ตอนที่ 144
คนๆนี้รู้สึกจะเป็นนักการเมืองที่กำลังหาเสียงอยู่ช่วงนี้รู้สึกจะชื่อว่า.... โจดี้คิดในใจก่อนจะรีบตรวจสอบสถานะชายคนนี้เพื่อความแน่ใจ
หน้าต่างชื่อ : นอมอล ทรัมป์ Level : 130อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 42ฉายา : ไฟเยอร์แมนRank : SS
“ใช่จริงๆด้วย” โจดี้อุทานออกมาหลังจากเห็นชื่อของชายคนนี้
“เฮ่เบ็นปิดประตูด้วยเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะยุ่ง” เพื่อนร่วมทีมของโจดี้ที่อยู่ในห้องบอกเพื่อนของเขาที่ไปเปิดประตู (ถือโอกาสใส่ชื่อให้ตัวประกอบซะเลยเรียกเพื่อนร่วมทีมๆชักรู้สึกแปลกๆ)
“ได้รอยด์” เบ็นพยักหน้า
“นี่มันของจริงใช่มั้ย” นอมอลหลังจากได้มองดูไข่มังกรใกล้ๆก็เงยหน้าขึ้นถาม
“คุณก็ตรวจสอบแล้วนี่ว่ายังไงล่ะคุณทรัมป์ทั้งหมดเจ็ดใบราคาก็หนึ่งหมื่นห้าพันล้านเหรียญ” รอยด์พูดด้วยสายตาเป็นประกายอีกแค่นิดเดียวเขาก็จะได้เงินที่ทำให้สบายทั้งชีวิตมาแล้ว
“ตกลงทั้งหมดเจ็ดใบหนึ่งหมื่นห้าพันล้าน” นอมอลพยักหน้าตกลงทันทีตอนนั้นเองโจดี้ที่เงียบมานานก็เอ่ยปากขึ้น
“นี่คุณทรัมป์คุณซื้อไปไม่กลัวพอมันฝักออกมาแล้วฆ่าคุณหรือไง ตัวแม่มันน่ะเลเวลกว่าสามร้อยเลยนะ มังกรพวกนี้คลอดออกมาคงเลเวลไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยแน่ๆ” โจดี้พูด
“คุณไม่ต้องห่วงหรอกคุณผู้หญิงผมมีลูกน้องที่มีสกิลเลี้ยงสัตว์เขาสามารถเลี้ยงมันให้เชื่องได้แต่ข้อกำหนดของสกิลคือต้องเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นไข่” นอมอลพูดอย่างไม่ปิดบัง
“มีสกิลแบบนี้ด้วย !!” โจดี้อุทานเบาๆ
“ว่าแต่คุณซื้อของแบบนี้จะดีงั้นเหรอสินค้าพวกนี้เป็นสินค้าอันตรายนะ” โจดี้เตือน
“ไม่ต้องห่วงผมรู้ดีว่าเป็นสินค้าอันตรายแต่ผมมั่นใจว่ามีคนที่สามารถเลี้ยงมันได้” นอมอลพูดพลางนึกถึงลูกสาวตนเองที่มีค่าพลังกายอันสูงส่ง (นอมอลยังไม่รู้ว่าหนูแอนนาแอบไปฟาร์มมา)
ฉันไม่ได้ห่วงตัวที่จะเกิดออกมาหรอกฉันห่วงตัวแม่มันมากกว่า โจดี้คิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะเพื่อนร่วมทีมของเธอทั้งสองเริ่มจะเขม่นเธอเสียแล้ว
จากนั้นโจดี้ก็ยืนดูการซื้อขายไข่มังกรทั้งเจ็ดของเพื่อนร่วมทีมเธอและนักการเมืองชื่อดังคนนี้หลังจากจ่ายเงินกันเรียบร้อยนักการเมืองคนนี้ก็โทรหาลูกน้องให้ขึ้นมาช่วยขนเจ้าไข่มังกรเจ้าปัญหาออกจากห้องของเธอไป
