เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 129 ขับไล่

            หากต้องการตรวจสอบคะแนนจำเป็นต้องใช้เลขประจำตัวนักเรียนและเลขในสนามสอบซูอินจำคะแนนของหลิงเมิ่งได้ไม่แน่ชัด

            เมื่อชาติก่อนหลิงเมิ่งทำคะแนนออกมาดี เพราะตอนนั้นซูอินปวดท้องมากจนไม่มีกะจิตกะใจเข้าสอบและทำคะแนนให้ออกมาดีทำให้เธอเข้าเรียนได้แค่โรงเรียนมัธยมลำดับที่แปดในชาตินี้หลิงเมิ่งส่งกระดาษคำตอบก่อนเวลาหลายครั้ง โดยไม่ตั้งใจสอบเลยสักนิดดังนั้นคะแนนที่ออกมาย่อมไม่ดีอยู่แล้ว

            “ต่อให้โรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าเรียนแต่เขาก็รับเฉพาะนักเรียนที่มีคะแนนต่ำ แต่ยังอยู่ในขอบเขตไม่รับนักเรียนที่คะแนนแย่จนเกินไป หากคะแนนของเธอสูงพอ ต่อให้พวกคุณพยายามจะเข้าที่นี่ฉันก็คงห้ามไม่ได้”

            ซูอินเน้นย้ำอีกครั้ง

            คำพูดสองประโยคนั้นเพียงพอที่จะแทงเข้าจุดอ่อนของอู๋อู๋ถึงแม้จะพยายามหาเหตุผลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนในชนบทที่ไร้ประสิทธิภาพซูอินสร้างผลกระทบกับบุตรสาวของเธอ แต่ลึกๆ ในใจเธอไม่สามารถยอมรับว่าบุตรสาวทำคะแนนได้เพียงหนึ่งร้อยกว่าๆ

            นั่นคือคะแนนรวมห้าวิชา แต่ได้เพียงหนึ่งร้อยกว่าๆเฉลี่ยแล้วได้เพียงวิชาละยี่สิบกว่าคะแนน

            เธอพยายามอย่างมากในการส่งเมิ่งเมิ่งเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการปกปิดเรื่องนี้อย่างไรเสียนอกจากนักเรียนที่ได้ลำดับหนึ่งถึงหนึ่งพันแล้ว ลำดับอื่นๆจะไม่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเมื่อถึงเวลานั้นคนนอกก็จะมองแค่ว่าบุตรสาวของเธอสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่ง

            ทว่าในตอนนี้คำพูดประโยคนี้ของซูอินกลับทำให้ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบย่ำ

            ความโกรธแค้นคุกรุ่นในใจของอู๋อู๋

            เลือดขึ้นหน้าจนเธอลืมว่าซูอินเป็นบุตรสาวของตระกูลอื่นไปแล้ว จากประสบการณ์สิบหกปีที่ผ่านมาภายใต้จิตใต้สำนึกของเธอ เด็กคนนี้ยังคงเป็นหลิงอินที่ทำทุกอย่างให้เธอพอใจและไม่กล้าขัดคำสั่ง

            “ผู้ใหญ่พูด แต่เธอกล้าเถียงงั้นหรือ”

            อู๋อู๋ร้องลั่นก่อนจะยื่นฝ่ามือออกไป

            เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมาก จนตระกูลซูและตระกูลเมิ่งตั้งรับไม่ทัน

            มีเพียงซูอินที่ยังคงมีสติตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ใช่ว่าเธอไม่เคยถูกอู๋อู๋ตี เมื่อเห็นอู๋อู๋โกรธจนเลือดขึ้นหน้าเธอก็พอจะเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แน่นอนว่าเธอในตอนนี้ไม่มีทางยอมยืนอยู่เฉยๆ ให้อู๋อู๋ตบตี

            เธอถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อหลบ ในตอนที่ตั้งใจว่าจะยกมือโต้กลับพลันนั้นเธอเกิดความคิดบางอย่าง

            เธอเหลือบไปเห็นหลิงเมิ่งที่อยู่ด้านข้างดวงตาของอีกฝ่ายยังคงเต็มไปด้วยน้ำตาแต่สีหน้ามีความสุขที่ได้เห็นคนอื่นตกที่นั่งลำบาก แววตาของหลิงเมิ่งไม่อาจปกปิดความรู้สึกนั้นได้มิด

            คิดว่ามีแค่เธอร้องไห้ได้คนเดียวหรือ

            เมื่อนึกถึงวันวานในชาติก่อนก็อดเศร้าไม่ได้พลันรู้สึกอุ่นที่จมูกและรอบดวงตา

            “เธอตบหนู!”

            “พ่อคะ ลุงคะ เธอตบหนู พวกคุณเห็นแล้วใช่ไหม เธอตบหนู”

            เมื่อเทียบกันแล้ว อู๋อู๋และหลิงเมิ่งที่มีผิวดำมาแต่กำเนิดกับคนผิวขาวผ่องที่ภายนอกดูอ่อนแอราวกับดอกบัวขาวอย่างซูอินเหมาะที่จะเล่นละครตบตาเสียมากกว่า

            ในเวลานั้นดวงตาของเธอเอ่อไปด้วยน้ำตาใบหน้าของซูอินเต็มไปด้วยความเสียใจ ใครเห็นเป็นต้องสงสารทั้งนั้น

            ที่นี่คือบ้านตระกูลซูนะ!

            นี่มันคือบ้านของน้องสาวของพวกเขา!

            กล้าดีอย่างไรมาตบตีลูกหลานตระกูลซู!

            มือของอู๋อู๋ที่โบกออกไปยังไม่ถูกดึงกลับมา ภาพเหตุการณ์นั้นทำให้ซูเจี้ยนจวินและเมิ่งเถียนเหลียงโกรธในทันที

            โดยเฉพาะซูเจี้ยนจวินเมื่อครู่ตอนที่อู๋อู๋ใช้น้ำเสียงดูถูกพูดถึงบ้านอันซอมซ่อของพวกเขาถึงจะรู้ดีว่ามันเป็นความจริง แต่ในใจเขาก็รู้สึกไม่ดีเท่าไร

            “เธอกล้าตบตีลูกสาวของพวกเราหรือ”

            ซูเจี้ยนจวินไม่เคยตบตีผู้หญิง แต่เพื่อซูอินเขาตัดสินใจผิดศีลธรรม

            เขาพับแขนเสื้อ ไม่พูดให้มากความหมัดของเขายื่นไปทักทายใบหน้าของอู๋อู๋โดยตรงทันที

            ในเวลานั้นอู๋อู๋หุนหันพลันแล่นเกินไป หลังจากที่ซูอินตะโกนและเธอได้สติก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศมันแปลกไป หมัดทมิฬล้อมด้วยสายลมพุ่งตรงเข้ามาโดยไม่รู้ตัวเธอพยายามหลบ ชายหนุ่มที่ทำงานในท้องนาเต็มไปด้วยพละกำลังหมัดพุ่งเข้าปะทะหน้าจนรู้สึกปวดแสบปวดร้อน

            เมิ่งเมิ่งที่หลบอยู่ด้านหลังอู๋อู๋ยืนมองด้วยความตกตะลึงก่อนจะลืมตัววิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเมิ่งเถียนเฟินเมื่อเห็นสีหน้าโกรธเคืองของอีกฝ่าย เธอได้แต่ถอนหายใจวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือด้านนอก

            “มีคนถูกต่อย รีบมาช่วยคุณแม่ฉันเร็ว”

            หลิงเมิ่งใช้ชีวิตอยู่ในชนบทมาสิบหกปี คนที่นี่รู้จักเธอดีจึงรีบวิ่งออกมา และเรียกบ้านที่ติดๆ กันออกมาด้วย

            ตอนนี้เป็นช่วงฤดูทำนาที่วุ่นวาย ผู้คนส่วนมากจึงอยู่ที่ทุ่งนาแต่ก็มีส่วนน้อยที่ยังอยู่บ้าน หลิงเมิ่งรู้จักถนนหนทางดีผ่านไปไม่นานเธอก็เรียกคนออกมาได้ไม่น้อย

            แต่อย่างไรก็ตาม…

            ระยะนี้มีหลายคนที่ชอบมานั่งสนทนากันที่บ้านตระกูลซูและประทับใจในตัวซูอิน

            นอกจากนั้น คนในชุมชนมีความสามัคคีกันหากฝ่ายหนึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนนอกเห็นชัดเจนว่าพวกเขาจะเข้าข้างฝ่ายไหน

            หลังจากที่ได้ยินซูอินอธิบายเหตุการณ์อย่างชัดเจนก็มีคนเริ่มพูดโน้มน้าว

            “เจี้ยนจวินอา ใจเย็นๆ หากทำร้ายคนจนบาดเจ็บจะต้องจ่ายค่ารักษานะ”

            “ใช่ เดิมทีบ้านของพวกเธอก็ไม่ค่อยมีเงิน ใจเย็นๆ อย่าไปต่อยตีเขาเลยให้พวกเราด่าก็พอ!”

            อู๋อู๋ หลิงเมิ่ง และคนขับรถที่เข้ามาช่วย : …

            คนที่อยู่บ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทำงานไม่ค่อยสะดวกจะต่อยตีกับใครคงไม่ไหว แต่การหาเรื่องคนละก็ ไม่มีใครด่าสู้พวกเขาได้จริงๆ

            วันนี้ท่ามกลางคำด่าทอมากมายของเหล่าผู้สูงอายุในหมู่บ้านตงผิงทำให้สองแม่ลูกตระกูลหลิงที่ตั้งใจจะมาเอาผิดซูอินถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านในทันที

            ซูอินที่เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งในครั้งนี้กลายเป็นคนที่ได้ผลประโยชน์เธอจูงมือเด็กชายตัวน้อยอยู่ท่ามกลางผู้คนดูรถเมอร์เซเดสเบนซ์ที่ถูกขับไล่ไปจากหมู่บ้าน

            มือเล็กๆ ถูกมือใหญ่อบอุ่นของพี่สาวกุมไว้เด็กชายตัวน้อยมองเงาที่นั่งอยู่บริเวณเบาะหลังของรถเมอร์เซเดสเบนซ์

            ปีศาจถูกขับไล่ไปแล้วจริงๆ

            ริมฝีปากเล็กยกขึ้นดวงตาโตเหมือนผลองุ่นภายใต้ขนตายาวเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

            เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถึงแม้บรรยากาศแห่งความสุขจะหายไปแต่เมื่อ “ส่ง”สองแม่ลูกตระกูลหลิงที่ตั้งใจมาหาเรื่องกลับไปแล้วครอบครัวตระกูลเมิ่งของคุณลุงก็ลุกขึ้นเพื่อขอตัวกลับ

            ในขณะที่ผู้ใหญ่คุยกันอยู่ในห้องซูอินหาโอกาสเดินตามเมิ่งเวยที่กำลังจะไปเข้าห้องน้ำ

            “เป็นเธอเองหรือ”

            ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกคุ้นหน้าลูกพี่ลูกน้องคนนี้มากเมื่อครู่ตอนที่พูดถึงเรื่องน่าอับอายของหลิงเมิ่งเธอก็นึกขึ้นได้ผู้หญิงคนนี้คือคนที่พาพรรคพวกมาหาเรื่องและจะสาดชานมใส่เธอไม่ใช่หรือในตอนนั้นเธอคิดว่าอีกฝ่ายหน้าตาคล้ายตนเองมาก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นญาติทางฝ่ายของเมิ่งเถียนเฟินจริงๆ

            ซูอินไม่อ้อมค้อมก่อนจะเอ่ยถามไปตรงๆ “เธอ…เข้าใจอะไรฉันผิดหรือเปล่า”

