ตอนที่เก้าสิบสอง Always be my maybe
สารภาพตามตรงผมไม่ได้รังเกียจนงพะงาหรือผกากรองแต่อย่างใด
สำหรับนิสัยของไอ้เจิดที่ส้นเท้ามากผมก็เห็นด้วยกับความเกลียดชังของเธอ
แต่เพราะผมไม่ได้มีความรู้สึกผิดเช่นกันผมเลยรู้สึกเฉยๆกับเรื่องที่ไอ้เจิดคนเก่าทำไป
ตอนนี้ผมคือไอ้เจิดที่กลับตัวแล้ว
ไม่จำเป็นต้องไล่ที่ใครหรือทวงหนี้ใครอีกต่อไป
แต่ด้วยกลยุทธทางการเงินทำให้แต่ละคนพร้อมที่จะลงเดิมพันในตลาดทุนตลาดเงินขนาดชุมชนที่ผมสร้างขึ้นมา
กว่าพวกเขาจะรู้ตัวก็คงเสียทรัพย์สินหมดตัวไปจนผมไม่ต้องเหนื่อยแม้แต่จะไล่ยึดทรัพย์ด้วยซ้ำ
ผมคือไอ้เจิดที่กลับตัวแล้วมองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องไปจีบนงพะงาหรือผกากรองแต่ประการใด
ไอ้ห้อยไอ้โหนกุมบั้นท้ายอย่างกลัวตีลของลูกพี่ตนเอง
แต่คราวนี้พวกมันกลับแปลกใจที่เห็นลูกพี่เจิดส่ายศีรษะ
“ปล่อยพวกนางไปเถอะ ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”
สำหรับเขาแล้วช่วงนี้ยุ่งกับหลายอย่าง
ทั้งการฝึกวิชาเวทย์และการวางแผนทำธุรกิจและยังเตรียมตัวไปลุยที่ถ้ำสมบัติปู่โสม
ที่ไม่มีอารมณ์จะไปเจอหน้าเพื่อสร้างปัญหามากขึ้นอีกแล้ว
ไอ้ห้อยไอ้โหนมองหน้ากัน
“ลูกพี่ป่วยอะไรหรือเปล่าจะลองเตะพวกชั้นให้หายเครียดก็ได้”
ไอ้ห้อยไอ้โหนยื่นก้นมาข้างหน้าเท้าของไอ้เจิดราวกับว่าถ้าเจ้านายไม่เตะพวกตนเองจะรู้สึกไม่สบายตัว
ผมถอนหายใจไม่ตามมุกของพวกนี้
“ไปกันเถอะรีบทำงานให้เสร็จแล้วไปหาอาจารย์คงกัน”
ผมกล่าวไม่สนใจพวกนงพะงาหรือผกากรองที่จะคงมาหาเรื่องสร้างความลำบากให้กับผมทางใดทางหนึ่งอีกนั่นล่ะ
อีกทางด้านหนึ่ง
นงพะงากับผกากรองที่คิดว่าไอ้เจิดกับไอ้ห้อยไอ้โหนต้องเข้ามาหาตนเองแน่ๆ
แต่กลับพบว่าไอ้เจิดและลูกน้องทั้งสองคนแค่เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะมองมาทางนี้
“พี่นง พี่นงไอ้เจิดมันคิดอะไรของมันน่ะ”
นงพะงาและผกากรองน้องสาวนั้นงุนงงยิ่งนัก
แต่นงพะงาส่ายหน้า
“ไม่รู้สิ ไม่ต้องสนใจมันหรอก”
นงพะงาทำท่าไม่สนใจแต่รู้สึกมีอะไรผิดปรกติไปสักอย่างแบบเดียวกับไอ้ห้อยไอ้โหนเช่นกัน
บางครั้งมันก็ไม่ใช่ความรักแต่คือความเคยชิน
แบบเดียวกับที่เจเคโรลลิ่งเชื่อว่ามีเจมส์รูปหล่อพ่อรวย หนุ่มนักกีฬาเป็นสามีที่รัก
แต่ต้องมีศาสตราจารย์สเนปที่คอยรักเธอตลอดกาลโดยไม่หวังอะไรตอบแทนก็ทำให้เธอมีความสุขฟินขึ้นมา
Always be my maybe
เป็นคนที่พร้อมเสมอเพื่ออาจจะเป็นคนที่คู่กับชั้น
บางครั้งความรักของคนเรามันจะเห็นแก่ตัวหรือโรแมนติกมันก็แล้วแต่คนจะมองเช่นนี้ล่ะ
สำหรับเจิดที่ตอนนี้กลับชาติมาเกิดจริงๆทำให้เขากลายเป็นคนคลั่งศาสนาและเวทย์มากกว่าเดิมทำให้คิดตามแบบเวียนว่ายตายเกิดว่าในสรรพชาตินับครั้งไม่ถ้วนนั้น
แรงกรรมแรงเวรไม่อาจจะทำได้คู่กันจะฝืนชะตากรรมทำไม?
หรือมองแบบแนวไซฮกเอ๊ยตะวันตก
ต่างฝ่ายต่างมีสิทธิรักชอบหรือปฏิเสธกันและกัน
ไม่มีใครติดค้างใครทั้งนั้นในเรื่องความรัก
เราอาจจะฟินที่มีคนพร้อมเสมอที่อาจจะเป็นคนที่คู่เคียงกับเรา
แต่ทำไมเราต้องทำเช่นนั้นด้วยล่ะ?