ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 110 การตัดสินใจของกษัตริย์จื่อหรงซิง

            “เอาหละ ไหน ๆ ก็มีข่าวดีกันถ้วนหน้าแล้ว มาฉลองกันหน่อยก็แล้วกันดื่ม.....”

            “ขอบพระทัยฝ่าบาท....พวกเราดื่ม”

            เพียงไม่นานเจ้ากรมการค้าของอาณาจักรจันทร์เสี้ยวรีบเดินทางมายังตำหนักขององค์ชายจื่อโหยวอย่างเร่งรีบพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคน

            “ถวายบังคมฝ่าบาท”

            “ถวายบังคมองค์ชาย”

            “เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องต้องรบกวนพวกเจ้าสักหน่อยพรุ่งนี้เช้าพวกเจ้าจงติดประกาศทุกเมืองทั่วทั้งอาณาจักร ว่าเหมืองแร่ทุกเหมืองที่ถูกค้นพบจะเป็นของผู้ที่ถูกค้นพบห้ามมิให้ผู้อื่นแย่งชิงเป็นอันขาด และให้ผู้ที่ค้นพบไปลงทะเบียนเป็นเจ้าของได้ที่เมืองที่พบเหมืองแร่โดยจะได้รับหนังสือรับรองจากเมืองนั้น ๆ และห้ามมิให้ตระกูลใหญ่หรือตระกูลใดๆกว้านซื้อเหมืองแร่โดยเด็ดขาดจากตระกูลอื่นเด็ดขาดสิทธิ์ขาดจะอยู่ที่ตระกูลของผู้ค้นพบหากตระกูลที่ค้นพบไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอให้เจ้าเมืองนำเงินคงคลังของเมืองลงทุนให้ก่อนแล้วค่อยหักคืนหลังจากทำเหมืองแร่ได้หนึ่งปี หากใครฝ่าฝืนมีโทษสถานหนัก”

            “และอีกเรื่องหนึ่งให้เจ้าติดประกาศไปทั่วอาณาจักรเช่นเดียวกันตระกูลหลันและตระกูลว่านจะเป็นตัวแทนของตำหนักโอสถสวรรค์จำหน่ายโอสถที่มีคุณภาพสูงในราคายุติธรรมและจะทำการเปิดทั่วทุกเมืองในอาณาจักรจันทร์เสี้ยวแห่งนี้”

            “ขอบพระทัยฝ่าบาท”

            “ขอบพระทัยฝ่าบาท”

            ผู้นำตระกูลทั้งสองรีบกล่าวคำขอบคุณกับองค์กษัตริย์พวกเขายิ้มแทบไม่หุบหลังจากได้รับการร่วมมือในครั้งนี้ ตระกูลหลันและตระกูลว่านจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอนพวกเขาทั้งสองคนมองไปยังองค์ชายจื่อโหยวที่พูดคุยอย่างสนิทสนมอยู่กับเฟิ่งหยูและองค์หญิงหนิงเอ๋อ

            “พวกเราทั้งสามสมควรสนับสนุนองค์ชายจื่อโหยวในภายภาคหน้าอย่างเต็มที่แล้วหละ”ว่านเฟยหยาง ผู้นำตระกูลว่านแอบกระซิบกับผู้นำตระกูลทั้งสองตระกูล

            พวกเขาเพียงได้แต่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น....

            “ก็คงต้องเป็นดังเช่นที่ท่านว่านั่นแหละนะพวกเราลืมตาอ้าปากได้เพราะเพื่อนขององค์ชายจื่อโหยวหากพวกเราสนับสนุนองค์ชายต่อไปในภายภาคหน้าตระกูลของพวกเราจะต้องมั่นคงมากยิ่งขึ้นเป็นแน่แต่ตอนนี้ที่พวกเราต้องระวังให้มากเห็นจะเป็นตระกูลเจียวและองค์ชายห้าเท่านั้น”

            ทางด้านตระกูลเจียว............

