“เอ๊ะ ปรับปรุงอย่างนั้นรึ เป็นการยาก!!! โอสถเมื่อมีการปรุงมาแล้วย่อมมีกำพืดเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเลื่อนระดับให้มันไม่ได้ ผู้ที่เลื่อนได้ไม่น่าจะเป็นเด็กแบบเจ้า”
“ข้ามั่นใจ ข้าอยากรบกวนขอขวดเปล่าใส่โอสถให้ข้าหน่อยได้ไหมสัก 10 ขวด” ครามเอ่ย
“ไม่มีปัญหา หากเจ้าทำได้ จะนับหมื่นนับแสนข้าก็ให้เจ้าได้”
ครามโยนขวดบรรจุโอสถของตนเองขึ้นไปกลางอากาศ พลัน โอสถ 1,000 เม็ดก็ลอยออกมาจากขวด เขาทำลายขวดเปล่าเหล่านั้นทิ้ง พลางโบกมือไปมา
โอสถนั้นลอยคว้างกลางอากาศอยู่ชั่วครู่ ครามปล่อยพลังอิทธิกลุ่มหนึ่งเข้าไปควบคุมจนโอสถค่อยๆ แตกตัวออกจากกัน กลายเป็นฝุ่นกระจายคล้ายกลุ่มเมฆ
จากนั้นเขาค่อยๆ ถ่ายเทพลังจตุรธาตุ ตามสัดส่วนที่เหมาะสม จนกลุ่มฝุ่นเหล่านั้นเหล่านั้นหมุนวนอย่างรวดเร็ว เขาเติมสมุนไพรอีกหลายชนิดเข้าไป ไม่นานส่วนผสมทั้งหมดก็รวมตัวกัน
ครู่หนึ่งกลิ่นสมุนไพรที่ถูกปรุงได้ที่ก็ เกิดกลิ่นหอมลอยโชยไปทั่ว ชั่วอึดใจโอสถเริ่มกลั่นตัวกลายเป็นเม็ดผิวขรุขระราวกับก้อนหิน ไม่นานก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างทรงกลมสีน้ำเงินเข้ม ครามเร่งพลังไฟไปที่กลุ่มโอสถ ตอนนี้รูปลักษณ์ของเม็ดโอสถทั้งหมดเริ่มมีความโปร่งแสง เมื่อเม็ดโอสถแต่ละเม็ดถูกความร้อนช่วยขัดเกลาสิ่งปลอมออกไป จนบัดนี้กลายเป็นสีน้ำเงินใสวาววับ มีรัศมีสีขาวเป็นประกายอ่อนๆ
ฟุ่บ!!!
เจ้าหอโอสถอ้าปากค้าง!!!
นี่มันโอสถระดับ 2 ขั้นพิสุทธิ์!!! เจ้าหอโอสถอุทาน
“ข้าขอขวดเปล่า 10 ใบ อย่างที่เรียนแจ้ง” ครามเอ่ย
เจ้าหอโบกมือ พลันขวดเปล่า 10 ใบก็ลอย ไปข้างหน้าคราม
ครามใช้พลังบังคับให้เม็ดโอสถลอยเข้าขวด ขวดละ 100 เม็ด พลางส่ง 1 เม็ดให้กับเจ้าหอโอสถ เพื่อทำการพิสูจน์
“นี่คือโอสถคลายวิญญาณ เป็นโอสถระดับ 2 ที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน”
เจ้าหอโอสถทวนคำราวกับคนเสียสติ
มันมีโอสถแบบนี้ด้วยรึ มันมีโอสถแบบนี้ด้วยรึ มันมีโอสถแบบนี้ด้วยรึ….
