กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    บทที่9:เจตจำนงแห่งกระบี่

    หลังจากที่หลินเฟยยืนจ้องมองกระบี่หนักโดยไม่ขยับเขยื้อนจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาทั้งหมด10วันแล้วและใน10วันนี้เองไม่ว่าเสือขาวจะทำยังไงก็ตามหลินเฟยไม่ได้สติขึ้นมาเลยมันเหมือนกับว่าหลินเฟยได้จมลึกลงไปในความคิดอะไรบางอย่าง
    ''อ๋าว''เสือขาวร้องขึ้นแล้วนอนลง มันคิดว่าไม่มีทางปลุกหลินเฟยได้แน่ๆมันจึงนอนเพื่อเอาแรงและถือว่าโชคดีที่บริเวณที่หลินเฟยอยู่ไม่มีสัตว์อสูรออกมาเพ่นพ่านมากนัก
    ''หืม...ไอ้หนูนี่มันพยายามทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่? หึ หึ นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือว่า...บ้าน่า มันดูดพลังจากพื้นดินและท้องฟ้าเข้ามาโดยไม่รู้ตัว? ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่มันเกินกว่าที่คิดเอาไว้มากจริงๆ''วูบ! ชายแก่แอบดูหลินเฟยจากที่ห่างไกลต้องตกตะลึงเพราะการเข้าถึงเจตจำนงต่างๆไม่ใช่เรื่องง่ายแม้บางคนจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับเจตจำนงมาทั้งชีวิตก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะทำสำเร็จแต่ถ้าหากใครสักคนสามารถเข้าถึงเจตจำนงได้คนๆนั้นจะทรงพลังกว่าคนอื่นๆเพราะการมีเจตจำนงจะทำให้ความสามารถเพิ่มขึ้นโดยขึ้นอยู่กับเจตจำนงที่ตนเองได้ทำความเข้าใจทั้งนี้เจตจำนงต่างๆคือความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเพราะฉะนั้นมันจึงไม่เกี่ยวข้องกับลมปราณแต่จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะทั้ง2สิ่งสามารถเกื้อหนุนแล้วร่วมกันแสดงพลังออกมาได้
    ''ดี! ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ได้หรือปล่าว ส่วนตอนนี้ข้าจะช่วยเจ้าเล็กน้อย''วูบ! ชายแก่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วสะบัดแขน1ครั้ง สัตว์อสูรในบริเวณใกล้เคียงหลินเฟยก็ลอยขึ้นมามันถูกย้ายออกไปที่อื่นจากนั้นชายแก่จึงสร้างม่านพลังขึ้นเพื่อป้องกันสัตว์อสูรเข้าไปรบกวนหลินเฟย
    ''ที่เหลือก็อยู่ที่ตัวเจ้าเอง''ชายแก่หายไปอีกครั้ง มันไม่สามารถอยู่ดูได้ตลอดเวลาเพราะการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเจตจำนงของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน ยิ่งเข้าใจลึกซึ้งเจตจำนงยิ่งทรงพลังยิ่งทำความเข้าใจได้มากเท่าไหร่อานุภาพยิ่งน่าสะพรึงกลัว
    'ตัวข้าคือกระบี่ ตัวข้าคือความแหลมคม ตัวข้าสามารถทะลุทะลวงการทุกป้องกัน ตัวข้าคือกระบี่''ในที่สุดหลินเฟยก็เข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่แต่นี่เป็นการเข้าใจแบบผิวเผินเท่านั้นโดยหลินเฟยใช้เวลาทำความเข้าใจทั้งหมดเกือบจะ1ปีเต็มนั่นถือว่าเร็วมากเท่าที่เคยมีคนเข้าถึงได้และที่หลินเฟยยังรอดชีวิตโดยไม่ได้กินอะไรมาได้ก็เพราะพลังจากพื้นดินและท้องฟ้าตลอดเวลาหลินเฟยดูดพลังเหล่านั้นแทนอาหารโดยปกติแล้วคนที่จะทำแบบนี้ได้ต้องมีปราณนภาขึ้นไป
    ''เป็นยังไงบ้างไอ้หนู ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ได้ตั้งแต่อายุแค่นี้เพียงเท่านี้''ชายแก่ยิ้มแย้มขึ้นเมื่อเห็นหลินเฟยบ่มพึมพัมแล้วเริ่มขยับตัว
    ''นี่คือเจตจำนงแห่งกระบี่?''หลินเฟยเคยได้ยินเรื่องเจตจำนงมาบ้างแต่เมื่อมาเจอกับตัวมันก็ยังคงสับสนฉัวะ! หลินเฟยลองเหวี่ยงกระบี่เบาๆแต่อนุภาพกลับไม่เบาตาม มันฟันต้นไม้ขาดเป็น2ท่อนอย่างสวยงามนี่ขนาดตัวดาบยังไม่ทันได้สัมผัสกับต้นไม้เลยแท้ๆ
    ''นี่ยาของเจ้าและตอนนี้ข้าจะเปลี่ยนกำหนดการซักเล็กน้อย ฮี่ ฮี่''ชายแก่โยนยาออกมา1เม็ดจากนั้นจึงรอหลินเฟยกินมัน
    ''ไป!''หลังจากกินยาเสร็จหลินเฟยก็ถูกชายแก่ดึงตัวออกไปอย่างรวดเร็ว มันพาหลินเฟยลอยออกไปไกลจนกระทั่งหยุดลงที่ถ้ำแห่งหนึ่ง วูม! ชายแก่ทำบางอย่างกับหลินเฟยซึ่งมันไม่ได้ส่งผลดีเลยมันได้ปิดระบบประสาทบางอย่างในตัวของหลินเฟยนั่นคือการดมกลิ่นและการมองเห็นสิ่งต่างๆ
    ''ต่อจากนี้เจ้าจะต้องเอาตัวรอดให้ได้ ในบางวันข้าจะนำสัตว์อสูรโยนเข้าไปในถ้ำเจ้าจงฆ่ามันให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้นเป็นเจ้าที่จะตายซะเอง เริ่ม!''ชายแก่ใช้พลังดึงสัตว์อสูรเข้ามา1ตัวจากนั้นจึงโยนเข้าไปในถ้ำปัง! ปากถ้ำถูกปิดด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ทันที
    ''ไอ้แก่บัดซบ! ข้าไปทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจกันแน่''หลินเฟยสถบออกมา ตลอดเวลามันไม่เคยสบายเหมือนกับว่าชายแก่คนนั้นมีความแค้นอะไรกับมันอย่างนั้นแหละ โฮก! เสียงคำรามดังขึ้นหลินเฟยกลายเป็นร้อนรน เพราะเสียงที่สัตว์อสูรคำรามออกมามันอยู่ใกล้ๆนี่เอง ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!อยู่ๆสัตว์อสูรก็เริ่มโจมตีหลินเฟย ถึงหลินเฟยจะไม่ได้รับบาดแผลแต่มันก็รู้สึกรำคาญ
    ''บัดซบ! ถอยออกไป''หลินเฟยเหวี่ยงกระบี่หนักออกไปมั่วๆ แต่ก็ทำได้แค่ฟาดฟันอากาศเท่านั้นกรร! เสียงขู่ของอีกฝ่ายดังขึ้น ฉัวะ! อีกครั้งที่หลินเฟยต้องตกอยู่ในสภาพที่หงุดหงิด2วันผ่านไปหลินเฟยยังคงอยู่กับสัตว์อสูรตัวเดิม ครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก! ตอนนั้นเองปากถ้ำได้เปิดออกพร้อมๆกับเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังเพิ่มขึ้นอีก2ตัว
    ''นรก!''หลินเฟยยกกระบี่หนักขึ้นมาไว้ที่ด้านหน้าจากนั้นจึงหันหลังติดกับผนังถ้ำเพื่อป้องกันตนเองเคร้ง! ด้วยกระบี่ที่ใหญ่โตทำให้การโจมตีของสัตว์อสูรไม่สามารถเข้าถึงตัวของหลินเฟยได้ตอนนั้นเองหลินเฟยได้หยุดนิ่งและรับการโจมตีไปเรื่อยๆ หูเองก็คอยฟังการเคลื่อนไหวของศัตรูหลายวันผ่านไปหลินเฟยเริ่มหมดแรงเพราะไม่ได้กินอาหารและน้ำเลยซักนิดพลังจากแผ่นดินและผืนฟ้าเองหลินเฟยก็ไม่ได้ดูดมาตึง! ในที่สุดหลินเฟยก็ทิ้งกระบี่หนักที่คอยปกป้องมันมาโดยตลอดไป
    ''เข้ามา''ฟั่บ! ฟั่บ! ฟั่บ! หลินเฟยหลบการโจมตีของสัตว์อสูร3ตัวได้อย่างง่ายดายอาศัยเพียงการบิดตัวเล็กน้อยหลินเฟยก็หลุดรอดไปได้ทุกครั้ง จนกระทั่ง ตูม! กร๊อบ! เริ่มโต้กลับหลินเฟยโต้กลับจนทำให้ร่างกายของสัตว์อสูรตัวแรกกระดูกหักแล้วแน่นิ่งไปกรร! เพียงเสียงที่แผ่วเบาหลินเฟยก็สามารถจับตำแหน่งของศัตรูได้ โผล๊ะ! โผล๊ะ! บดขยี้กร้วม! จากนั้นหลินเฟยจึงยกร่างของสัตว์อสูรขึ้นมาแล้วกัดลงไปทันทีหากเป็นคนอื่นคงไม่กล้าทำแบบหลินเฟยแน่ๆเพราะเนื้อสัตว์อสูรที่ไม่ผ่านการปรุงสุกจะมีอันตรายอยู่หลายคนแล้วที่ทรมานและตายเพราะกินเนื้อของพวกมันเข้าไป
    ''ฮ่า ในที่สุดก็ได้พัก''หลินเฟยพูดออกเมื่อท้องถูกเติมเต็ม แต่พักได้ไม่นานเสียงปากถ้ำก็ดังขึ้นอีกครั้งโฮก! โฮก! โฮก! สัตว์อสูร10ตัวที่มีพลังไม่มากแต่มีความว่องไวเป็นเลิศถูกโยนเข้ามาในถ้ำ
    ''อ๊าก ไอ้แก่ข้าจะเอาคืนเอาให้ได้ในซักวัน''หลินเฟยตะโกนออกมาจนเสียงดังออกไปนอกถ้ำชายแก่เองที่ยังไม่ไปไหนก็ได้ยินอย่างชัดเจน
    ''ฮี่ ฮี่ ข้าจะรอให้วันนั้นมาถึง''