ตอนที่ 8
เริ่มต้นการค้าขาย (8)
การใช้ชีวิตทุกอย่างมันยังคงวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเด็กน้อยจูเฟยกับมารดาได้ช่วยงานท่านยายหวังในทุกๆวันหลังๆมานี่จากการที่นำเอาผักไปค้าขายที่ตลาดมันทำให้ผู้คนนั้นเริ่มรู้จักแผนผักของท่านยายหวังมากขึ้นโดยจูเฟยเองก็ไม่ต้องไปเดินหาลูกค้าด้วยตนเองอีกแล้ว
ตอนนี้แผงผักของท่านยายหวังที่เป็แผงผักเล็กๆเมื่อเปิดร้านแต่ละครั้งทั้งสามก็ต้องช่วยกันหยิบฉวยมือระวิงเพื่อส่งของมากมายให้กับเหล่าลูกค้าที่ต่อคิวกันเป็แถวยาวเหยียด
ผักทุกอย่างทุกครั้งที่นำไปใน่นี้มันยังคงไม่พอต่อความ้าของผู้คน สังเกตได้จากสินค้าทุกอย่างหมดั้แ่ก่อนเที่ยงทุกวันแม้ว่าจะเพิ่มจำนวนเข้าไปแล้วก็ยังมีลูกค้าอีกหลายคนที่ไม่ได้รับแล้วต้องผิดหวังกลับไป
วันนี้ก็เป็อีกหนึ่งวันที่ค้าขายผักทั้งหมดหมดก่อนเที่ยงวันทั้ง 3 เลยช่วยกันหิ้วของกลับมาที่บ้านของท่านยายหวังเพื่อที่จะมาเริ่มทำงานในตอนบ่าย
ทั้ง 3 ช่วยกันกระทำเช่นนี้อยู่ทุกวันเพราะว่าผักนั้นขายหมดเร็วเลยกลับมาช่วยกันทำงานและขยับขยายแปลงผักในยามบ่ายของทุกๆวัน
เมื่อกลับมาถึงทั้ง 3 ก็ได้มานั่งพักเที่ยงแล้วเริ่มกินอาหารเที่ยงด้วยกัน
การเป็อยู่ตอนนี้ของจูเฟยและมารดาดีขึ้นมากเพราะว่าได้เงินจากท่านยายหวัง ยิ่งผักขายได้มากพวกนางก็ยิ่งได้ส่วนแบ่งมากตามไปด้วยจนตอนนี้พอจะมีเงินจับจ่ายใช้สอยอย่างไม่ขาดมือ
แต่มันก็ยังไม่ถึงเป้าหมายที่เด็กน้อยตั้งไว้นางตั้งใจไว้ว่านางจะต้องมีกิจการและธุรกิจใหญ่โตอย่างแรกก็ต้องให้มันใหญ่โตคับเมืองอู่หนานภายในปีนี้
หลังจากที่นั่งกินข้าวกลางวันกันเสร็จทั้ง 3 ก็ได้ช่วยกันลงแรงอีกครั้งตอนนี้ที่ดินของท่านยายหวังมีแปลงผักปลูกอยู่ถึง 13 แปลงแล้ว แน่นอนว่ามันเป็จำนวนที่ถือว่ามากพอสมควร
แต่ว่าตัวของตัวเองก็รู้ดีว่ามันยังไม่เพียงพอจริงอยู่ถ้าว่าถูกมากเกินไปมันจะเป็ที่เกินความ้าแล้วก็จะกลายเป็ว่าผักเ่าั้กลายเป็หาได้ง่ายดาย
นางไม่เคยลืมคำที่ท่านยายหวังบอกเอาไว้ว่าที่ดินแปลงนี้มันมีความสามารถที่ทำให้พืชผลเจริญเติบโตได้รวดเร็วและออกดอกออกผลงามยิ่งนัก เพราะฉะนั้นนางต้องปลูกผักเอาไว้เพียงแค่เพียงพอต่อจำนวนการขายเท่านั้น
ครั้นจะส่งของพวกนี้ออกไปขายนอกเมืองก็คงจะไม่ได้เพราะว่าผักร้านของท่านยายหวังยังคงเน้นที่คุณภาพและความสดใหม่ ผักเหล่านี้มันยังไม่มีกรรมวิธีภายในยุคนี้ที่ทำให้มันส่งออกไปได้โดยที่ยังคงความสดใหม่ได้เพราะเช่นนั้นยังไม่ถือว่าเป็สินค้าส่งออก
นางเห็นว่าก็ควรจะลงแรงปลูกเพียงแค่ที่เพียงพอต่อการขายให้กับเหล่าชาวเมืองอู่หนาน แต่หลังจากนั้นก็ควรไปลงแรงกับอย่างอื่นมากกว่าเพื่อเพิ่มรายได้ในทางอื่น
