บทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ของอวิ๋นเหลียน
มู่ซีเหิงจ้องมองขวดยาปริศนาแวบหนึ่งก่อนจะกัดฟันกล่าวว่า “กล้า!”
“ดี” อวิ๋นเหลียนก็พลอยอารมณ์ดีไปด้วยนางยัดขวดยาใส่มือเขาแล้วกล่าวว่า “ดื่มเสีย”
มู่ซีเหิงดึงจุกขวดออกแล้วแหงนหน้าดื่มทีเดียวจนหมดแสงสีขาวสว่างวาบ เขาตัวแข็งทื่อไปด้วยความใ จนทุกคนพลอยนิ่งเงียบไปด้วย
อวิ๋นเหลียนลุกขึ้นยืนพลางแกล้งเปรยเอ่ยยิ้มๆว่า“ขวดเมื่อครู่น่าจะราคาหลายร้อยตำลึงกระมัง ดูเ้าทำสิ กระดกยังกับดื่มน้ำเปล่า”
มู่ซีเหิงได้สติกลับมาทันทีเขาลนลานชูขวดขึ้นอย่างเงอะงะ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนจะนำขวดมาคืนแต่แล้วก็ชะงักกึกไปอีกครั้งก่อนจะก้มลงมองขาของตัวเองอย่างตื่นตระหนก
ฟางเจ๋อซูที่อายุยังน้อยข่มความสงสัยไว้ไม่ไหวถามเขาว่า “ทำไม เป็อะไรไปอีก”
“...ขาข้ามัน” มู่ซีเหิงทดลองทิ้งน้ำหนักลงบนขาข้างที่พิการก่อนจะอุทานว่า “ไม่เจ็บแล้ว!”
อวิ๋นเหลียนกอดอกกล่าวว่า“รอบแรกที่ดื่มน่าจะช่วยรักษาอาการาเ็คั่งค้างและเชื่อมต่อเส้นเอ็นจำนวนหนึ่งขวดที่สองคงจะทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อกลับเข้าที่พอดื่มขวดที่สามขาของเ้าก็จะหายดีเหมือนปกติแล้ว”
ทุกคนหันมามองนางด้วยสายตาตกตะลึง
“ข้าเคยได้ยินหมอบอกว่าขาของเขารักษาไม่หายแล้ว”หลี่ลิ่วหยางกล่าวเสียงขรึม สายตาที่มองเด็กสาวทอประกายล้ำลึก“นั่นเป็หมอจากโรงหมอที่ดีที่สุดของเมืองหลวง ฝีมือเป็รองก็แค่หมอหลวงเท่านั้น”
“นั่นก็หมายความว่านายหญิงของพวกเ้าเก่งกว่าหมอหลวงไงล่ะ”อวิ๋นเหลียนกล่าวยิ้มๆ พลางโบกมือไปมา “เอาล่ะพวกเ้าเลิกแตกตื่นกับเื่แค่นี้ได้แล้ว ข้ายังมอบหมายงานไม่เสร็จเลยนะอีกหน่อยพวกเ้าจะได้ัักับของวิเศษอีกมากมาย เดี๋ยวก็ชินไปเองนั่นแหละ ใช่แล้วเ้าฟังไม่ผิด เป็ของวิเศษ”
จางจ่งผู้เพิ่งได้รับมอบหมายเป็ผู้จัดการร้านถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า“สินค้าที่นายหญิงจะขายเป็ของวิเศษหรือขอรับ!?”
