บ่ายวันหนึ่งอุณหภูมิที่ไซต์งานก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเ้าพระยาพุ่งสูงทะลุ 40°Cแดดเมืองกรุงแผดเผาจนไอความร้อนลอยขึ้นมาจากพื้นปูนซีเมนต์ฝุ่นละอองและเสียงเครื่องจักรหนักดังอื้ออึงจนชวนเวียนหัว
พริมาเดินตามหลัง อคิน ที่สวมหมวกเซฟตี้สีขาวและชุดสูทสากลเต็มยศชายหนุ่มเดินตรวจงานด้วยท่าทีกระฉับกระเฉงราวกับไม่สะทกสะท้านต่อสภาพอากาศ ผิดกับพริมาที่ใบหน้าหวานบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเื ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็ขุยร่างกายของเธอเผชิญกับพิษไข้หวัดใหญ่มาั้แ่วันก่อนประกอบกับการไม่ได้ทานข้าวเช้าและข้าวเที่ยงเพราะต้องวิ่งรอกส่งเอกสารด่วนตามคำสั่งแกล้งของเขายิ่งทำให้สติของเธอเริ่มพร่าเลือน
"ชักช้าเกินไปแล้วพริมา! เดินให้มันไวๆ หน่อย"อคินหันมาตวาดเสียงกร้าวสายตาคมกริบมองร่างบางที่เดินกระย่องกระแย่งอยู่ข้างหลังอย่างขัดใจ
"ขอโทษค่ะ..." พริมาเค้นเสียงตอบจากลำคอที่แห้งผากเธอพยายามก้าวขาที่หนักอึ้งราวกับถูกล่ามโซ่ให้ทันก้าวขากว้างๆ ของเขา
"ถ้าไม่ไหวก็ไสหัวกลับไปนอนบ้านแล้วก็เตรียมย้ายพ่อเธอออกจากโรงพยาบาลได้เลย"คำพูดเหน็บแนมแสนใจร้ายหลุดออกมาจากปากชายหนุ่มอย่างไม่แยแส"แค่เดินตรวจไซต์งานแค่นี้ยังทำไม่ได้ ทีกรรมที่พ่อเธอทำไว้กับครอบครัวฉันหนากว่าสมุดบัญชีพวกนี้ตั้งกี่เท่า ไม่เห็นสำนึก!"
อคินยัดเยียดแฟ้มพิมพ์เขียวหนาหนักสามเล่มใส่มือพริมาจนร่างบางเซไปข้างหลัง
"แบกตามมา! แล้วจดรายงานทุกคำที่ฉันพูดกับวิศวกรห้ามตกหล่นแม้แต่คำเดียว ถ้าฉันกลับไปตรวจที่ออฟฟิศแล้วพบว่าผิด...เธอโดนดีแน่"
พริมากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเืจางๆ ในปากแฟ้มสามเล่มนั้นหนักจนแขนเรียวเล็กสั่นระริกลมหายใจของเธอร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ที่พุ่งสูงขึ้นทุกนาทีดวงตาที่มองทางเริ่มเห็นภาพซ้อนแดดจ้าทำให้อาการปวดหัวทวีความรุนแรงจนเหมือนหัวจะะเิ
‘อดทนไว้พรีม... เพื่อพ่อ... แกต้องอดทน’ หญิงสาวพร่ำบอกตัวเองในใจ ภาพของพ่อที่นอนป่วยมีสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจในห้อง ICU เป็สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวให้เธอไม่ล้มลงตรงนี้
เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีหัวใจ เขาพูดจริงทำจริงถ้าเธอประท้วงหรือยอมแพ้ ลมหายใจของพ่อจะถูกพรากไปทันทีด้วยอำนาจเงินของเขาเธอจึงต้องยอมเป็ทาสรองรับอารมณ์คอยแบกเอกสารหนักอึ้งเดินฝ่าฝุ่นปูนและแดดจัดตามหลังเขาไปทีละก้าว... ทีละก้าว
"คุณอคินครับตรงจุดนี้โครงสร้างเหล็กมีปัญหานิดหน่อยครับ..." เสียงวิศวกรคุมงานเอ่ยขึ้นขณะที่ทุกคนเดินขึ้นมาถึงชั้นสามของอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ ไม่มีผนังกั้นมีเพียงราวเหล็กชั่วคราวกั้นขอบตึกไว้เท่านั้น
อคินหันไปคุยงานเคร่งเครียด โดยมีพริมายืนถือแฟ้มคอยใช้มือที่สั่นเทาจดบันทึกย่อลงในสมุดอย่างยากลำบาก เหงื่อเม็ดโตไหลซึมตามไรผมหยดลงบนหน้ากระดาษ
"พริมา เอาพิมพ์เขียวแผ่นที่สี่มาดูซิ"อคินสั่งโดยไม่หันมามอง
ทว่า... ไม่มีเสียงตอบรับจากเลขาข้างกาย
"พริมา! ฉันบอกให้เอาพิมพ์เขียว..."ชายหนุ่มตวัดเสียงหงุดหงิด หันกลับมาหมายจะดุเธอที่ชักช้า
แต่ภาพที่เขาเห็น กลับทำให้หัวใจของอคินกระตุกวูบอย่างรุนแรง...สมุดจดและแฟ้มหนาหนักร่วงหลุดจากมือพริมาลงพื้นเสียงดัง ตุบ! ร่างบางระหงเอนหงายไปด้านหลังแววตากลมโตคู่ที่เคยจ้องมองเขาด้วยความถือดีบัดนี้ลอยคว้างและปิดสนิทลงร่างของเธอเซถลาร่วงลงไปทางขอบตึกที่ไม่มีผนังกั้น!
"พรีม!!!"
เสียงะโลั่นของอคินดังสะท้อนไปทั่วไซต์งานความเย่อหยิ่งและความแค้นทั้งหมดพังทลายลงในเสี้ยววินาทีชายหนุ่มพุ่งตัวออกไปสุดแรงเกิดแขนแกร่งยื่นไปคว้าเอวบางไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ร่างของเธอจะร่วงตกตึกไป
อคินดึงร่างที่ไร้สติของพริมาเข้ามาแนบกับอกแกร่งร่างกายของเธอร้อนจัดจนเขาััได้ผ่านเนื้อผ้า และมันสั่นเทาอย่างน่าสงสารใบหน้าหวานซีดเผือดราวกับคนตาย ลมหายใจแ่เบาจนใจหาย
"พรีม! ตื่นสิ! ฉันบอกให้ตื่น!"อคินตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี มือหนาลูบแก้มเนียนที่ร้อนผ่าวเบาๆเสียงของเขาสั่นเครืออย่างที่วิศวกรและคนในไซต์งานไม่เคยได้ยินมาก่อน
พญามารผู้ไร้หัวใจ บัดนี้กำลังอุ้ม ‘เชลย’ ของตัวเองไว้แน่นร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความกลัวอันมหาศาล...กลัวว่าลมหายใจที่แ่เบาในอ้อมแขนนี้ จะดับสูญไปเพราะน้ำมือของเขาเอง !