“ท่านเคยเห็นนักดาบธรรมดา มีอิทธิฤทธิ์หรือไม่ แบบว่าปล่อยแสงวูบวาบทุกครั้งที่ตวัดดาบเพื่อจู่โจมศัตรู”
“ขะ ข้าไม่เคยเห็น ถ้าเจ้าสาธิตข้าจะยินดีชม” เจ้าหอโอสถแทบจะระเบิดเสียงอันหวั่นไหวออกมา แต่เขาต้องสำรวมตามกฎของสำนักประมูลวายุภักษ์ จะแสดงสีหน้าที่ชัดเจนต่อหน้าลูกค้าไม่ได้ หากพบว่าลูกค้าเป็นผู้หลอกลวงนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ ลูกค้าไม่ต่างอะไรกับคนสำคัญ
ครามขอยืมดาบมาจากอชิรา พลางร่ายรำเพลงดาบเบญจธาตุอันสุดพิศดารอย่างแคล่วคล่อง ชั่วครู่ก็ประสานพลังอิทธิ และปล่อยพลังออกไปจากปลายดาบ
พลังวูบหนึ่งคล้ายเสี้ยวพระจันทร์พุ่งออกไปชนกำแพงจนเกิดเสียงดังประมาณหนึ่ง ทหารยามรีบเปิดประตูปราดตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เจ้าหอโอสถยกมือเป็นสัญญาณว่าไม่มีอะไรอันตราย ให้รีบออกไป
เมื่อทหารยามปิดประตูออกไป เจ้าหอโอสถรีบสาวเท้าเข้าไปหาครามอย่างใกล้ชิด ใช้มือจับไหล่ทั้งสองของครามพลางเขย่าไปมา “ข้าขอชมอีกรอบหนึ่ง รบกวนช่วยสาธิตด้วย”
ครั้งนี้ครามรวบรวมพลังให้มากขึ้นจนเกิดแสงสีแดงห่อหุ้มดาบ อากาศรอบๆ สั่นไหว เกิดเสียงกำธร และเอกสารทั้งหมดในห้องปลิวว่อน และหยุดลงเมื่อครามหยุดพลัง ดาบนั้นกลับกลายเป็นดาบธรรมดา
ครามยื่นดาบนั้นให้กับเจ้าหอโอสถ เพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่ใช่ดาบวิเศษ แต่ที่มันดูวิเศษได้เพราะการรวมพลังอิทธิเข้ากับดาบ
เมื่อเจ้าหอโอสถได้ตรวจสอบดาบนั้น จึงแน่ใจแล้วว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้มาจากดาบแน่นอน
ดาบเป็นเพียงแค่สื่อ!!!
“โอ้ หนุ่มน้อยเจ้านี่ช่างอัจฉริยะ ข้ายังไม่เคยพบเห็นใครมีพลังที่กล้าแข็งสองสายรวมกัน ว่า ดรุณีน้อยทั้งสองข้างกายเจ้า มีสายพลังเช่นเจ้าหรือไม่”
“ใช่ ทั้งสองนางเป็นทั้งสายศาสตราและสายอิทธิฤทธิ์ในคนเดียว ท่านอยากทดสอบหรือไม่” ครามเอ่ย
“อ้า ไม่เป็นไร เพียงเจ้าข้าก็เชื่อแล้ว” เจ้าหอกล่าว
“ว่าแต่เพียงโอสถเม็ดนี้ ข้าก็สามารถผสานพลังได้อย่างนั้นรึ”
บัดนี้ในใจของเจ้าหอโอสถ มีความสับสนเรื่องของการประเมินราคาโอสถเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นเพียงโอสถระดับสอง แต่ถ้าทำให้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการฝึกพลัง มูลค่าของมันจะสูงมาก มากกว่าโอสถระดับ 4 หรือ 5 บางชนิดเสียอีก
“โอสถเม็ดนี้มีชื่อว่าอะไร” เจ้าหอโอสถเอ่ยถามพลางนำมันขึ้นส่องกับแสงแดดที่ลอดเข้ามาตามม่าน
“มันมีชื่อว่า โอสถคลายวิญญาณ ขั้นพิสุทธิ์”