลับมาได้แล้วเขาค่อยคิดวางแผนที่จะจัดการกับเมฆาหวนคืนอีกครั้งก็ยังไม่สายตอนนี้สิ่งสำคัญก็คือต้องรักษาเก้าอี้ของตัวเองเอาไว้เสียก่อน