ตอนที่ 58 ไกด์สาว
เอลริคและวิเวียร์ได้แยกย้ายกันไปตามทาง โดยทางเอลริคได้มีพนักงานจากบริษัท Gogle ที่ประจำอยู่ในประเทศ ขับรถมารับพวกเขาถึงสนามบิน ในฐานะที่เอลริคจะมาเป็นหัวหน้าคนใหม่ของพวกเขานั่นเอง
“ประเทศไทย ไม่ได้ขี่ช้างหรอกเหรอ?” เอลริคถามด้วยความใสซื่อ หวังที่จะเรียนรู้ประเทศไทยให้มากกว่านี้ หลังจากถูกวิเวียร์ลูบคมไปแล้วที่สนามบิน
“ไม่ครับ ประเทศไทยมีการเลี้ยงช้างอยู่มากก็จริงแต่นั่นเป็นเพียงแค่อาชีพเท่านั้น ปกติแล้วพวกเขาจะเดินทางด้วยรถยนต์ รถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินครับ สื่อที่ตีแพร่พวกนี้จะบอกว่าเป็นการทำคลิกเบ็ท (Click Bait) ก็ได้ครับ” พนักงานคนหนึ่งที่เป็นคนขับรถมารับเอลริคพูดพลาง ขับพาเอลริคเข้าไปในเมือง
มีตึกรามบ้านช่องที่สูงตระหง่านไม่แพ้ประเทศอเมริกา แม้การสัญจรจะติดขัดจนดูน่าเบื่อหน่าย แต่สำหรับเอลริคและครอบครัวที่ถูกสื่อในประเทศของตัวเอง ต้มจนเปื่อย
มันเลยไม่ต่างอะไรกับการเรียนรู้โลกใบใหม่เลยทีเดียว เอลริคเห็นสะพานยกสูงที่เรียกว่าทางด่วน ได้เห็นวัด ได้เห็นโบสถ์ ได้เห็นมัสยิด อันเป็นสัญลักษณ์ของทั้งสามศาสนา รวมไว้อยู่ในประเทศเดียว
“พุทธ คริสต์ อิสลาม! พวกเขาอยู่ด้วยกันเหรอ?” เอลริคเอ่ยถาม ด้วยความสนใจ ตลอดมานับตั้งแต่เขาเดินทางไปในหลายๆ ประเทศ
ประเทศส่วนใหญ่แล้ว ล้วนแบ่งแยกศาสนากันอย่างสิ้นเชิงและไม่อนุญาตให้คนนอกศาสนาเข้าใกล้พื้นที่ของพวกเขาอีกด้วย
แต่ทว่าในประเทศไทยกลับไม่เป็นแบบนั้น ชาวพุทธสามารถเข้าโบสถ์ของคริสต์ได้ ชาวคริสต์เองก็สามารถเข้าวัดเพื่อไปทำบุญ ตักบาตรหรือเพื่อบวชเรียนก็มี หรือจะเป็นอิสลามแม้จะเป็นศาสนาที่ค่อนข้างเคร่งครัด
แต่กระนั้นผู้คนกลับวิ่งเล่นและพูดคุยกับผู้อื่นนอกศาสนาได้อย่างไม่เคอะเขิน
“ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดรับทุกศาสนาครับ ที่นี่ไม่แบ่งแยก ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างฉันมิตร ขอเพียงไม่เบียดเบียนกันและกัน เพียงเท่านี้ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทยได้สบายๆ แล้วครับ…น่าสนใจมากเลยใช่ไหมครับ” พนักงานพูด พลางชี้สิ่งต่างๆ ให้เอลริคและครอบครัวของเขาได้ดู
“ที่ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมามากมาย จนติดอันดับโลกเลยนะครับ…ผมเองในตอนแรกก็ถูกหลอกมาเหมือนกับคุณ แต่พอได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง จึงรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่แบบนั้นเลย” เมื่อพูดจบ เขาก็พาเอลริคเข้าไปในโรงแรมที่ได้ทำการจองเอาไว้ชั่วคราวให้กับเอลริคได้อยู่อาศัยไปก่อน เนื่องจากค่าที่พักในโรงแรมเองก็มีราคาที่ไม่แพงนักถ้าเทียบกับประเทศของพวกเขา
