“ คุณชาย เราจะทำยังไง ”
เหล่าคนจากตระกูลหานหลบออกมาจากซากโบราณสถาน สภาพภายนอกของมันยังคงเหมือนเดิมไม่ต่างจากตอนเข้าไป แต่ข้างในเหลือเพียงแค่หลุมลึกเต็มไปด้วยเศษซากทางเดินที่กองทัพถมกัน หากเขากลับเข้าไปข้างในพวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอนเพราะมีมอนสเตอร์มากมายรวมตัวกันอยู่ตำแหน่งนั้น
“ ไปเขต X ”
คุณชายหานสั่งให้ผู้อาวุโสอีกคนไล่สังหารเฉินห่าวให้ได้ จากนั้นให้ผู้อาวุโสอีก 2 คนแย่งหีบสมบัติกลับคืนมา ส่วนตัวของเขาและเลเวล 160 อีกจำนวนหนึ่งจะรีบมุ่งหน้าไปยังเขต X เพราะเชื่อว่าจินม่ายจะต้องเดินทางไปยังเขตนี้อย่างแน่นอน
เขาไม่รู้ว่าจินม่ายเจอเฉินห่าวหรือยัง แต่หากว่ายังไม่เจอนับเป็นโชคดี ถ้าพวกเขาตามเธอกลับมาได้ทันก่อนจะเข้าสู่เขต X แผนของตระกูลหานยังคงดำเนินต่อไปได้
เมื่อกลุ่มแยกย้ายกันออกไป คุณชายหานไม่ลืมสังเกตตระกูลเจียงเช่นเดียวกัน ปรากฎว่าผู้อาวุโสตระกูลเจียง 4 คนยังไม่ได้ออกมาจากซากโบราณสถาน พวกเขาคงกำลังแย่งหีบสมบัติภายในนั้น
มีเพียงผู้อาวุโสตระกูลเจียง 1 คนที่เดินทางออกมาและกำลังมุ่งหน้าไปยังซากโบราณสถานแห่งที่ 1 มันเห็นว่าได้โอกาสดีจึงรีบวิ่งเข้าไปหาผู้อาวุโสคนนี้เพื่อขอติดตามไปด้วยเพราะรู้ว่าเขากำลังตามหาจินม่าย
---------------------------------------------------------------
“ แกพอจะสังหารเลเวล 180 ได้หรือยัง ”
เฉินห่าวมองสิงโตขาวเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด มันเป็นมอนสเตอร์ตัวแรกที่ต้องสู้กับผู้อาวุโสตระกูลเจียงและตระกูลหาน ทั้งสองขุมอำนาจใช้ไอเทมจำนวนมากไปกับการเล่นงานมันจึงทำให้บาดเจ็บหนักมากกว่ามอนสเตอร์เลเวล 180 ตัวอื่นๆ
“ นายท่าน การฟื้นตัวของข้ายังไม่สูงพอจะสังหารพวกเขา แต่ด้วยความเร็วของข้าในตอนนี้คิดว่าหนีพ้น ”
“ งั้นแค่หนีให้พ้นก็พอ ”
มอนสเตอร์ที่กินเข้ามากำลังถูกย่อยเป็นพลังงาน ถึงอย่างนั้นพลังงานส่วนนี้ยังคงน้อยเกินไปจะรักษาร่างกายของสิงโตขาวให้กลับมาปกติในเวลา 1 ชั่วโมง เขาจึงตัดสินใจให้มันพาหนีก่อนจะวิ่งเข้าสู่ซากโบราณสถานหมายเลข 1
ขาเข้ามากับเจ้าหน้าที่หยางเขาใช้เวลาไปทั้งหมด 5 วัน ขากลับเฉินห่าวคิดว่าไม่เกิน 3 วันก็ออกไปได้ เนื่องจากว่าเขาจดจำแพทเทิร์นของการเคลื่อนที่ผนังได้ทั้งหมด นอกจากนั้นแล้วเขายังมีสกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดที่ทำให้เขาเจอทางลัดที่ทำให้วิ่งออกจากที่นี่ได้เร็วมากยิ่งขึ้น
“ นายท่านข้าไม่รู้เส้นทาง ”
สิงโตขาวบอกความจริง มันไม่เคยเข้าสู่ซากโบราณสถานแห่งนี้เลยจึงไม่รู้ว่าจะต้องไปเส้นทางไหน เฉินห่าวจึงบอกให้มันตามด้ายพลังงานไป เขาจะบอกเส้นทางให้กับมัน
สิงโตขาวเห็นด้ายลอยอยู่ด้านหน้ารีบวิ่งเต็มกำลัง ต่อให้จะเจ็บปวดทุกก้าวที่ออกวิ่งก็ตาม มันกลับรู้สึกเย็นทั่วร่างจากบาดแผลที่กำลังสมานตัว