            เมิ่งเวยชะงัก

            เธอไม่ใช่คนโง่ เธอเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างชัดเจนซึ่งมันมากพอที่จะทำให้เธอรู้ว่าใครพูดความจริง

            แต่ซูอินมาพูดตรงๆ แบบนี้ เธอก็เสียหน้าสิ

            เวลานั้นในใจของเมิ่งเวยรู้สึกสับสนวุ่นวาย

            ทั้งสองคนที่ยืนอยู่เงียบๆในสนามดึงดูดความสนใจจากซูเล่อได้เป็นอย่างดี อันที่จริงเธอกำลังดูละครไต้หวันแต่ถูกหลิงเมิ่งเรียก เธอจึงออกมาดูเรื่องน่าสนุก

            “พวกเธอทำอะไรกันอยู่ อยากไปดูละครที่บ้านฉันไหม”

            ซูอินเห็นคนที่เข้ามาพร้อมดวงตาเป็นประกาย “พี่เล่อเล่อวันนี้พวกเราเพิ่งจะเจอกันวันแรก แต่ดูเหมือนพี่เมิ่งเวยจะเข้าใจฉันผิด”

            “เข้าใจอะไรผิดหรือ”

            เพิ่งจะถามออกไป แต่ซูเล่อที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนก็พอจะคาดเดาได้ในระยะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซูอินดีขึ้นมาก ถึงแม้จะชอบต่อปากต่อคำกันแต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกหน้าให้ช่วย เธอก็ไม่เคยปฏิเสธ

            “อ้อ เธอฟังมาจากซูเมิ่งสินะ ไม่ใช่สิ หลิงเมิ่งพูดอะไรบ้างล่ะฉันจะบอกให้นะ หลิงเมิ่งคือคนที่น่ารังเกียจที่สุดสิ่งที่พูดออกมาไม่มีความจริงเลยเธออย่าเห็นแก่ขนมที่ร้านค้าของโรงเรียนแล้วยอมเชื่อคำพูดของหลิงเมิ่งเชียวนะ”

            เมิ่งเวย : ตอนนี้อับอายขายขี้หน้ามากกว่าเดิมเสียอีก

            ยังไม่ทันที่จะมีใครได้เอ่ยปากอีกสองสามีภรรยาตระกูลเมิ่งก็ออกมาจากบ้าน และพาบุตรสาวที่ห่วงหน้าของตนเองกลับบ้าน

            ข้างรั้ว ซูอินหันไปขอบคุณซูเล่อ “พี่เล่อเล่อ ขอบคุณที่ช่วยอธิบายนะ”

            ซูเล่อแสดงสีหน้าเย่อหยิ่ง “ฉันไม่ได้โง่นะ เธอว่ามาสิ จะขอบคุณยังไงดี”

            เธอเห็นแล้วว่าซูอินซื้อปากกาลูกลื่นที่น่าใช้งานกลับมาตั้งเยอะอย่างไรก็ควรแบ่งให้เธอสักสองสามแท่ง

            จะขอบคุณอย่างไรนั้น ซูอินครุ่นคิดก่อนจะเสนอ “เข้าไปในเมืองครั้งนี้ฉันซื้อหนังสือของหวังโฮ่วสยง[1]มาทั้งชุดเลย อธิบายไว้อย่างชัดเจน ในหนึ่งชุดมีหลายเล่มมากเป็นหนังสือใหม่ทั้งหมด ฉันให้ยืมอ่านสองเล่มเอาไหม”

            ซูเล่อ : …

            นี่คือการขอบคุณเธอหรือเธอรู้อยู่แล้วว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้ของเธอน่ารำคาญชะมัด!

     

    -----------------------------------------------------------------------

    [1] หวังโฮ่วสยงคือผู้เขียนตำราคณิตศาสตร์ของจีนส่วนใหญ่เป็นหนังสืออธิบายเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์อย่างละเอียดเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนที่ซื้อมาเพื่ออ่านเตรียมสอบหรือเสริมความรู้

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570