ผู้คนต่างหันไปมองจอแสดงผลตามเสียงบอกของผู้ที่เฝ้าดูคนหนึ่ง
"คงมิใช่แล้ว หอชั้นที่สองมิมีจุดสีเหลืองใดเพิ่มขึ้นเลย"
"นั่น ๆ ดูนั่น มีจุดสีเหลืองเพิ่มขึ้นอีกสองจุดในส่วนกลางสุดของหอชั้นที่หนึ่งอีกแล้ว "
"แต่เอ๊ะ..!!..กลับมีจุดสีเหลืองเพิ่มมาอีกหนึ่งจุดกลายเป็นสี่จุดแล้ว นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น !!"
เสียงตะโกนนั้นทำให้ผู้คนต่างไปสนใจดูจอแสดงผลของหอชั้นที่หนึ่ง แต่จุดสีเหลืองที่เพิ่มขึ้นมาจนทำให้มีจุดสีเหลืองมีถึงสามจุด และเพิ่มเป็นสี่จุด จุดสีเหลืองในหอชั้นที่หนึ่งเกิดเพิ่มขึ้นดำรงอยู่เพียงหนึ่งนาทีแล้วเลือนหายไป เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้ง สร้างความสงสัยแก่ผู้คน แต่ก็มิอาจรู้ได้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด
....................................................................................................................................................................
ภายในพื้นที่ของทะเลลาวาในหอนิรทุกข์พยายมชั้นที่หนึ่งส่วนในสุด กังหลงก็ฝึกฝนวิชาท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยผ่านไปห้าวัน จนตอนนี้เริ่มสามารถสร้างร่างเงาเพิ่มขึ้นมาได้ถึงสองร่างในคราเดียว และในที่สุดเมื่อทุ่มเทพยายามก็สามารถสร้างร่างเงาได้สำเร็จเป็นสามร่าง บัดนี้หากรวมร่างแท้จริงก็จะเห็นมีกังหลงทั้งหมดสี่คนกำลังโลดแล่นไปมาอย่างรวดเร็วว่องไวยิ่ง
หลังจากฝึกปรือวิชาท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยระดับต้นสำเร็จ กังหลงลองคิดจะแยกร่างเงาที่สี่ออกมา แต่แม้จะทุ่มเทอย่างไรก็คล้ายมิอาจฝืนได้เหมือนความเร็วยังไม่เพียงพอ ลมปราณมีอาการติดขัดขณะเคลื่อนไหว จึงล้มเลิกการฝึกไป
บัดนี้กังหลงสามารถสร้างร่างเงาได้สำเร็จเท่ากับตนมีความสามารถขั้นพื้นฐานของท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอย จึงหันมาลองเรียกดาบอัคคีโลกันต์อเวจีออกมาเพื่อฝึกใช้งาน แต่ก็ยังไม่สามารถรับน้ำหนักของดาบได้อยู่ดี
นั่นเพราะพลังกายภาพที่ได้จากการฝึกฝนท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยระดับต้นสำเร็จเป็นเพียงพลังสำหรับโจมตีมิใช่พลังแบกรับหรือพลังป้องกัน กล่าวคือ ขณะนี้กังหลงสามารถต่อยตีธรรมดาโดยใช้ร่างกายได้รุนแรงถึงห้าพันชั่ง
แต่หากร่างกายโดนโจมตีด้วยพลังห้าพันชั่งร่างกายของกังหลงก็ยังไม่สามารถทนทานหรือแบกรับไว้ได้ จึงจำต้องเก็บดาบไว้ดังเดิม หันมาทดลองเคลื่อนไหวโดยใช้ท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอย ปรากฏว่าสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วว่องไวขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัว
"เฮ่อ..ยังไม่สามารถใช้งานดาบได้อยู่ดี ..ที่แท้พลังห้าพันชั่งที่ได้รับมานี้เป็นพลังที่โจมตีออกไปมิใช่พลังที่สามารถแบกรับได้..แต่ต้องมีวิธีใช้งานแน่นอน..คงต้องค้นหาดูอีกครา..ก่อนอื่นตอนนี้ต้องทดลองพลังทางกายภาพของข้าดูก่อนละกัน ว่าต่อยตีธรรมดาจะรุนแรงแค่ไหน"
กังหลงกำมือทั้งสองข้างพร้อมเหวี่ยงออกไปอย่างสุดกำลัง พลังหนึ่งพันชั่งถูกเหวี่ยงหมุนวนไปรอบ ๆ ตัวอย่างรวดเร็วดุจ เสียงการกวัดแกว่งดุจเสียงพายุกรรโชก เกิดคลื่นพายุวนออกรอบข้างจนทะเลลาวาปั่นป่วน
"วึดด...ฟ้าววว....วิ้วววว...!!"
