ตอนที่2
คุณหมอไร้รัก
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงสั่นเตือนเ้าของที่กำลังนอนหลับรู้สึกตัว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเปิดขึ้นทันทีเพราะจำได้ดีว่าสายนี้มาจากที่ทำงาน คนถูกปลุกรีบคว้าเ้าเครื่องจิ๋วที่กำลังแผดเสียงมาแนบหูทันที
“อะไรนะครับ อุบัติเหตุหมู่ ครับๆผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” พอปลายสายพูดจบคนอยู่นั่งอยู่บนเตียงก็แทบหายง่วงเป็ปลิดทิ้งก่อนหันไปคว้าแว่นตาและรีบก้าวลงพื้นตรงไปตู้เสื้อผ้า แล้วหยิบชุดทำงานมาสวมอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มยืดตัวเต็มด้วยความสูงร้อยแปดสิบห้าเิเมีใบหน้าสวยหวานกว่าผู้หญิง ดวงตาดูอ่อนหวานตอบรับกับคิ้วยาวพาดตรงทรงจมูกขึ้นสันและโด่งเป็ธรรมชาติยังไม่รวมริมฝีปากเรียวบางที่เข้ากับผิวขาวอมชมพูและเนียนละเอียดคล้ายดาราเกาหลีเมื่อนำทุกอย่างมาประกอบกันจึงสรุปได้ว่าความหล่อนี้ถูกสรรค์สร้างอย่างลงตัวทำให้มีเสน่ห์และดึงดูดผู้คนให้เข้าหาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเพศเดียวกัน...
ความเป็ความตายของผู้ป่วยทำให้ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือหมอผ่าตัดแผนกกระดูกและข้อต่อต้องรีบขับรถไปที่โรงพยาบาล แม้ว่าจะอายุเพียงสามสิบสามแต่ฝีมือที่เลื่องชื่อก็การันตีความเชี่ยวชาญของเขาได้ดี
“ฮัลโหลครับ ผมกำลังเดินทางครับ” สายตาจับจ้องบนท้องถนนไป ริมฝีปากก็ตอบปลายสายผ่านแฮนด์ฟรีไปทางวอร์ดหรือแผนกได้โทรมาเร่งเขาอีกครั้ง เพราะจำนวนหมอไม่พอจะรองรับคนไข้
“เฮ้อ นี่ขนาดพ้น่สงกรานต์มาแล้วนะ” เมื่ออีกฝ่ายวางสายไปแล้ว คนเป็ศัลยแพทย์จึงเหยียบคันเร่งขับให้เร็วมากกว่าเดิมพรุ่งนี้เขาขอแลกวันหยุดกับหมอท่านอื่น เพราะต้องไปส่งครอบครัวไปเยี่ยมญาติที่ต่างประเทศในตอนเช้าวันนี้รัชยุทธ์จึงกลับมานอนที่บ้านไม่ใช่คอนโดเหมือนทุกๆวันระยะทางจากที่นี่ไปโรงพยาบาลจึงค่อนข้างใช้เวลา
“บ้าชะมัด มาหมดอะไรตอนนี้วะ” เสียงทุ้มสบถอย่างหัวเสีย เมื่อสังเกตเห็นว่าน้ำมันใกล้จะหมดเขาจึงรีบมองหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะเห็นว่ามีอยู่แห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกลนักรถ BMW สีดำเลี้ยวเข้าไปเทียบจอดที่หัวจ่ายเด็กปั๊มคนหนึ่งรีบกุลีกุจอมาบริการลูกค้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
รัชยุทธ์ยกมือปิดริมฝีปากที่กำลังอ้าปากหาวสี่ครั้งติดก่อนสะบัดหัวไปมาไล่ความง่วงงัน เขาคิดว่าควรแวะซื้อกาแฟก่อนเข้างานไม่อย่างนั้นคงทำงานไม่ไหว เห็นทีวันนี้คงโต้รุ่งแน่ๆ
เมื่อเติมน้ำมันเสร็จ ศัลยแพทย์หน้าหวานจึงเคลื่อนรถไปจอดหน้าร้านสะดวกซึ่งตั้งอยู่ภายในปั๊มแห่งนี้และรีบก้าวขาเข้าไปซื้อของที่้าทันที ไม่นานนักเขาก็ออกมาพร้อมกาแฟร้อนแก้วเล็กๆกับขนมปังแก้หิว ก่อนจะชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นสุนัขสีน้ำตาลอ่อนรูปร่างผอมโซนั่งกระดิกหางเงยหน้ามองเครื่องบินลำหนึ่งในระยะไกลน่าแปลกที่เขาก็เผลอมองตามเ้านี่เสียด้วย
ดวงตาหวานจ้องมองบนสิ่งที่กำลังขับเคลื่อนบนท้องฟ้าอย่างไม่วางตาราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด
เพราะอะไรกัน?
ทำไมเขาต้องรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่บนเครื่องบินลำนั้นและเหมือนสิ่งนั้นเป็สิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน
บรู๊ววววววววว
“บรู๊วววว เฮ้ย บ้าไปแล้วไอ้พีท จะหอนตามทำไมวะแล้วยังจะจ้องเป็หมามองเครื่องบินเลยนะ”
รัชยุทธ์พูดก่อนส่ายหน้าไปมาเพื่อสลัดความคิดเขาคิดว่าคงเพราะง่วงนอนจึงคิดเพ้อเจ้อไปเรื่อยเดี๋ยวดื่มกาแฟเข้าไปก็คงรู้สึกดีขึ้น
“หิวเหรอ รออยู่นี่ก่อนฉันจะไปซื้ออะไรให้นายกิน เฮ้ย ไม่มีเวลาแล้ว ฉันต้องรีบไป ขอโทษด้วยนะกินอันนี้แทนได้หรือเปล่า เอาไปเถอะ ฉันให้”
แม้ว่าอยากจะเข้าไปซื้อไส้กรอกหรือลูกชิ้นให้เ้าตูบตัวนี้แต่เมื่อดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้ว เขาไม่มีเวลามากพอที่จะไปยืนต่อคิวซื้อของอีกรัชยุทธ์จึงตัดสินใจยกขนมปังของตัวเองให้แทน เ้าสุนัขแสนรู้กระดิกหางและมองคนใจดีอย่างซาบซึ้งใจศัลยแพทย์หน้าหวานยิ้มรับและลูบหัวมันไปหนึ่งทีก่อนจะรีบกลับไปที่รถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักรถ BMW สีดำก็เทียบจอดที่ลานจอดรถสำหรับแพทย์ ก่อนที่เ้าของรถจะรีบวิ่งไปที่ห้องฉุกเฉินทันที
ภาพความโกลาหลเกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล เหล่าแพทย์และพยาบาลวิ่งกันวุ่นหลังจากพาผู้าเ็จำนวนจากอุบัติเหตุเข้ารับการรักษาหลากหลายเสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่องร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยเืและแผลฉกรรจ์มากมาย หากแต่มีเคสหนึ่งที่สาหัสมากจนสร้างความหนักใจให้กับแพทย์ผู้ทำการรักษา
สภาพเด็กชายวัยสิบสองปีมีาแบริเวณหน้าท้องส่วนหน้าอกมีรอยช้ำจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรง เืไหลออกจากทางปากไม่หยุดหมอเวรใช้ไฟฉายส่องไปที่ม่านตา รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นเพราะโล่งใจเมื่อคนไข้ยังตอบสนองได้ดีหากแต่ผลเอกซเรย์นั้นทำให้เขาต้องคิดหนักเพราะกระดูกซี่โครงท่อนหนึ่งหักทิ่มทะลุปอด คงต้องรอแพทย์เฉพาะทางมาผ่าตัดเท่านั้น
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็มาหยุดอยู่หน้าห้องฉุกเฉินรัชยุทธ์รีบเปิดประตูเข้าไปและเดินตรงมาที่เตียงของเด็กชายตามที่พยาบาลแจ้ง เขามองผลเอกซเรย์แล้วสั่งให้ย้ายคนไข้ไปที่ห้องผ่าตัดทันทีพวกเขาต้องรีบทำเวลาให้เร็วที่สุด เพราะเคสนี้หนักไม่ใช่น้อยแต่นับว่ายังโชคดีที่าแบริเวณหน้าท้องไม่ลึกมากพอที่ส่งผลถึงอวัยวะส่วนอื่นๆ
ก่อนทำการผ่าตัดทีมแพทย์และพยาบาลต้องขัดฝ่ามือจนถึงศอกให้สะอาดด้วยแปรงและน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและป้องกันคนไข้ติดเชื้อหลังจากทุกคนสวมชุดและถุงมือเรียบร้อยแล้ว ทางวิสัญญีแพทย์ได้เช็กสภาพผู้ป่วยอีกครั้งหลังวางยาสลบก่อนแจ้งให้ทีมงานทราบว่าคนไข้พร้อมผ่าตัดแล้วเืสำรองค่อยๆไหลเข้าสู่ร่างที่กำลังนอนแน่นิ่งผ่านเข็มบริเวณฝ่ามือ
รัชยุทธ์เช็กม่านตาคนไข้อีกครั้งสลับกับหันไปมองอัตราการเต้นของหัวและความดันโลหิตบนหน้าจอก่อนจะให้สัญญาณกับทีมแล้วลงมือผ่าตัดทันที ปลาย scalpelหรือมีดผ่าตัดหัวเล็กกรีดลงิัชั้นนอกสำหรับเปิดทางเข้าไปสู่าแทางแพทย์ผู้ช่วยถือ clamping หรือคีมห้ามเืป้องกันไม่ให้คนไข้เสียเืมากเกินไปทุกวินาทีชีวิตสร้างความกดดันให้พวกเขาอยู่ไม่น้อย
แม้ว่าเคสแรกจะประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดีแต่ก็ยังมีผู้าเ็อื่นๆที่รอรับการรักษาซึ่งทีมแพทย์ต้องใช้เวลาอยู่ในห้องผ่าตัดตลอดทั้งค่ำคืน
กว่าที่เหตุการณ์จะสงบลงก็เมื่อสิบโมงกว่าผู้คนหลายสิบคนต่างรออยู่หน้าประตูเพื่อสอบถามอาการญาติของตนคุณหมอแต่ละคนทยอยเดินออกมาแจ้งผลการรักษาให้กับญาติคนไข้ซึ่งมีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย
รัชยุทธ์มองผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังร้องไห้ต่อหน้าตัวเองอย่างเห็นใจสามีของเธอเพิ่งถูกส่งตัวเข้ามาเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว จากอุบัติเหตุเมาแล้วขับพวกเขาพยายามเต็มที่แล้วเพื่อจะยื้อชีวิตชายคนนี้แต่อวัยวะภายในเสียหายมากเกินกว่าจะทำการรักษาได้ ซึ่งความตายเป็ภาพที่ชินตาสำหรับหมอและพยาบาลทุกคนเพราะจะต้องเจอในทุกๆวัน คนเป็หมอจึงทำได้เพียงพูดปลอบและกุมมือให้กำลังใจหญิงวัยกลางคนเท่านั้นเขารอจนเธอสงบลง แล้วจึงค่อยขอตัวกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง
คนที่อดนอนมาทั้งคืนทิ้งตัวลงกับเก้าอี้นวมอย่างหมดแรง มือที่เพิ่งจับมีดผ่าตัดยกขึ้นบีบนวดตามร่างกายให้กล้ามเนื้อคลายตัวจากยืนข้างเตียงผ่าตัดนานกว่าสิบชั่วโมง
เ้าหน้าที่ทุกคนต้องแข่งขันกับเวลาต่อผู้าเ็จำนวนมากอีกทั้งวันนี้บุคลากรไม่เพียงพอ เพราะศัลยแพทย์ส่วนหนึ่งถูกดึงตัวไปที่โรงพยาบาลเครือเดียวกันอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่แต่ว่าพวกเขาก็สามารถที่ช่วยเหลือคนไข้ให้ปลอดภัยได้เกือบทุกคน
“ฟู่… เหนื่อยจริงๆเลยแฮะวันนี้”
คนที่อยู่ในชุดผ่าตัดพ่นความเหนื่อยล้าผ่านริมฝีปากหยักบางดวงตาคมหลับลงอย่างช้าๆ พลางบอกตัวเองในใจว่านอนพักเอาแรงสักครึ่งชั่วโมงแล้วกลับบ้านไปนอนต่อ
แต่แล้วดวงตาหวานก็เปิดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าควรไปตรวจอาการน้องเขยตัวแสบที่เขาพลั้งมือยิงเมื่อหลายวันก่อนเพราะทำร้ายน้องสาวของเขาจนเกือบแท้งลูก ไหนๆก็อยู่โรงพยาบาลแล้วไปดูเ้านั่นหน่อยก็ดี
รัชยุทธ์คว้าเสื้อเชิ้ตและกางเกงแสลคไปเปลี่ยนในห้องน้ำก่อนจะหยิบชุดกาวน์สวมทับอีกที
“ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ ฉันเป็หมอไม่ใช่ฆาตกร”เมื่อเห็นหน้าของรณพีร์ รัชยุทธ์ก็เปิดฉากจิกกัดน้องเขยทันทีเขายิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อได้เห็นดวงตาตื่นตระหนกของอีกฝ่ายเขาหวังว่ารณพีร์จะหลาบจำ และไม่กล้าทำร้ายรดาณัฐอีก
ปลายนิ้วที่อยู่ภายในถุงมือแตะแผลที่หน้าท้องจากผ่าะุออกเบาๆแม้จะไม่ชอบหน้าคนไข้คนนี้นัก แต่ก็ไม่อยากให้น้องสาวต้องคิดมาก ศัลยแพทย์หน้าหวานจึงเลือกจะเก็บความขุ่นเคืองเอาไว้แต่เขาให้สัญญากับตัวเองว่า หากรณพีร์กล้าทำให้รดาณัฐเสียน้ำตาหรือาเ็อีกครั้งคราวนี้ลูกปืนจะไม่ได้ฝังแค่ที่หน้าท้องแน่ๆ เขาจะยิงเข้าที่กบาลของเ้านั่นเลยทีเดียว
“เท่าที่ตรวจคิดว่าอีกสองวันก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้อาการโดยทั่วไป ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง แต่เื่แผล อาจจะยังไม่สมานกันดียังไงก่อนนายกลับบ้าน ฉันจะตรวจอีกทีแล้วกัน” รัชยุทธ์บอกรณพีร์ก่อนหันไปมองรดาณัฐและยิ้มเ้าเล่ห์ เมื่อนึกอยากแกล้งคนที่ทำทีอ่านนิตยสารบนโซฟาแต่สายตามองมาที่เตียงสามี “นายก็รีบๆหายซะเดี๋ยวคนบางคนจะอกแตกตายซะก่อน รู้ไหมตอนที่นายยังไม่ฟื้น คนแถวนี้ร้องไห้ตาบวมเป็ลูกส้มโอเลยแหละพูดอยู่อย่างเดียวว่าพี่แธมป์ขา อย่าเป็อะไรนะคะ โอ๊ย! หยิกพี่ทำไมเนี่ย”
รัชยุทธ์ร้องลั่นเมื่อถูกหยิกที่เอวเต็มแรงเขาหันไปมองคนที่กำลังส่งสายตาเข่นเขี้ยว เพราะถูกแฉว่าเป็ห่วงสามีแต่ต่อหน้าทำเป็ไม่สนใจ นอกจากคนถูกหยิกจะไม่สลดแล้วมิหนำซ้ำยังส่งสายตาและยิ้มยั่วประสาทกลับมาอีกด้วย
“พี่พีท เดี๋ยวเถอะนะ” รดาณัฐแหวใส่พี่ชายยิ่งเห็นคนเป็สามียิ้มไม่หุบ แก้มนวลยิ่งขึ้นสีแดงระเรื่อเธอนึกต่อว่าพี่ชายที่หักหน้ากัน แบบนี้แล้ว คนใจร้ายอย่างรณพีร์ก็ได้ใจกันพอดีเธอไม่ยอมกลับไปอยู่ด้วยง่ายๆแน่
“พี่พูดอะไรผิดเหรอ” รัชยุทธ์แกล้งพูดเสียงยานคางทำเอียงคอมองตาแป๋ว จนอีกฝ่ายแทบจะถลามาหยิกเอวอีกรอบ เพราะเกลียดสีหน้าใสซื่อที่กำลังล้อเลียนจนน่าหมั่นไส้แต่คนขี้แกล้งกลับหลบได้ทัน
“ถ้าคิดจะทำอะไรพี่อีกล่ะก็ อย่าได้หวังเลยพี่ไม่พลาดซ้ำสองหรอก ฮ่าๆๆ อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ ไม่ดีใจเหรอพี่แธมป์ขาของน้องพรีมใกล้หายแล้ว” เมื่อเห็นสายตาที่จ้องจะกินเืกินเนื้อคนช่างยั่วจึงต้องหาทางหนีก่อน แต่ก็ไม่วายกวนประสาทน้องสาวก่อนออกจากห้องไป
“ไปก่อนนะคะ พี่แธมป์ขาาา” รัชยุทธ์รีบวิ่งออกจากประตู เมื่อมีหมอนใบหนึ่งบนโซฟากำลังพุ่งมาที่เขาพอประตูปิดลง ศัลยแพทย์หน้าหวานก็หัวเราะที่ได้แกล้งน้องสาว เขาหวังว่าหลังจากนี้ทั้งสองคนจะกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้อีกครั้ง และหวังว่าโซ่ทองคล้องใจที่กำลังอยู่ในท้องรดาณัฐจะทำให้พ่อแม่ลับมาคืนดีกันได้ไม่ยาก
เมื่อกลับมาถึงห้องพักรัชยุทธ์หยิบเสื้อผ้าและเอกสารทางการแพทย์บางส่วนลงในกระเป๋าสีดำทำงาน ่นี้เขาคงต้องเหนื่อยพอสมควร เพราะต้องขับรถไปกลับจากบ้านมาโรงพยาบาล เนื่องจากพ่อแม่จะไม่อยู่หลายวันที่บ้านจึงเหลือเพียงรัฐนนท์และรัชตะ น้องชายฝาแฝดเท่านั้น ส่วนรดาณัฐต้องดูแลสามีที่โรงพยาบาลจนกว่าจะเขาจะอนุญาตให้กลับบ้าน
ผู้คนในโรงพยาบาลต่างมองภาพชายคนหนึ่งที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพวกเขาต่างขยี้ตาและมองกลับไปอีกครั้ง สาวคนไหนกันหนอที่ทำให้คุณหมอไร้รักคนนี้ผู้มีใบหน้าเรียบกริบราวกับกระดาษเอสี่กลายเป็คนอ่อนโยนไปได้แม้จะจับใจความบทสนทนาไม่ได้แต่พวกเขามั่นใจว่าคงเป็คนสำคัญสำหรับคุณหมอท่านนี้แน่นอน
“ไม่ต้องห่วงน้องๆนะครับเดินทางปลอดภัยนะครับแม่” รัชยุทธ์บอกมารดาให้คลายความกังวลในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า พ่อแม่ของเขาจะเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ต่างประเทศแม้จะเสียดายอยู่ลึกๆที่ไม่ได้ไปส่งพวกท่านด้วยตัวเองรัชยุทธ์รีบกดลิฟต์ไปยังชั้นที่เป็ลานจอดรถของเขา และรีบสาวเท้าตรงที่รถยนต์เมื่อมันพามาถึงที่หมาย
ทว่า...ในขณะที่รัชยุทธ์กำลังเดินข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามรถยุโรปสีดำคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงซึ่งมันพุ่งตรงมาหาคนที่กำลังเดินข้ามฝั่งและคุยโทรศัพท์โดยไม่ทันได้ระวังตัวเสียงบีบแตรดังลั่น ทำให้รัชยุทธ์ใ ก่อนเบิกตาโพลงราวกับเห็นมัจจุราชมาปลิดชีวิต โทรศัพท์และข้าวของทั้งหมดหล่นจากมือกระจัดกระจาย
เอี๊ยดดด