“ใช่แล้ว” อวิ๋นเหลียนพยักหน้า“วันนี้พวกเ้าคงได้เห็นแล้วว่าข้ามีความสัมพันธ์อันดีกับหอการค้าไห่ถังก่อนอื่นคงต้องบอกให้พวกเ้ารู้เอาไว้ ข้าคนนี้มีความสามารถหลายอย่างหนึ่งหลอมโอสถวิเศษ สองหลอมสร้างสมบัติวิเศษ สามปรุงน้ำยาวิเศษนอกจากนี้ยังมีความสามารถอื่นๆอีก แต่ตอนนี้พวกเ้ารู้แค่นี้ก็พอแล้วดังนั้นคงต้องบอกพวกเ้าว่างานของพวกเ้าจะไม่ได้มีน้อยๆกันหรอกนะ”
เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้าด้วยสีหน้าหนักอึ้งแล้ว อวิ๋นเหลียนก็ยิ้มขำแล้วเอ่ยต่อว่า“เมื่ออยู่ที่นี่ พวกเ้าไม่ใช่ทาส แต่เป็แค่คนงานในร้านทุกคนจะมีค่าแรงให้ทุกเดือน หากทำผลงานได้ดีก็จะได้ค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มในอนาคตอาจมีส่วนแบ่งให้เป็รายชิ้นเลยด้วยหากพวกเ้าสามารถทำสัญญาค้าขายหรือประดิษฐ์สินค้าได้ด้วยตัวเอง”
เด็กสาวหยิบสัญญาทาสทั้ง18ฉบับออกมา“ที่จริงแล้วข้าจะเผาพวกมันทิ้งก็ได้ แต่ต้องขออภัยด้วยสาเหตุที่ข้าต้องซื้อทาสมาเป็คนงานในร้านก็เพราะกลัวจะถูกหักหลังดังนั้นจำเป็ต้องใช้ของสิ่งนี้ผูกมัดพวกเ้าเอาไว้แต่ข้าสัญญาว่าหากในอนาคตพวกเราร่วมงานกันได้ดี และพวกเ้าซื่อสัตย์จริงใจต่อข้าสัญญาทาสก็จะถูกข้าเผาทิ้ง และข้าจะใส่ชื่อพวกเ้าในฐานะคนตระกูลอวิ๋นของข้าหลุดพ้นจากฐานะทาสกลับมาเป็ประชาชนทั่วไปอีกครั้ง”
สีหน้าที่หนักอึ้งของทุกคนพลันมีประกายความหวังกันขึ้นมาทันทีอวิ๋นเหลียนยังกล่าวต่ออีกว่า “ค่าตอบแทนใน่แรกจะแบ่งตามนี้ผู้จัดการร้านได้เดือนละ50ตำลึง หัวหน้าพนักงานได้คนละ 30 ตำลึงพนักงานทั่วไปได้คนละ 20 ตำลึง และคนงานได้คนละ15ตำลึง”
ทุกคนถึงกับสูดลมหายใจเฮือกด้วยความใทาสอาชญากรบางคนถึงกับคุกเข่าตุบลงบนพื้นแม้แต่หลี่ลิ่วหยางที่ดูเงียบขรึมก็ยังขอบตาแดงก่ำ
ไป๋เซียงซือ ทาสชายบำเรอผู้มีใบหน้างดงามพลันกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า“นายหญิง นี่มากเกินไป”
อวิ๋นเหลียนส่ายหน้า “นี่เป็แค่เงินเดือนแรกเพราะร้านยังไม่เปิดทำการหลังจากร้านเปิดแล้วค่าตอบแทนของพวกเ้าจะสูงขึ้นกว่านี้อีกอีกอย่างคือข้าจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้พวกเ้าอาศัยอยู่กันที่นี่ เดี๋ยวอย่าเพิ่งแย้ง พวกเ้าดูนี่” อวิ๋นเหลียนเรียกขวดหยกใบหนึ่งออกมาจากในแหวนแล้วเทโอสถฟื้นฟูปราณระดับสามออกมา “นี่คือโอสถระดับสาม มูลค่าของมัน1เม็ดเทียบได้กับราคาของร้านนี้ทั้งร้าน”