นั่นก็เพราะตอนนี้กังหลงมีกำลังการโจมตีทางกายภาพถึงห้าพันชั่งแล้วนั่นเอง ทดลองสร้างร่างเงาขึ้นหนึ่งร่างแล้วเคลื่อนไหว ความเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงหนึ่งเท่าจริง ๆ ทดลองสร้างร่างเงาเพิ่มชึ้นอีกหนึ่งร่างจนเป็นสองร่างแล้วเคลื่อนไหว ความเร็วยังเพิ่มขึ้นแค่หนึ่งเท่าของร่างต้นเช่นเดิมมิได้เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ได้มาแม้จะเป็นแค่ความสามารถขั้นพื้นฐานก็นับว่ามีค่ายิ่งแล้ว สามารถแยกร่างเงาได้ ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของร่างต้น แถมมีกำลังโจมตีทางกายภาพถึงห้าพันชั่ง..!!
ความเร็วของท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยไม่ได้เพิ่มเป็นจำนวนเท่าตามจำนวนร่างเงาที่เพิ่มขึ้น แม้จะทดลองสร้างร่างเงาขึ้นเป็นสามร่างความเร็วก็ยังเพิ่มจากเดิมอีกหนึ่งเท่าของร่างต้นเหมือนเคย
กังหลงจึงจำต้องเชื่อตามข้อมูลความรู้ที่ได้บอกไว้ในตอนท้าย หากยังมิสำเร็จกายาทองแดง การสำแดงอานุภาพต่าง ๆ ของความสามารถที่ได้จากการเรียนรู้ท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยได้เพียงพื้นฐานส่วนเท่านั้น แต่ความสามารถแค่นี้หากแม้นพบเจอผู้ที่มีปราณยุทธระดับเดียวกัน กังหลงจะมีความเร็วเหนือล้ำกว่าเดิมถึงสองเท่า ถ้าหากสร้างร่างจำแลงมาช่วยแม้ร่างเงาจะอยู่ได้เพียงห้านาทีก็คงสามารถกำจัดหรือสยบผู้ที่มีระดับปราณเดียวกับตนได้ภายในพริบตาอย่างแน่นอน
การเคลื่อนไหวโดยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อกังหลงสร้างร่างเงาได้สำเร็จ จึงมิได้สร้างความลำบากให้แก่กังหลงแม้แต่น้อย ขณะนี้แม้ไม่สามารถใช้อาวุธหนักได้ กังหลงก็สามารถอาศัยการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นและพลังโจมตีทางกายภาพถึงห้าพันชั่งจัดการศรัตรูได้อย่างสบาย ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้มากมายนัก สิ่งที่เป็นปัญหาคือการใช้งานหรือกวัดแกว่งดาบซึ่งนับเป็นปัญหาที่กินแรง ยิ่งกังหลงเพียงยกกวัดแกว่งได้สองรอบก็ทำให้ลมปราณเหือดแห้งไปสิ้นแล้ว
เมื่อเหลือเพียงแค่ปัญหาเรื่องน้ำหนักดาบ กังหลงจึงหยิบม้วนคัมภีร์อีกสองม้วนที่เหลือในแหวนมิตินิลกาลจน์ออกมาดู ม้วนแรกมีชื่อ "เคล็ดวิชาระดับเลิศล้ำมายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษ" ม้วนที่สองชื่อ "เคล็ดวิชาระดับเลิศล้ำลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ"
เมื่อเห็นชื่อวิชาที่แสนประหลาดทั้งสองที่มิเคยได้ปรากฏมาก่อน กังหลงถึงกับขมวดคิ้ว และต้องตื่นตะลึงกับระดับของเคล็ดวิชาซึ่งล้วนเป็นระดับเลิศล้ำทั้งสิ้น มิทราบว่าอาจารย์ของตนนำมากจากแห่งหนใด และอาจารย์ของตนนั้นมาจากที่แห่งใดกันแน่ถึงได้มีสิ่งล้ำค่าเหล่านี้ได้ สิ่งที่มิเคยปรากฏมาบนโลกใบนี้ หากแม้นปรากฏขึ้นมาเมื่อใดมิทราบจะทำให้เกิดมรสุมการแก่งแย่งช่วงชิงที่ทำให้แผ่นดินแผ่นฟ้าพลิกคว่ำปานใดกัน