            หลังจากไม่ได้รับรายงานจากคนที่ส่งไปสืบหาเจียวจ้านและกองกำลังของพวกเขา

            “องค์ชายยังไม่มีใครส่งข่าวมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วพวกเราคงต้องส่งคนไปดูอีกสักรอบแล้วหากเรายังไม่ทำอะไรเกรงว่ากองกำลังทั้งหมดคงจะไม่มีใครเหลือรอดกลับมาเป็นแน่”

            “เอาตามที่ท่านว่าแล้วกันจัดกองกำลังส่วนหนึ่งไปสังเกตรอบๆ อย่าได้เข้าไปใกล้มากนักข้าคิดว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเจียวจ้านคงต้องรีบกลับมารายงานพวกเราแล้วฝีมือระดับเทวะอย่างเจียวจ้านคงจะเอาตัวรอดในสถานการณ์แบบนี้ได้”

            “องค์ชายกระหม่อมเจียวซู่ขออาสานำกำลังพลออกไปสำรวจบริเวณเหมืองแร่ของตระกูลโหย่วเอง องค์ชายโปรดอนุญาตด้วย”

            “ได้เจ้าเจียวซู่เจ้าจงนำกองกำลังไปส่วนหนึ่ง ไปสังเกตการณ์ดูจงอย่าประมาทเป็นอันขาดหากเจออะไรผิดปกติก็ให้รีบกลับมารายงานข้าเป็นการด่วนอย่าได้ฝืนบุกเข้าไปเป็นอันขาด”

            “ขอบคุณองค์ชายข้าน้อยจะไม่ทำให้องค์ชายผิดหวัง”

            เจียวซู่รีบนำกองกำลังออกไปสืบเสาะหาเจียวจ้านยังตำแหน่งที่พวกเขาได้รับทราบมาว่าเหมืองแร่ของตระกูลโหย่วอยู่ทางทิศใต้ของเมืองจันทร์เสี้ยวกองกำลังของเจียวซู่สังเกตการณ์อยู่รอบ ๆ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติจนกระทั่งทหารนายหนึ่งพลัดหลงเข้าไปในค่ายกลลวงตาที่เฟิ่งหยูติดตั้งไว้

            เจียวซู่สังเกตเห็นว่ามันผิดปกติเป็นอย่างมากเพราะค่ายกลนั้นเป็นของที่หาได้ยากยิ่ง ในอาณาจักรจันทร์เสี้ยวแห่งนี้นับเป็นของมีค่าอันดับต้นๆ ของอาณาจักรเลยก็ว่าได้

            “พวกตระกูลโหย่วมีค่ายกลแบบนี้ได้อย่างไรหรือว่าพวกมันจะมีคนสนับสนุนที่มีทุนทรัพย์เป็นจำนวนมากกันแน่?”

            พวกเจียวซูรอนายทหารคนที่พลัดหลงเข้าไปในค่ายกลให้กลับมาแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าทหารนายนั้นจะกลับออกมาจากค่ายกลได้  เจียวซูจึงนำกองกำลังกลับไปอย่างรีบเร่งพร้อมกับรายงานเรื่องนี้ให้แก่องค์ชายห้าทันที

            “เรียนองค์ชายพวกเราตรวจพบค่ายกลอยู่โดยรอบ มีทหารนายหนึ่งพลัดหลงเข้าไปแล้วแต่ก็ไม่สามารถกลับออกมาได้ ข้าน้อยคิดว่าคงเป็นค่ายกลนี้ที่ทำให้พวกเรากลับมาไม่ได้แม้แต่คนเดียวพวกตระกูลโหย่วคงจะมีพ่อค้าที่มีกำลังทรัพย์จำนวนมากสนับสนุนอยู่ก็เป็นได้ขอรับองค์ชาย”

            “พวกเราควรทำยังไงต่อดีองค์ชาย พวกเราสูญเสียพวกเขาไม่ได้นะ พวกเขาเป็นกองกำลังจำนวนไม่น้อย และยังเป็นกองกำลังขององค์ชายเองด้วย”

            “ตอนนี้เราทำอะไรวู่วามไม่ได้หากมีใครรู้เรื่องนี้จะเป็นพวกเราเองที่จะต้องเสียหายหนักมากกว่านี้ ตอนนี้พวกเราต้องอยู่อย่างสงบและคอยดูสถานการณ์ไปก่อนเจ้าส่งคนไปเฝ้าสังเกตการณ์ดูรอบๆ เหมืองแร่ของตระกูลโหย่วตลอดเวลาอย่าให้คลาดสายตา มีอะไรให้รีบมารายงานข้าเร็วที่สุด”

            “ขอรับองค์ชาย”

            วันรุ่งขึ้น…….

            ทั่วทั้งอาณาจักรจันทร์เสี้ยวเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นดีใจ  สำหรับหลาย ๆตระกูลที่ไม่ยอมเปิดเผยเหมืองแร่ที่พวกเขาค้นพบต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจ เช่นเดียวกับเหล่าชาวยุทธ์ทั้งหลายเมื่อทราบว่าตระกูลว่านและตระกูลหลันจะนำโอสถของตำหนักโอสถสวรรค์ออกมาจำหน่ายในแต่ละเมืองอย่างทั่วถึง ต่างพากันตื่นเต้นเป็นการใหญ่

            หลายๆ ตระกูลที่ตอนแรกยังไม่กล้าไปแจ้งเรื่องตระกูลของพวกเขาพบเหมืองแร่ต่างรอดูว่าจะมีใครบ้างที่ไปแจ้ง......

             แต่เมื่อมีตระกูลที่กล้าไปแจ้งและได้รับหนังสือรับรองสิทธิ์ในเหมืองแร่นั้นจริง ๆพวกเขาต่างพากันไปแจ้งความประสงค์ทำเหมืองแร่เป็นกันเป็นจำนวนมาก

            ทั่วทั้งอาณาจักรจันทร์เสี้ยวต่างตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันทุกเมืองที่มีคนแห่ไปแจ้งความประสงค์ทำเหมืองแร่กันอย่างไม่ขาดสายตลอดวัน....

            เพียงระยะเวลาไม่นานหลังจากติดประกาศไปทั่วทุกเมืองในอาณาจักรจันทร์เสี้ยวข่าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว

            “ท่านผู้นำองค์ชายเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”พ่อบ้านตระกูลเจียวรีบเข้ามารายงานผู้นำตระกูลและองค์ชายห้าทันทีเมื่อทราบข่าว

            “มีเรื่องอะไรโหวกเหวกโวยวายตั้งแต่เช้า ท่านพ่อบ้าน”

            “เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับเช้านี้ทั่วทั้งอาณาจักรมีประกาศจากองค์กษัตริย์”

            “ประกาศอะไรของเจ้าถึงได้ดูกระวนกระวายเช่นนี้ รีบบอกข้ามา....”

            “องค์กษัตริย์ให้ติดประกาศทุกเมืองในอาณาจักรจันทร์เสี้ยวว่าตระกูลหลัน และตระกูลว่านจะทำการจำหน่ายโอสถทุกเมืองภายในอาณาจักรจันทร์เสี้ยว โดยพวกเขาจะเป็นตัวแทนนำโอสถของตำหนักโอสถสวรรค์มาจำหน่ายให้กับเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายขอรับ”

            “ไม่เป็นไปไม่ได้พวกมันจะติดต่อกับตำหนักโอสถสวรรค์ได้ยังไงขนาดข้ารู้จักนักหลอมโอสถระดับสี่ที่ทำงานในตำหนักโอสถสวรรค์มาหลายปีข้าพยายามหลายครั้งหลายคราแล้วที่จะนำโอสถของตำหนักโอสถสวรรค์มาจำหน่ายยังไม่สามารถทำได้แล้วพวกตระกูลหลันและตระกูลว่า จะทำได้ยังไงกัน พวกมันคงไปหว่านล้อมและโกหกเสด็จพ่อเป็นแน่......”

            องค์ชายห้าเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

            “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งท่านผู้นำ”

            “ยังมีเรื่องอื่นอีกอย่างนั้นหรือ?”

            “มีเรื่องเหมืองแร่ท่านผู้นำประกาศขององค์กษัตริย์  ได้ประกาศทั่วทุกเมืองในอาณาจักรจันทร์เสี้ยวเช่นเดียวกัน  ว่าเหมืองแร่ทุกเหมืองที่ถูกค้นพบจะเป็นของผู้ที่ถูกค้นพบห้ามมิให้ผู้อื่นแย่งชิงเป็นอันขาด และให้ผู้ที่ค้นพบไปลงทะเบียนเป็นเจ้าของในเมืองที่พวกเขาค้นพบเพื่อรับหนังสือรับรองสิทธิ์ในการทำเหมืองแร่  แถมยังห้ามมิให้ตระกูลใหญ่หรือตระกูลใดๆกว้านซื้อเหมืองแร่โดยเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืนมีโทษสถานหนักด้วยขอรับ”

            ปังงงง...

            หลังจากพ่อบ้านตระกูลเจียวกล่าวเสร็จเสียงตบโต๊ะดังสนั่น

            “มันเป็นใครกันที่เสนอความคิดแบบนี้ให้กับพระบิดากันแน่นะพวกเจ้ารีบกลับไปสืบข่าวมาให้ข้า โดยเร็วที่สุดติดต่อคนจากทางเมืองหลวงโดยเร่งด่วน ข้าจะต้องรู้เรื่องให้เร็วที่สุดเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่จะตามมา”

            “ขอรับองค์ชายข้าน้อยจะรีบไปดำเนินการโดยเร็วที่สุดขอรับ”

            “ใครกันที่มันมาตัดช่องทำมาหากินของพวกเราคงไม่ใช่แค่คนจากอีกสามตระกูลเป็นแน่พวกเขาไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปโน้มน้าวเสด็จพ่อได้อย่างแน่นอน ต้องมีคนอื่นแต่จะเป็นใครหละที่สามารถพูดจนให้พระบิดาของข้าต้องคล้อยตามได้”

            “พวกเจ้าไปติดต่อปรมาจารย์หลู่ผิงแห่งตำหนักโอสถสวรรค์ เชิญเขาให้มาหาข้าโดยเร็วที่สุด”

            “ขอรับองค์ชาย”

            หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้นหลู่ผิง รีบออกจากตำหนักโอสถสวรรค์มาเข้าพบองค์ชายห้าที่ตำหนักตระกูลเจียวอย่างรีบเร่ง

            “คารวะองค์ชาย”

            “ตามสบายท่านปรมาจารย์หลู่ผิงไม่เจอกันนานท่านสบายดีไหม?”

            “เพราะบารมีขององค์ชายข้าพระองค์สบายดี.....”

            “ท่านปรมาจารย์หลู่ผิงท่านทำงานอยู่ที่ตำหนักโอสถสวรรค์มานาน ทำไมตำหนักโอสถสวรรค์ถึงได้ไม่ยอมให้ข้าเป็นตัวแทนจำหน่ายโอสถของตำหนักโอสถสวรรค์ของพวกท่านแต่กลับให้ตระกูลหลันและตระกูลว่านเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายโอสถของตำหนักโอสถสวรรค์แทน”

            “เป็นไปไม่ได้องค์ชายข้าทำงานอยู่ที่ตำหนักโอสถสวรรค์มานาน พวกเขาต่างเคร่งครัดในกฎเป็นอย่างมากหากไม่ใช่ผู้อาวุโสตำหนัก หรือบุคคลสำคัญรับรองจะไม่สามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายโอสถของตำหนักโอสถสวรรค์ได้โดยพละการเด็ดขาด”

            “ท่านเห็นประกาศของทางการแล้วใช่ไหมหากเป็นเช่นนั้นจริงมีเหตุผลอะไรที่พระบิดาของข้าถึงได้ออกประกาศเช่นนั้นออกมาได้  หากเรื่องเป็นดังที่ท่านกล่าวมาจริงแสดงว่ามีคนไปโกหกเสด็จพ่อของข้าท่านสามารถไปช่วยยืนยันข้อเท็จจริงให้ข้าได้หรือไม่?”

             “ได้ขอรับองค์ชาย ข้าสามารถไปยืนยันให้กับองค์ชายได้อย่างแน่นอนตลอดระยะเวลาหนึ่งปีมานี้ยังไม่มีตระกูลใดที่สามารถเจรจาเป็นตัวแทนของตำหนักโอสถสวรรค์ในการจำหน่ายโอสถในอาณาจักรจันทร์เสี้ยวแห่งนี้อย่างแน่นอนขอรับองค์ชาย”

            “ดีเช่นนั้นก็ดี ข้าเองก็อยากจะรู้นักว่าใครมันกล้ามาหลอกลวงพระบิดาของข้าให้ประกาศเรื่องแบบนี้ออกมาได้”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน