“หึหึหึ ยังหรอก รอบเดียวกับเจ้าข้ายังไม่ทำ”
“_” ‘พูดเช่นนี้ผู้ใดบ้างจะไม่ระแวง’ นางปิดหีบทองของนางแล้วลุกเดินไปยังเตียงนอน ถอดรองเท้าแล้วก้าวขึ้นไปนั่ง ผ้าห่มผืนหนาถูกฟานอวี้ถงผู้นอนมองอยู่คลุมให้ ขยับกายนุ่มเบียดชิดก่อนจะค่อยๆ นอนลงซบหน้าอกแกร่งด้วยความเคยชิน มือบางวางรอบเอวหนา “ข้ามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไรนะเจ้าคะ”
ฟานอวี้ถงกลั้นหัวเราะ ก่อนจะใช้ลมปราณเพียงน้อยนิดดับเทียนตรงหัวเตียงจนภายในห้องดำมืด “ไม่ได้ต่างจากข้าเท่าใด” ที่เปลี่ยนจากแมวสังเกตการณ์ไปเป็นคนรักของสตรีในอ้อมกอดที่มีนิสัยต่างกับพี่สาวราวฟ้ากับเหว “ข้าบอกเจ้ารึยังว่าเราจะไม่แก่ตาย”
ขวับ!! แหงนมองคนพูดในเงามืด “เราจะถูกฆ่าตายรึ ข้าทำสิ่งใดผิดอีกเจ้าคะ”
“หาใช่เช่นนั้นแต่ข้าหมายถึงเราจะยังไม่ตาย แต่เราจะอยู่เพื่อมองทุกคนตายไปจากเรา หากเจ้าไม่อยากเห็น เอาไว้ท่านจอมมารบิดาเจ้าออกมาจากถ้ำเมื่อใดเราค่อยกลับขึ้นไปอยู่บนเขา อยู่ที่นั่นข้ารับรองเลยว่าจะไม่มีใครตายก่อนเจ้าถ้าไม่สู้กันเองจนบาดเจ็บ”
‘นางจะไม่ตายงั้นรึ?’ ถามว่ามันดีหรือไม่ คงต้องตอบไปว่าดี จะไม่ดีก็ตรงที่ถ้าอยู่ตรงนี้แล้วมองคนรู้จัก ตายไปนั่นล่ะ “ไม่รู้สิเจ้าคะ เอาไว้ข้าไปหาท่านพ่อของข้า แล้วเราค่อยคิดกันอีกครั้ง ว่าแต่ว่าท่านจะไปสู่ขอข้าหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่”
“_” หน้าบึ้ง
“ข้ากับเจ้าในตอนนี้ถึงมิใช่สามีภรรยาก็เหมือนใช่ นอนร่วมกัน อยู่ด้วยกัน ที่สำคัญคือเจ้าเองเป็นฝ่ายจับจองข้า หากข้ามีมารดาย่อมเป็นเจ้าที่ต้องมาสู่ขอ”
“จองอะไรของท่าน”
“แหวนนี่อย่างไรเล่า มิใช่เจ้าจองข้างั้นรึ” ฟานอวี้ถงเห็นว่ามันเป็นแหวนคู่รักและมีเพียงเขากับนางที่ใส่หากมิใช่การหมั้นหมายจะเรียกอะไรได้อีกเล่า
“ก็ใช่” ลืมไปว่านางกับเขาใส่แหวนคู่ แต่นางก็อยากแต่งงานนี่นา “ไม่ขอก็ไม่ขอเจ้าค่ะ” ความน้อยใจเกาะกุม แม้ไม่มากแต่ก็น้อยใจ
ฟานอวี้ถงผู้มิเคยมีคนรักกอดชิงเซียนแนบอก “แต่ท่านพ่อของเจ้ารู้แล้วว่าเรารักกัน”
“ห้ะ” รู้ได้ยังไงกันเล่า
“ท่านรู้ทุกเรื่อง ไว้เจ้าเจอท่านเจ้าจะรู้เอง” ลูบผมสตรีแผ่วเบาราวกับกล่อมเด็กน้อย “นอนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปทานบะหมี่เนื้อตุ๋นหน้าประตูทางเข้าแคว้นฉิน”
“พรุ่งนี้ท่านคงมิรับตรวจดวงชะตาใช่หรือไม่” ถึงกับเอ่ยปากว่าจะพานางไปเที่ยว
“เป็นเช่นนั้นและวันพรุ่งนี้เราต้องไปดักรอรถม้าของเราที่ทางเข้าแคว้น”
ชิงเซียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “จะว่าไป ท่านเองก็เก่งมากนะเจ้าคะที่ตรวจดวงชะตาผู้คนถูกต้องทุกอย่าง อาจารย์ผู้สอนท่านต้องเก่งกาจมากแน่ๆ”