ทุกคนมองยาลูกกลอนในมือนางอย่างอึ้งๆ
“ในทุกเดือนร้านของเราจะมีรายรับอย่างน้อยที่สุดก็5หมื่นตำลึงพวกเ้ายังคิดว่าค่าตอบแทนน้อยอีกหรือ?” อวิ๋นเหลียนเก็บยาก่อนจะเอ่ยต่อว่า“สินค้าในร้านของเราไม่ใช่ของทั่วๆไป แต่ละชิ้นราคาสูงลำพังแค่พู่กันวิเศษก็ปาเข้าไปด้ามละ 2 ตำลึงแล้วยังมีของอีกมากมายที่ราคาสูงยิ่งๆขึ้นไปอีก ดังนั้นพวกเ้าซึ่งคอยดูแลสินค้าและขายของเหล่านี้จึงต้องได้รับค่าตอบแทนและความเป็อยู่ที่สมเหตุสมผลตามไปด้วย”
ฉางซุนจิ้งเห็นพวกเขาเอาแต่เหม่อลอยเพราะตกตะลึงกับงานที่ได้รับจึงกระแอมแล้วกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า“ไม่ต้องกังวล ร้านยังไม่เปิดในวันสองวันนี้หรอก นายหญิงจะค่อยๆสอนงานให้พวกเ้าเอง”
เห็นคุณชายฉางซุนเอ่ยอย่างสุภาพจริงใจเช่นนี้ทุกคนก็ค่อยๆวางใจลง สีหน้าเริ่มฉายประกายคาดหวังรอคอยแต่เดิมพวกเขาคิดว่ามีสาวใหญ่มาซื้อพวกเขาไปดูเล่นคิดไม่ถึงว่าจะเป็สาวน้อยที่เก่งกาจซื้อพวกเขามาทั้งยังมอบฐานะและค่าตอบแทนให้คิดๆดูแล้วเหมือนอยู่ดีๆชีวิตก็พลิกผันอย่างไรอย่างนั้น
“ถ้าพวกเ้าตั้งสติได้แล้วข้าจะมอบหมายงานต่อแล้วนะ” อวิ๋นเหลียนเกริ่นถาม
“พร้อมแล้วขอรับ เชิญนายหญิงสั่งงานต่อได้เลย”จางจ่งที่มีประสบการณ์ทำงานในร้านค้ามาก่อนรีบเอ่ยปาก
อวิ๋นเหลียนจึงพยักหน้าเอ่ยว่า “เมื่อกี้ข้าพูดถึงมู่ซีเหิงสินะข้าจะต้องผลิตของบางอย่างที่เป็งานไม้ชิ้นเล็กๆดังนั้นข้าอยากให้เ้าเลือกใครสักคนหมู่คนงานไปเป็ลูกมือประเดี๋ยวข้าจะนำภาพร่างไปหารือกับเ้าอีกทีหนึ่ง คิดว่าทำได้หรือไม่?”
มู่ซีเหิงรีบพยักหน้าอย่างแข็งขัน “เพื่อให้คุ้มค่ากับยาวิเศษที่นายหญิงมอบให้ข้าจะทำงานอย่างเต็มที่”
“ดีมาก” อวิ๋นเหลียนยิ้มอย่างพึงพอใจ“ไป๋เซียงซือ ข้าเห็นในข้อมูลของเ้าว่าเ้ารู้วิธีเย็บผ้าด้วย?”
ไป๋เซียงซือพยักหน้า “ก่อนจะมาเป็ทาสข้าเติบโตมาในตระกูลที่ทำกิจการผ้าไหมแพรพรรณ เพราะมีใบหน้าเช่นนี้มารดาจึงเห็นเป็บุตรสาว ถ่ายทอดวิชาเย็บปักให้ั้แ่ยังเด็กขอรับ”
“ดีมากข้ามีของที่ต้องใช้การเย็บปักเข้าช่วยเหลือ ประเดี๋ยวจะไปปรึกษากับเ้าอีกที”
หลังมอบหมายหน้าที่คร่าวๆเสร็จแล้วอวิ๋นเหลียนก็เริ่มคอแห้ง แต่ร้านแห่งนี้ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง แม้แต่น้ำชาสักถ้วยก็ยังไม่มีฉางซุนจิ้งเห็นดังนั้นก็เอ่ยว่า “ไม่สู้ให้ใครไปซื้อของเข้าร้านสักหน่อย?”
