เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 91: สู้สุดเสียวกับราชินีปีศาจ


    บรรยากาศโดยรอบแปรปรวนอย่างหนัก ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยเมฆทมิฬที่หมุนวนราวกับพายุคลั่ง สายลมกรรโชกแรงพัดพากลิ่นอายคาวเลือดฟุ้งกระจายไปทั่วสารทิศ แสงจันทร์ที่เคยสาดส่องลงมาบัดนี้ถูกบดบังจนมืดมิด มีเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าที่ผ่าลงมาเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นถึงเงาร่างอันงดงามทว่าแฝงไปด้วยความอำมหิตของราชินีปีศาจ 'เย่เจาจวิน' ผู้ครอบครองพลังระดับ Rank SSS นางยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เรือนผมสีดำขลับยาวสยายปลิวไสวไปตามแรงลม ดวงตาคู่สวยที่เคยเย้ายวนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ร่างกายอรชรของนางถูกห่อหุ้มด้วยเกราะโลหิตสีดำทมิฬที่ปลดปล่อยไอเย็นยะเยือก แผ่ซ่านรังสีอำมหิตจนมวลอากาศรอบด้านสั่นสะท้าน


    แส้โลหิตพิษอสุราในมือของนางสะบัดฟาดฟันแหวกอากาศ เสียงของมันดังกึกก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของปีศาจร้ายในขุมนรก ตัวแส้ถูกอาบชโลมไปด้วยพิษร้ายแรงที่เพียงแค่สัมผัสก็สามารถหลอมละลายกระดูกและเนื้อหนังให้กลายเป็นเถ้าธุลี หยดพิษสีม่วงคล้ำหยดลงบนผืนดิน กัดกร่อนจนเกิดควันพวยพุ่ง เย่เจาจวินตวัดแส้มรณะหมายจะปลิดชีพหลีเฮง ชายหนุ่มผู้กล้าหาญที่บังอาจท้าทายอำนาจของนาง แส้โลหิตพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วแสง ราวกับอสรพิษร้ายที่ฉกกัดเหยื่ออย่างไม่ปรานี ทะลวงผ่านม่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู


    หลีเฮงเบิกตากว้างเมื่อเห็นมหันตภัยที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา ชายหนุ่มรู้ดีว่าหากโดนแส้นี้เข้าไปเพียงนิดเดียว ร่างกายของเขาจะต้องแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย หลีเฮงกลับรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เค้นพลังปราณในร่างให้แล่นพล่านไปทั่วทุกอณู เขาใช้วิชาก้าวพริบตาขั้นสูงสุด ร่างของชายหนุ่มเลือนหายไปจากจุดเดิม ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาที่ค่อยๆ จางหายไปในอากาศ แส้โลหิตพิษอสุราฟาดลงบนพื้นดินอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินแตกร้าวเป็นทางยาว ควันพิษสีม่วงคล้ำพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ กัดกร่อนก้อนหินและต้นไม้รอบๆ จนกลายเป็นของเหลวหนืดข้น


    'หนีไปไหนแล้ว!' เย่เจาจวินตวาดลั่น ดวงตาของนางเบิกโพลงด้วยความโกรธเกรี้ยว นางกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อค้นหาร่างของศัตรู ทว่ากลิ่นอายของหลีเฮงกลับเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทันใดนั้นเอง นางกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง หมอกดำที่ปกคลุมอยู่รอบกายถูกแหวกออกด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน


    หลีเฮงปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของราชินีปีศาจราวกับภูตผี ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบผนึกปราณธาตุไม้สีเขียวขจีอันบริสุทธิ์ไว้ที่ปลายนิ้วทั้งสองข้าง นิ้วของเขาเปล่งประกายแสงสีเขียวอ่อนนวลตา ราวกับหิ่งห้อยในยามราตรี นี่คือวิชา 'ดรรชนีสยบจุดบุปผา' วิชาลับที่ตกทอดมาจากบรรพกาล มีอานุภาพในการคลายจุดชีพจรและขับไล่พิษร้ายออกจากร่างกาย หลีเฮงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพุ่งเป้าไปที่ 'แกนพลังสะโพก' บั้นท้ายงอนงามอันแข็งเกร็งของราชินีปีศาจ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของไอพิษที่อัดแน่นจนสร้างความทรมานให้นางมาเนิ่นนาน


    'บังอาจนัก! เจ้ามดปลวก!' เย่เจาจวินรับรู้ได้ถึงการคุกคาม นางพยายามจะหันกลับมาตวัดแส้ฟาดฟัน ทว่าความเร็วของหลีเฮงนั้นเหนือกว่ามาก ปลายนิ้วของชายหนุ่มประทับลงบนจุดแกนพลังสะโพกของนางอย่างแม่นยำ พร้อมกับฝ่ามือทั้งสองข้างที่ทาบทับลงบนบั้นท้ายงอนงามอย่างพอดิบพอดี


