บทที่ 38: โลภะ
ทีมล่ายมทูตเล่นผ่านไม่ถึงครึ่งด่าน แต่ผู้ที่มีหน้าที่สนับสนุนหลักอย่างฝันก็กระดกยามานาไปหกขวดแล้วเวทมนตร์ดอกบัวเจ็ดชั้นกินพลังมานาเธอไปมหาศาลบวกกับความจำเป็นต้องร่ายทักษะรักษาต่อเนื่องทำให้สกิลฟื้นฟูพลังทำงานไม่ทัน
แต่ถึงอย่างนั้น เกมก็ยังดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดพัก
“<Boss: Tvaborn the Gambler>”
นารีคิ้วกระตุกเมื่อเฟียนน่าประกาศชื่อบอสตัวถัดไป ฝันกลั้นหายใจถามเพื่อนว่าปราบยากหรือเปล่าอีกฝ่ายตอบมาหน่ายๆ
“ไม่ได้ยากหรอก น่ารำคาญมากกว่า ฟังนะ เจ้าบอสกะหลั่วตัวนี้มั่วมาก โจมตีสุ่มความเสียหายมีทักษะลดความสำเร็จสกิล ทางที่ดีฝันอย่าใช้อะไรที่กินมานาเกินไป วศิน ปืนยาวไม่ต้องใช้ลัคนา ระบำซากุระเป็นท่าหลัก เข้าใจนะทุกคน?”
สามคนพยักหน้าพร้อมเพรียง
ตอนนั้นเอง กระดานรูเล็ตปรากฏขึ้นใต้เท้า
“ขึ้นฟ้า!” นารีตะโกนพลางกระชากแขนลัคนาขึ้น วศินและฝันประคองตัวเองขึ้นด้วยเวทมนตร์ได้ทันท่วงทีก่อนรูเล็ตจะเริ่มหมุนทำความเสียหายต่อเนื่องไล่จาก 111 ไป 777 เบ็ดเสร็จแล้วถ้าเมื่อครู่หลบไม่ทันก็โดนไปสามพันกว่าๆนับว่าน้อยสำหรับเกมนี้ แต่ที่แย่คือสถานะที่จะได้รับ
ฝันกระโดดเร็วไป ทำให้ทักษะ <Float> หมดเวลาก่อนรูเล็ตจะหมุนเสร็จเธอหล่นลงมากระแทกจังหวะที่ออกเลข 777 พอดี ทันใดนั้นก็ติดสถานะอัตราสำเร็จสกิลลดลงครึ่งหนึ่งและความเสียหายทั้งหมดที่เธอได้รับจะถูกสะท้อนไปให้เพื่อน
ถ้าเพื่อนคนนั้นเป็นนารีหรือลัคนาคงไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่ติดตรงที่ว่าคนที่รับความเสียหายแทนฝันดันเป็นวศินที่บอบบางกว่าสาวถึกทั้งสองนัก
เสียงหัวเราะเสียดแก้วหูดังขึ้นเหนือหัว มองขึ้นไปก็เจอปีศาจหนุ่มหน้าเหมือนนกแก้วในโจงกระเบนลายตารางหมากรุกผมบนหัวเป็นสีแดงตัดดำ และเสื้อที่สวมเป็นเสื้อกั๊กผูกหูกระต่ายอย่างดี มือผอมเป็นก้างสับไพ่สำรับหนึ่ง
“ข้าคือทวาบร ปีศาจแห่งการพนัน—อ็อกส์!”
นารีไม่รอฟังบอสพล่าม ใช้ด้ามขวานกระทุ้งเข้าน้องชายอีกฝ่ายจนจุก
“อู๊...”
“แกน่ะอยู่เงียบๆ ให้ฉันฆ่าเหอะน่า!”