อวิ๋นเหลียนพยักหน้าหยิบตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงสี่ใบที่ได้ทอนมาจากการซื้อทาสออกมา ยื่นให้จางจ่งหลี่ลิ่วหยางคนละสองใบ “จางจ่ง เ้าไปซื้อของใช้ทั่วไปกลับมา พวกฟูกที่นอน หมอนผ้าห่ม...่นี้อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ” เอ่ยถึงตรงนี้ก็ชะงักไปดึงตั๋วเงินทั้งสี่ใบกลับคืน แล้วเปลี่ยนเป็ใบละพันตำลึงแทน “ไม่ต้องประหยัดซื้อของที่ดีที่สุดมาเลยนะ เ้าพาไป๋เซียงซือไปด้วยไป๋เซียงซือเ้าเลือกเสื้อผ้าสำเร็จมาให้ทุกคนคนละสองชุดนะ เอาที่เนื้อผ้าดีๆหน่อยให้ใส่แล้วดูเหมือนพนักงานร้านค้าระดับสูงน่ะ”
จากนั้นก็หันมาหาหลี่ลิ่วหยางยัดตั๋วเงินพันตำลึงให้เขาเช่นกัน“เ้าไปกับฟางเจ๋อซู ไปซื้อเครื่องครัว วัตถุดิบในการทำอาหารทั้งหลายกลับมาแล้วก็ซื้อข้าวเย็นของพวกเ้ากลับมากินกันด้วยเลย ถ้าถือไม่ไหวก็ซื้อของหลายๆอย่างแล้วจ้างคนเอามาส่ง”
สุดท้ายก็หันมาหามู่ซีเหิงกับผิงหนิงทาสบำเรอหนุ่มหล่อที่มีบุคลิกสุขุมก่อนจะยื่นตั๋วเงินให้แล้วเอ่ยว่า “พวกเ้ารับผิดชอบเครื่องเรือนของชั้นสองข้าชอบเครื่องเรือนไม้ ตอนนี้พวกเรายังตกแต่งอะไรไม่เสร็จสักอย่าง ซื้อแค่พวกโต๊ะกินข้าวเก้าอี้ อะไรพวกนั้นมาก็แล้วกัน ข้าเชื่อในสายตาของช่างไม้อย่างเ้า อ๊ะเ้ากังวลว่าจะถูกพวกร้านขายเครื่องเรือนไม้รังแกหรือเปล่าหรือข้าควรไปด้วยกันกับพวกเ้าดี”
มู่ซีเหิงรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่เป็ไรขอรับนายหญิงข้ามีปัญหาแค่กับโรงงานไม้ ไม่มีปัญหากับร้านขายเครื่องเรือน”
“ถ้าหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นให้รายงานข้าทันทีนะ”อวิ๋นเหลียนกำชับพวกเขา “เอาไว้หลังจากเตรียมที่อยู่ให้พวกเ้าเรียบร้อยแล้วข้าจะสอนวรยุทธ์ให้พวกเ้าด้วย อย่างน้อยก็ต้องป้องกันตัวได้กันทุกคนวันนี้พวกเ้าก็นอนบนชั้นสองของร้านไปก่อน ส่วนกุญแจร้านทั้งสี่ห้องข้าจะมอบชุดหนึ่งให้จางจ่งไว้ ดูแลดีๆนะ”
จางจ่งรับกุญแจไปด้วยความเคารพ
ฉางซุนจิ้งที่ยืนยิ้มมองดูอวิ๋นเหลียนสั่งงานอยู่ด้านหลังพลันเอ่ยเตือนว่า“ให้แหวนมิติจางจ่งไม่ดีกว่าหรือ จะได้เก็บรักษาของได้ง่ายๆ”
“จริงด้วย ข้าลืมไปได้อย่างไร”อวิ๋นเหลียนแทบจะตบหน้าผากตัวเองนางหยิบแหวนหยกสีเขียวธรรมดาวงหนึ่งออกมายื่นให้จางจ่งเมื่ออธิบายว่ามันคืออะไรและใช้งานอย่างไรแล้ว จางจ่งก็แทบจะเป็ลมรับแหวนไปสวมไว้ที่นิ้วท่ามกลางสายตาริษยาของคนอื่นๆก่อนที่เขาจะทดสอบใส่กุญแจร้านอันสำคัญยิ่งเข้าไปในแหวน พอพวงกุญแจทั้งสี่ดอกหายวับไปทุกคนก็ฮือฮากันอย่างตื่นเต้นอวิ๋นเหลียนหัวเราะกล่าวว่า“เอาไว้หอการค้านำหินวิเศษมาส่งแล้วข้าจะทำให้พวกเ้าทุกคน คนละวงดีไหม”