“ขอบคุณมากนะครับคุณทรัมป์เอาไว้ถ้ามีสินค้าพวกนี้อีกเราจะหาทางติดต่อไป” รอยด์พูดพลางยืนส่งนอมอลที่หน้าประตูห้อง
“ตามที่ตกลงกันไว้โจดี้เงินเจ็ดพันห้าร้อยล้านจะเป็นของเธอ” รอยด์พูดพลางเตรียมจะโอนเงินให้โจดี้แต่ตอนนั้นเองโจดี้ก็พูดโพล่งขึ้นมา
“ไม่ต้องรอยด์ ฉันไม่ต้องการเงินนั่น” โจดี้พูด
“ไม่ต้องการ ???x2” รอยด์และเบ็นถามอย่างสงสัย
“ใช่เงินนั่นถึงฉันจะใช้เวลาหาเองหลายปีแต่ฉันไม่ต้องการเงินพวกนี้ แต่แลกกับการที่ฉันให้เงินพวกนายทั้งหมดนายต้องปล่อยฉันไป ฉันไม่อยากอยู่ร่วมทีมกับพวกนายอีกแล้ว” โจดี้พูด
“ได้ไงกันโจดี้เราร่วมทีมกันมาก็สามปีแล้วนะ” รอยด์ดูเหมือนจะไม่ยอมผิดกับเบ็นที่ได้ยินว่าโจดี้จะยกเงินส่วนตรงนั้นให้ก็ตาโตทันที
“ไม่รู้ล่ะเอาเป็นว่าไม่ว่านายจะยอมให้ฉันไปหรือไม่ให้ไปฉันก็จะไปอยู่ดี” โจดี้พูดพลางเดินไปเก็บข้าวของทันที
“โจ....” รอยด์พยายามจะเดินไปรั้งโจดี้เอาไว้แต่ก็โดนเบ็นพูดขัดเอาไว้เสียก่อน
“เอาน่ารอยด์โจดี้คงไม่อยากร่วมทีมกับพวกเราแล้วช่างเถอะ พวกเราจะได้ส่วนแบ่งมากขึ้นไงล่ะ ถ้าโจดี้เอาเงินส่วนนั้นเราสองคนได้คนละไม่ถึงสี่พันล้านเลยนะตอนนี้โจดี้ไม่เอาเงินส่วนนี้แล้วเท่ากับเราได้คนละเจ็ดพันห้าร้อยล้านเต็มๆเลยนะ” เบ็นพูด
“แต่ว่าเบ็นถ้าไม่มีโจดี้เราจะไม่มีสกิลของเธอช่วยในการหาสินค้าพวกนี้อีกนะ” รอยด์เป็นห่วงตรงจุดนี้
“ไม่เป็นไรน่าสกิลของโจดี้ไม่ใช่สกิลยูนีคสักหน่อยเดี๋ยวเราก็เจอคนอื่นที่สามารถใช้สกิลแบบนี้ได้ แถมตอนนี้เราเองก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไปหาสินค้าแบบนี้อีกมั้ย” เบ็นพูดทำให้รอยด์นิ่งเงียบไปก่อนทั้งคู่จะมองดูโจดี้เก็บข้าวของและเดินออกจากห้องไป
ปัง !! เสียงโจดี้ปิดประตูเสียงดังเธอเดินออกจากห้องมาอย่างไม่พอใจ
“ชิไม่สบอารมณ์เลยจริงๆนึกไม่ถึงว่าพวกนั้นจะทำอะไรแบบนี้โดยไม่ปรึกษาเราก่อน นี่มันบ้ามากๆขโมยไข่มังกรเนี่ยนะพวกนายคิดอะไรกันอยู่ แล้วนี่ไม่รู้ว่าตัวแม่มันจะตามมาเอาไข่หรือเปล่าเนี่ย” โจดี้ที่เดินออกมาจากห้องบ่นพึมพำไปตลอดทางเอาจริงๆเธอก็เริ่มเบื่อเพื่อนร่วมทีมของเธอคู่นี้แล้วเหมือนกันและนี่ก็เป็นโอกาสทำให้เธอได้แยกตัวออกมาเสียที