นารีหวดขวาน แต่คราวนี้ฝ่ายที่รับความเสียหายกลับเป็นตัวเธอเอง
“แสบนักนะแก!” ค่าชีวิตของเธอหายไปส่วนหนึ่งจากความเสียหายที่สะท้อนออกมาสาวผมแกละกลับไปตั้งหลักอีกครั้ง
“เมื่อกี้เป็นสกิลติดตัวเหรอ?” วศินถาม นารีส่ายหน้า
“มันใช้สกิลปาหี่อะไรสักอย่างของมัน ทำให้มีโอกาสสะท้อนความเสียหายห้าสิบ-ห้าสิบ”
ถ้าป้องกันให้ทวาบรใช้ทักษะไม่ได้...ลัคนากัดปาก
“ฝัน...มีสกิล <Immune> รึเปล่า?” ลัคนาเอ่ยถามนักบวชสาว เธอพยักหน้าหงึกหงัก
“แต่ว่า ถึงจะติดสถานะทางลบไม่ได้ก็จริง...ฉันจะฮีลเธอไม่ได้นะ” ฝันแย้งเด็กสาวนักดาบพยักหน้ารับรู้ความเสี่ยง นักบวชสาวตกลงรีบร่าย Immune ให้ลัคนา โชคดีที่ร่ายติดตั้งแต่ครั้งแรกจึงไม่เปลืองมานาเปล่า
ทวาบรคิ้วกระตุกเมื่อเห็นดาบสีแดงเลือดในมือเด็กสาว ลัคนาถีบหัวนารีส่งตัวเองเข้าประชิดปีศาจนักพนันในเสี้ยววินาที
“...คิดว่าข้าให้เจ้าเข้ามาได้ง่ายๆ เหรอ?”
<Final Move “Shuffle”>
“ไม่ได้ผล!” ท่าไม้ตายถูกสถานะอิมมูนกันไว้สำเร็จ ลัคนาชูดาบขึ้นเหนือศีรษะหมายเผด็จศึกในดาบเดียวทว่าทวาบรก็โยกหลบซ้ายทีขวาทีจนเธอฟันไม่โดนแม้จะใช้สกิลระบำซากุระไปก็ตาม
“อันตรายชะมัดเลยวุ้ย! งั้นเจอแบบนี้หน่อยเป็นไง?!”
<Card Swap> (สลับไพ่)
“...?!” สถานะ <Immune> ของลัคนาถูกสลับกับสถานะสะท้อนการโจมตี
ทวาบรได้สถานะอิมมูนของเธอไปแล้ว ตอนนี้เท่ากับว่าแผนใช้ความสามารถพิเศษของซากุระมารุปิดการใช้ทักษะของทวาบรไม่ได้ผลเธอนับถอยหลังรอให้สถานะอิมมูนหมด
“ตอนนี้!” วศินอาศัยจังหวะหลังหมดสถานะอิมมูนยิงกระสุน <Maim> ใส่ ทว่ามันสะท้อนกลับมาใส่ตัวเขาเอง ค่าพลังทุกอย่างลดฮวบทวาบรยิ้มเหี้ยมแล้ววาดมือเป็นครึ่งวงกลม ไพ่จำนวนหนึ่งลอยค้างกลางอากาศ ปัดมือทีเดียวไพ่ทั้งหมดนั้นก็ตกลงสู่สี่ผู้เล่นราวห่าฝน
“เกราะ...อ๊ะ?!”
ทักษะไม่ได้ผล ฝันเสียมานาร่ายเกราะไปฟรี เสียจังหวะเพียงครู่เดียวไพ่คมดั่งมีดก็ปักร่างเธอแต่คนที่เจ็บไม่ใช่ฝันแต่เป็น...
“วศิน!”