หากเอลริคต้องการจะอยู่ที่โรงแรมไปตลอดก็ไม่มีใครว่าอะไร เพราะทั้งหมดล้วนเป็นเงินของบริษัทที่จะจ่ายให้
แต่สำหรับเหล่าพนักงานอย่างพวกเขาแล้ว พวกเขาอยู่ในโรงแรมกันจนเบื่อแล้ว สู้ไปเช่าบ้านอาศัยอยู่กับผู้คนพื้นเมืองตามปกติดีกว่า ได้กินของกินพื้นเมืองทุกวัน อร่อยกว่าอาหารในโรงแรมเยอะ
พนักงานบริษัท Gogle ก็ไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มเติม เพราะของอย่างนี้จะไปรบเร้าพาเอลริคไปในที่ๆ ไม่คุ้นเคยก็คงไม่ดี สู้ให้เอลริคได้ปรับตัวเข้ากับประเทศไทยให้ได้เสียก่อน ค่อยว่ากันอีกที
นี้คือเรื่องราวในวันแรกของชายที่ชื่อว่าเอลริค ชายที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวเป็นสำนักงานใหญ่ในภูมิภาค
ส่วนทางด้านของวิเวียร์ บุคลากรจากบริษัท Pineapple เธอไม่ได้มีพนักงานของบริษัทต้นทางมาเป็นไกด์นำทางให้
หนทางของเธอนั้นลำบากกว่าเอลริคอยู่หลายเท่า ทันทีที่ออกมาจากสนามบิน เธอก็ได้พบกับไกด์ส่วนตัวของเธอ ที่จะนำพาเธอเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศไทยในทันที
ไกด์คนนี้เป็นคนที่วิเวียร์จ้างมาเป็นการส่วนตัว เป็นเพียงไกด์ทั่วไปที่มีทักษะทางด้านภาษาอังกฤษที่ดี ซึ่งวิเวียร์ก็ไม่ได้ติดใจหรือเรียกร้องอะไรจากไกด์ เธอแค่ถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในกรุงเทพกับไกด์คนนี้เท่านั้น
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อแพร” หญิงสาวหน้าตาดีในวัย 27 ปีได้เอ่ยทักทายกับวิเวียร์พลางยกมือไหว้
ใช่แล้วไกด์จำเป็นในครั้งนี้ ก็คือแพร พี่สาวของพีท ที่ได้มารับงานเสริมนั่นเอง
อย่างที่รู้กันดี ฐานะทางบ้านของพีทนั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก ค่าเทอมและค่าเล่าเรียนของน้องชายและน้องสาว ล้วนเป็นพี่แพรที่เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด แม้ตอนนี้พีทจะแบ่งเบาภาระทางบ้านไปบ้าง หลังจากที่เธอรู้ว่าพีททำงานพาร์ตไทม์แล้ว
แต่กระนั้น แพรก็มักจะหางานเสริมง่ายๆ ในวันเสาร์ อาทิตย์ มารับงานนอก ดั่งเช่นวันนี้ที่เธอรับงานเป็นไกด์นำเที่ยวให้กับ หญิงสาวจากต่างประเทศนั่นเอง
“ฉันชื่อวิเวียร์ คุณช่วยพาไปยังห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพให้กับฉันหน่อย” วิเวียร์นั้นเป็นเหมือนหน่อยสอดแนม นอกจากเธอจะมาสืบเรื่องของนักพัฒนา Rayzen แล้ว เธอยังมีอีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั้นก็คือ เปิด UStudio ขึ้นที่เมืองไทย เพื่อเป็นช็อปและศูนย์รวมสินค้าของบริษัท Pineapple นั่นเอง
แพรพยักหน้ารับและได้พาวิเวียร์ไปยังย่านศูนย์การค้า อย่างสยามเซนเตอร์ มาบุญครอง ฯลฯ ซึ่งสถานที่พวกนี้ ล้วนเป็นย่านที่มีเงินสะพัดมากที่สุดในประเทศไทยแล้วก็ว่าได้
แพรได้พาวิเวียร์เดินสำรวจไปทั่วทุกซอกมุม ซึ่งตัวของวิเวียร์ก็ได้จดบันทึกจุดที่น่าสนใจต่างๆ ลงในไอแพดของเธออย่างละเอียด