“เฮ้อไปชอปปิ้งดีกว่านิวยอร์คได้ข่าวว่าเป็นเมืองแฟชั่นนี่เนอะ” โจดี้รู้สึกเซ็งๆจึงคิดจะไปเดินชอปปิ้งในเมือง
ตัดมาที่สตีฟ
“นี่ตรูต้องมานั่งรถบัสประจำทางอีกแล้วเหรอเนี่ยจะว่าไปเราก็มีความหลังกับรถบัสนี่เหมือนกันนะ เพราะไอ้เจ้ารถบัสบ้านี่ทำให้เราเป็นหนี้จนต้องมากลายเป็นฮีโร่ แต่ก็ต้องขอบคุณมันล่ะนะที่ทำให้เรารู้ว่าตัวเราเองไม่ได้เป็นคนไร้ค่าที่ได้แต่ทำอาหารและทำความสะอาดบ้าน” สตีฟพูดพลางมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดสองข้างทางที่รถกำลังวิ่งไปนั้นเป็นตึกร้างแทบทั้งนั้น
ตึกร้างพวกนี้เป็นตึกร้างที่รอวันทุกทิ้งเพื่อนำวัสดุกลับไปรียูสใหม่เพราะตอนนี้วัสดุสำหรับก่อสร้างกำลังขาดแคลนเพราะไม่มีเหมืองหินหรือเหมืองเหล็กที่ไหนสามารถเปิดได้อีกแล้วหลังจากเข้าสู่ยุคสัตว์กลายพันธ์
“อืม...จะให้เดินทางด้วยรถประจำทางแบบนี้ก็ขี้เกียจแฮะเข้าเมืองไปซื้อรถหน่อยดีกว่า” สตีฟนึกขึ้นได้ว่าควรจะซื้อรถใหม่จึงเดินทางมุ่งหน้าเข้าเมืองไปด้วยรถประจำทาง
สตีฟนั่งรถอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงในที่สุดรถประจำทางก็เดินทางมาถึงสถานที่เปาหมายใจกลางเมืองนิวยอร์ค
ป้ายต่อไปศูนย์การค้าผู้โดยสารที่ต้องการลงขอให้เตรียมตัวให้เรียบร้อยจะถึงที่หมายในอีกหนึ่งนาที !! เสียงอัตโนมัติของรถประจำทางดังขึ้น
“เอาล่ะลงดีกว่า” สตีฟลุกขึ้นก่อนจะเดินมารอที่หน้าประตูรถ
เอี๊ยด !! เสียงรถค่อยๆเบรคก่อนประตูจะเปิดออกไม่รอช้าสตีฟเดินลงจากรถทันที
“ต้องไปไหนก่อนฟระ” สตีฟมองซ้ายมองขวาไม่รู้จะไปไหนดีเขาไม่ค่อยมาที่ใจกลางเมืองซักเท่าไหร่ตอนนั้นเองจู่ๆก็มีคนสะกิดหลังสตีฟทำให้เขารีบหันไปดูว่าใครกันที่มาสะกิดเขา
“อ้าวคุณโจดี้ !!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นว่าคนที่สะกิดคือโจดี้เพื่อนสนิทของซาร่านั่นเอง
“นึกแล้วว่าต้องเป็นคุณสตีฟสามีของซาร่า ก็นะพึ่งจะเคยเห็นคนแต่งตัวแบบนี้ออกจากบ้าน” โจดี้พูดพลางก้มลงมองชุดผ้ากันเปื้อนตัวเก่งของสตีฟ
“ฮ่ะๆนี่มันเครื่องแบบผมนะครับ” สตีฟหัวเราะเบาๆ
“เหอะๆเอาชุดนี้เป็นเครื่องแบบเนี่ยนะคะคิดอะไรอยู่กันแน่หรือว่าเพราะฉายาคุณพ่อบ้านเลยต้องใส่แบบนี้” โจดี้ขำแห้งๆ
