ก่อนสรรพคุณสมุนไพรไหลแทรกซึมไปทั่วร่างกาย เด็กๆ นั่งภายในหม้อ4ขาใบใหญ่ พลันทำให้กายาพวกเขาร้อนรุ่ม เนื้อตัวแดงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากฤทธิ์สมุนไพรที่รุนแรงมากเกินไป
พร้อมเสียงร้องชาวบ้านบอกกล่าวให้เด็กๆ “อดทนไว้” ดังขึ้นมาถ้วนหน้าไม่ขาด เมื่อรับรู้ถึง่เวลาสำคัญ การเปิดเส้นชีพจร ขยายเส้นลมปราณทั่วร่าง
เพียงมันขยายเส้นลมปราณ ทะลวงชีพจรที่ตีบตันเพียงนิด พวกเด็กๆ จะได้รับผลพลอยได้กันไม่น้อย ถึงขนาดมีกำลังมากกว่าคนปกติทั่วไปถึงสองเท่า สามเท่า ล้มสัตว์อสูรตัวใหญ่ได้เลย
เมื่อร่างกายเด็กๆ เปล่งแสงชีพจร มองเห็นด้วยตาเปล่า ในครรลองสายตา เด็กสาวคนหนึ่ง ก็เริ่มกัดฟันทนไม่ไหวอีกต่อไป
เมื่อะโ ออกจากหม้อ4ขาใบใหญ่อย่างรีบร้อน “โอ๊ย! โอ๊ย! ท่านแม่ ท่านพ่อข้าไม่ไหวแล้ว”
แล้วก็ตามมาด้วยเด็กชายอีกคน ร้องดังขึ้นตามๆ กัน “โอ๊ย! ข้าเองก็ไม่ไหวแล้ว เหมือนกันท่านพ่อ”
ชายวัยกลางคนหน้าดุ เป็นักล่าของหมู่บ้าน เขกหัวบุตรชายตัวน้อย เบาๆ เมื่อเห็นเด็กบางคนยังคงทนได้ “เ้าช่างไม่อดทนเอาเสียเลย ดูจางอี้ กับแม่หนูซุ่ยปิงสิ”
เมื่อมองไปที่หม้อสี่ขาใบใหญ่ เกรงว่าจะมีเพียงเด็กสองคนนี้ ที่ยังสงบนิ่งอยู่ได้
ทว่าชายหน้าดุผู้นั้น มองสำรวจกายาบุตรชายตนเอง อย่างพิจารณา เขาก็ค่อนข้างพอใจ บุตรชายของเขาระดับหนึ่ง ไม่ได้คาดหวังมากกว่านั้น
เฉินหนานมองพิธีเปิดเส้นชีพจร พลันต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง้า จู่ๆ ท้องฟ้าก็เกิดเมฆครึ้มอย่างฉับพลัน เขาพลันกล่าวพึมพำ กับตนเองขึ้นมา “ปรากฏการณ์ประหลาดอีกแล้วงั้นหรือ?”