ในระหว่างที่วิเวียร์กำลังจดบันทึกจุดต่างๆ ตามห้างอยู่ ทางด้านของวิเวียร์ก็ได้ขอให้แพรช่วยถ่ายรูปให้กับเธอ เพื่อทำเป็นรายงานส่งไปยังบริษัทด้วย โดยแพรก็ตอบรับคำขอด้วยความเต็มใจ เพราะนี้คืองานง่ายๆ ก็แค่ถ่ายรูปเท่านั้น
เธอถ่ายรูปเสร็จ ในตอนแรกก็นึกว่าวิเวียร์จะเอาไปลงที่ Ibook เพื่ออวดโฉมที่ได้มาท่องเที่ยวเหมือนกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ แพรเลยช่วยแต่งรูปให้กับวิเวียร์ด้วยแอปแต่งรูป Becute ที่พีทน้องชายของเธอ เป็นคนส่งรหัส Redeem Code ที่เป็นรหัสโปรโมชั่นให้กับเธอไปใช้ในการแต่งรูปให้กับวิเวียร์
“คุณใช้แอป Becute ด้วยเหรอ?” วิเวียร์ได้เหลือบมองมือถือของแพร ก่อนจะสังเกตเห็นว่าแพรนั้นใช้แอปแต่งรูป Becute ที่เป็นแอปที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในตอนนี้ แต่งรูปให้กับเธอ
“ใช่ค่ะ มันใช้งานง่ายมากเลย แถมยังใช้งานฟรีอีกด้วย” แพรตอบ…หากแต่คำตอบของแพรนั้นได้สร้างความฉงนให้กับวิเวียร์เป็นอย่างมาก
“ฟรี?! ไม่น่าจะใช่นะ แอปนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายถึงจะดาวน์โหลดไปใช้งานได้นะ คุณเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า” วิเวียร์รู้ดีว่าแอป Becute ไม่มีการแจกให้ใช้งานฟรี ยิ่งมือถือของแพรเป็นมือถือ Uphone จากบริษัทของเธอด้วยแล้ว
ยิ่งไม่มีทางที่แอปนี้จะเป็นแอปฟรีได้ เนื่องจากเธอนี้แหละเป็นคนดูยอดขายของแอปนี้มาโดยตลอด…มีทางเดียวที่แอปนี้จะเป็นแอปฟรี นั้นก็คือ แอปนี้ต้องถูก Jail Brake หรือก็คิดการดัดแปลงแก้ไขเครื่องอย่างผิดกฎหมายนั่นเอง
วิเวียร์ได้ตั้งอคติที่มีต่อไกด์ของเธอในทันที เธอรู้ดีว่าประเทศไทยยังมีปัญหาในด้านลิขสิทธิ์อยู่ค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับตัวเองแบบนี้
กระนั้นในขณะที่วิเวียร์กำลังจะยกเลิกการนำเที่ยวของไกด์คนนี้ ทางด้านของแพรก็ได้ทำการส่งรูปที่เธอแต่งเสร็จแล้วให้กับวิเวียร์ผ่านมือถือ
วิเวียร์เองก็ไม่รอช้ารีบเปิดรูปดู เพราะเธอเองก็อยากรู้หญิงสาวตัวเล็กๆ อย่างแพร เธอมีความสามารถในการ Jail Brake มือถือของบริษัทเธอได้ยังไง อีกทั้งตัวของแอปพลิเคชัน Becute เท่าที่นักพัฒนาในบริษัทของเธอช่วยกันตรวจสอบเพื่อหาช่องโหว่
หวังจะช่วยป้องกันแอปพลิเคชันที่ถูกละเมิดให้กับพัฒนา Rayzen เพื่อเป็นการซื้อใจ ทว่ากลับไม่มีนักพัฒนาคนไหนเลยที่สามารถเจาะแอปพลิเคชัน Becute ได้
วิเวียร์เปิดดูรูปอยู่หลายรูป ‘ปกติ’ ทุกรูปล้วนเป็นรูปภาพปกติ ที่ไม่มีการปลอมแปลงหรือติดลายน้ำจากการ Jail Brake เหมือนกับแอพที่ถูกเจาะระบบเข้ามาเลย
วิเวียร์จ้องมองรูปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความฉงนสงสัย ประเทศไทยมีคนเก่งมากแค่ไหนกันเนี่ย?!