เหอะๆเครื่องแบบตรูมันแปลกเหรอฟระตรูว่าพวกใส่ผ้าคลุมอ่ะแปลกกว่าอีก ไม่รู้จะใส่ทำไมเกะกะตายชัก สตีฟคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาเพราะซาร่าเองก็ใส่ผ้าคลุมนั่นเวลาจะออกไปล่าสัตว์กลายพันธ์
“ว่าแต่คุณโจดี้มาชอปปิ้งเหรอครับมาซื้ออะไรล่ะ” สตีฟถามโจดี้
“ยังไม่รู้เลยค่ะว่าแต่เรียกโจดี้เฉยๆก็ได้ฉันอายุอ่อนกว่าคุณอีก” โจดี้พูด
“ได้ๆถ้าอย่างนั้นผมเรียกโจดี้นะ ส่วนจะเรียกผมสตีฟก็ได้” สตีฟพยักหน้า
“ได้สตีฟว่าแต่นายมาซื้ออะไรเหรอ” โจดี้ถาม
“ว่าจะมาหาซื้อรถน่ะครับ” สตีฟพูด
“อ้อนั่นสินะบ้านนายไม่มีรถสักคันเลยนี่นาทั้งๆที่มีที่จอดรถตั้งกว้างขนาดนั้น” โจดี้นึกถึงโรงจอดรถของบ้านสตีฟที่มีแค่รถมอเตอร์ไซค์รุ่นโบราณจอดอยู่เพียงคันเดียวเท่านั้น
“จริงๆรถมันก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่หรอกเพราะปกติซาร่าไม่ได้ใช้เธอเดินทางด้วยการเหาะเสียมากกว่าส่วนนี่ก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนอยู่แต่บ้านเป็นส่วนใหญ่น่ะ” สตีฟพูด
“อืมนั่นสินะ” โจดี้พยักหน้าเข้าใจ
“ถ้าอย่างนั้นไปก่อนนะต้องไปหาโชว์รูมรถอีกไม่รู้มันอยู่ที่ไหน” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปทันทีแต่สตีฟเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็รู้สึกเหมือนคอเสื้อถูกดึงเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนสินี่ใจคอไม่คิดจะพาฉันคนนี้เดินดูที่ศูนย์การค้านี่หน่อยเหรอ ฉันอุส่าออกมาชอปปิ้งทั้งทีนั” โจดี้พูด
“เอ่อ...” สตีฟไม่รู้จะตอบยังไงดีก็ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ
“นะๆสตีฟช่วยเดินชอปปิ้งเป็นเพื่อนหน่อยเอาไว้เดี๋ยวฉันจะไปช่วยเลือกรถเป็นเพื่อนเอง เรื่องรสนิยมน่ะไว้ใจได้เลย” โจดี้พูดพลางอยากให้สตีฟไปเป็นเพื่อนให้ได้
“เฮ้อก็ได้ๆ” สตีฟถอนหายใจออกมาในฐานะเจ้าถิ่นอย่างน้อยเดินเป็นเพื่อนโจดี้เพื่อนของซาร่าหน่อยก็ได้
ถึงแม้จริงๆเขาอยากจะซื้อรถให้เสร็จๆแล้วรีบกลับบ้านไปเตรียมอาหารเย็นเสียมากกว่าก็เถอะ
สามชั่วโมงต่อมา
“นี่ยังไม่พออีกเหรอเธอชอปมาเป็นร้อยกว่าล้านเหรียญแล้วนะ” สตีฟเริ่มบ่นเพราะสามชั่วโมงมานี้แม่โจดี้นี่แทบจะเข้าออกทุกร้านในย่านศูนย์การค้าแห่งนี้
“อะไรเล่าพึ่งจะร้อยกว่าล้านเอง อ๊ะนั่นกระเป๋ายี่ห้อกุชชี่ออกใหม่นี่นาโหจำนวนจำกัดผลิตแค่เจ็ดใบเองด้วย สตีฟไปเร็ว” โจดี้รีบพุ่งไปทันทีเมื่อเห็นว่ามีกระเป๋ารุ่นจำนวนจำกัดขาย