“หาใช่เช่นนั้น แต่เพราะข้าวนเวียนตามติดชิงเซียนคนเก่าหลายภพชาติจึงรู้ว่าเรื่องราวในชีวิตของพวกเขาเป็นเช่นใด ส่วนหนึ่งมาจากข้าที่ทราบชะตาพวกเขาอยู่แล้วและอีกส่วนคือข้าร่ำเรียนวิธีตรวจดวงชะตามาร่วมด้วย”
“อืมม” เริ่มงึมงำๆ
“แต่หลังจากนี้คงมิต้องวนเวียนภพเดิมอีกแล้วเพราะเจ้ามิต้องรับโทษของผู้ใดอีกแต่ถึงข้าจะมิได้เป็นหมอดู เบี้ยหวัด ทองคำของข้าก็มีมากจนนับไม่ได้” ลูบผมสตรีตัวน้อยที่เขารู้ว่านางนอนหลับไปแล้ว “วันข้างหน้าข้าจะมีลูกกับเจ้าสักร้อยคนคงจะดี”
“งึมมๆๆ”
หัวเราะน้อยๆ กับสตรีขี้เซาที่หลับสนิทไปแล้ว “นั่นคือการตอบตกลงแล้วสินะ” ฟานอวี้ถงยิ้มก่อนจะหลับตาลงไปพร้อมกัน
นอกห้อง สองผู้ติดตามมองหน้ากัน ก่อนจะเดินห่างออกไปยังที่โล่งหลังบ้าน ไม่รู้ว่าเส้นทางที่พวกเขาเลือกนั้นถูกต้องแล้วหรือไม่และหากวันข้างหน้านายท่านจะมีคุณหนู คุณชายอีกร้อยคน ถึงตอนนั้นพวกเขาคงตายไปก่อนแล้วไม่รู้กี่ชาติ ความไม่ชอบใจเกิดขึ้นในหัว
“เจ้าว่าเราจะอยู่ทันเลี้ยงลูกให้นายท่านได้กี่คน” อู่ถงถาม สายตาคมแหงนมองฟ้า ที่เขารอดมานั่งอยู่ตรงนี้...เพราะนายท่าน
เอ้อถงมองสหายที่เป็นอดีตองครักษ์เปลี่ยนนายเช่นกัน ก่อนจะถอนหายใจ “จะเป็นไปได้หรือไม่ที่คนธรรมดาเช่นเราจะเปลี่ยนเป็นคนเผ่ามารไม่มีวันตายเหมือนนายท่าน”
ขวับ!!! “มันจะเป็นจริงไปได้อย่างไร” อู่ถงเถียง ตั้งแต่เติบใหญ่มา เขาเองก็เพิ่งเคยเจอคนจากเผ่ามารซึ่งก็คือนายท่านและฮูหยิน ภายนอกนั้นเหมือนพวกเจาแทบทุกอย่างจะแตกต่างก็ตรงที่แข็งแกร่งกว่า พลังสูงส่งกว่าที่สำคัญคือเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ได้
“ถ้าได้” หันมองอู่ถง “ข้าจะเป็นมารติดตามนายท่าน” เพราะชีวิตตรงนี้คือท่านฟานอวี้ถงเป็นผู้ช่วยเหลือเอาไว้ เหนือสิ่งอื่นใดคือเขาไม่อยากแก่ตายแล้วจบโดยที่นายท่านและฮูหยินยังคงมีบุตรไปเรื่อยๆ เขาอยากเห็น นั่นคือความจริงในใจ
“_” แล้วตัวข้าเล่า หากมันเปลี่ยนได้จริงข้าจะเลือกทางไหน แก่ตายหรือมีชีวิตอยู่เป็นบ่าวติดตามนายท่าน
“ไว้ข้าจะถามนายท่านเอง”
๑---------------------๑
วันต่อมา (10.20) ณ.โรงเตี๊ยมฮุ่ยฮุ่ย หน้าประตูทางเข้าแคว้นฉิน
ชิงเซียนนั่งทานบะหมี่เนื้อตุ๋นพร้อมกับมองบรรยากาศรอบด้านอย่างสุขใจ นางถูกฟานอวี้ถงจูงมือเดินมาตามเส้นทางจนถึงประตูทางเข้าแคว้นฉินเมื่อสองเค่อที่ผ่านมา ที่นั่งตรงชั้นสองของโรงเตี๊ยมมองเห็นผู้คนสัญจรด้านล่างชัดเจน บนโต๊ะกลมสำหรับคนนั่งสองคนมีอาหารมากมายให้เลือกทานไม่ต่างจากโต๊ะของเอ้อถงและอู่ถงที่มีของกินเต็มไปหมด ชิงเซียนคีบหมูนุ่มมาเป่าและนำหมูชิ้นนั้นจ่อไปตรงปากบุรุษที่นางนั่งเคียงข้าง “ข้าป้อน”
“หึ” ฟานอวี้ถงอ้าปากรับความนุ่มนั้น “ไร้ยางอาย”