ทุกคนแทบจะโห่ร้องไชโยกันขึ้นมาทันทีทำเอาช่างก่อสร้างข้างล่างใไม่รู้ว่าพวกเขาเป็บ้าอะไรกันไปหมด
หลังแน่ใจแล้วว่าทุกคนจะจัดการทุกอย่างต่อกันเองได้ถึงขั้นมีคนงานเริ่มไปตามหาไม้กวาดมาทำความสะอาดชั้นสองกันแล้วอวิ๋นเหลียนก็ขอตัวกลับจวนพร้อมบอกพวกเขาว่าจะแวะมาหาใหม่วันพรุ่งนี้แต่อาจจะมาตอนกลางคืนเพราะต้องแอบออกจากจวนซึ่งแม้ทุกคนจะทำสีหน้าแปลกๆ แต่ก็พยักหน้ารับ
ฉางซุนจิ้งถอนหายใจบ่นว่า“เ้าต้องออกมาตอนกลางคืน แล้วอยู่ท่ามกลางผู้ชายสิบแปดคน จะให้ข้าวางใจอย่างไร”
อวิ๋นเหลียนเลิกคิ้ว“ข้าดีดนิ้วทีเดียวก็ฆ่าพวกเขาทุกคนได้แล้ว ท่านยังจะกังวลอะไร”
ฉางซุนจิ้งก็ได้แต่ถอนหายใจอีกครั้งรู้ดีว่าแม่สาวคนนี้ไม่อาจเกลี้ยกล่อมให้เปลี่ยนใจได้แล้วจึงได้แต่ยอมตามใจนางไปอย่างเคย
คืนวันต่อมา อวิ๋นเหลียนยกกล่องข้าวะโข้ามกำแพงไปส่งให้ฉางซุนจิ้งก่อนจะลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังร้านค้าในเมืองร่างบางสวมชุดสีเข้มพยายามให้กลืนกับความมืดในตอนที่ไปถึงร้านค้าแล้วเคาะประตูเรียกให้คนมาเปิดบรรดาทาสหนุ่มทั้งหลายกำลังนั่งล้อมวงเล่าเื่ของกันและกันอยู่อย่างสนุกสนานท่าทางเริ่มสนิทสนมกันดีแล้ว
พอเห็นว่าอวิ๋นเหลียนมาหาบางคนก็ลนลานหาเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนบางคนที่ใจกล้าหน่อยก็วิ่งเข้ามาหานางทั้งที่ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยโดยเฉพาะฟางเจ๋อซูผู้ร่าเริงอวิ๋นเหลียนใช้มือผลักเขาที่เข้ามายืนเสียใกล้ทั้งที่สวมเพียงชุดตัวในบางๆออกก่อนบ่นว่า “ข้าจำได้ว่าตอนให้จู่เอ๋อร์คัดคน ข้าขอคนที่ไม่พยายามยั่วยวนข้านะ”
ฟางเจ๋อซูหัวเราะ“ข้าก็ไม่ได้พยายามยั่วยวนท่านเสียหน่อยแค่อยากทดสอบดูว่าท่านจะหวั่นไหวหรือเปล่า”
อวิ๋นเหลียนยิ้ม กล่าวเสียงเรียบว่า“จิตใจข้าแข็งแกร่งหนักแน่นประดุจเหล็กกล้าหากไม่ใช่คนที่ทำให้ข้าตกหลุมรักได้ก็อย่าหวังเลยว่าจะสามารถทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าความหวั่นไหวกับข้าได้”
นางเป็ถึงเตาหลอมาจะไปหวั่นไหวง่ายๆได้อย่างไร นางก็แค่คิดว่าชายหญิงควรเว้นระยะห่างเท่านั้นแหละ
จางจ่งเองก็ผลักฟางเจ๋อซูออกไปอีกแรง “ไปๆอย่ามาวุ่นวายแถวนี้ นายหญิงยังเด็กอยู่เลย เ้าคิดว่านางจะสนใจเ้าหรือ”