ตอนนี้จูเฟยก็กำลังคิดตามวิสัยของแม่ค้าอยู่ว่าในยุคสมัยเช่นนี้นางจะสามารถหยิบฉวยอันใดที่สามารถมาทำกำไรได้บ้าง
ในขณะที่กำลังลงแรงทำแปลงผักอยู่ก็คิดไปด้วย ทำไปทำมาก็หมดวันอีกครั้งเด็กน้อยเดินกลับบ้านพร้อมกับมารดาเช่นทุกๆวัน
สองแม่ลูกจูงมือกันแน่นพร้อมกับเดินไปท่ามกลางอาทิตย์อัสดงที่กำลังเปล่งแสงสว่างไสวสีส้มอมแดงปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา
ิ่อวี้เฟยนางได้ลอบปรายสายตาของนางมองบุตรสาวที่กำลังครุ่นคิดบางอย่างอย่างขะมักเขม้นอยู่ นางสังเกตได้ั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วว่าบุตรสาวของนางมีท่าทางที่เปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่เด็กน้อย
“ จูเฟยคิดอันใดอยู่น่ะ.. ” อวี้เฟยเอ่ยถามบุตรสาวของตนเองที่กำลังเดินไปครุ่นคิดบางอย่างไปด้วย
เด็กน้อยที่กำลังทำท่าทางครุ่นคิดก็หลุดออกมาจากภวังค์แห่งความคิดของตนเองแล้วเหลียวมองผู้เป็มารดาที่อยู่ข้างกาย“ ไม่มีอันใดเ้าคะ~ ”
จูเฟยแสร้งยิ้มแป้นออกไป
เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งสองก็ได้ทำอาหารกินก่อนที่จะเข้านอน แต่ก่อนจะถึงเวลาเข้านอนจูเฟยเองก็มีเวลาเหลือมานั่งคิดบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตของตนเอง
ภายในบ้านไม้หลังเก่าๆที่มีรูมากมายอยู่ทั่วทั้งบ้านทำให้สายลมเย็นๆในยามราตรีพัดผ่านเข้ามาเย้าหยอกร่างกายอย่างเป็ระยะๆ ภายในบ้านหลังเล็กๆแห่งนี้เด็กน้อยนั่งอยู่ด้านหน้าของตะเกียงน้ำมันที่ให้แสงสว่างสลัวๆ
นางกำลังคิดว่านางควรจะทำยังไงกับชีวิตดี ตอนนี้กิจการแผงผักของท่านยายหวังก็เริ่มไปได้สวยแล้ว นางคิดว่านางเองก็น่าจะหยิบจับอันใดขึ้นมาให้เป็ชิ้นเป็อันมากขึ้นเพื่อสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมา
นางคิดเื่นี้มาตลอดทั้งวันั้แ่เช้าเย็นๆจนตอนนี้จะเข้านอนแล้วก็ยังไม่สามารถคิดได้ เงินเก็บของนางเองก็มีอยู่ในระดับหนึ่งเพราะว่าได้เงินค่าขนมจากท่านยายหวังเป็ค่าแรงทุกวันจนตอนนี้ภายในกระเป๋าน้อยๆของนางมีเงินอยู่ถึง 1 ตำลึง
เงิน 1 ตําลึงมันก็พอจะซื้อของบางอย่างมาลงทุนได้ แต่ว่าจะซื้ออะไรล่ะภายในยุคสมัยนี้ไม่ได้มีพวกเครื่องสำอางหรือว่าแฟชั่นที่จะเป็ที่ดึงดูดสายตากับผู้อื่นด้วย
เื่เครื่องสำอางหรือว่าเื่แฟชั่นจูเฟยคิดว่าตนเองนั้นมีความรู้มากพอควร แต่ว่าตอนนี้นางยังขาดไปหลายอย่างเลยไม่สามารถทำมันขึ้นมาได้แต่ในอนาคตนางจะสร้างมันขึ้นมาอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ต้องสร้างธุรกิจเล็กๆขึ้นมาแล้วค่อยขยายมันให้ใหญ่คับเมืองแห่งนี้ก่อนเพื่อกอบโกยกำไรให้ได้มากที่สุด เงินคือทุกอย่างมันคือสิ่งที่ขับเคลื่อนโลกไม่ว่าจะเป็โรคในยุคนี้หรือโลกในยุคที่นางจากมาทุกอย่างมันก็ต้องใช้เงินในการขับเคลื่อน