    'อ๊ะ!' เย่เจาจวินร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างของนางสะดุ้งเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ทันทีที่ปลายนิ้วของหลีเฮงสัมผัสลงบนแกนพลังสะโพก กระแสปราณธาตุไม้สีเขียวขจีอันอบอุ่นก็แผ่ซ่านแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของนางราวกับสายน้ำที่หล่อเลี้ยงผืนดินที่แห้งแล้ง ปราณบริสุทธิ์นี้พุ่งตรงเข้าไปปะทะกับไอพิษมารที่เกาะแน่นอยู่ในจุดแกนพลังสะโพกของนางมาอย่างยาวนาน


    ไอพิษมารที่เคยดุร้ายและทรงพลัง กลับถูกปราณธาตุไม้สีเขียวขจีค่อยๆ หลอมละลายและชะล้างออกไปทีละน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานที่เคยเกาะกินหัวใจของนางมาตลอดบัดนี้เริ่มบรรเทาลง แทนที่ด้วยความอบอุ่นและซาบซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วเรือนร่าง เย่เจาจวินพยายามจะต่อต้านความรู้สึกนี้ นางรวบรวมพลังปีศาจในร่างเพื่อขับไล่ปราณของหลีเฮงออกไป ทว่ายิ่งนางดิ้นรนมากเท่าไหร่ ความเสียวซ่านก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ฝ่ามือของชายหนุ่มที่นวดกดเค้นเน้นย้ำลงบนบั้นท้ายงอนงามของนางราวกับมีเวทมนตร์สะกด


    หลีเฮงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เขาเพิ่มแรงกดนวดเคล้นไปที่บั้นท้ายงอนงามของนางอย่างเป็นจังหวะ ปลายนิ้วของเขาเคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ แต่กลับแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ยากจะต้านทาน เขาขยับปลายนิ้วเน้นย้ำลงบนจุดแกนพลังสะโพก ส่งผ่านความร้อนรุ่มและพลังชีวิตเข้าไปละลายมวลพิษ ทุกครั้งที่เขากดลงไปบนจุดแกนพลังสะโพก ราชินีปีศาจก็ต้องสะดุ้งเฮือก ร่างกายของนางบิดเร่าไปด้วยความเสียวซ่านที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง


    'อื้อ... หยุดนะ... เจ้าคนชั้นต่ำ... อ๊า...' เย่เจาจวินพยายามจะเอ่ยปากห้าม ทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นพร่าและแหบพร่า ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นบัดนี้เริ่มปรือลงด้วยความรัญจวนใจ ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้เสียงครางหวานหูเล็ดลอดออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ร่างกายของนางบิดส่ายไปมาตามจังหวะการนวดเคล้นของหลีเฮง เกราะโลหิตสีดำที่เคยมั่นคงเริ่มปริร้าวและสลายไปทีละน้อย เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องที่ซ่อนอยู่ภายใน


    กระแสความเสียวซ่านแล่นพล่านไปตามไขสันหลังของนางราวกับคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำเข้าหาฝั่ง ขาของนางเริ่มอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ ร่างทรงพลังระดับ Rank SSS ที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้สั่นเทิ้มราวกับลูกนกที่เปียกฝน ความแค้นและอำมหิตที่เคยมีเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นในส่วนลึกของหัวใจ หลีเฮงยังคงสอดประสานพลังปราณธาตุไม้เข้าไปอย่างต่อเนื่อง บังคับให้แกนพลังสะโพกของนางเปิดรับการชำระล้างอย่างสมบูรณ์แบบ


    'เจ้าทำอะไรกับข้า... อ๊า... มะ ไม่ไหวแล้ว...' เย่เจาจวินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายของนางโงนเงนไปมาราวกับคนเมา นางพยายามจะใช้มือกุมสะโพกของตัวเองเอาไว้ ทว่าความเสียวซ่านที่แล่นพล่านอยู่ภายในทำให้เธอไม่อาจทำอะไรได้เลย ใบหน้างดงามของนางแดงซ่านไปด้วยเลือดฝาด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและลำคอระหง ลมหายใจของนางหอบถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายอ่อนระทวยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน


    หลีเฮงยังคงไม่หยุดมือ เขายังคงใช้ปลายนิ้วกดนวดเคล้นไปที่แกนพลังสะโพกของนางอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับส่งกระแสปราณธาตุไม้เข้าไปหล่อเลี้ยงและชะล้างไอพิษมารอย่างไม่หยุดหย่อน เขาต้องการให้นางยอมสยบแทบเท้าของเขา ต้องการให้นางละทิ้งความแค้นและกลายมาเป็นผู้หญิงของเขาอย่างแท้จริง การกดนวดแต่ละครั้งเต็มไปด้วยความประณีตและลึกซึ้ง ขับไล่ความเจ็บปวดและแทนที่ด้วยความสุขสมที่นางไม่เคยพานพบมาก่อน