แม้แต่ชาวบ้านยังพากันตื่นตะลึง ครั้นเห็นลูกหัวหน้าหมู่บ้าน อย่างเ้าจางอี้ วิ่งโร่ออกมาจากหม้อ4ขา อย่างรวดเร็ว
ก่อนภาพภายในครรลองสายตา ผู้คนจะเห็นระฆังสีทองใบใหญ่ ก่อรูปขึ้นจากบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ชนิดสมจริง น่าคร้ามเกรงเป็อย่างมาก เมื่อมันส่งเสียง เป้ง! ระฆังดังก้องกังวานออกไปทั่วแดนทุรกันดาร
เสี้ยวขณะมันจะพัดหมอกเมฆ ปลิวหายกระจัดกระจายไปพร้อม แสงสีทองระยิบระยับโดยพลัน
แต่เมื่อเทียบกับปรากฏการณ์ของซุ่ยปิง เหมือนว่าน้องสาวของเขา นางจะมีพร์มากกว่าเฉินหนานเสียด้วยซ้ำ
“อัจฉริยะปรากฏขึ้นภายในหมู่บ้านฟ้าคำราม ของพวกเราอีกคนแล้ว ฮ่าๆ ช่างเป็เื่ที่น่ายินดียิ่งนัก” เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านจางเสวี่ยน กล่าวด้วยความปีติ ครั้นมองซุ่ยปิงด้วยความเอ็นดู
ผู้เฒ่าชรายังยกยิ้ม “อืมๆ แบบนี้ต้องฉลอง”
พริบตาเดียวเหตุการณ์เปิดเส้นชีพจรของซุ่ยปิง เด็กสาวแก้มแดง น่าหยิก ก็กลายเป็ที่พูดคุยจวนไปถึงยามเช้าของหมู่บ้าน พร้อมความยินดีของหัวหน้าหมู่บ้านจางเสวี่ยน อยู่ไม่น้อย
แต่ไม่ใช่สำหรับเฉินหนาน ที่เป็กังวลอยู่ไม่น้อย ครั้นรับรู้โลกแห่งการฝึกฝน เต็มไปด้วยหลายสิ่งไม่แน่นอน
เขาที่อยากจะเป็คนดี ให้ได้สักส่วน ย่อมเข้าใจบทเรียนราคาแพงนี้ ดีกว่าใคร
…….
เฉินหนานยืนคิดอยู่นอกบ้าน เหยียบพื้นดินเหนอะหนะ มองแสงแรกของตะวันสาดส่อง ตกกระทบใบหน้าอยู่นานพอสมควร…
ก่อนเสียงเอ่ยเรียกซุ่ยปิง “ท่านพี่เข้ามาทานอาหารฝีมือข้าเถอะ” ระหว่างนั้นนางเอ่ยถามเข้าประเด็น เมื่อเห็นสีหน้าแววตาพี่เฉินหนาน มีความกังวลอย่างเห็นได้จัด “ไม่ดีงั้นหรือท่านพี่ ที่ข้าสามารถเปิดเส้นชีพจรประหลาด เฉกเช่นท่านได้สำเร็จ”
เฉินหนานสะดุ้งตัวโหยง น้อยๆ “ดี…ดี ย่อมเป็เื่ที่ดีน้องเล็ก”
ซุ่ยปิงหน้างอ เลิกคิ้วขึ้นมา เบาๆ “แต่ข้าไม่เห็นท่านพี่ ดีใจกับข้าเลยนะ”
เฉินหนาน เอื้อมฝ่ามือมาจับไหล่น้องสาวไว้จนแน่น ก่อนกล่าวน้ำเสียงจริงจัง “อีกไม่ช้าต้องมีผู้ฝึกยุทธ์ มารับตัวเ้าไปอย่างแน่นอนซุ่ยปิง”
“เ้าจงจำคำของพี่ไว้ อย่าทำตัวโดดเด่น ภายในสถานที่แห่งนั้นเป็อันขาด หากเป็ไปได้ อย่าเปิดเผยเส้นชีพจรประหลาดของเ้า ให้ผู้ใดเห็น แม้แต่คนที่เ้าไว้ใจ”
ซุ่ยปิงจับมือพี่ชายขึ้นมาแตะใบหน้า เบาๆ เมื่อเผยสายตาจริงจัง แน่วแน่ “อืมๆ ข้าจะจดจำคำของท่านพี่ไว้อย่างแน่นอน”
“ส่วนเื่คนที่ทำให้พี่ชายของข้าต้องพิการ ข้าจะแก้แค้นให้กับท่านเอง พี่เฉินหนาน”
ชายหนุ่มสวมชุดหนังสัตว์ ถักทอ แบบหยาบๆ สั่นหัวน้อยๆ “เื่แก้แค้น ปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเถอะ ส่วนเ้าก็ตั้งใจฝึกฝน”
พร้อมสองพี่น้องมองตากัน แล้วหัวเราะออกมาด้วยความขมขื่น เมื่อรับรู้เส้นทางพวกเขาต้องแยกกันเดิน
…ก่อน่สายของวันนั้น หลังจากพิธีเปิดเส้นชีพจร ผ่านพ้นไปได้ร่วมหนึ่งวัน เฉินหนานออกไปหาฟืน ยืนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่
มองทิวเขาทอดตัวยาวเบื้องหน้า ตัดสลับกับมองมดแดง เดินขนเสบียงขนาดใหญ่ ด้วยตัวเล็กกระจ้อย ด้วยสายตาเหม่อลอยเล็กๆ เขาพลันเด็ดกิ่งต้นไม้ ขึ้นมาตวัดวาดราวกับหมึกพู่กัน คล้ายกระบี่ ที่ขีดเขียนออกไปอย่างอิสระ ส่งใบไม้รอบบริเวณปลิวว่อน
ก่อนเฉินหนานจะโยนกิ่งไม้ ทิ้งมันไปโดยพลัน เมื่อเปลี่ยนมาร่ายรำเพลงหมัดขั้นพื้นฐานของสำนักธาร์ หมัดตั้งท่าส่งตรงชกลมออกไป
วูม!
ก่อนตวัดวาดฝ่ามือกลับ คล้ายกับการพัดน้ำค้าง ยอดหญ้า ให้เศษฝุ่นดินปลิวกระจาย
พลันทำให้จางอี้ กับเด็กๆ ที่มาเล่นด้านหลังหมู่บ้าน แอบดูอยู่บนต้นไม้ ประหลาดใจกับพละกำลังของอีกฝ่าย “พี่เฉินหนาน ไม่ใช่เส้นชีพจรของเขาถูกทำลาย กลายเป็คนพิการ ไปแล้วหรอกหรือ?”
“อืมๆ” ก่อนเสียง แกรก! เด็กๆ แอบบนกิ่งไม้บาง พากันตกจากต้นไม้ กอง ตุบ! ตุบ! ตุบ! ด้วยสภาพไม่น่าดู
โอ๊ย! เมื่อร่างนอนทับกัน
เด็กๆ พลันรีบลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัว เมื่อเห็นชายหนุ่มอายุแก่กว่า ราวๆ 2-3ปี จ้องตาเขม็งมาที่พวกเขา มีความน่าหวาดกลัว แบบแปลกๆ ชอบกล “เอ่อ…พี่เฉินหนาน พวกเราคงไม่ได้มารบกวน ท่านหรอกกระมัง?” เมื่อกล่าว จางอี้พลันยิ้มหน้าแหยงๆ กลัวอีกฝ่ายจะเอาเื่ขึ้นมา
ก่อนเฉินหนาน ค่อยๆ ยิ้มเล็กๆ กล่าวถามพวกจางอี้ขึ้นมาด้วยเสียงที่เรียบนิ่ง “พวกเ้าอยากลองฝึกจิตนิ่งดูหรือไม่?”
จวนไปถึงเย็นวันนั้น…เฉินหนาน บอกวิธีกำหนดลมหายใจ สร้างสภาวะจิตนิ่ง ให้พวกเด็กๆ ไปฝึกฝน แล้วพากันเดินกลับหมู่บ้านฟ้าคำราม
พร้อมด้านหลังเฉินหนาน หอบท่อนฟืน มาเต็มตะกร้าไม้ไผ่สาน
ด้านของซุ่ยปิงรอท่านพี่ คล้ายนางทำหน้าไม่ค่อยพอใจ พี่ชายของนางเท่าใดนัก ครั้นกินข้าว่ยามเย็นวันนั้น ที่เหมือนเป็มื้อสุดท้าย
พวกเขาสองพี่น้องจะอยู่พร้อมหน้ากัน มันก็เกิดบรรยากาศ แปลกๆ กระอักกระอ่วน อย่างบอกไม่ถูก อาจด้วยมีคำพูดมากมาย อยู่ภายในใจพวกเขาทั้งสอง…