“อึก...” เด็กหนุ่มกัดฟันอดกลั้นเสียงร้องสุดความสามารถ บนตัวเขามีไพ่สีขาวปักอยู่เหมือนเม่นค่าชีวิตเข้าเขตเหลืองไปแล้วเรียบร้อย การโจมตีของทวาบรสุ่มความเสียหาย ฉะนั้นเมื่อครู่ไพ่บางใบก็ทำความเสียหายหลักสิบบางใบก็ถึงหลักพัน
“พวกเจ้ามาได้แค่นี้แหละ” บอสแผดเสียงหัวเราะแหลมสูงแล้วกระทืบเท้าบนอากาศเหรียญทองจำนวนมากลอยออกมาและหมุนวนเป็นพายุเข้าโจมตีสี่ผู้เล่น
ลัคนาเห็นว่าถ้าวศินโดนไปคราวนี้เขาต้องตายแน่จึงใช้ร่างตัวเองกันเด็กหนุ่มที่นอนคู้อยู่ก่อนการโจมตีจะถึงตัวไม่กี่วินาที
“อึก!” เธอรู้สึกราวกับโดนลูกเหล็กนับร้อยยิงรัวเข้าใส่ร่าง ได้ยินนารีด่าถึงบุพการีคนสร้างเกมแทรกเสียงกรุ๊งกริ๊งของพายุเหรียญทองลัคนาพยายามขยับหลบแต่ความเจ็บปวดก็ตรึงร่างเธอไว้กับที่
กว่าการโจมตีจะจบลง ค่าชีวิตเธอเข้าเขตสีแดงแล้ว ถ้าไม่ได้เลือกสายนักดาบปีศาจที่พลังป้องกันสูงเมื่อครู่คงได้ไปเฝ้าพญายมอีกครั้งแน่
“เคี๊ยกๆ พวกเจ้าจะทนไปได้สักกี่น้ำกัน เงินข้ายังมีอีกเยอะ!”
ในสตาร์ดัสต์ เรล์มมีทักษะชุดพิเศษสำหรับผู้เล่นสายพนันซึ่งเป็นสายย่อยของคลาสนักแปรธาตุและนักฆ่าหนึ่งในนั้นคือทักษะที่ต้องจ่ายเงินเพื่อเรียกใช้ ข้อดีคือมันประหยัดมานาและคูลดาวน์สั้นแต่ถ้าใช้เพลินไปก็หมดตัวได้เช่นกัน
“ลัคนา?!” วศินเรียกชื่อคนที่เอาตัวมากันเขาแบบไม่คิดชีวิตเมื่อครู่เธอยิ้มแห้งๆ เหมือนจะบอกเขาว่าปลอดภัยก็ดีแล้ว
นี่มันแค่เกม ทำไมเธอทำอย่างกับว่าถ้าไม่เอาตัวเข้าแลกเขาจะตายไปจริงๆอย่างนั้น?
“เจ้าหนูผมยาวน่ารำคาญแฮะ ลองอีกสักตั้งดีกว่า”
<Final Move “Shuffle”> (สับไพ่)
วศินดึงลัคนาหลบแล้วยิงปืนสวนไป ติดที่ว่าอัลติของบอสตัวนี้ไม่สามารถหลบได้
เด็กสาวล้มตึกลงกับพื้น อ้าปากพะงาบๆ พยายามลุกขึ้น แต่สภาพนั้นเหมือนหนอนกำลังดิ้นมากกว่าแขนขาของเธอกระตุกเหมือนปลาขาดน้ำ คอบิดไปองศาแปลกๆ จนฝันและวศินอดสยองไม่ได้
“ซวย...” นารีจิ๊ปาก “ชัฟเฟิลเป็นทักษะจำกัดการเคลื่อนไหวโดยสลับเส้นประสาท...จะให้ขาขยับแต่แขนดันขยับแทนอะไรเทือกนั้น”
ทั้งสามมองลัคนาที่พยายามลุกขึ้นด้วยแขนซ้ายและขาขวา
“เคี๊ยกๆ นี่แหละสุดยอดทักษะของข้า เป็นยังไง?! ใครอยากโดนอีกก็ดาหน้าเข้ามาเลย!”
“โดนแล้วโดนอีกไม่ได้สินะ”
ทวาบรหุบยิ้มเมื่อเห็นลัคนาลุกขึ้นมาจับดาบมือเดียวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“บ้าน่า ทักษะยังไม่หมดเวลา! แถมยังเป็นสถานะล้างไม่ได้ด้วย!”