“นายหญิงอายุเท่านี้ก็คิดจะแยกบ้านแล้วแถมยังให้ว่าที่คู่หมั้นมาเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดอีก เ้าคิดว่านางยังเด็กจริงๆน่ะหรือ”ฟางเจ๋อซูพ่นคำพูดที่ดูฉลาดเกินวัยอย่างไม่น่าเชื่อออกมา แต่ก็ยอมล่าถอยไปแต่โดยดีทุกคนพากันมานั่งเรียงกันอย่างเรียบร้อย จางจ่งเริ่มรายงานว่า“เมื่อ่บ่ายมีคนของหอการค้าไห่ถังนำสมุนไพรจำนวนหนึ่งมาส่งข้าให้ทุกคนช่วยกันยกขึ้นมาไว้ตรงนั้น”เขาชี้ไปยังมุมห้องที่มีลังไม้กองอยู่เป็ตั้งๆ
อวิ๋นเหลียนขมวดคิ้วเล็กน้อย“สงสัยข้าต้องหาคนที่มีความรู้ด้านสมุนไพรมาคอยตรวจสอบของเสียแล้ว”
จางจ่งได้ยินก็แนะนำว่า“ท่านสามารถระบุเงื่อนไขนี้โดยตรงกับร้านค้าทาสได้พวกเขาจะหาคนที่ตรงตามเงื่อนไขให้ท่านเอง”
“นั่นสินะ เอาไว้ก่อนแล้วกัน”อวิ๋นเหลียนยังไม่ตรวจสอบสมุนไพรชั่วคราว เพียงถามว่า “มีอะไรอีกหรือไม่”
“มีขอรับ พวกเขายังเอาสิ่งที่เรียกว่าหินวิเศษมาให้จำนวนแปดหีบท่านเฉิงหู่กำชับว่าสำคัญมาก ข้าก็เลยเก็บเอาไว้ในแหวน” จางจ่งทำงานรอบคอบเขาเรียกหีบทั้งแปดใบออกมา อวิ๋นเหลียนเปิดออกดู พบว่าข้างในเป็หินวิเศษจริงจึงหยิบขึ้นมาก้อนหนึ่งแล้วใช้พลังเทพตัดแต่งจนกลายเป็แหวนได้สองวงก่อนจะหลอมให้เป็แหวนมิติทันที พริบตาเดียวแหวนหินสีดำที่มีประกายสีรุ้งจางๆก็กลายเป็ของวิเศษล้ำค่า
“ถือไว้” อวิ๋นเหลียนยัดใส่มือจางจ่งก่อนจะก้มลงจัดการหลอมแหวนมิติจนครบ17วง จางจ่งถือเต็มมือ เขาอ้าปากค้างถามว่า“นี่คือแหวนมิติหรือขอรับ”
“ใช่”
“ทั้งหมดนี่?”
“ทั้งหมดนี่แหละ”อวิ๋นเหลียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “เอาไปแจกทุกคนคนละวง ถ้าอีกหน่อยทำงานดีข้าจะตกรางวัลเป็แหวนมิติที่ทำจากหยกเหมือนของจางจ่งให้ทุกคนต้องตั้งใจแสดงความสามารถนะ”
ทุกคนขานรับพลางเข้ามารับแหวนไปคนละวงต่างคนต่างก็ทดลองใช้กันอย่างตื่นเต้น
หลี่ลิ่วหยางยกโต๊ะน้ำชาเข้ามาตั้งผิงหนิงก็ยกเก้าอี้ตามเข้ามา จางจ่งจึงเชิญให้อวิ๋นเหลียนนั่งลงแล้วไปชงชามาให้ระหว่างนั้นมู่ซีเหิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับเงินกองหนึ่ง “นายหญิงนี่คือเงินที่เหลือจากการซื้อของวันนี้”
อวิ๋นเหลียนมองดูเงินที่รวมๆกันแล้วยังมีมูลค่าเป็พันตำลึงแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “เ้าเก็บไว้ เดี๋ยวข้าจะให้เ้าไปซื้อเครื่องเรือนไม้มาเพิ่มอีกส่วนจำนวนเงินที่ซื้อของไปวันนี้ทั้งหมด ลงบัญชีไว้แล้วหรือยัง”