การใช้ชีวิตการดำเนินชีวิตในปัจจุบันมันก็ต้องใช้เงินทั้งนั้นของกินของใช้มากมายต่างๆ
หลังจากที่ได้ครุ่นคิดอยู่นานเด็กน้อยก็ได้ตัดสินใจบางอย่างออกมาได้นางตั้งใจว่าในวันพรุ่งนี้นางจะเดินไปสำรวจบางอย่างภายในตลาดเผื่อจะได้คิดบางอย่างออกขึ้นมาได้
ในวันถัดมาแสงอรุณแรกของวันส่องประกายทอแสงสาดส่องเข้ามาด้านในบ้านกระทบใบหน้าของแม่ลูกที่กำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียง ทั้งสองก็พากันตื่นจากห้วงนิทราอันแสนหอมหวานแล้วก็แสดงท่าทางเดียวกันนั่นคือบิดร่างกายไปมาเพื่อขับไล่ความี้เี
ั้แ่ได้ย้ายมาทำงานกับท่านยายหวังิ่อวี้เฟยก็ไม่ต้องออกไปทำงานในยามเช้าตรู่แล้วแถมยังได้กลับบ้านรวดเร็วกว่างานที่นางเคยทำเสียอีก
หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จแม่ลูกก็พากันเดินไปที่บ้านของท่านยายหวังแล้วเริ่มจัดเตรียมผักที่จะนำไปขายในวันนี้
ผักที่จะนำไปขายในวันนี้ก็เพิ่มจำนวนขึ้นไปอีกระดับหนึ่งจากแปลงผักที่มันเพิ่มขึ้นแล้วได้ผลผลิตที่มากขึ้น หลังจากนั้นสตรีทั้งสามก็แบกข้าวของพะรุงพะรังพากันเดินไปที่เมืองอู่หนานที่อยู่ถัดไป
เื่นี้จูเฟยได้ลองคุยกับมารดาและท่านยายเอาไว้แล้วอีกไม่นาน พวกนางคงจะต้องเช่ารถม้าเพื่อให้ขนผักและของทุกอย่างไปในทุก่เช้า
ลำพังในตอนนี้ทั้งผักทั้งทุกอย่างพวกนางทั้งสามก็ช่วยกันแบกจนมันเต็มไม้เต็มมือไปหมดแล้ว และถ้าในวันนี้จำนวนผักยังไม่พออีก แล้วมันต้องเพิ่มอีกพวกนางก็ต้องจ้างรถม้าเพื่อมาขนย้ายผักในทุกๆเช้า
แน่นอนว่ามันไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่หนักหนาเพียงใดเพราะค่าจ้างต่อรอบมันก็ไม่ได้สูงมากเพียงนั้น
เมื่อเดินทางไปถึงตลาดก็ได้พบว่ามีลูกค้าส่วนหนึ่งมายืนรออยู่ก่อนที่ร้านจะเปิดเสียอีก ผู้คนเริ่มติดใจผักที่ร้านยายหวังมากขึ้นเพราะคุณภาพที่ดีกว่าร้านอื่นและราคาที่ถูกกว่า ตอนนี้มีลูกค้าประจำมายืนรออยู่หน้าร้านก่อนแล้ว
ทั้งสามช่วยกันตั้งแผงแต่ก่อนจะเปิดแผงผักให้ซื้อขายกันมันก็มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นเื่ลำดับการมาก่อนมาหลังลูกค้าด้านหน้าร้านเริ่มถกเถียงกัน
จูเฟยที่ยืนอยู่ก็เห็นท่าทางไม่ดีแล้วก็เข้าเลยไปเจรจาไกล่เกลี่ยให้
“ ท่านป้าทั้งสองเ้าคะ~ ” เด็กน้อยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานๆพร้อมกับส่งรอยยิ้มแป้นอันน่ารักน่าเอ็นดูประหนึ่งแม่ค้าตัวน้อยไปให้กับแม่นางสองผู้นั้น
ทั้ง 2 ที่กำลังทะเลาะกันอยู่ยกใหญ่ก็หันมามองเด็กน้อยพร้อมกับยิ้มรับ แม้นางจะทะเลาะกันเพียงใดแต่เมื่อมีเด็กตัวน้อยเข้ามาพูดคุยด้วยเช่นนี้พวกนางก็ควรจะทำตัวให้สมเป็ผู้ใหญ่