นารีแสยะยิ้ม “ลองอีกสักทีสิ”
เด็กสาวผมแกละลดขวานลง ลัคนาเหยียบใบมีดใหญ่ยักษ์แล้วสาวน้อยแรงช้างสารก็หวดขวานส่งตัวเธอลอยละลิ่วเข้าหาบอส
“คิดจะทำอะไร จ๊าก!”
การโจมตีแลกชีวิตของลัคนาคือการถีบอกทวาบรเต็มรัก ความเสียหายนั้นสะท้อนกลับหาเธอก็จริงแต่เด็กสาวยังไม่ยอมแพ้ เรียกใช้ระบำดอกซากุระ
เนื่องจากเป็นการเคลื่อนไหวด้วยทักษะจึงไม่ได้รับผลจากการสลับประสาท ความเสียหายนั้นสะท้อนกลับครึ่งโดนทวาบรครึ่งแต่ที่น่ายินดีคือตอนนี้ ปีศาจแห่งการพนันติดสถานะไม่สามารถใช้สกิลได้ชั่วคราว
ทวาบรมีจุดอ่อนร้ายแรงอยู่ข้อหนึ่ง มันไม่สามารถโจมตีแบบธรรมดาได้ กล่าวคือถ้าโดนปิดการใช้งานสกิลเมื่อไหร่มันจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย
บอสวิ่งพล่านไปทั่ว วศินยิงไปที่ข้อพับเข่ามันนัดหนึ่ง ปีศาจหนุ่มในโจงกระเบนก็ล้มหน้าคว่ำร้องไห้หาแม่
“แสบนักนะไอ้กร๊วก” นารีบิดข้อนิ้วดังกร๊วบๆ จากนั้นเธอกับสามลูกทีมก็สามัคคีรุมกระทืบทวาบรจนมันเลือดหมดในที่สุด
“เลือดน้อยแต่เสียเวลาชิบ” นารีสะบัดผมที่ระหน้า แต่ได้สติว่าตอนนี้เธอกำลังออกไลฟ์สตรีมอยู่จึงรีบเก๊กท่าน่ารักเป็นพัลวัน“อุ๊ย เหนื่อยจังเลยค่ะ อยากได้น้ำหวานๆ สักแก้วให้ชื่นใจ~”
หารู้ไม่ว่ามาดนักเลงที่ขัดกับภาพลักษณ์สาวน้อยน่ารักจะทำให้เธอดังเป็นพลุแตกในวันต่อมา
...
ครึ่งชั่วโมงถัดมาในวิหารสายรุ้ง เกาะลอยฟ้าเนบิวลา
ลัคนา ฝัน และวศินเหนื่อยเป็นตายในขณะที่นารีเสวนากับกล้องล่องหนไม่หยุดNPC สาวเฟียนน่ายิ้มเอ็นดูทั้งสามแล้วส่งน้ำผลไม้ให้
“นี่จ้ะ ไม่มีคุณสมบัติอะไรก็จริงแต่แก้เหนื่อยได้นะ”
ทั้งสามกรอกน้ำใส่ปากก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาบ้าง
“ไม่นึกว่าจะเหนื่อยขนาดนี้นะ...แทบตายแน่ะ” ฝันล้าจนอยากหลับบนพื้นวิหารเย็นๆให้รู้แล้วรู้รอด “ตอนฉันมานาหมดนึกว่าจะล่มซะแล้ว ดีนะที่วศินมีสกิลรักษาติดตัวอยู่บ้าง”
“เพราะมันฉุกเฉินเลยต้องใช้แบบช่วยไม่ได้ หลังจากนั้นมานาฉันก็หมดเหมือนกันตีไม่ได้ตั้งนาน”
สองผู้เล่นสายเวทถอนหายใจประสานเสียงกัน
“ฉันสงสัยเรื่องหนึ่ง ลัคนา” วศินเรียกเด็กสาวที่นอนแผ่หลาบนพื้นแบบไม่ห่วงโลกผมสีน้ำตาลไหม้สยายตัดกับพื้นวิหารสีขาว คนถูกเรียกส่งเสียงตอบในลำคอ “ทำไมทำเหมือนจะเป็นจะตายขนาดนั้น แค่เธอตั้งการ์ดไว้เหนือตัวฉันก็โอเคทำแบบนั้นแล้วเธอจะได้รับความเสียหายน้อยลงด้วย ไม่ต้องคร่อมก็ได้”
“...” ลัคนาจ้องเพดานวิหารภาพเขียนบอกเล่าเรื่องราวของเทพเจ้าผู้มีหกปีก
“...มันก็จริงนะ แต่ตัวขยับไปเอง” เธอตอบเสียงเบา
“ลัคนาเป็นคนแปลกจังนะ” ฝันยิ้มฝืด สังหรณ์ของเด็กผู้หญิงบอกเธอว่าบางอย่างเกี่ยวกับคนคนนี้ไม่ธรรมดา
“...”