“ อย่าปล่อยให้มันหนีรอดไปได้ ”
ผู้อาวุโสของตระกูลหานพุ่งเข้าไปในซากโบราณสถานหมายเลข 1 ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้วิ่งย้อนกลับทางเดิมเพราะต้องการไล่ล่าใครบางคน ทันทีที่หนึ่งในผู้อาวุโสนำไอเทมแกะรอยออกมาใช้งาน รอยเท้าสีฟ้าก็เริ่มปรากฎบนเส้นทางเดิน
เมื่อเห็นรอยเท้าขนาดใหญ่ของสิงโตถูกทิ้งเอาไว้พวกเขาจึงรีบวิ่งตามไปด้วยความไวหวังให้ทางเดินยังไม่เปลี่ยนรูปแบบ
“ ผู้อาวุโสหก เราก็วิ่งตามมานานแล้วทำไมยังไม่เจอมันเลย ”
มีเพียงร่องรอยทิ้งเอาไว้ตามเส้นทาง สิงโตขาวยังคงหายไปจากการมองเห็น พวกเขามั่นใจว่ามันบาดเจ็บหนัก ต่อให้มีเลเวลสูงถึง 180 ไม่น่าจะทิ้งห่างพวกเขาได้ไกลมากขนาดนี้
จากร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้กลับทำให้พวกเขากลัวว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีกฝ่ายจะออกจากซากโบราณสถานได้ก่อนจะถูกพวกเขาสังหาร ผู้อาวุโสหกจึงควักไอเทมอีกอย่างออกมาใช้ลักษณะของมันคล้ายกับพรมเช็ดเท้า เมื่อมันลอยตัวอยู่กลางอากาศก็ได้ขยายตัวจนมีความใหญ่ยาวพอจะให้ผู้อาวุโสทั้ง 3 คนขึ้นขี่ พวกเขาจึงไม่รอช้าขี่พรมไล่ตามสิงโตไปในทันทีจน 2 ชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็เริ่มเห็นก้นสีขาวส่ายไปมาจากการวิ่งหนี
“ ตามมาจนได้สินะ ”
เฉินห่าวหันมองด้านหลังโดยไม่แสดงออกถึงความกลัวแต่อย่างใด เขารู้อยู่แล้วว่าจะต้องต่อสู้กับผู้อาวุโสตระกูลหาน การที่เขาไม่ได้หวาดกลัวเลยก็เพราะว่าสิ่งที่นั่งอยู่เป็นเลเวล 180 หากอีกฝ่ายต้องการฆ่าเขาจะต้องทุ่มสุดกำลัง
ทันใดนั้นเขาก็พบเข้ากับแสง 3 สีส่องมาจากด้านหลัง ผู้อาวุโสทั้งสามใช้ดาบเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าพรสวรรค์ของพวกเขาคือการควบคุมธาตุจึงทำให้มีแสงที่แตกต่าง หนึ่งคนควบคุมไม้ หนึ่งคนควบคุมลม ส่วนอีกคนควบคุมเปลวไฟ เฉินห่าวที่มองย้อนกลับไปเห็นภาพดาบบินเวียนวนรอบๆตัวผู้อาวุโสทั้ง 3 รู้สึกตื่นเต้น
มันไม่ใช่จิตแห่งดาบแต่เป็นการส่งมานาเข้าควบคุมดาบให้บินได้ พลังทำลายที่เกิดขึ้นมาจากมานาของตัวผู้ใช้ เพียงพริบตาที่เขาหันมองกลับไป ดาบทั้ง 6 เล่มจากผู้อาวุโสทั้ง 3 ได้พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วไวหวังจะแทงเขาและสิงโตให้พรุน
เฉินห่าวตบมือลงไปบนหลังสิงโตสองครั้งแล้วเรียกใช้หนึ่งในวรยุทธ์ของสำนัก วรยุทธ์หุ่นเชิดเทพเซียนสังหารที่สามารถใช้เชิดหุ่น ควบคุมศพและควบคุมผู้ที่ยอมศิโรราบ ความสามารถของมันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ควบคุม
แม้จะมีข้อจำกัดมากมายเฉินห่าวกลับแก้ไขมันด้วยสกิลปรับแก้ข้อผิดพลาด ก่อนที่เขาจะเข้าควบคุมร่างของสิงโตขาวจนมันกระโดดหลบดาบทั้ง 6 ด้วยการใช้ผนังทั้ง 4 ด้านของทางที่กำลังวิ่ง
พิ้วพิ้ว!