นักพัฒนา Rayzen ก็เป็นคนไทย ที่เธอมาถึงที่นี่ก็เพื่อที่จะค้นหาตัวตนของเขาและเชิญเขาเข้ามาทำงานที่บริษัท Pineapple ของเธอ
แต่ก็ดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะโชคดีอีกครั้ง ที่ได้พบเจอกับไกด์สาวคนนี้ ดีไม่ดีเธออาจจะค้นหาเพชรเม็ดงามไปฝากบริษัทอีกคนก็ได้
“ฉันขอดูมือถือของคุณได้หรือไม่?” วิเวียร์อยากที่จะตรวจสอบมือถือของไกด์สาวของเธอ เพื่อตรวจสอบหาการ Jail Brake เพื่อถึงยังไง ไกด์สาวก็คงจะไม่รู้ว่าเธอคือพนักงานของบริษัท Pineapple ที่ถูกส่งมาที่ประเทศไทย
แพรดูลังเลเล็กน้อยที่จะยื่นมือถือให้กับคนแปลกหน้า เพราะสำหรับทุกคนมือถือนั้นเปรียบเสมือนของส่วนตัว การให้คนอื่นตรวจเช็กมือถือแบบนี้ มันเลยออกจะแปลกๆ อยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นแพรก็ยอมยื่นมือถือของเธอให้อีกฝ่ายไปในที่สุด
วูบ~วาบ
วิเวียร์สไลด์มือถือของแพรไปมาๆ ด้วยความคล่องแคล่วดูก็รู้ว่าเธอคุ้นชินกับมือถือรุ่นนี้เป็นอย่างมาก เธอปัดหน้าจอพิมพ์คำสั่งตรวจสอบเบื้องต้นที่มีแต่พนักงานบริษัทเท่านั้นที่จะรู้คำสั่งนี้ เพื่อทำการตรวจสอบมือถือ แต่ทว่าคำตอบที่ได้รับจากมือถือของแพร…มันกลับเป็นปกติ!
มือถือเครื่องนี้ไม่เคยผ่านการปรับแต่งใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างภายในเครื่องล้วนเป็นมาตรฐานจากศูนย์เดิม ข้อมูลนี้ทำให้วิเวียร์งุนงงมาก…ถ้ามือถือเครื่องนี้ไม่ได้ผ่านการ Jail Brake แล้วจะใช้แอปพลิเคชัน Becute ฟรีได้ยังไง
“คุณแน่ใจเหรอว่า คุณได้แอปนี้มาฟรี?” วิเวียร์เริ่มทำสีหน้าจริงจัง “แน่ใจค่ะ น้องชายของฉันเป็นคนให้ Redeem Code กับฉันเอง” กล่าวถึงตรงนี้สีหน้าของวิเวียร์ก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว
Redeem Code คือรหัสโปรโมชั่น ที่จะออกได้เฉพาะสองทางเท่านั้นคือ บริษัท Pineapple ของเธอเอง กับ เจ้าของแอปในที่นี่ก็คือ นักพัฒนา Rayzen
วิเวียร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกหวยอย่างไรอย่างนั้น? “น้องชายของคุณ? คุณช่วยโทรติดต่อน้องชายของคุณได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วยสักหน่อย เอาแบบนี้ฉันจะให้เงินค่าจ้างกับคุณวันนี้เป็นสองเท่า ไม่สิ สามเท่าเลย ช่วยติดต่อน้องชายของคุณให้หน่อยว่าได้ Redeem Code มาได้ยังไง” วิเวียร์พยายามรบเร้า เธอรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังจะเข้าใกล้ความลับของ Rayzen แล้ว
ซึ่งแพรพอได้ยินว่าวันนี้จะได้เงินค่าจ้างถึงสามเท่า เธอก็ไม่รอช้า ติดต่อสายตรงหาพีทในทันที
ตู๊ด~!