จางจ่งที่กลับมาพร้อมชาร้อนๆรีบวางกาน้ำชาลงแล้วหยิบสมุดบัญชีเล่มใหม่เอี่ยมที่เขาเพิ่งทำสดๆร้อนๆออกมาส่งให้อวิ๋นเหลียนพลิกดูแวบเดียวก็ส่งคืนเขาพร้อมชมว่า “ยอดเยี่ยมมากดีจริงๆที่เลือกพวกเ้ามา”
ไป๋เซียงซือเองก็เข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า“นายหญิง นี่คือเสื้อผ้าที่ซื้อมา แบบนี้ท่านว่าใช้ได้หรือไม่”
อวิ๋นเหลียนพยักหน้าติดๆกัน “มีรสนิยมดีมาก พวกเ้าใส่แล้วจะต้องดูดีมากแน่ๆ”
ใบหน้างดงามของไป๋เซียงซือปรากฎรอยยิ้มหวานอย่างดีใจเขาโค้งให้อวิ๋นเหลียนก่อนจะถอยกลับไปนั่งลงที่เดิม
“เอาล่ะ ข้าไม่อยากรบกวนเวลานอนของพวกเ้ามากนักก่อนอื่นก็ขอสั่งงานเพิ่มเติมแล้วกันนะ” อวิ๋นเหลียนเก็บรอยยิ้มแล้วสั่งงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง“พรุ่งนี้หอการค้าไห่ถังจะส่งของอีกจำนวนหนึ่งมาให้ของเหล่านี้พวกเ้าต้องตรวจสอบให้ข้าว่าจำนวนถูกต้องหรือไม่ นี่คือใบรายการสินค้า”
อวิ๋นเหลียนส่งใบรายการให้จางจ่งแล้วเอ่ยต่อว่า“หลังจากนี้ข้าจะแวะมาทุกคืน ่ยามซวีถึงยามไฮ่ เพื่อใช้ที่นี่เป็ที่ทำงานและผลิตสินค้าโดยข้าจะสั่งงานเอาไว้ให้พวกเ้าไปจัดการตอนกลางวันกันอีกที เช่นจัดวางสินค้าตรงไหน สินค้าคืออะไร ราคาเท่าไรบ้างรอจนสร้างที่พักให้พวกเ้าด้านหลังเสร็จแล้วข้าก็จะไม่ต้องรบกวนเวลานอนพวกเ้าทุกคนพร้อมกันแบบนี้แล้ว”
ทุกคนรีบส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็ไรบอกว่าอวิ๋นเหลียนเกรงใจพวกเขาเกินไปแล้ว
อวิ๋นเหลียนเป็เด็กสาวรูปงาม นิสัยดีมีเมตตาไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ปฏิบัติต่อพวกเขาไม่เหมือนเป็ทาสก่อนหน้านี้ยังมีคนแอบปลาบปลื้มนางอยู่เลยจนกระทั่งฟางเจ๋อซูทำหน้าที่ทดสอบให้ทุกคน ถึงได้รู้ว่าเด็กสาวไม่ใช่คนที่หวั่นไหวกับบุรุษโดยง่ายดังนั้นจึงได้แต่เก็บงำความคิดจะข้ามขั้นเอาไว้ แล้วตั้งใจทำงานให้เต็มที่หวังว่าจะสามารถเข้าไปอยู่ในสายตาของนางได้ในอนาคต
แต่การได้พบเจอนางบ่อยๆนั้นย่อมเป็เื่ดีทุกคนคิดเห็นตรงกันในจุดนี้ไม่ว่าพวกเขาจะมีอะไรแอบแฝงในใจหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นจึงยินดีนอนให้น้อยหน่อยเพื่อให้พบปะพูดคุยกับนายหญิงผู้แสนน่ารักท่านนี้ดีกว่า
ขณะที่แต่ละคนต่างก็มีความคิดของตัวเองอวิ๋นเหลียนก็กวักมือเรียกมู่ซีเหิงเข้ามาแล้วยื่นแบบให้เขามู่ซีเหิงกวาดสายตามองปราดเดียวก็ถามว่า “โคมไม้หรือขอรับ?”