“เหอะๆให้ตายสิตรูไม่อยากเดินชอปปิ้งกับผู้หญิงก็เพราะแบบนี้ล่ะ ขนาดซาร่าไม่ใช่คนเลือกอะไรเยอะแยะยังเดินเกือบชั่วโมง” สตีฟพูดอย่างเหนื่อยๆ
ว่าแต่เมื่อไหร่ตรูจะได้ไปโชว์รูมรถฟระเนี่ยแล้วไอ้เจ้าศูนย์การค้านี่มันจะมีโชว์รูมรถหลายๆที่หน่อยไม่ได้หรือไง !!!!! สตีฟบ่นอยู่ในใจเพราะตอนที่ดูแผนผังศูนย์การค้าเขาเห็นว่ามันมีศูนย์โชว์รูมรถอยู่แห่งหนึ่งพอดีที่นี่ซึ่งอยู่สุดปลายถนนของศูนย์การค้าแห่งนี้
นี่เขาเดินตามโจดี้มาก็สามชั่วโมงแล้วแต่ยังเดินในศูนย์การค้านี่ยังไม่ถึงเจ็ดในสิบส่วนเลยด้วยซ้ำ
“เฮ้อ” สตีฟถอนหายใจออกมาก่อนจะรีบเดินคอตกเข้าไปในร้านขายกระเป๋ากุชชี่เมื่อสตีฟเดินเข้ามาในร้านก็ได้ยินเสียงโจดี้กำลังตวาดใส่พนักงานขายกระเป๋าทันที
“ว่าไงนะมีคนจองแล้ว !!” โจดี้ตวาดถามเสียงดัง
“ใช่ค่ะคุณลูกค้ากระเป๋ารุ่นนี้มีคนจองเรียบร้อยแล้ว” พนักงานตอบกลับอย่างสุภาพ
“แล้วไม่มีใบที่สองเหรอ” โจดี้ถามเสียงอ่อนลง
“ไม่มีค่ะกระเป๋าใบนี้นั้นผลิตออกมาแค่เจ็ดใบเท่านั้นเราสุ่มวางขายไปเจ็ดรัฐ ซึ่งรัฐเราโชคดีได้มาขายใบนึงพอดี แต่ว่ากระเป๋าพวกนี้นั้นเมื่อมีรุ่นออกใหม่หรือรุ่นจำกัดจำนวนเราต้องเก็บไว้ให้ลูกค้าประจำใบนึงเสมอค่ะน่าเสียดายที่รุ่นนี้ในช็อปเราไม่มีใบที่สองไม่อย่างนั้นดิฉันคงขายให้คุณไปแล้ว” พนักงานพูด
“บ้าน่านี่เลือกลูกค้าประจำด้วยงั้นเหรอถ้าไม่ขายแล้วจะเอามาวางโชว์ทำไม !!” ทันทีที่โจดี้ได้ยินว่าทางร้านต้องเก็บเอาไว้ให้ลูกค้าประจำก็โมโหทันที
“เรื่องนี้เป็นข้อผิดพลาดของเราเองค่ะเพราะกระเป๋าใบนี้เป็นพนักงานใหม่ของเราที่ไม่รู้ว่ามันมีใบเดียวจึงเอาออกมาตั้งที่ตู้โชว์” พนักงานพูดกับโจดี้พลางก้มหัวขอโทษ
“เอาน่าโจดี้ ในเมื่อมีคนจองไปแล้วก็ช่างมันเถอะ มีตั้งเจ็ดใบนี่เนอะเอาไว้เธอลองไปดูรัฐอื่นก็ได้” สตีฟพูดเขาเองก็เข้าใจความลำบากใจของพนักงาน
“อะไรกันสตีฟนี่มันรุ่นจำกัดจำนวนเลยนะจะให้ยอมง่ายๆได้ยังไง หนอยยัยบ้าที่ไหนมันถึงกับจองกับทางร้านล่วงหน้าแบบนี้แม่อยากเห็นหน้าจริงๆเลยเชียว” โจดี้พูดพลางบ่นออกมา
ประเทศจีน
ฮัดชิ่ว !! หญิงสาวผมบลอนด์คนหนึ่งจามออกมาขณะที่กำลังนั่งกินขนมอยู่ที่ศาลาริมน้ำ
“ลื้อเป็นอาไรไม่สบายงั้นเหรออาชีน่า” หญิงชราคนหนึ่งถามหญิงสาวที่นั่งกินขนมอยู่
“เปล่าค่ะท่านผู้อาวุโสแค่จู่ๆก็รู้สักคัดจมูกเท่านั้นสงสัยจะแพ้อากาศล่ะมั้งคะ ว่าแต่สถานการณ์เกี่ยวกับสัตว์กลายพันธ์ที่นี่เป็นยังไงบ้างคะ” ชีน่าหรือโฟว์ถามผู้อาวุโสตรงหน้า
หน้าต่างชื่อ : หลัน ลู่เหวิน Level : 175อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 112ฉายา : เทพกระบี่Rank : SSS
ชีน่าพูดกับผู้อาวุโสตรงหน้าอย่างเคารพเพราะผู้อาวุโสคนนี้เป็นหัวหน้าสมาคมฮีโร่สาขาใหญ่ของจีนซึ่งควบคุมดูแลสมาคมฮีโร่สาขาย่อยอื่นๆในประเทศจีนอีกทีหนึ่งหรือพูดง่ายๆก็คือผู้อาวุโสหลันคนนี้นี่แหละคือผู้มีอำนาจมากที่สุดในประเทศจีน
“ก็ค่อนข้างแย่ล่ะนะ ไม่กี่เดือนก่อนมองโกเลียก็พึ่งจะล่มสลายไปดีนะที่เมืองจีนเรายังป้องกันการบุกเข้ามาของสัตว์กลายพันธ์เอาไว้ได้แต่ก็คงได้อีกไม่นานเพราะเห็นว่ามีสัตว์กลายพันธ์ระดับกว่าสี่ร้อยตื่นขึ้นมาสร้างถิ่นฐานที่มองโกเลียคงอยู่ที่เวลาแล้วล่ะว่ามันคิดจะบุกประเทศจีนเราเมื่อไหร่” ผู้อาวุโสหลันพูด
“สี่ร้อยเลยอย่างนั้นเหรอคะ ??” ชีน่าถามเพื่อความแน่ใจซึ่งผู้อาวุโสหลันก็ได้พยักหน้าเบาๆ
“อ้ออั๊วะได้ข่าวว่าที่นั่นมีคนจัดการกับสัตว์กลายพันธ์เลเวลสองร้อยหกสิบได้นี่นาเรื่องนี้จริงหรือเปล่า” ผู้อาวุโสหลันถามทำให้ชีน่าแสดงสีหน้าตกใจเป็นอย่างมากก่อนเธอจะรีบเก็บสีหน้าให้เป็นปกติ
“รู้ได้ยังไงกันเหรอคะ” ชีน่าถามเธอซึ่งการถามแบบนี้เท่ากับว่าเป็นการยอมรับแล้วนั่นเองว่ามันเป็นเรื่องจริงชีน่าอยากรู้มากว่าผู้อาวุโสหลันรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรเพราะในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนอกจากเสียว่าจะมีคนมีสกิลประตูมิติแบบเธอแต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะสกิลของเธอนั้นเป็นสกิลยูนีคซึ่งมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งก็คือเธอ
“ฮุๆๆ นั่นสินะอั๊วะรู้ได้ยังไงกันน้อ” ผู้อาวุโสหลันไม่ตอบแต่ถ้าชีน่าสังเกตุสายตาของผู้อาวุโสหลันล่ะก็จะเห็นว่าเธอกำลังเหล่มองไปที่นกพิราบตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนต้นบ๊วยไม่ไกล
กรู๊ !! กรู๊ !! นกพิราบตัวนั้นส่งเสียงร้องออกมาเบาๆถ้าสังเกตุที่ขามันดีๆจะเห็นว่าที่ขามันนั้นมีกระบอกไม้ไผ่ติดเอาไว้อยู่
จบ...