“ขอโทษนะ ทำให้โกรธเหรอ?”
“เปล่าหรอก แค่คิดอะไรนิดหน่อย”
“นี่จะนอนแผ่กันไปถึงไหนเนี่ย?” นารีก้มหน้าจนจมูกเกือบชนกับลัคนาดวงตาสีทับทิมกลมโตจ้องเธอแป๋วจนมือเด็กสาวตาสีม่วงเผลอบีบแก้มนุ่มนิ่มของอีกฝ่ายเต็มแรง
“เจ็บๆ! จะเซอร์วิสให้แฟนคลับจิ้นมันก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่มันทำร้ายร่างกายแล้วนะ!”นารีโวยวาย แต่แรงบีบที่แก้มทำให้คำพูดของเธอออกมาฟังไม่ได้ศัพท์
“อ๊ะ ขอโทษ” ลัคนาได้สติปล่อยพวงแก้มของอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ นารีลูบแก้มที่เปลี่ยนเป็นสีแดงพลางร้องโอดโอย
“อยู่ดีๆ อะไรเข้าสิงเนี่ย?” นารีบ่นอุบ
ลัคนามองเพดานวิหารอีกครั้ง
เทพธิดาหกปีกรายล้อมด้วยบริวารนางฟ้านับร้อย ถัดออกมาตรงเสาทรงกระบอกมีรูปปั้นเล็กๆของเหล่ามารร้ายกำลังถูกเทวดาและนางฟ้าสังหาร น่าแปลกใจที่พวกเขาไม่ได้หน้าตาผิดแผกจากชาวสวรรค์เท่าใดนักสิ่งที่แตกต่างเห็นจะมีอยู่สิ่งเดียวคือเขาสองข้างบนศีรษะและอัญมณีเม็ดเขื่องที่ห้อยประดับอก
“สู้กันทำไมนะ...” เธอพึมพำ
มอนสเตอร์กับผู้เล่นสู้กันเพื่ออะไร?
MT กับผู้เล่นสู้กันเพื่ออะไร?
เข่นฆ่ากันจังหวะที่เห็นหน้าอีกฝ่ายเพื่ออะไร?
คำถามวนเวียนอยู่ในหัว สายตาสังเกตว่าเครื่องประดับของนางฟ้าในภาพเขียนมีอัญมณีแบบเดียวกับที่พวกมารสวมอยู่
“...อย่างนี้นี่เอง”
ความโลภสินะ คือสาเหตุที่ผู้เล่นฆ่ามอนสเตอร์และ MT
ความคิดของเด็กสาวขาดห้วงลงเมื่อฝันสะกิดเธอให้ลุกขึ้น เธอจึงเดินตามอีกสามคนออกจากวิหาร
ถ้าเธอหันมามองข้างหลังสักหน่อยจะเห็นความเจ็บปวดบนใบหน้าของเฟียนน่า NPC สาวหลับตาลงแล้วพูดเบาปานกระซิบ
“...ถึงจะลืมไป แต่ความเจ็บปวดพวกนั้นยังอยู่สินะ แล้วกี่สิบกี่ร้อยคนกันที่ต้องมีแผลใจแบบเดียวกับเธอคนนี้...”