อวิ๋นเหลียนพยักหน้า “ข้าอยากให้เ้าทำโคมแบบนี้ขึ้นมาสักยี่สิบใบไม่ต้องใส่ร่องเชื้อเพลิงข้างใน แค่ทำส่วนของโครงไม้กับกระดาษก็พอ”
“เช่นนั้นก็ง่ายมากขอรับ แต่ด้านล่างฐานจะทำอย่างไร”มู่ซีเหิงสงสัย
อวิ๋นเหลียนหยิบกระดาษอีกแผ่นออกมาชูให้เขาดูแต่ไม่ยอมให้เขาหยิบไป นางเอ่ยยิ้มๆว่า “ข้า้าให้เ้าตัดแผ่นไม้ส่วนที่จะทำเป็ฐานโคมแยกออกมาที่เหลือข้าจัดการเอง เอาไว้เ้าเรียนวรยุทธ์พื้นฐานได้เมื่อไรข้าค่อยสอนเื่อื่นๆให้เ้า”
แม้มู่ซีเหิงจะงงแต่ก็รับคำอย่างว่าง่ายอวิ๋นเหลียนบอกให้เขาเอาเงินที่มีอยู่ไปซื้อไม้มาลองทำดูก่อน เขาจึงได้แต่ล่าถอยไปด้วยความสับสนพลางตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะรีบไปซื้อไม้มาลองทำตามที่นางสั่งเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่านางจะทำอะไรออกมากันแน่
ต่อจากมู่ซีเหิงก็เป็ไป๋เซียงซือที่ถูกเรียกเข้ามาอวิ๋นเหลียนถามเขาว่าปกติแล้วเขาปักลายผ้าได้เร็วแค่ไหน ชายหนุ่มอึ้งไปก่อนจะย้อนถามว่า“นายหญิง้าปักลวดลายแบบไหนหรือขอรับ หากเป็ลายง่ายๆ ก็ใช้เวลาไม่นานแต่ถ้าเป็ลายที่ยากหรือมีชั้นเชิงมากขึ้นก็คงต้องใช้เวลาหลายวันหรืออาจเป็เดือน”
อวิ๋นเหลียนส่ายหน้า “ลายง่ายๆปักลายดอกไม้กับลายอักษรมงคลน่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นทำวันละหลายผืนก็ไม่มีปัญหาขอรับ”ไป๋เซียงซือตอบ แม้จะยังสับสนไม่น้อยว่านายหญิงจะให้เขาปักผ้าไปทำไมก็ตาม
“วันพรุ่งนี้หอการค้าจะนำผ้าไหมหลิงมาส่งข้าอยากให้เ้านำผ้าไหมมาปักเป็ถุงหอมจำนวนหนึ่ง สีสันลวดลายแล้วแต่เ้าจะออกแบบแต่พรุ่งนี้ข้าอยากได้ก่อนอย่างน้อยสามใบ เ้าสามารถจัดการให้ข้าได้หรือไม่อุปกรณ์พวกเข็มด้ายกรรไกรเ้าสามารถนำเงินไปซื้อมาได้เลย”
ไป๋เซียงซือพยักหน้ารับคำสั่งสักพักก็ไปนั่งหน้ามึนอยู่กับมู่ซีเหิง ต่างคนต่างก็สับสนกับคำสั่งแต่ก็ไม่มีใครกล้าถามอะไรมากมายเพราะกลัวว่าเ้านายจะรำคาญ
อวิ๋นเหลียนสั่งสองคนนี้เสร็จแล้วถึงได้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปตรวจสอบสมุนไพรที่ได้รับมาเมื่อตรวจสอบว่าถูกต้องดีแล้วอวิ๋นเหลียนก็เก็บของทุกอย่างลงแหวนไปพลางชื่นชมหอการค้าที่ทำงานรวดเร็วและโปร่งใสเด็กสาวกำชับให้ทุกคนดูแลร้านให้ดี ก่อนจะมอบน้ำยาฟื้นฟูขวดที่สองให้มู่ซีเหิงแล้วจึงกลับบ้านไป