เหล่าผู้อาวุโสมองภาพเบื้องหน้าด้วยท่าทางตะลึงงัน สิงโตขาวมีความสามารถในการวิ่งเหยียบอากาศ มันสามารถวิ่งขึ้นไปเหยียบบนเพดานได้ราวกับไร้น้ำหนักจนโจมตีพลาด
ดาบทั้ง 6 กลับพยายามพุ่งเข้าโจมตีเช่นเดิม อย่างไรก็ตามดาบบินทั้ง 6 กลับถูกชายที่ขี่อยู่บนหลังสิงโตตวัดมือไม่กี่ครั้ง ดาบที่พุ่งเข้าหาเขาก็ร่วงราวกับว่าวขาด แต่ละเล่มล้วนร่วงเข้าสู่มือของเฉินห่าวก่อนที่เขาจะเก็บเข้าสู่ช่องเก็บของจากนั้นก็วิ่งหนีด้วยใบหน้าเบิกบานใจเพราะดาบทั้ง 6 ชิ้นเป็นอาวุธที่ดีไม่น้อย
“ มันทำได้ยังไงกัน !? ”
บนใบหน้าของผู้อาวุโสทั้ง 3 เผยให้เห็นความตกใจ เฉินห่าวเป็นเพียงเลเวล 90 กลับสามารถตัดขาดการเชื่อมต่อของทักษะดาบบินที่พวกมันใช้ นับตั้งแต่ฝึกทักษะนี้มามีเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้นที่สามารถแย่งดาบบินไปได้ง่ายๆเช่นนี้
อีกฝ่ายกลับขยับมือไม่กี่ทีก็สามารถฟันผ่าดาบของพวกมันที่บินอยู่บนท้องฟ้าแล้วขโมยมันหนีไป
พรมใต้เท้าเร่งความเร็วให้มากยิ่งขึ้น ผู้อาวุโสทั้ง 3 เสียดาบไปแล้วจึงนำดาบใหม่ออกมา เพียงแต่ว่าดาบในมือกลับแข็งแกร่งไม่สู้ดาบทั้ง 6 ที่ถูกขโมยไป ต่อให้จะเป็นดาบเลเวล 180 กลับเทียบกันกับดาบที่สร้างมาจากวัสดุหายากทั้ง 6 เล่มไม่ได้
ขณะที่ไล่ตามมาทันพวกเขาก็เริ่มโจมตีสิงโตและคนที่ขี่อยู่บนหลัง เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่สังหารสิงโตให้ตายแต่เป็นการสังหารเลเวล 90 ที่ขี่อยู่ ดังนั้นการโจมตีที่ส่งไปยังสิงโตจึงเบากว่าการโจมตีที่ส่งไปยังชายที่นั่งอยู่บนหลังของมัน
เฉินห่าวยังคงควบคุมสิงโตให้หลบการเคลื่อนไหวผ่านการมองจุดบอดของการโจมตีที่ผู้อาวุโสทั้ง 3 ส่งมาในแต่ละครั้ง ในระหว่างที่เขาควบคุมสิงโตหลบหลีกเฉินห่าวไม่ลืมแทงนิ้วส่งจิตแห่งดาบไปยังจุดอ่อนของผู้อาวุโสเพื่อขัดขวาง
ถึงแม้จะไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสได้ก็ตาม การโจมตีจุดอ่อนทำให้อีกฝ่ายค่อยๆเกิดบาดแผลสะสม
“ ได้แค่นี้เหรอ เป็นถึงผู้อาวุโสตระกูลหานจากเมืองใหญ่ ก็นึกว่าจะแข็งแกร่งกว่านี้ แค่โจมตีเลเวล 90 ให้ตกจากหลังสิงโตป่วยหนักก็ไม่สามารถทำได้ เรื่องแบบนี้รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ถ้าเป็นฉันเอาปี๊บมาคลุมหัวเดินแล้ว ”