“ ว่าอย่างไรยัยหนูจู ” แม่นางผู้หนึ่งได้กล่าวขึ้นมา ตอนนี้ลูกค้าแผงที่เป็ขาประจำก็ต่างรู้จักจูเฟยหมดเพราะว่าเด็กน้อยผู้นี้เป็คนที่ชักชวนพวกนางมาซื้อผักร้านนี้
“ เอาเช่นนี้มั้ยเ้าคะ..เดี๋ยวครั้งนี้ข้าจะขายให้พวกท่านทั้งสองคนพร้อมๆกันก่อนแล้วครั้งหน้า ข้าจะวางตัวเลขเอาไว้ด้านหน้าร้านผู้ใดมาถึงก่อนก็หยิบตัวเลข 1 และมันก็จะมีลำดับถัดไปเรื่อยๆ มันคือบัตรคิวของพวกท่าน” จูเฟยออกความคิดเห็นราวกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง นางคิดเื่บัตรคิวออกได้ทันทีหลังจากที่ร้านผักของท่านยายหวังเริ่มมีลูกค้าขาประจำมายืนรออยู่หน้าร้านั้แ่ตอนร้านยังไม่เปิด
ถ้าตัวของนางไม่แก้ไขปัญหาในครั้งนี้มันจะต้องเป็ปัญหาที่เป็อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆในอนาคตอย่างแน่นอนสู้แก้ไขให้มันจบในครั้งนี้เลยเสียจะดีกว่า
จูเฟยออกกฏทันทีและเหล่าลูกค้าขาประจำของร้านผักท่านยายหวังก็เข้าใจได้และเห็นด้วยกับเื่นี้
และแล้ววันนี้ผักที่นำมาและเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเมื่อวานก่อนมันก็หมดอย่างรวดเร็วเหมือนทุกวันแล้ววันนี้ก็มีลูกค้าอีกหลายผู้ที่ยังไม่ได้รับผักติดไม้ติดมือกลับไป
หลังจากทำเื่ทุกอย่างเสร็จจูเฟยก็ได้กล่าวกลับมารดาและท่านยายหวังว่านางมีธุระหลายอย่างที่ต้องไปกระทำเลยบอกให้ทั้งสองเดินกลับไปก่อนเดี๋ยวนางจะเดินตามไปทีหลัง
ทั้งสองก็เห็นว่าจูเฟยเป็เด็กที่ฉลาดและดูน่าจะคุ้นเคยกับเส้นทางต่างๆดีมากพอสมควรแล้วเลยวางใจให้นางไปได้
หลังจากที่มารดาและท่านยายหวังเดินกลับไปก่อนเลยก็เริ่มทำการเดินสำรวจตลาดทันที แต่ก่อนที่นางจะเริ่มเดินสำรวจตลาดนางต้องไปจ้างช่างให้แกะสลักแผ่นไม้เพื่อนำมันมาทำเป็บัตรคิวสำหรับร้านผัก
หลังจากที่จ้างวานช่างอยู่นั้นก็ใช้เวลาที่ต้องรอรับแผ่นไม้เ่าั้ในการเดินสำรวจส่วนต่างๆ นางเดินไปสำรวจของมากมายที่ถูกค้าขายอยู่ภายในเมืองตอนแรกที่เข้ามาภายในเมืองนั้นก็เคยเดินสำรวจแล้วครั้งนึงแต่ครั้งนี้ก็ลองเดินสำรวจดูอีกครั้งหนึ่งเผื่อว่าจะได้ความคิดหรือไอเดียใหม่ๆขึ้นมา
เดินไปเดินมาก็ได้พบเข้ากับร้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณซอกมุมเล็กๆที่แยกออกไปจากถนนเส้นหลัก เด็กน้อยสงสัยเพราะเห็นว่าที่ร้านแห่งนั้นมีกลิ่นหอมบางอย่างพัดโชยออกมาตามสายลมและมาเตะเข้ากับจมูกน้อยๆของนาง
จูเฟยทำใบหน้าสงสัยก่อนที่นางจะพาร่างกายของตนเองมุ่งตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อไขข้อกระจ่างให้กับปัญหาที่ปรากฏขึ้นอยู่ภายในใจ
จบตอน