    'ยอมแพ้ซะเถอะ เย่เจาจวิน' หลีเฮงกระซิบที่ข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยความทรงอำนาจ 'ปล่อยวางความแค้น แล้วปล่อยให้ข้าเป็นผู้เยียวยาบาดแผลในใจของเจ้า... ปล่อยให้ข้าได้ดูแลแกนพลังสะโพกนี้ของเจ้า'


    คำพูดของหลีเฮงราวกับมนต์สะกดที่ทำให้ราชินีปีศาจไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ร่างกายของนางอ่อนระทวยลงอย่างสิ้นเชิง นางทิ้งตัวลงซบกับอกกว้างของชายหนุ่ม ปล่อยให้น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้และรัญจวนใจไหลรินลงมาอาบสองแก้ม ราชินีปีศาจผู้ยิ่งใหญ่บัดนี้ได้พ่ายแพ้ให้กับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างราบคาบ พ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นและความอ่อนโยนที่นางไม่เคยได้รับมาก่อน นางครางอื้ออึงอยู่ในลำคอ ยอมรับสัมผัสอันวาบหวามที่เขามอบให้อย่างเต็มใจ


    [ติ๊ง! ระบบเทพแมงดาขอแจ้งให้ทราบ]

    [ภารกิจคลายจุดแกนพลังสะโพกของราชินีปีศาจสำเร็จลุล่วง]

    [แต้มสะสมคงเหลือ: 33,500 แต้ม]

    [แต้มวิบัติสะสม: 26 แต้ม]


    เสียงของระบบเทพแมงดาดังขึ้นในหัวของหลีเฮง เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาได้ทำภารกิจสำเร็จแล้ว ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เขากระชับอ้อมกอดร่างอันอ่อนปวกเปียกของราชินีปีศาจเอาไว้แน่น พร้อมกับมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้เต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลในตัวเขา เตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนที่ยาวนานและการรักษาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

    แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาสะท้อนกับใบหน้างดงามของราชินีปีศาจที่บัดนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแห่งความรัญจวนใจ หลีเฮงยังคงประคองร่างบางเอาไว้อย่างทะนุถนอม เขาสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของนางที่รัวเร็วราวกับกลองศึก ความร้อนรุ่มจากกายสาวแผ่ซ่านมาถึงตัวเขา แต่เขายังคงรักษาสติสัมปชัญญะเอาไว้อย่างมั่นคง เพราะการคลายจุดแกนพลังสะโพกนั้นเป็นเพียงก้าวแรกของการรักษาที่แท้จริง


    'เจ้า... เจ้ามันปีศาจร้ายยิ่งกว่าข้า...' เย่เจาจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาที่ช้อนมองเขามีทั้งความขุ่นเคืองและความโหยหาปะปนกัน นางไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้จะต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ สภาพที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและต้องพึ่งพาชายหนุ่มที่นางเคยหมายหัวเอาไว้


    'ถ้าข้าเป็นปีศาจ ข้าก็คงเป็นปีศาจที่หลงรักราชินีของมัน' หลีเฮงตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ มือของเขายังคงลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มของนางอย่างปลอบประโลม 'พักผ่อนเถอะ เย่เจาจวิน คืนนี้เจ้าเหนื่อยมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ไป ข้าจะดูแลเจ้าเอง'


    เย่เจาจวินหลับตาลงอย่างอ่อนล้า นางไม่เหลือแรงแม้แต่จะต่อปากต่อคำกับเขาอีกต่อไป ความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นที่ได้รับจากอ้อมกอดของหลีเฮงทำให้นางยอมจำนนอย่างแท้จริง นางซุกใบหน้าเข้ากับอกกว้างของเขา ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราที่แสนสงบ โดยมีหลีเฮงคอยคุ้มครองอยู่เคียงข้าง


    ในความมืดมิดของราตรีที่เงียบสงบ หลีเฮงมองดูใบหน้ายามหลับใหลของราชินีปีศาจด้วยความอ่อนโยน เขารู้ดีว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่ในคืนนี้ เขาได้ก้าวข้ามผ่านกำแพงน้ำแข็งที่แข็งแกร่งที่สุดในหัวใจของนางมาได้แล้ว และเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคทุกอย่างเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขารัก


    หลีเฮงค่อยๆ ช้อนร่างบางของเย่เจาจวินขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง น้ำหนักตัวของนางเบาหวิวราวกับขนนก ต่างจากพลังอำนาจที่นางเคยแสดงออกมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มก้าวเดินฝ่าความมืดมิดและซากปรักหักพัง มุ่งหน้ากลับสู่วิหารราตรีที่พำนักของราชินีปีศาจ โดยมีเป้าหมายเดียวคือการรักษานางให้หายขาดจากพิษมารที่กัดกินจิตใจมาเนิ่นนาน...


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน