ปะทะฮ่าวเสี่ยว
ด้วยการช่วยเหลือของอู่หมิงทำให้กลุ่มของจ้าวหอเฉินสามารถฝ่าวงล้อมของศัตรูออกมาได้อย่างราบลื่น กลับกันทางด้านหยวนลู่กลับต้องพบกับการต่อสู้ที่ยากลำบากอย่างมากเพราะศัตรูที่เสี่ยวฮุ่ยนำมาหาพวกเขานั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย"บัดซบนี่ต้องเป็นแผนของเจ้าอู่หมิงแน่ๆเจ้านั่นคิดจะกำจัดเราอย่างแน่นอน" ฝ่านเย่กล่าวด้วยความโกรธ"ถึงจะเป็นแบบนั้นก็เถอะแล้วเจ้ากระรอกนั่นรู้ได้อย่างไรว่าเราซ่อนตัวอยู่ทั้งๆที่เราใช้ยันต์อำพรางระดับจักรพรรดิซึ่งไม่น่ามีใครในที่นี้สามารถหาเราพบ" เหอหลิงกล่าว"ข้าว่าเจ้ากระรอกนั่นจะต้องได้ยินที่เราคุยกันรวมถึงแผนการของเราแน่เพราะงั้นอู่หมิงจึงมองว่าพวกเราเป็นศัตรูและคิดจะยืมมือศัตรูกำจัดพวกเรา" หยวนลู่วิเคราะห์แล้วกล่าวขึ้น"แล้วทีนี้พวกเราจะทำอย่างไร ต่อให้เป็นพวกเราก็ไม่มีทางหลบหนีศัตรูจำนวนมากขนาดนี้ได้ยกเว้นแต่จะหลบหนีไปยังเส้นทางที่อู่หมิงบอกเอาไว้แต่แรก" ฉู่หลงกล่าว"บัดซบข้าไม่มีทางขอความช่วยเหลือจากเจ้านั่นเด็ดขาด" เฉินหยางคำรามด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวดด้วยอาการบาดเจ็บของเฉินหยางยังไม่หายดีทำให้เฉินหยางในตอนนี้ไม่ต่างจากภาระของกลุ่ม"ดูท่าข้าคงต้องตัดใจจากอู่หมิงแล้ว" หยวนลู่คิดในใจเพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายนับวันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆและนางเองก็เป็นหลานของเซียนเช่นเดียวกันทำให้นางมักจะมองอู่หมิงอยู่ในระดับเดียวกับนางเสมอมาและถ้าอู่หมิงไม่ต้องการเข้าร่วมกับนางหยวนลู่เองก็คล้านจะตามตื้ออู่หมิง"แล้วพวกเจ้าคิดจะทำยังไงระหว่างหันไปต่อสู้กับศัตรูหรือขอความช่วยเหลือจากอู่หมิง"เหอหลิงกล่าว"แน่นอนว่าต้องต่อสู้กับศัตรูอยู่แล้ว" ฝ่านเย่กล่าว"แล้วพวกเจ้าละ" เหอหลิงหันไปถามหยวนลู่"สำหรับข้ายังไงก็ได้เพราะไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีวันมาตกตายอยู่ที่นี่อยู่แล้ว แต่เฉินหยางเจ้านั้นต่างออกไปเจ้าอย่าได้ลืมว่าเจ้ากำลังถูกทางหอกระบี่โบราณลงโทษอยู่แล้วถ้าเจ้าทำภารกิจไม่สำเร็จเจ้าก็ไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว" หยวนลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพราะเรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะเฉินหยางเป็นคนเริ่มทำพังซึ่งไม่อย่างงั้นอู่หมิงอาจจะตกลงกลับหอกระบี่โบราณกับนางไปแล้วก็ได้"เรื่องนี้มัน...." เฉินหยางกลายเป็นหวาดกลัวตัวเขาหลงลืมไปว่าตนเองกำลังถูกลงโทษอยู่และถ้าไม่นำหัวของศิษย์พรรคอธรรมกลับไป 10 หัว ตนเองจะถูกประหารทันที"ในเมื่อตัดสินใจสู้ก็สู้ให้ถึงที่สุดกันเถอะ" เหอหลิงกล่าวเหตุที่พวกฝ่านเย่และคนอื่นๆไม่หวาดกลัวตายเพราะพวกเขาล้วนมีสมบัติช่วยชีวิตเหลืออยู่กับตัวจึงทำให้พวกเขาไม่หวาดกลัวที่จะเสี่ยงชีวิตต่อสู่กับศัตรูหยวนลู่หยุดวิ่งก่อนจะนำกระจกเทวาออกมา นางส่งพลังปราณเข้าไปในกระจกก่อนที่จะจกจะส่องแสงออกมาและเมื่อแสงกระทบกับร่างของศัตรูร่างของศัตรูก็จะถูกเผาใหม้จนไม่เหลือแม้แต่กระดูก"สมแล้วที่เป็นอาวุธระดับเซียน" เหองหลิงกล่าวพร้อมกับนำหอกน้ำแข็งออกมานางสะบัดหอกไปข้างหน้าทำให้เกิดหนามน้ำแข็งจำนวนมากพุ่งเข้าหาศัตรูพวกฝ่านเย่เองก็นำอาวุธออกมาเข้าต่อสู้กับศัตรูทันที อีกด้านฮ่าวเสี่ยวได้นำคนตรงไปยังทิศทางจ้าวหอเฉินโดยไม่สนใจกลุ่มของหยวนลู่เลยเพราะฮ่าวเสี่ยวรู้ว่าการจะจัดการกลุ่มของหยวนลู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะอีกฝ่ายนั้นมีสมบัติปกป้องกายอยู่ ดังนั้นฮ่าวเสี่ยวจึงเลือกจะโจมตีกลุ่มอู่หมิงแทนกลุ่มของจ้าวหอเฉินได้หลบหนีมารวมตัวกับกลุ่มของอู่หมิงแล้วและด้วยรอบๆพื้นที่จำนวนมากล้วนเต็มไปด้วยค่ายกลสังหารซึ่งแม้แต่บนอากาศก็ยังมีทำให้พวกจ้าวหอเฉินเคลื่อนใหวด้วยความระวัง"เอาละทุกคนเมื่อศัตรูมาถึงพวกท่านจะต้องล่อให้ศัตรูตกลงไปในกับดักที่พวกข้าได้วางไว้ก่อนที่จะสังหารพวกมันให้หมด" อู่หมิงกล่าว"แน่นอนด้วยกับกักที่พวกเจ้าวางไว้มันจะช่วยลดความเสียเปรียบเรื่องจำนวนคนของพวกเราได้" ยี่ฟงกล่าวด้วยรอยยิ้มและไม่นานกลุ่มของฮ่าวเสี่ยวก็มาถึงพร้อมกับเข้าโจมตีกลุ่มของอู่หมิงทันที กลุ่มของอู่หมิงได้แยกย้ายกันไปยังจุดที่วางค่ายกลไว้ก่อนจะหลอกล่อให้ศัตรูตกลงไปยังค่ายกลสังหาร"อ๊ากกกกก""แย่แล้วนี่มันค่ายกลสังหาร พวกเราระวังตัวด้วยพวกมันล่อให้เรามาติดกับดัก"เสียงกรีดร้องของเหล่าพรรคอธรรมดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าของฮ่าวเสี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธก่อนจะใช้พลังที่แข็งแกร่งบดขยี้ค่ายกลสังหารตรงหน้าอย่างง่ายดาย"เจ้าคิดว่าค่ายกลกระจอกๆแบบนี้จะทำอะไรข้าได้งั้นเหรอ" ฮ่าวเสี่ยวกล่าว"แน่นอนว่าไม่เพราะกับเจ้าข้าจะเป็นคนต่อสู้ด้วยตนเอง" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับพุ่งเข้าหาฮ่าวเสี่ยวทันที"ฮ่า ฮ่า เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร แต่ก็ดีจะได้ประหยัดเวลาในการกับเจ้าลง" ฮ่าวเสี่ยวระเบิดพลังอย่างบ้าคลั่งและพุ่งเข้าหาอู่หมิงด้วยสีหน้ามั่นใจอู่หมิงปลดปล่อยกายทองคำออกมาพร้อมกับดวงจิตกระบี่ระดับสามอกมา จิตกระบี่ที่แข็งแกร่งได้หลอมรวมเข้ากับกระบี่เจี้ยนเฟิงทำให้อำนาจการโจมตีของอู่หมิงรุนแรงยิ่งขึ้น "กระบี่ตัดวิญญาณ" อู่หมิงคำรามออกมา"เหอะ อ่อนหัดฝ่ามือโลหิต" ฮ่าวเสี่ยวคำรามฝ่ามือสีแดงฉานขนาดใหญ่เข้าปะทะกับปราณกระบี่ของอู่หมิงเข้าอย่างจังทำให้เกิดการระเบิดจนเกิดหลุมขนาดใหญ่ ฮ่าวเสี่ยวแสดงสีหน้าตกตะลึงเมื่อเห็นว่าระดับพลังของอู่หมิงเพิ่มขึ้นอย่างมากอย่างน้อยการโจมตีเมื่อครู่พลังของอู่หมิงก็ไม่ด้อยไปกว่าตนเลย"เป็นไปได้อย่างไร" ฮ่าวเสี่ยวกล่าวพึมพำออกมาตัวเขาที่เป็นถึงครึ่งก้าวสู่ปราณจักรพรรดิซึ่งจักรพรรดิขั้นต้นทั่วๆไปไม่ใช่คู่มือของเขาด้วยซ้ำแต่อู่หมิงที่อยู่ตรงหน้าตนเป็นแค่ราชันขั้นกลางกลับแสดงพลังระดับนี้ออกมาได้นี่ทำให้ฮ่าวเสี่ยวรู้สึกไม่ยอมรับอีกด้านพวกจ้าวหอเฉินก็แสดงความตกตะลึงก่อนจะยิ้มออกมาอย่างฮึกเหิมและเริ่มเข้าต่อสู้กับจักรพรรดิของอีกฝ่ายทันที ยี่ฟงและพวกเจียงเฉินเองก็เข้าไปต้านทานศิษย์จากพรรคอธรรมที่มาจากทวีปศูนย์กลางอย่างสุดกำลังและด้วยความช่วยเหลือของจิงเสวี่ยนทำให้พวกเจียงเฉินเริ่มได้เปรียบทีละน้อย--------------------------------------------------------------------------------------------------------