พระเจ้าต๋องซือ อ้วนสุดเมื่ออัพเกรดเป็นเจ้าแล้ว ก็สำคัญตนว่าเป็นฮ่องเต้เลยทีเดียว ..จึงจำต้องแสดงอำนาจให้โลกนี้เป็นที่ประจักษ์เริ่มจาก ลิโป้ที่บังอาจหยามเกียรติ ด้วยไม่ยอมส่งตัวบุตรสาวมาให้แก่พระโอรสของเขา หนำซ้ำยังส่งตัว 'หันอิ้น' ให้โจโฉฆ่าเล่นๆเสียอีก !! จึงบัญชาให้เตียวหุนเป็นแม่ทัพคุมทหาร 2 แสนนาย !!! กองกำลังเพื่อใช้โจมตีเมืองชีจิ๋ว เกียวเสงกับตันกี๋เป็นกองหน้า ตันหลันเป็นกองขวา ลุยป๊กเป็นกองซ้าย เอียวฮองกับหันเซียมเป็นกองหลัง เมื่อเข้าเขตแดนชีจิ๋วแยกอีกเป็น 7 กองเกียวเสงไปตีเมืองเสียวพ่าย ตันกี๋ไปตีเมืองกินโต๋ ลุยป๊กไปตีเมืองลองเอี๋ย ตันหลันไปตีเมืองเกียดเซก หันเซียมไปตีเมืองแห้ฝือเอียวฮองไปตีเมืองจุนสัวส่วนทัพใหญ่ของเตียวหุนนั้นไปตีเมืองชีจิ๋ว เพื่อมิให้เมืองใกล้เคียงยกกำลังมาช่วยได้ จึงแยกกันตี 7 สาย เดินทางวันละห้าร้อยเส้น (20 km.) ฝ่ายเสบียงอาหารสั่งเจ้าเมืองกิมเซี่ยง เมืองยวนจิ๋ว ซึ่งเป็นเมืองขึ้นให้จัดเสบียงอาหารแก่กองทัพซึ่งยกไปตีเมืองชีจิ๋วอย่าให้ขัดสน หาไม่แล้วต้องโทษหนักถึงตาย !!! .. แล้วแต่งให้กิเหลงเป็นทัพหนุนยกตามไปอีก ยังไม่พอ !!!ให้โลหอง เลียงก๋อง งักจิว ยกตามไปตรวจตรากองทัพทั้งปวง โดยเร่งรัดให้ทำการอย่างรัดกุม ส่วนอ้วนสุดจะคุมทหารสามหมื่นยกไปต่อภายหลัง ไม่ว่าจะอ้วนสุด หรืออ้วนเสี่ยว ล้วนเป็นกองกำลังที่เข้มแข็ง ทั้งมากบารมีเสมอกันแต่ที่คล้ายคลึงกันยิ่งกว่าคือนิยมรังแกผู้คนที่อ่อนแอกว่า ทั้งบีบบังคับอย่างไร้เมตตา ทั้งกระทำการไม่นึกถึงมโนธรรมแต่อย่างใด แต่การที่ [เกียดเซก] ตกเป็น 1 ใน 7 เมืองที่ต้องถูกโจมตีนั้น ..ก็อาจจะทำให้อ้วนสุดยุ่งยากขึ้น …ยุ่งยากขึ้นมากแล้ว....…..………………….หากอ้วนเสียวซื้อสลาก ก็ควรจะได้รางวัลใหญ่ เมื่อเส้นทางที่ชาวเมืองโยกย้ายไปคือเกียดเซกอย่างไม่ต้องสงสัย เฮอะ!“มันตบตาพวกเราว่ากำลังเก็บตัวฝึกวิชา ..แท้ที่จริงก็เพื่อมาลอบกัดกันแบบนี้สินะ !” แต่ก็นับว่าเป็นข่าวดีของ ‘อ้วนถำ’ เพราะหากเสียรู้บุคคลระดับเจ้าเมืองดำได้ ก็คงไม่เสียหน้ามากมายนัก “เฮ้อ .. ลูกก็คิดอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ย่อมไม่ธรรมดาเป็นอันขาด.. แล้วพวกเราจะจัดการเรื่องนี้กันเช่นไรหรือขอรับ..” ร่องรอยที่ตื้นเขินเหล่านี้ ย่อมหมายถึงเป้าหมายคงเผ่นไปไกลเป็นอาทิตย์ๆแล้ว ..จนป่านนี้คงใกล้จะถึงเกียดเซกเป็นมั่นคง การแก้ปัญหาเมืองร้างอ้วนเสี้ยวแก้ปัญหาด้วยการบังคับพลเมืองกิจิ๋ว โยกย้ายที่อยู่และที่ทำกินมาที่เซียงจิ๋ว หลายหมื่นครัวเรือน ..จากเมืองใหญ่ ถูกย้ายมาเมืองเล็ก .. แต่ไม่มีใครกล้าโวยวาย เพราะในเวลานี้แผ่นดินเข้าสู่กลียุคอย่างเต็มรูปแบบ มีฮ่องเต้แต่ก็ไร้อำนาจการปกครองโดยสิ้นเชิง ฝ่ายขุนศึกตั้งตนเป็นใหญ่บีบบังคับประชาชนทั้งแผ่นดิน …แม้ชาวเมืองเซียงจิ๋วได้ถูกปลดปล่อยไปแล้ว ก็ย่อมมีชาวเมืองอื่นๆ ต้องมารับกรรมแทน เป็นตัวตายตัวแทนอยู่ในลักษณะนี้ ..จนมิอาจคาดคะเนถึงจุดจบแห่งความโกลาหล และเมื่อใดแผ่นดินนี้เกิดสันติสุขที่แท้จริงได้เลย..*************--------------เมืองเกียดเซก---------------สาวน้อย ‘หลิงจี’ ควรจะดีใจ ? หรือควรจะโกรธแค้นใจ ? ที่โดนชายคนรักหลอกลวงอยู่นานหลายเดือน ?หนำซ้ำพาผู้คนติดตามมามากมาย ..หลายหมื่นคน !!!แต่นั่นยังไม่อาจเปรียบได้กับความผิดที่เกินจะอภัย …สาวงามผู้นั้น !!!‘เจาจวิน’ องค์หญิงแห่งทุ่งกว้าง ..ผู้งดงามโดยธรรมชาติ แม้มิได้แต่งเติม แต่กลับทำให้สตรีโฉมงามอย่างหลิ่งจีถึงกับวิตกกังวล“องค์หญิง ‘เจาจวิน’ จะมาอาศัยอยู่กับพวกเรา ..ซักระยะ”…..…….………..จากเดิมที่ตั้งท่ากีดกัน ..แต่เมื่อได้ฟังชะตากรรมอันหน้าเศร้าของหญิงสาวผู้นี้ มันจึงทำให้ทั้งสองนาย-บ่าวถึงกับหลั่งน้ำตา …หลิ่งจี พยายามลูบหลัง ‘เจ้าขาว’ ให้คลายโศกเมื่อเห็นม้าประหลาดตัวนี้ ‘อิน’ จนเสียอาการมันพยายามชักชวน ‘นายใหญ่’ ของมันไปช่วยล้างแค้น ไอ้คนที่ชื่อ ‘เป่ยตี๋อ๋อง’ นั่น !! แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม ย่อมไม่มีใครสามารถยกกำลังพลจาก [เกียดเซก] ไปไหนได้ทั้งนั้น.. เพราะ ‘ตันหลัน’ นายทัพของอ้วนสุด บัดนี้ยกกำลังพลมาล้อมทั้งเมืองไว้หมดแล้ว