ห้องผู้กำกับ สถานีตำรวจภูธรเมืองเอ๊าท์แคนเซิล(ประเทศอริสตา)
"ชาคริต ฉันเสียดายจริงๆที่ต้องย้ายคุณไปที่สำนักงานใหญ่ แต่พวกเบื้องบนสนใจในความสามารถการปิดคดียากๆของคุณมาก"
"ท่านครับเพียงแค่ผมได้สร้างความยุติธรรมเป็รากฐานของตำรวจที่นี่ถึงเวลาที่อยู่ที่แห่งนี้จะเพียงแค่ 4 ปี ผมก็ภาคภูมิใจเป็อย่างยิ่งแล้วครับ" ชาคริตกล่าวตอบด้วยท่าตรงที่สง่างาม
"อืม ขอบคุณสำหรับความลำบากตลอด 4 ปีด้วยละ ถ้าหากมีเื่ลำบากอะไรสามารถมาบอกฉันได้ตลอดเลยนะ" ผู้กำกับกล่าว
"ครับท่าน ขอบคุณมากครับที่ดูแลเสมอมา" ชาคริตโค้งคำนับผู้กำกับ
ชาคริตขนของที่จำเป็ต้องย้ายออกและเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อไปรายงานตัว การย้ายครั้งนี้คือการท้าทายที่ใหญ่ที่สุดเพราะการได้ย้ายเข้าไปในสำนักงานใหญ่เป็เื่ที่ไม่ต่างจากการถูกรางวัลเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านก็ไม่ถือว่าน้อยไป ซึ่งสำนักงานใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติคือที่รวบรวมคดีสุดโหดที่ปิดยากลำบากหรือแม้แต่ไม่สามารถปิดได้จะมารวมกันที่นี่รางวัลนำจับไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านเลยแม้แต่คดีเดียว
สำนักงานใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายสืบสวนสอบสวน
"นี่พวกเราฉันมีเื่มาอัปเดตด้วยนะ"ตำรวจยศสิบตำรวจตรีกล่าว
"จริงหรอบีเวอร์ เื่อะไรละดูจากความกระตือรือร้นของนายแล้วดูท่าจะเป็เื่น่าสนใจพอดู"ตำรวจหญิงยศสิบตำรวจตรีเช่นกันกล่าวถาม
"ก็เื่ที่หัวหน้าคนใหม่ของพวกเรายังไงละ ยศเพียงแค่ร้อยโทแต่ได้เป็ถึงหัวหน้าฝ่ายสืบสวนสอบสวน ปกติแล้วต้องยศอย่างน้อย พันโทเลยนะถึงสามารถเป็หัวหน้าได้ ไม่รู้เบื้องบนคิดอะไรกันอยู่เธอก็คงคิดเหมือนกันใช่ไหมละดีเซร่า" บีเวอร์บ่นขึ้นมา
"ฉันว่ามันก็แปลกจริงๆ" ตำรวจยศสิบตำรวจเอกที่รวมอยู่ภายในกลุ่มแทรกขึ้น
"แปลกจังเลยรุ่นพี่อเล็กซิสก็สงสัยเหมือนกันคงไม่ใช่เื่ธรรมดาแล้ว" ดีเซร่ากล่าว
รองผู้กำกับสเตอรอยเดินมาสำรวจการทำงานของคนในฝ่ายสืบสวนสอบสวน ที่จะเดินตรวจตราเป็ประจำทุก่เวลานี้ของทุกๆวัน ไม่นานเดินมาหยุดอยู่ที่กลุ่มของพวกบีเวอร์
"พวกแกจะทำงานหรืออยากจะออกกำลังกายยามบ่าย หืม" รองผู้กำกับสเตอรอยกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าขนลุก
ทั้งสามคนเห็นอย่างนั้นก็ลุกยืนขึ้นพร้อมเพรียงกันแล้วทำท่าเคารพรองผู้กำกับสเตอรอย
"ท่านครับพวกผมกำลังถกเถียงกันเื่รูปคดีอาชญากรรมเมื่อสามวันก่อนของเมืองโอเว่นครับ"อเล็กซิสกล่าว
"หืม แน่ใจนะว่าพวกแกกำลังถกเถียงเื่นี้กันจริงๆ" สเตอรอยขมวดคิ้วมือทั้งสองไข้วกันกอดอก
"ใช่ค่ะท่าน พวกเรากำลังถกเถียงเื่นี้กันจริง"
"ใช่ครับ พรกเรากำลังถกเถียงเื่นี้"
"อืม งั้นให้ได้ข้อสรุปสำนวนคดีภายในวันพรุ่งนี้ละ" สเตอรอยมุมปากยิ้นขึ้น
"รับทราบครับ/ค่ะ"ทั้งสามคนกล่าวรับปากอย่างพร้อมเพรียง
ไม่นานประตูห้องฝ่ายสืบสวนสอบสวนถูกเปิดออกทั้งสี่คนหันหน้าไปอย่างพร้อมเพรียงปรากฎชายหนุ่มอายุประมาณ 23 ปี หน้าตาหล่อเหลา สวมเครื่องแบบตำรวจยศร้อยโทเดินด้วยท่วงท่าสง่างามไปทางห้องผู้บัญชาการ
"ไอ้หนุ่มนี่หรอหัวหน้าฝ่ายสืบสวนคนใหม่น่าสนใจ ฮึ ฮึ ฮึ" มุมปากของสเตอรอยยกยิ้มขึ้น และเดินหายไปทางห้องสำนักงานใหญ่
ห้องผู้บัญชาการสำนักงานใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
"ขออนุญาติครับ"
"เชิญเข้ามา"
ชาคริตเดินตรงเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม จากนั้นหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของผู้บัญชาการที่กำลังตั้งใจทำงานเอกสาร เขาทำความเคารพจากนั้นกล่าว"กระผม นายชาคริต ดีแซมเบอร์ จะมาประจำตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสืบสวนสอบสวนนับแต่วันนี้เป็ต้นไปครับ"
ผู้บัญชาการเงยหน้าขึ้นมองแล้วถาม "อืม ได้ยินมาว่าคุณไม่ใช่คนของประเทศนี้สินะ"
"ใช่ครับ พ่อของผมเป็คนไทยแต่แม่ของผมเป็คนอริสตาครับ"ชาคริตกล่าวตอบ
"อืม เยี่ยม ฉันได้ยินชื่อเสียงของคุณมาไม่น้อยเลยหวังว่าจะทำผลงานได้ดีเช่นเดิม" ผู้บัญชาการกล่าวต่อ
"ครับท่าน ผมจะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน" ชาคริตกล่าวตอบ
"อืม ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของคุณมีประมาณ 3 หน่วย เพราะฉนั้นจัดแจงให้ดีฉันจะรอฟังผลงานในเร็วๆนี้" มุมปากของผู้บัญชาการยกยิ้มขึ้น
"รับทราบครับ" ชาคริตโค้งคำนับและหมุนตัวเปิดประตูออกไป ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของสำนักงานใหญ่ที่ชาคริตย้ายมาคือพวกหัวกะทิของตำรวจฝีมือดีประวัติของแต่ละคน ปิดคดีระดับกลางมาไม่ต่ำกว่า 7-8 คดีทั้งที่อายุยังไม่มาก
ชาคริตไม่รอช้าจัดของไว้ที่โต๊ะประจำตำแหน่งเรียบร้อยทักทายนายตำรวจและตำรวจยศน้อยกว่าเสร็จแล้ว จากนั้นเร่งฝีเท้าไปที่บอร์ดคดีของสำนักงานใหญ่ที่ประกอบไปด้วยคดีระดับกลางพิเศษไปจนถึงระดับนานาชาติ
เขาทำการสำรวจคดีส่วนใหญ่คือคดีอาชญากรรมที่สุดมหาหินทุกคดี เขาไล่ตรวจสอบจนไปพบเจอ คดีหนึ่งที่เป็คดีปริศนาระดับความยากอยู่ที่ระดับกลางพิเศษแต่คนที่รับคดีนี้ไปทำไม่เคยมีใครรอดกลับมาสักคนเดียว
รายละเอียดของคดีนี้เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในด้านมรดกวัฒนธรรม อารยธรรมโบราณ หมู่บ้านแห่งนี้ถือเป็หน้าเป้นตาสำคัญของประเทศอริสตา แต่อายุของคดีนี้ผ่านมา 30 ปีแล้วแต่ยังไม่ถูกปิดตามกฎหมายมันควรหมดอายุความแล้วแต่เหมือนมันจะเป็คดีที่ไม่มีอายุความแน่นอน คดีปริศนาที่ไม่มีใครแก้ได้ ความเชื่อท้องถิ่นแบบผิดๆการสังหารหมู่โดยไม่สนเื่มนุษยธรรมที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านแห่งนี้ยังไม่ถูกเปิดเผย
"เริ่มต้นด้วยคดีนี้ก็แล้วกัน"