เฉินห่าวไม่ลืมใช้สกิลซื้อใจยั่วยุเหล่าผู้อาวุโสให้เกิดความโกรธ สกิลนี้ทำให้เขาเห็นจุดบอดเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ทันใดนั้นผู้อาวุโสได้นำดาบบินออกมาใหม่อีก 3 เล่ม เขาจึงใช้วิธีเดิม ต่อหน้าจิตแห่งดาบ ดาบทุกเล่มที่ไม่มีจิตแห่งดาบในการควบคุมจะถูกเขาแย่งการควบคุมมาได้ทั้งหมด
เฉินห่าวจึงใช้จิตแห่งดาบตัดการควบคุมของผู้อาวุโส มันง่ายไม่ต่างจากเขาตัดสายว่าวที่กำลังบินโต้ลม
“ บัดซบ! ”
ต่อหน้าผู้อาวุโสที่กำลังโกรธ เฉินห่าวกลับยิ้มแย้มมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกเพราะได้อาวุธเลเวล 180 มาตั้ง 9 เล่มแล้ว ถ้าหากขายคงได้เงินมาก้อนใหญ่
“ ผู้อาวุโส 6 ถ้าเป็นแบบนี้มันหนีไปได้แน่ๆ ข้าจะใช้สิ่งนั้น ”
เฉินห่าวหูกระดิกเขาได้ยินสิ่งที่ผู้อาวุโสคุยกัน ถึงแม้เขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร มันจะต้องเป็นอาวุธอันตรายแน่นอน
หนึ่งในผู้อาวุโสตระกูลหานพูดจบคว้ามือเข้าไปในแหวนเก็บของก่อนจะโยนลูกบอลทรงกลมเท่ากำปั้นไปด้านหน้า พริบตานั้นมันก็ได้แตกตัวกลายเป็นหมอกหนาปกคลุมพื้นที่
ดวงตาทั้งสองของเฉินห่าวกวาดมองไปรอบๆ จังหวะที่หมอกระเบิดออกมาเขาพบว่าผู้อาวุโสทั้ง 3 หยิบแว่นขึ้นมาสวมทับที่ตาเพื่อให้ตนเองมองเห็นในหมอก
ขณะนั้นเองสิงโตก็เริ่มกระอักเลือดออกมากองใหญ่ เฉินห่าวจึงรีบตรวจสอบพบว่าหมอกไม่ได้แค่ปกปิดการมองเห็น มันกำลังทำลายปอดหลังจากสูดอากาศเข้าไป เขาจึงโคจรมานาขับลมหายใจออกมาจากปอดแล้วเริ่มปิดจมูกด้วยวรยุทธ์เพื่อให้เขากรองอากาศในห้องนี้
สิงโตขาวควบคุมมานาเหมือนกับเขาไม่ได้เฉินห่าวจึงบอกให้มันกลั้นหายใจจากนั้นก็เริ่มมองหาทางหนี
แม้หมอกจะหนาเขาสามารถมองเห็นทุกอย่างได้จากเนตรเซียนหมื่นวิถี จังหวะที่กำลังเห็นจุดบอดสีแดงของหมอกนี้เอง ผู้อาวุโสทั้ง 3 ได้พุ่งเข้ามาโจมตีสิงโตคนละทิศทาง ส่งผลให้ขาหน้าข้างซ้ายถูกโจมตี บริเวณกลางลำตัวของสิงโตมีบาดแผลเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ซึ่งมันป้องกันการโจมตีได้เพียงแค่ครั้ง
“ ตรงนั้น วิ่งไปเลย ”
สิงโตฝืนทนพยายามวิ่งไปตามทิศทางที่เจ้านายสั่ง แม้จะมองไม่เห็นมันกลับวิ่งเต็มกำลังเพราะผู้เป็นนายบอกเกี่ยวกับทุกก้าวที่กำลังก้าวไป เพียงไม่กี่อึดใจมันก็หลบออกมาจากหมอกได้สำเร็จก่อนจะวิ่งหนีไปให้เร็วกว่านี้