สัญญาณโทรศัพท์ได้ดังอยู่สองสามครั้ง แต่สำหรับวิเวียร์มันช่างยาวนานเป็นปี กระนั้นรอเพียงไม่กี่อึดใจ ปลายสายก็พลันรับสาย! ‘ฮัลโหล!’
“ฮัลโหลพีท…พอดีเพื่อนของพี่อยากจะคุยกับเธอหน่อย สะดวกหรือเปล่า” พี่แพรเอ่ยถามทันทีที่พีทรีบสายของเธอ “คุยอะไรครับ? พี่แพรไว้ค่อยคุยได้ไหมครับ ตอนนี้ผมขายไก่อยู่ กำลังยุ่งมากเลย…ขอวางสายก่อนนะครับแล้วจะโทรกลับ” ยังไม่ทันไร พีทก็วางสายไปแล้ว
แพรที่ถูกวางสายใส่ก็เข้าใจที่พีทวางสายของเธอ ยิ่งได้ยินว่าพีทกำลังขายไก่ เธอก็เข้าใจว่าพีทน่ากำลังทำงานพาร์ทไทม์อยู่นั่นเอง
ดังนั้นแพรจึงหันกลับไปหาวิเวียร์พลางบอกเล่าเรื่องที่คุยกับพีทให้เธอฟัง “ต้องขอโทษด้วยค่ะ น้องชายของฉันกำลังทำงานพาร์ตไทม์อยู่ที่ร้านขายไก่ทอด QFC คงไม่สะดวกคุยกับคุณในตอนนี้”
‘ทำงานพาร์ตไทม์ ขายไก่ทอดที่ร้าน QFC??!!’ วิเวียร์ได้ยินก็แทบจะอดหัวเราะกับความมโนของเธอไปไม่ได้
เธออยากหัวเราะให้กับตัวเอง ที่คิดอะไรอยู่ถึงได้คิดว่า นักพัฒนา Rayzen จะเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่ง หรือเป็นน้องชายของไกด์ที่เธอว่าจ้าง
ไม่มีทางเลยที่น้องชายของไกด์คนนี้จะเป็นนักพัฒนา Rayzen ไปได้ มีอย่างที่ไหนที่นักพัฒนาที่ทำเงินได้มากกว่า 5 ล้านเหรียญ ตีเป็นเงินได้ก็ทั้งหมด 157 ล้านบาท จะทำงานพาร์ตไทม์อยู่ที่ร้าน QFC?!
เห็นทีเธอคงจะคิดมากไปเอง นักพัฒนา Rayzen อาจจะให้ Redeem Code เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ใช้ในประเทศไทยล่ะมั้ง
วิเวียร์คิดได้แบบนั้น ก็พลันวางเรื่องทั้งหมดลง ก่อนจะกลับไปให้ความสนใจกับทำเลที่จะตั้งศูนย์ Ustudio ในประเทศไทยของเธอต่อ
ระหว่างนี้วิเวียร์ก็ได้พูดคุยกับแพร ถึงเรื่องต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
โดยคำถามก็มีตั้งแต่เรื่องซีเรียสอย่างเช่นการเมือง การศึกษาและการใช้ชีวิต รวมไปถึงเรื่องเบาๆ ที่เป็นเรื่องส่วนตัวที่พอจะเปิดเผยได้อย่างแพรเติบโตมายังไง อาศัยอยู่ที่ไหน บ้านเกิดที่อยู่ใน จังหวัดธาราบุรีคือจังหวัดไหนเป็นต้น
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy