ปราบออกเดินนำคณะ ทุกคนต่างตื่นเต้นกับสิ่งที่จะได้พบเจอ เพราะว่านี่คือครั้งแรกของโลกที่มีการค้นพบแหล่งอารยะธรรมโบราณที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา พวกเขาทุกคนล้วนอยากเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของยุคสมัย
ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งตื่นเต้น ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมิมีปรากฏให้เห็นเลยแม้นแต่น้อย เหงื่อของพวกเขาหลั่งไหลออกชโลมกายแต่กลับไม่รู้สึกมันเลย
ยิ่งขั้นบันไดเหลือน้อยลงเท่าใดความตื่นเต้นของพวกเขาก็เพิ่มพูนทวี
ปราบเป่าปากออกแผ่วเบาเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่มากมานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่หลังประตูบานใหญ่ตามที่อัลตรอนบอก เขารู้สึกว่าอดีตกาลที่ผ่านมานั้นมันลึกลับซับซ้อนยิ่ง ไม่แน่ว่าความลึกลับของมันอาจย้อนกลับไปถึงครั้งโลกยังก่อร่างสร้างตัวอยู่เลย
ตุบ “ เท้าของเขาแตะลงยังพื้นพร้อมกับร่างที่สะท้านในทันใด
เขายกแขนขึ้นพร้อมกำหมัด ทุกคนพลันหยุดนิ่งไม่มีแม้นเสียงที่จะใช้พูดคุย
“ ผมรู้สึกแปลกๆ “ ปราบเอ่ย
“ รออยู่ที่นี่ผมจะเข้าไปดูก่อน “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ระวังตัวด้วย “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
ชายหนุ่มทะยานร่างออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับปืนเอ็มหนึ่งเก้าหนึ่งหนึ่งคู่ใจวาดไปมา สองตาของเขากวาดมองทั่วลานกว้าง
“ แม่เจ้า “ ปราบร้องลั่น
“ เอาไง “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ผมว่าเข้าไปเลย เผื่อช่วยได้ “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
“ ไป “ ผอ.ยิ่งเอ่ยแล้วทะยานร่างเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ทุกคนพลันแข็งค้าง สองตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง เพราะภาพที่อยู่เบื้องหน้านั้นมันเกินจินตนาการของพวกเขาสิ้น
“ อึก “ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ นี่มันอะไรกัน “ ปราบพึมพำ
ชายหนุ่มมองยังชายชราผู้หนึ่งที่สวมชุดจีนสีดำ ผมเผ้าหนวดเคราของเขาโพลน กลางหน้าผากของเขาเป็นรูขนาดใหญ่
“ อัลตรอนสแกน “ ปราบเอ่ย
“ วิ้ง “ แสงสีฟ้าสาดส่องยังร่างของชายชรา
“ เจ้านายคราบเลือดที่อยู่ข้างบนนั้นเป็นของชายผู้นี้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ แม่เจ้า “ ปราบเอ่ย
“ มนุษย์ต่างดาวโบราณอายุหกสิบห้าล้านปี “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
“ เป็นไปได้เช่นใดที่กายาไม่ย่อยสลายไปตามกาลเวลา “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
“ หน้าผากของเขาเป็นเช่นใด “ ปราบเอ่ยถาม
“ เจ้านายหน้าผากของเขาคล้ายถูกของมีคมแทง ความลึกประมาณสามถึงสี่นิ้ว “ อัลตรอนเอ่ย
ชายหนุ่มยกนิ้วของตนขึ้น “ มันน่าจะถูกนิ้วทะลวง “ เขาเอ่ย
“ อืม “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ รอที่นี่ ผมจะเข้าสำรวจใกล้ๆ “ ปราบเอ่ย
ชายหนุ่มเดินเข้าหาร่างชราที่นั่งกรรมฐานที่โขดหิน เขาเดินสำรวจรอบร่างของชายชราอย่างช้าๆ แลให้อัลตรอนสำรวจไปพร้อมกับเขา
“ สมุนไพรเทวะเจ้าเคยเห็นชายชราผู้นี้รึไม่ “ ปราบเอ่ยถาม
“ ข้าไม่เคยเห็นเขา แต่ข้ารู้ว่าเขานั้นอยู่ที่โลกนี้มานานแล้ว นานเกินกว่าที่เจ้าแลข้าจะคาดคิด “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ ไม่มีอะไรแล้วห้ามปลุกข้าอีก “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ เจ้าไม่สนใจพลังปราณที่อยู่หลังประตูบานนี้รึ “ ปราบเอ่ยถาม
“ พลังปราณนี้มันข้าไม่อาจดูดซับได้ มีเพียงมนุษย์เช่นพวกเจ้าเท่านั้นที่ดูดซับมันได้ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ เจ้านายตรวจสอบภายในแล้วอวัยวะภายในแหลกสลายหมดแล้ว เวลานี้เหลือเพียงผิวหนังที่หุ้มกระดูกไว้ อัลตรอนเอ่ย
“ มีของเหลวสักหยดรึไม่ “ ปราบเอ่ยถาม
“ เจ้านายไม่มีอะไรสักอย่าง “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ เคลียร์ “ ปราบเอ่ย
คณะวิจัยเร่งเข้าหาชายชราแล้วเริ่มสำรวจร่างชายชราอย่างรวดเร็ว
“ ระวังด้วยเพราะมันพร้อมที่จะย่อยสลาย “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ เหล่านักวิจัยพยักหน้า
พวกเขาเริ่มทำการแคะเอาผิวหนัง เส้นผม เล็บของชายชรา
ปราบเดินมายังประตูบานใหญ่แลทำการสำรวจทั่วบานประตู เขาให้งุนงงเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ใดกันสร้างที่นี่ไว้ แลจุดประสงค์นั้นเพื่อสิ่งใด “ ปราบเอ่ย
“ อัลตรอนเอาแผนภูมิของเมืองอู่ทองขึ้นมา “ ปราบเอ่ย
“ วู๊มม “ พลันปรากฏแผนภูมิของอู่ทอง
ชายหนุ่มมองจากชั้นล่างที่พวกเขาอยู่ แล้วเตลิดเลยขึ้นไปยังชั้นพื้นดิน แลมุมสูง
เขามองยังคูน้ำที่ล้อมรอบเมืองอู่ทอง ซึ่งคูน้ำนี้เป็นที่บ่งบอกอาณาเขตของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนโบราณ
“ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีไว้ใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อแต่สมัยนั้นคงไม่ใช่ศาสนา “ ปราบเอ่ย
“ แล้วมันเป็นอะไร “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ผู้ใดจะรู้ “ ปราบเอ่ย
“ อัลตรอนการขุดค้นเมืองอู่ทองในช่วงที่ก่อนปรากฏการณ์อสูรกลืนเมืองเป็นเช่นใด “ ปราบเอ่ยถาม
“ เจ้านาย ในสมัยนั้นมีการขุดค้นและตรวจสอบย้อนหลังได้เพียงสามพันปี เก่ากว่านั้นไม่มีหลักฐาน “ อัลตรอนเอ่ย
“ มีการอยู่อาศัยของคนพื้นเมืองมานานกว่าสามพันปี มีการถลุงเหล็ก ทองแดง การหลอมสัมฤทธิ์ เครื่องปั้นดินเผา “ อัลตรอนเอ่ย
“ ภาษาที่ใช้เป็นภาษาไท – กะได หรือไท – ไต ภาษาเคลื่อนย้ายลงมาจากมณฑลกว่างสีของจีน ประมาณสามพันปีมาแล้วเป็นอย่างน้อย เส้นทางของภาษาเส้นทางแรกไปทางเวียดนาม เส้นทางที่สองลาว เส้นทางที่สามสยาม เส้นทางที่สี่เมียนมาร์ เส้นทางที่ห้าอินเดีย ภาษานี้ใช้เป็นภาษากลางทางค้าก็คือใช้พูดคุยสื่อสารในการค้าขาย ไม่ใช่ภาษาหลักที่กันในช่วงแรก “ อัลตรอนเอ่ย
“ พอ พอ เรื่องประวัติศาสตร์พอไว้ก่อน “ ปราบเอ่ย
“ ดูร่องรอยของคูน้ำว่าเก่าแก่ขนาดไหน “ ปราบเอ่ย
“ คูน้ำมีการขุดขึ้นในยุคหลังประมาณสี่ถึงห้าพันปี เป็นความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาผี “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ แสดงว่าเมื่อชายชราผู้นี้ตายลง หลักฐานทุกอย่าง องค์ความรู้ที่เขามีก็ได้ตายตามเขาไปด้วย “ ปราบเอ่ย
“ นี่มันเกินที่ข้าจะรับได้แล้ว “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ชายชราตาย เสมือนทางถูกตัดขาด ไม่มีทางไปต่อ ไม่มีทางเชื่อมต่อ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง
“ แล้วบรรพชนของพวกเราแท้จริงแล้วเริ่มต้นในยุคสมัยใด “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ รึเราจะเป็นเหมือนหนังเรื่องโพรมีธีอุส “ นักวิจัยคนหนึ่งเอ่ย
“ ใช้พวกเราเพื่อเป็นสถานที่ฝึกฝนเช่นนั้นรึ “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย
“ มันก็น่าคิดมั๊ยเล่า “ นักวิจัยคนเดิมเอ่ย
“ ใช่มันน่าคิด “ ปราบเอ่ย
“ ให้พวกเราเกิด ให้พวกเราเป็นเหยื่อ แล้วให้ความรู้ที่ใช้ต่อสู้ “ ปราบสูดหายใจเข้าลึก
“ หลักฐานเดียวที่มีก็คือชายชราผู้นี้ “ เขาเอ่ย
“ ผมว่าลองไปเปิดบ่อน้ำปราณอีกหลายแห่งเผื่อจะได้คำตอบเพิ่ม “ ปราบเอ่ย
“ ได้ แต่เปิดที่นี่ก่อน “ ผอ.คณะวิจัยเอ่ย
“ เก็บร่างชายชราไว้ เพราะอัลตรอนบอกผมว่าหลังประตูนี้มีแรงดันมหาศาล “ ปราบเอ่ย
“ ได้ “ ผอ.คณะวิจัยพยักหน้า
ทีมวิจัยทำการนำเอาร่างของชายชราใส่เข้าไปในกล่องเก็บอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวการแตกหักหรือผุพัง
พวกเขาจัดการเก็บสิ่งของแล้วเร่งเดินไปขึ้นไปยังผิวดินอย่างรวดเร็ว
เมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ ทุกคนเข้าสู่ที่ปลอดภัย
ผอ.ยิ่งส่งสัญญาณให้กับชายหนุ่ม
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
เขาเดินเขาไปยังประตูบานใหญ่ แล้วเรียกกระบี่ออกมา
ชายหนุ่มวางคมกระบี่ลงที่กึ่งกลางของสองบานประตูที่มาบรรจบกัน แล้วออกแรงงัด
“ แกร็ก “ ผนึกที่ยึดบานประตูพลันแตกออก
“ ตูมมมม “