หลังจากนั้นไม่นานอี้หนิงเอ๋อก็ได้ลืมตาฟื้นขึ้นด้วยความงุนงง นางไม่เข้าว่าเกิดอะไรขึ้น เสนาบดีลิ่วจึงได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้บุตรสาวทราบ
“ข้าพอจำจำได้ราง ๆ ว่ายามนั้นนั่งวาดรูปดื่มชากับพี่หนานหนาน แล้วจู่ ๆ ก็เวียนหัว และจำอะไรไม่ได้อีกเลย”
“ใช่แล้วน้องหนิงเอ๋อ ตอนนั้นพี่ก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน แต่พอตรวจดูชีพจรจึงได้ทราบว่าเจ้าป่วยด้วยสาเหตุใด จึงได้พาเจ้ามารักษาจนหายดี”
“ขอบใจพี่หนานหนานมาก หากไม่ได้พี่ข้าคงแย่”
“เรื่องเล็กน้อยไม่ต้องขอบใจหรอกท่านแม่พี่เป็นหมอนะ ตัวพี่ก็เช่นกันจะให้นิ่งดูดายได้อย่างไร”
“น่าชื่นชม น่าชื่นชมจริง ๆ สมแล้วที่เป็นบุตรชายของหมอหญิงอันดับหนึ่ง”
“ป้าขอบใจเจ้ามาก ๆ นะหนานหนาน งั้นเพื่อตอบแทนน้ำใจ เดี๋ยวป้าจะให้คนรับใช้ทำของอร่อย ๆ ให้เจ้าทานก็แล้วกันนะ”
“ขอบคุณขอรับท่านป้า”
เสนาบดีลิ่ว กับ ชุยฮัว ต่างเอ่ยชมอวี้ชิงหนานไม่หยุดปาก แถมชุยฮัวยังสั่งให้คนรับใช้ไปเตรียมขนม กับอาหารชั้นเลิศมาตอบแทนอีก ทว่า...ในยามนั้นเจ้าอวี้ชิงหนานกลับมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้นในหัวแทน
“ตอบแทนข้าหรือท่านป้า? น่าสนใจไม่น้อย แต่คิดไปคิดมามิใช่ขนมหรอกที่ข้าอยากทาน แต่เป็นตัวท่านมากกว่า” ใช่แล้วเจ้าอวี้ชิงหนานพลันบังเกิดความรู้สึกลามกอุบาทว์อย่างร่วมเสพสังวาสกับชุยฮัวนั้นเอง แต่จะใช่วิธีไหนเล่า? จะใช้ยาแบบอี้หนิงเอ๋อคงยาก มันพยายามคิดไปเรื่อย ๆ จนมาถึงเวลาทานมื้อค่ำ ยามนั้นเองบนโต๊ะทานอาหาร สองพ่อลิ่วสกุลลิ่วก็ได้สนทนากันด้วยเรื่องบางอย่าง
“จริงสิ ลิ่วอี้เจ้าทราบเรื่องกลุ่มโจรร้อยบุปผาที่อาละวาดอยู่แถวเมืองทางตะวันออกหรือไม่”
“ขอรับท่านพ่อ ข้าพอจะทราบอยู่ เห็นว่ามันบุกปล้นบ้านเรือนผู้คนกับร้านค้าไปหลายร้าน แถมยังจับหญิงสาวหลายคนไปย่ำยี โชคดีนักที่ร้านของเรา คนของเรายังไม่โดน”
“ก็นับเป็นเรื่องดีอยู่ แต่พอก็ยังไม่วางใจเท่าไหร่ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่พรุ่งนี้เช้าเจ้ากับพ่อเดินทางไปดูสักหน่อยจะดีกว่า หากไปในนามเสนาบดีพวกโจรคงไม่กล้าก่อเรื่องอีกเป็นแน่”
“เมืองทางตะวันออกไกลโขนะท่านพี่ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้เวลาร่วม เจ็ดวัน ท่านไปไหวหรือ”
“ย่อมไหวฮูหยิน แม้นข้าจะอายุเยอะแต่ก็ยังแข็งแรงอยู่เจ้าไม่ห่วงไปหรอก ระหว่างที่ข้ากับลิ่วอี้ไม่อยู่คงต้องฝากเจ้าดูแลทุกคนด้วย”
“ข้าทราบแล้ว” สิ้นสุดการสนทนาทั้งหมดก็ทานอาหารกันต่อ ทว่า...รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายก็พลันผุดขึ้นในใจของเจ้าอวี้ชิงหนาน “เสนาบดีลิ่ว กับพี่ลิ่วอี้ไม่อยู่หลายวันกระนั้นหรือ สวรรค์ช่างเปิดทางให้ข้าดีแท้ เอ๊ะ! ไม่สินะ แม้พวกเขาจะไปหลายวัน แต่วันมะรืนท่านแม่ก็จะกลับมาแล้ว ฉะนั้นข้ามีเวลาเพียงคืนพรุ่งนี้เท่านั้น” พอคิดได้ดังนั้นเจ้าอวี้ชิงหนานก็เฝ้ารอที่จะดำเนินตามแผนอย่างเงียบ ๆ ภายในใจ
วันต่อมาสองพ่อลูกสกุลลิ่วเดินทางไปเมืองทางตะวันออกแต่เช้า ส่วนคนอื่น ๆ ก็ใช้ชีวิตกันตามปรกติ จวบจนกระทั่งเวลาผ่านเลยมาถึงยามค่ำ เจ้าอวี้ชิงหนานไม่รอช้ารีบเปลี่ยนชุดเป็นชุดสีดำปกปิดใบหน้า ก่อนที่มันจะหยิบเอาโอสถสองเม็ดออกมากิน หนึ่งคือโอสถเปลี่ยนเสียง ผู้ที่กินเข้าไปจะทำเส้นเสียงเปลี่ยนชั่วคราว ที่ทำเช่นนี้ก็แน่นอนว่า เพื่อไม่ให้ชุยฮัวทราบว่าเป็นมัน อีกเม็ดคือโอสถที่เจ้าอวี้ชิงหนานแสนจะภาคภูมิใจ โอสถคชสารสะท้านพงไพรเพื่อเพิ่มขนาดเครื่องเพศให้ใหญ่ยาวขึ้นยามแข็งตัวนั้นเอง พอทำทุกอย่างเสร็จมันก็แอบย่องออกจากห้อง และมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของชุยฮัวทันที หนทางนั้นไม่ได้สะดวก เพราะพบเจอทหารยามที่เดินตรวจตราความปลอดภัยแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเจ้าอวี้ชิงหนาน ที่มีผงนิทรา แค่มันซัดใส่ทหารก็หลับจนถึงถึงเช้าเรียบร้อย
พอมาถึงหน้านอนของชุยฮัวเจ้าอวี้ชิงหนานก็บุกเข้าไปอย่างอุกอาจจนนางตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
“เจ้า เจ้าเป็นผู้ใดกัน! ทำไมถึงบุกเข้ามาในยามวิกาลเยี่ยงนี้ ทะ...ทหารอยู่ไหนมาจับเจ้าโจรผู้นี้เร็วเข้า”
“อย่าส่งเสียงร้องให้เจ็บคอเลยฮูหยิน มิมีผู้ใดได้ยินท่านหรอก พวกมันสลบหมดแล้ว”
“ว่าอย่างไรนะ เจ้ากล้าดียังไงถึงทำร้ายท่านเหล่านั้น แล้วมิรู้หรือว่าที่นี่เป็นที่ใด และไม่รู้หรือข้าเป็นใคร”
“ย่อมทราบแต่ฮูหยินไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นไปหรอก ต่อให้เป็นอำนาจของเสนาบดีลิ่วก็ทำอะไรข้าไม่ได้ เพราะข้าคือหนึ่งในกลุ่มจอมโจรร้อยบุปผา ฉายาฝ่าเท้าไร้เงา ไปมาไร้ร่องรอย ขนาดจอมยุทธ์ยอดฝีมือหลายคนยังจับข้าไม่ได้ แล้วมีหรือสามีท่านจะทำได้”
“จะ...จอมโจรร้อยบุปผาที่กำลังออกอาละวาดอยู่ที่เมืองตะวันออกกระนั้นหรือ! เหตุใดถึงมายังเมืองหลวงได้”
“ไม่ต้องแปลกใจไปฮูหยิน ข้านั้นแปลกแยกกว่าคนอื่น ๆ ในกลุ่ม ชอบไปไหนมาไหนอย่างอิสระ พอดีข้าเบื่อ ๆ เมืองทางนั้น จึงแอบมาเที่ยวเล่นเมืองหลวง”
“ชะ...เช่นนั้นเจ้าประสงค์สิ่งใดก็จงเอาไปเถิด แต่ขออย่าได้ทำอันตรายข้าเลย”
“ทำอันตรายฮูหยินหรือ ท่านผิดแล้ว ที่ข้าลอบมาหาท่านยามนี้เพื่อทำอย่างอื่นต่างหาก”
“ทำอันใด”
อวี้ชิงหนานในชุดดำมิได้กล่าวตอบ เพียงแต่ใช้มือปลดสายคาดเอว จนกางเกงหลุดไปกองที่ข้อเท้า ก่อนที่เจ้ามังกรยักษ์ตาเดียวของมันจะผงาดหัวชูชันออกมาอย่างน่าเกรงขาม ชุยฮัวที่เห็นถึงกับพลันเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ด้วยความตื่นตะลึง เพราะตั้งแต่เกิดมานางยังไม่เคยเห็นเครื่องเพศใดใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน หากจะมีก็คงเป็นของอาชาในคอกเท่านั้นกระมัง มันเทียบไม่ได้เลยกับของ เสนาบดีลิ่ว หรือ ลิ่วอี้ บุตรชายบุญธรรมผู้เป็นชู้รัก
“ยะ...ใหญ่โตยิ่งนัก ขะ...ของพรรค์นี้หาดสอดใส่เข้ามาในกายข้า กายข้าคงแหลกเป็นเสี่ยง ๆ เป็นแน่ ท่านโจรได้โปรดอย่าทำข้าเลย ข้ารับของท่านไม่ไหวหรอก” ชุยฮั่วมีสีหน้าหวั่นวิตกก่อนอ้อนวอน แต่มาถึงขั้นนี้แล้วมีหรือที่เจ้าอวี้ชิงหนานจะยอมถอยมันระบายยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากก่อนจะเอ่ยว่า
“มิต้องกลัวไปหรอกฮูหยิน เจ้ามังกรของข้ามุดเข้าถ้ำหยกของท่านได้แน่นอน และข้าก็มีโอสถลับที่จะทำให้ท่านไม่เจ็บระบมหลังจากการเสพสม ขอท่านอย่าขัดขืนเลย เพราะข้าไม่อยากใช้กำลัง” พอชุยฮั่วได้ยินดังนั้นนางก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี แต่จะให้ทำเช่นไรได้ หากขัดขืนอาจถูกโจรปล้นสวาทผู้นี้ทำร้าย หรือไม่ก็ถูกฆ่าตาย ชุยฮั่วจึงตกลง ก่อนที่นางจะปลดเปลื้องอาภรณ์ที่สวมใส่ออกจนหมด ยามนั้นเจ้าอวี้ชิงหนานตาลุกวาว สาดประกายความหื่นกระหายในราคะ คืนก่อนมันแอบดูก็ว่าชุยฮั่วงามแล้วพอได้มาเห็นตรงหน้ายามนี้มันเทียบกันไม่ได้เลย
อวี้ชิงหนานไม่รอช้าเดินผงาดหัวมังกรชูชันเข้าไปหาชุยฮัวก่อนจะผลักดันให้นางนอนลงบนเตียง จากนั้นก็แสยะยิ้มอย่างหื่นกาม น้ำลายของมันไหลหยดลงบนท้องน้อยของชุยฮัว นางทำหน้ารังเกียจใส่ แม้นปากจะบอกว่าสมยอมพอนึกถึงยามโดนสอดใส่ก็นึกตื่นกลัวอยู่ดี
“ท่านโจรอย่าทำอะไรรุนแรงนะข้ากลัว”
“ข้าบอกท่านแล้วอย่างไรเล่าฮูหยินว่าอย่าได้กลัวไปเลย ไม่แน่ว่าหากท่านได้ลิ้มลองมันแล้วล่ะก็ ท่านอาจจะลืมรสสวาทของท่านเสนาบดี หรือรสกามของลิ่วอี้ลูกเลี้ยงท่านไปเลยก็ได้” จบประโยคนั้นชุยฮัวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ท่านทราบ...”
“ย่อมทราบ ก็ข้าเป็นโจรร้อยบุปผานี่ มิมีความลับอันใดหลบพ้นสายตาของข้าได้ แต่ท่านอย่าได้ห่วงไปเลย ข้าหาใช่พวกปากสว่างเอาเรื่องของคนอื่นไปป่าวประกาศ และข้าก็มิมีเหตุผลจะต้องทำเช่นนั้นด้วย”
“ชะ..เช่นนั้นข้าก็ขอขอบใจมาก”
“งั้นเรามาหาความสำราญกันเถอะเมียจ๋า” กล่าวจบอวี้ชิงหนานไม่รอช้า สองมือตะปบเข้าที่สองเต้าของชุยฮัวเต็มๆ ทั้งบีบ ทั้งคั้น บีบนมนางสองเต้าเข้าๆ ออกๆ จากกันจนนางเริ่มเสียว ถึงแม้นางจะพยายามข่มใจแค่ไหนก็มิอาจข่มร่างกายของตนได้...
จบบท